อันเดร์ เอร์เรรา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
อันเดร์ เอร์เรรา
Ander Herrera MUFC 2014.jpg
เอร์เรรา ลงเล่นให้กับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดในการแข่งขันกระชับมิตรกับเรอัลมาดริดเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม ค.ศ. 2015
ข้อมูลส่วนบุคคล
ชื่อเต็ม อันเดร์ เอร์เรรา อากูเอรา
วันเกิด 14 สิงหาคม ค.ศ. 1989 (28 ปี)
สถานที่เกิด บิลบาโอ, สเปน
ส่วนสูง 1.82 เมตร (6.0 ฟุต) [1]
ตำแหน่ง กองกลาง
ข้อมูลสโมสร
สโมสรปัจจุบัน
แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด
หมายเลข 21
สโมสรเยาวชน
2004–2008 เรอัลซาราโกซา
สโมสรอาชีพ*
ปี ทีม ลงเล่น (ประตู)
2008–2009 เรอัลซาราโกซา เบ 10 (2)
2009–2011 เรอัลซาราโกซา 82 (6)
2011–2014 แอทเลติกบิลบาโอ 94 (7)
2014– แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด 135 (15)
ทีมชาติ
2009 สเปน ยู 20 10 (3)
2009–2011 สเปน ยู 21 15 (4)
2012 สเปน ยู 23 5 (0)
2016- สเปน 0 (0)

* นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้สโมสรเฉพาะลีกในประเทศเท่านั้น ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 21 เมษายน 2016 (UTC)
† ลงเล่น (ประตู)

‡ นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้ทีมชาติ
ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 11 กรกฎาคม 2014

อันเดร์ เอร์เรรา อากูเอรา (สเปน: Ander Herrera Agüera) ( ไทย: อันเดร์ เอร์เรร่า ) เกิดเมื่อวันที่ 28 เมษายน ค.ศ. 1983 เป็นนักฟุตบอลชาวสเปน ปัจจุบันเล่นให้กับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดในตำแหน่งกองกลาง

ประวัติการค้าแข้ง[แก้]

เรอัล ซาราโกซ่า

ชีวิตการค้าแข้งในวงการฟุตบอลสเปนของเอร์เรร่า เริ่มต้นจากเรอัล ซาราโกซ่า โดยเขาลงสนามให้ทีมชุดใหญ่ไป 41 นัด และช่วยให้ทีมเลื่อนชั้นขึ้นสู่ ลา ลีกา ในปี 2009

แอธเลติก บิลเบา

สองปีต่อมาเอร์เรร่าย้ายไปค้าแข้งให้กับแอธเลติก บิลเบา ซึ่งเป็นเมืองบ้านเกิดด้วยค่าตัวตามการรายงานอยู่ที่ 6.6 ล้านปอนด์ กับสามประสานในแดนกลางที่ทรงประสิทธิภาพประกอบด้วยออสการ์ เด มาร์กอส และอันเดร์ อิตูร์ราสเป้ เอร์เรร่ากลายเป็นกุญแจสำคัญของทีม และสร้างชื่อในวงการฟุตบอลสเปนกับยุโรปอย่างรวดเร็ว อันที่จริงแล้ว ในฤดูกาลแรกของเขากับบิลเบา (2011/12) ภายใต้ผลงานอันยอดเยี่ยมของมาร์เซโล่ บิเอลซ่าที่เป็นผู้จัดการทีม ต้นสังกัดของเขาคว้ารองแชมป์ยูโรป้า ลีกและโกปา เดล เรย์ไปครอบครอง แอธเลติก บิลเบา โค่นแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดตกรอบในเส้นทางการเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศการแข่งขันยูโรป้า ลีก โดยเอาชนะได้ทั้งเกมเหย้าและเยือนเมื่อเดือนมีนาคม ปี 2012 เอร์เรร่าเป็นดาวเด่นที่สนามโอลด์ แทรฟฟอร์ด ให้กับทีมที่ทรงพลังของบิเอลซ่า ซึ่งลงเล่นทั้งหมด 86 นาที พร้อมแอสซิสต์ให้เด มาร์กอสยิงหนึ่งลูก หลังได้ประจักษ์ความพ่ายแพ้ครั้งที่สองในการแข่งขันที่ซาน มาเมส์ เซอร์ จนอเล็กซ์ เฟอร์กูสันกุนซือแมนเชสเตอร์ในเวลานั้นต้องออกมายอมรับว่า แอธเลติกเป็นทีมที่ขยันแข็งแกร่งกว่าทุก ๆ ทีมที่เคยเห็นในยุโรป

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ในปีค.ศ. 2014สโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดได้ซื้อเอร์เรร่ามาด้วยค่าตัว 29 ล้านปอนด์จากแอทเลติกบิลบาโอ เขาได้ลงสนามให้ยูไนเต็ดบ้างและต้องตกเป็นตัวสำรองบ้าง แต่หลังจากที่เอร์เรร่าจับจังหวะการเล่นได้ในช่วงปีใหม่ เขาก็ไม่เคยมองย้อนกลับหลังอีกเลย มิดฟิลด์ผู้เปี่ยมไปด้วยพลังงาน เอร์เรร่ามีจุดเด่นในเรื่องความคิดอันรวดเร็ว ซึ่งช่วยให้เขาสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างชาญฉลาด เช่นเดียวกับการจ่ายบอลคิลเลอร์ พาส เขายังคงเป็นสินทรัพย์ล้ำค่าในเกมรับ โดยกล้าที่จะเข้าปะทะ แต่ก็ฉลาดมากพอสำหรับการดักบอลในจังหวะสำคัญ

การขึ้นเกมรุกคือสิ่งที่น่าประทับใจของเอร์เรร่าในฤดูกาลแรก โดยยิงไป8ประตู รวมถึงลูกวอลเล่ย์ตามน้ำสุดสวยในเกมเอฟเอ คัพกับโยวิล เขาได้ลงสนามตลอดช่วงสามเดือนหลังสุดของฤดูกาล และเป็นกำลังสำคัญช่วยให้ทัพปีศาจแดงจบอันดับสี่ คว้าตั๋วไปเล่นแชมเปี้ยนส์ ลีกในซีซั่น 2015/16 เขายังเป็นคนยิงประตูในเกมนัดสุดท้ายของฤดูกาลซึ่งเสมอกับอาร์เซนอล 1-1 ถือเป็นฟันเฟืองเครื่องจักรยูไนเต็ดอย่างแท้จริง

ในฤดูกาลที่สองกับสโมสรแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด เอร์เรร่าแสดงให้เห็นสัญญาณการเป็นนักฟุตบอลที่สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น และปรับตัวเข้ากับสไตล์การเล่นที่เน้นใช้ร่างกาย ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเล่นที่ประเทศอังกฤษ

แม้เขาจะได้ลงสนามอย่างไม่ต่อเนื่อง แต่เขาก็ยังสามารถออกสตาร์ท 27 นัด ในทุก ๆ รายการการแข่งขัน บวกกับตัวสำรองอีก 14 เกม: เขายิงไป 5 ประตู รวมทั้งหนึ่งในเกมที่ทำผลงานได้ดีที่สุดของฤดูกาล ซึ่งบุกเอาชนะเอฟเวอร์ตันเมื่อเดือนตุลาคม นอกจากการยิงประตูที่สองให้กับทัพปีศาจแดง ณ สนามกูดิสัน พาร์คแล้วเขายังผ่านบอลให้เวย์น รูนี่ย์ยิงลูกที่สาม และคู่ควรกับรางวัลแมน ออฟ เดอะ แมทช์ทุกประการ

อีกหนึ่งเรื่องที่น่าจดจำของกองกลางชาวสแปนิชคือการแข่งขันที่น่าตื่นเต้น ซึ่งยูไนเต็ดคว้าชัยเหนืออาร์เซนอล 3-2 ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด โดยเขาเป็นผู้ยิงประตูชัยจากนอกกรอบเขตโทษ เอร์เรร่าใส่สกอร์ในเกมชนะลิเวอร์พูล (3-1, ในบ้าน), คลับ บรูจในแชมเปี้ยนส์ ลีกรอบคัดเลือก (4-0, เยือน) และมิดทิลแลนด์ในยูโรป้า ลีก (5-1, ในบ้าน) นอกจากนี้เอร์เรร่ายังได้แอสซิสต์อีก 2 ประตูสุดสำคัญในการแข่งขันฟุตบอลเอฟเอ คัพ ยูไนเต็ดกำลังตามหลังเวสต์ แฮม 1-0 ในรอบก่อนรองชนะเลิศ จนกระทั่งได้ประตูตีเสมอจากอ็องโตนี่ มาร์กซิยาล การประสานงานของคู่ขาสแปนิช-เฟร้นช์ ได้ผลอีกครั้งในรอบรองชนะเลิศกับเอฟเวอร์ตัน

แม้เขาจะเป็นตัวสำรองที่ไม่ถูกส่งลงสนามในรอบชิงชนะเลิศ เขายังได้รับเหรียญรางวัลและให้สัมภาษณ์เผยว่า: "นี่คือความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดซึ่งเคยเกิดขึ้นในอาชีพการค้าแข้งของผม" อย่างไรก็แล้วแต่ ฤดูกาลที่สามของกองกลางเลือดกระทิงดุกับยูไนเต็ด ซึ่งก็คือซีซั่น 2016/17 ถือเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดจนถึงปัจจุบัน เขาถูกโหวตให้คว้ารางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปี เซอร์ แม็ตต์ บัสบี้ โดยลงประจำการในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวโฮลด์บอลเป็นส่วนใหญ่ ฟอร์มที่โดดเด่นที่สุดเกิดขึ้นในการแข่งขันกับทีมว่าที่แชมป์อย่างเชลซี จากการตามประกบเอเด็น อาซาร์อยู่หมัด, แอสซิสต์ให้มาร์คัส แรชฟอร์ดหลุดไปยิง และเป็นคนทำประตูลูกที่สอง หากจะกล่าวถึงเรื่องการถูกเรียกติดไปรับใช้ทีมชาติ ก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่ากราฟชีวิตของเอร์เรร่านั้นกำลังรุ่ง

สถิติสโมสร[แก้]

ณ วันที่ 21 พฤษภาคม 2016[2][3]
สโมสร ฤดูกาล ลีก ฟุตบอลถ้วย ลีกคัพ ยุโรป รวม
ลงเล่น ประตู ลงเล่น ประตู ลงเล่น ประตู ลงเล่น ประตู ลงเล่น ประตู
เรอัลซาราโกซา เบ 2008–09 10 2 10 2
เรอัลซาราโกซา 2008–09 19 2 0 0 19 2
2009–10 30 2 2 0 32 2
2010–11 33 2 2 0 35 2
รวม 82 6 4 0 86 6
แอทเลติกบิลบาโอ 2011–12 32 1 9 2 13 1 54 4
2012–13 29 1 2 0 4 1 35 2
2013–14 33 5 6 0 39 5
รวม 94 7 17 2 17 2 128 11
แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด 2014–15 26 6 5 2 0 0 31 8
2015–16 27 3 6 0 1 0 7 2 41 5
รวม 53 9 11 3 1 0 7 2 72 13
รวมทั้งหมด 229 22 32 4 1 0 24 4 286 30

อ้างอิง[แก้]

  1. "Barclays Premier League Player Profile Ander Herrera". Premier League. 2014. สืบค้นเมื่อ 11 December 2014. 
  2. แม่แบบ:Athletic Bilbao profile
  3. "Ander Herrera". Soccerway. สืบค้นเมื่อ 16 March 2012.