ข้ามไปเนื้อหา

ฌอแอล มาติป

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ฌอแอล มาติป
มาติปขณะเล่นให้กับลิเวอร์พูลใน ค.ศ. 2022
ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อเต็ม ฌอแอล อ็องเดร ฌอบ มาติป[1]
วันเกิด (1991-08-08) 8 สิงหาคม ค.ศ. 1991 (35 ปี)[2]
สถานที่เกิด โบคุม ประเทศเยอรมนี
ส่วนสูง 1.95 m (6 ft 5 in)[3]
ตำแหน่ง กองหลังตัวกลาง
สโมสรเยาวชน
1995–1997 เอ็สเซ ไวท์มาร์ 45
1997–2000 เฟาเอ็ฟเอ็ล โบคุม
2000–2009 ชัลเคอ 04
สโมสรอาชีพ*
ปี ทีม ลงเล่น (ประตู)
2009–2011 ชัลเคอ 04 ที่ 2 4 (1)
2009–2016 ชัลเคอ 04 194 (17)
2016–2024 ลิเวอร์พูล 150 (9)
ทีมชาติ
2010–2015 แคเมอรูน 27 (1)
*นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้แก่สโมสรเฉพาะลีกในประเทศเท่านั้น
ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 15:44, 3 ธันวาคม ค.ศ. 2023 (UTC)

ฌอแอล อ็องเดร ฌอบ มาติป (ฝรั่งเศส: Joël André Job Matip; เกิดเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม ค.ศ. 1991) เป็นอดีตนักฟุตบอลชาวแคเมอรูน โดยเขาเล่นในตำแหน่งกองหลัง เขาเคยเล่นให้แก่ชัลเคอ 04 ในบุนเดสลีกา และลิเวอร์พูล ในพรีเมียร์ลีก

เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม ค.ศ.2024 มาติป ประกาศแขวนสตั๊ดในวัย 33 ปี หลังจากที่หมดสัญญากับลิเวอร์พูล ต้นสังกัดเดิมของเขา[4]

สโมสรอาชีพ

[แก้]

ชัลเคอ 04

[แก้]

ลิเวอร์พูล

[แก้]

ฤดูกาล 2016-17

[แก้]

ในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2016 มาติปย้ายจากชัลเคอ 04 มาร่วมทีมลิเวอร์พูล เซ็นสัญญา 4 ปี โดยเขาจะหมดสัญญากับชัลเคอ 04 หลังจบฤดูกาล 2015-16[5]

ในวันที่ 1 กรกฎาคม ค.ศ. 2016 มาติปย้ายเข้ามาอยู่กับลิเวอร์พูลอย่างเป็นทางการ โดยมาติปสวมเสื้อหมายเลข 32[6] [7]

ในวันที่ 23 สิงหาคม ค.ศ. 2016 อีเอฟแอลคัพ รอบ 2 มาติปลงเล่นนัดแรกให้กับลิเวอร์พูล ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ เบอร์ตันอัลเบียน 5-0 ช่วยให้ ลิเวอร์พูล ผ่านเข้ารอบ 3 อีเอฟแอลคัพ ได้สำเร็จ[8] ต่อมา ในวันที่ 29 ตุลาคม ค.ศ. 2016 มาติปทำประตูแรกในสีเสื้อของลิเวอร์พูล ในพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2016–17 นัดที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ คริสตัลพาเลซ ที่เซลเฮิสต์พาร์ก 4-2[9] จบฤดูกาล มาติปยิงประตูในพรีเมียร์ลีก 1 ประตูจาก 29 นัด ช่วยให้ ลิเวอร์พูล จบอันดับที่ 4 และคว้าโควต้าแชมเปียนส์ลีก ในฤดูกาลหน้าได้สำเร็จ

ฤดูกาล 2017-18

[แก้]

ในวันที่ 4 พฤศจิกายน ค.ศ. 2017 มาติปทำประตูแรกในพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2017–18 นัดที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ เวสต์แฮมยูไนเต็ด ที่ลอนดอนสเตเดียม 4-1[10]

ฤดูกาล 2018-19

[แก้]

ในวันที่ 22 กันยายน ค.ศ. 2018 มาติปทำประตูแรกในพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2018–19 นัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ เซาแทมป์ตัน 3-0[11] ต่อมา ในวันที่ 1 มิถุนายน ค.ศ. 2019 ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก นัดชิงชนะเลิศ 2019 ลิเวอร์พูล เจอกับ ทอตนัมฮอตสเปอร์ ที่วันดาเมโตรโปลิตาโน ในมาดริด, ประเทศสเปน สุดท้าย ลิเวอร์พูล เอาชนะ ทอตนัมฮอตสเปอร์ 2-0 ช่วยให้ ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก สมัยที่ 6 ได้สำเร็จ[12]

ฤดูกาล 2019-20

[แก้]

ในวันที่ 4 สิงหาคม ค.ศ. 2019 เอฟเอคอมมิวนิตีชีลด์ 2019 ลิเวอร์พูล เจอกับ แมนเชสเตอร์ซิตี ที่สนามกีฬาเวมบลีย์ มาติปทำประตูตีเสมอ 1-1 ในช่วง 90 นาที ทำให้ต้องตัดสินในการยิงจุดโทษ สุดท้าย ลิเวอร์พูล ก็เป็นฝ่ายแพ้ในการยิงจุดโทษ 4-5 ทำให้ ลิเวอร์พูลพลาดโอกาสคว้าแชมป์คอมมิวนิตีชีลด์ อย่างน่าเสียดาย ต่อมา ในวันที่ 14 สิงหาคม ค.ศ. 2019 ยูฟ่าซูเปอร์คัพ 2019 ลิเวอร์พูล แชมป์ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ฤดูกาล 2018–19 เจอกับ เชลซี แชมป์ยูฟ่ายูโรปาลีก ฤดูกาล 2018–19 ที่สนามโวดาโฟนพาร์ก, อิสตันบูล ประเทศตุรกี สุดท้าย ลิเวอร์พูล เอาชนะ เชลซี ในการดวลจุดโทษ 5-4 ช่วยให้ ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์ยูฟ่าซูเปอร์คัพ สมัยที่ 4 ได้สำเร็จ[13] ต่อมา ในวันที่ 24 สิงหาคม ค.ศ. 2019 มาติปทำประตูแรกในพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2019–20 นัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ อาร์เซนอล 3-1[14] ต่อมา ในวันที่ 18 ตุลาคม ค.ศ. 2019 มาติปตัดสินใจต่อสัญญากับสโมสรลิเวอร์พูล ไปจนถึงปี 2024 จบฤดูกาล มาติปช่วยให้ ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกครั้งแรกในรอบ 30 ปีได้สำเร็จ[15]

ฤดูกาล 2020-21

[แก้]

ในวันที่ 6 ธันวาคม ค.ศ. 2020 มาติปทำประตูแรกในพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2020–21 นัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ วุลเวอร์แฮมป์ตันวอนเดอเรอส์ 4-0[16] ต่อมา มาติปได้รับบาดเจ็บหนัก ส่งผลให้ มาติปต้องพักยาวตลอดทั้งฤดูกาลแล้ว

ฤดูกาล 2021-22

[แก้]

ในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2022 มาติปทำประตูแรกในพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2021–22 นัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ ลีดส์ยูไนเต็ด 6-0[17]

ในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2022 อีเอฟแอลคัพ 2022 นัดชิงชนะเลิศ ลิเวอร์พูล เจอกับ เชลซี ที่สนามกีฬาเวมบลีย์ สุดท้าย ลิเวอร์พูล เอาชนะ เชลซี ในการดวลจุดโทษ 11-10 ช่วยให้ ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์อีเอฟแอลคัพ สมัยที่ 9 ได้สำเร็จ[18] ต่อมา ในวันที่ 10 พฤษภาคม ค.ศ. 2022 มาติปทำประตูที่ 2 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ แอสตันวิลลา ที่วิลลาพาร์ก 2-1[19] ต่อมา ในวันที่ 14 พฤษภาคม ค.ศ. 2022 เอฟเอคัพ รอบชิงชนะเลิศ 2022 ลิเวอร์พูล เจอกับ เชลซี ที่สนามกีฬาเวมบลีย์ สุดท้าย ลิเวอร์พูล เอาชนะ เชลซี ในการดวลจุดโทษ 6-5 ช่วยให้ ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์เอฟเอคัพ สมัยที่ 8 ได้สำเร็จ[20] ต่อมา ในวันที่ 17 พฤษภาคม ค.ศ. 2022 มาติปทำประตูที่ 3 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ เซาแทมป์ตัน ที่เซนต์แมรีส์สเตเดียม 2-1[21] ต่อมา ในวันที่ 22 พฤษภาคม ค.ศ. 2022 พรีเมียร์ลีก นัดปิดฤดูกาล ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เจอกับ วุลเวอร์แฮมป์ตันวอนเดอเรอส์ เป็นนัดตัดสินแชมป์พรีเมียร์ลีกระหว่าง ลิเวอร์พูล กับ แมนเชสเตอร์ซิตี ในนัดนี้ ลิเวอร์พูล จะต้องชนะ วุลเวอร์แฮมป์ตันวอนเดอเรอส์ และต้องลุ้นให้ แมนเชสเตอร์ซิตี ไม่ชนะ แอสตันวิลลา ด้วย ลิเวอร์พูล ก็จะได้แชมป์พรีเมียร์ลีก โดย ลิเวอร์พูล เอาชนะ วุลเวอร์แฮมป์ตันวอนเดอเรอส์ 3-1 แต่สุดท้าย แมนเชสเตอร์ซิตี เอาชนะ แอสตันวิลลา 3-2 ทำให้ ลิเวอร์พูล พลาดโอกาสคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก อย่างน่าเสียดาย[22]

ฤดูกาล 2022-23

[แก้]

ในวันที่ 30 กรกฎาคม ค.ศ. 2022 เอฟเอคอมมิวนิตีชีลด์ 2022 ลิเวอร์พูล เจอกับ แมนเชสเตอร์ซิตี ที่คิงเพาเวอร์สเตเดียม สุดท้าย ลิเวอร์พูล เอาชนะ แมนเชสเตอร์ซิตี 3-1 ช่วยให้ ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์คอมมิวนิตีชีลด์ สมัยที่ 16 ได้สำเร็จ[23] ต่อมา ในวันที่ 26 เมษายน ค.ศ. 2023 มาติปทำประตูแรกในพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2022–23 นัดที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ เวสต์แฮมยูไนเต็ด ที่ลอนดอนสเตเดียม 2-1[24]

ฤดูกาล 2023-24

[แก้]

ในวันที่ 3 ธันวาคม ค.ศ. 2023 มาติปได้รับบาดเจ็บหนักที่ ACL หรือเส้นเอ็นไขว้หน้าหัวเข่า ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ ฟูลัม 4-3 ส่งผลให้ มาติป ต้องปิดเทอมพักยาวตลอดทั้งฤดูกาลแล้ว ต่อมา ในวันที่ 17 พฤษภาคม ค.ศ. 2024 มาติปตัดสินใจจะไม่ต่อสัญญาใหม่ โดยจะย้ายออกจากลิเวอร์พูลหลังจบฤดูกาล 2023–24

สถิติอาชีพ

[แก้]

สโมสร

[แก้]
ณ 3 ธันวาคม 2023[25]
สโมสร ฤดูกาล ลีก เนชันนอลคัพ[a] ลีกคัพ[b] ยุโรป อื่น ๆ รวม
ดิวิชันลงเล่นประตูลงเล่นประตูลงเล่นประตูลงเล่นประตูลงเล่นประตูลงเล่นประตู
ชัลเคอ 04 ที่ 2 2009–10 Regionalliga West 31————31
2010–11 Regionalliga West 10————10
รวม 41————41
ชัลเคอ 04 2009–10 บุนเดิสลีกา 20320———223
2010–11 บุนเดิสลีกา 26040—11[c]11[d]0421
2011–12 บุนเดิสลีกา 30331—13[e]11[d]0475
2012–13 บุนเดิสลีกา 32310—6[c]0—393
2013–14 บุนเดิสลีกา 31330—8[c]1—424
2014–15 บุนเดิสลีกา 21211—3[c]0—253
2015–16 บุนเดิสลีกา 34320—5[e]1—414
รวม 19417162—4642025823
ลิเวอร์พูล 2016–17 พรีเมียร์ลีก 2910030——321
2017–18 พรีเมียร์ลีก 25120008[c]0—351
2018–19 พรีเมียร์ลีก 22100108[c]0—311
2019–20 พรีเมียร์ลีก 9110001[c]02[f]1132
2020–21 พรีเมียร์ลีก 10100002[c]000121
2021–22 พรีเมียร์ลีก 31310407[c]0—433
2022–23 พรีเมียร์ลีก 14110104[c]11[g]0212
2023–24 พรีเมียร์ลีก 10000103[e]0—140
รวม 1509501003313120111
รวมทั้งหมด 348272121007955146335
  1. ↑ รวมเดเอ็ฟเบ-โพคาล, เอฟเอคัพ
  2. ↑ รวมอีเอฟแอลคัพ
  3. 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 ลงเล่นในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก
  4. 1 2 ลงแข่งในเดเอ็ฟเอ็ล-ซูเพอร์คัพ
  5. 1 2 3 ลงเล่นในยูฟ่ายูโรปาลีก
  6. ↑ ลงเล่นและได้ประตูครั้งเดียวในเอฟเอคอมมิวนิตีชีลด์ ลงเล่นครั้งเดียวในยูฟ่าซูเปอร์คัพ
  7. ↑ ลงเล่นในเอฟเอคอมมิวนิตีชีลด์

นานาชาติ

[แก้]
ข้อมูล:[26]
ทีมชาติปีลงเล่นประตู
แคเมอรูน 201060
201130
201240
201360
201471
201510
รวม271
ประตูนานาชาติที่ฌอแอล มาติปทำได้
ลำดับ วันที่ สนาม Cap คู่แข่ง คะแนน ผล การแข่งขัน อ้างอิง
123 มิถุนายน ค.ศ. 2014สนามกีฬาแห่งชาติมาแน การิงชา บราซิเลีย ประเทศบราซิล26 บราซิล1–11–4ฟุตบอลโลก 2014[27]

เกียรติประวัติ

[แก้]

สโมสร

[แก้]

ชัลเคอ 04

ลิเวอร์พูล

รางวัลส่วนตัว

  • PFA Player of the Month: กันยายน 2019[36]
  • Premier League Player of the Month: กุมภาพันธ์ 2022[37]
  • CAF Team of the Year: 2019[38]

อ้างอิง

[แก้]
  1. ↑ "Updated squad lists for 2022/23 Premier League". Premier League. 4 กุมภาพันธ์ 2023. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 6 กุมภาพันธ์ 2023. สืบค้นเมื่อ 11 กุมภาพันธ์ 2023.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  2. ↑ "Joël Matip: Overview". ESPN. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 25 มิถุนายน 2021. สืบค้นเมื่อ 6 กันยายน 2020.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  3. ↑ "Joël Matip: Overview". Premier League. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 23 มิถุนายน 2021. สืบค้นเมื่อ 9 สิงหาคม 2022.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  4. ↑ ""มาติป" ประกาศแขวนสตั๊ดอย่างเป็นทางการ ในวัย 33 ปี". pptvhd36.com. 12 ตุลาคม 2024.
  5. ↑ สโมสรลิเวอร์พูลยืนยันการบรรลุข้อตกลงกับโจเอล มาติป[ลิงก์เสียถาวร]
  6. ↑ โจเอล มาติป ย้ายร่วมทีมลิเวอร์พูลอย่างสมบูรณ์[ลิงก์เสียถาวร]
  7. ↑ ยืนยันหมายเลขเสื้อของโจเอล มาติป[ลิงก์เสียถาวร]
  8. ↑ "ลิเวอร์พูลยิง 5 ประตู พร้อมผ่านเข้ารอบต่อไปในถ้วยลีกคัพ". ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2016-08-28. สืบค้นเมื่อ 2016-11-02.
  9. ↑ "ลิเวอร์พูลคว้าสามแต้มในเกมสุดมันที่เซลเฮิร์ส พาร์ก". ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2016-11-02. สืบค้นเมื่อ 2016-10-31.
  10. ↑ ซาลาห์เหมาสองประตูในเกมลิเวอร์พูลถล่มเวสต์แฮม[ลิงก์เสียถาวร]
  11. ↑ Match Report: ลิเวอร์พูลชนะ 6 นัดรวดในพรีเมียร์ลีก หลังถล่มเซาท์แฮมป์ตันที่แอนฟิลด์
  12. ↑ Match Report: ลิเวอร์พูลคว้าถ้วยแชมเปียนส์ลีกหลังชนะสเปอร์ส 2-0
  13. ↑ Match Report: ลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ซูเปอร์ คัพ หลังดวลจุดโทษชนะเชลซี
  14. ↑ Match Report: ซาลาห์กดสองประตูให้ลิเวอร์พูลชนะอาร์เซนอล 3-1
  15. ↑ อัลบั้มภาพ: ทีมลิเวอร์พูลคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก
  16. ↑ Match Report: ลิเวอร์พูลถล่มวูล์ฟส์ 4-0 ฉลองการกลับมาของแฟนบอลที่แอนฟิลด์
  17. ↑ Match Report: ลิเวอร์พูลถล่มลีดส์ขาดลอย 6-0 พร้อมจี้จ่าฝูง 3 แต้ม
  18. ↑ Match Report: ลิเวอร์พูลดวลจุดโทษชนะเชลซีคว้าแชมป์คาราบาว คัพ
  19. ↑ Match Report: ลิเวอร์พูลบุกเฉือนแอสตัน วิลลา 2-1
  20. ↑ Match Report: ลิเวอร์พูลดวลจุดโทษชนะเชลซีคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ
  21. ↑ Match Report: ลิเวอร์พูลบุกคว้าชัยที่เซาท์แฮมป์ตัน
  22. ↑ Match Report: ลิเวอร์พูลชนะวูล์ฟส์ในเกมสุดท้ายที่แอนฟิลด์
  23. ↑ Match Report: ลิเวอร์พูลชนะแมนฯ ซิตี้ คว้าแชมป์คอมมิวนิตี้ ชิลด์
  24. ↑ Match Report: ลิเวอร์พูลเอาชนะเวสต์แฮม ยูไนเต็ด 2-1
  25. ↑ "J. Matip". Soccerway. สืบค้นเมื่อ 4 สิงหาคม 2019.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  26. ↑ "Matip, Joël". National Football Teams. Benjamin Strack-Zimmermann. สืบค้นเมื่อ 6 กันยายน 2020.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  27. ↑ "Cameroon vs. Brazil 1–4: Summary". Soccerway. Perform Group. สืบค้นเมื่อ 6 กันยายน 2020.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  28. ↑ "DFB-Pokal 2010/11, Finale in Berlin: MSV Duisburg 0:5 FC Schalke 04: Takt. aufstellung" [DFB-Pokal 2010/11, Final in Berlin: MSV Duisburg 0:5 FC Schalke 04: Tactical lineup]. kicker (ภาษาเยอรมัน). Olympia-Verlag. สืบค้นเมื่อ 6 กันยายน 2020.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  29. ↑ "Supercup 2011, Finale: Borussia Dortmund 3:4 FC Schalke 04: Takt. aufstellung" [Supercup 2011, Final: Borussia Dortmund 3:4 FC Schalke 04: Tactical lineup]. kicker (ภาษาเยอรมัน). Olympia-Verlag. สืบค้นเมื่อ 6 กันยายน 2020.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  30. ↑ "Joel Matip: Overview". Premier League. สืบค้นเมื่อ 6 กันยายน 2020.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  31. ↑ McNulty, Phil (14 พฤษภาคม 2022). "Chelsea 0–0 Liverpool". BBC Sport. สืบค้นเมื่อ 14 พฤษภาคม 2022.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  32. ↑ McNulty, Phil (27 กุมภาพันธ์ 2022). "Chelsea 0–0 Liverpool". BBC Sport. สืบค้นเมื่อ 27 กุมภาพันธ์ 2022.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  33. ↑ McNulty, Phil (1 มิถุนายน 2019). "Tottenham Hotspur 0–2 Liverpool". BBC Sport. สืบค้นเมื่อ 1 มิถุนายน 2019.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  34. ↑ McNulty, Phil (28 พฤษภาคม 2022). "Liverpool 0–1 Real Madrid: Reds beaten in Paris as Vinicius Jr hits winner". BBC Sport. สืบค้นเมื่อ 28 พฤษภาคม 2022.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  35. ↑ Rose, Gary (14 สิงหาคม 2019). "Liverpool 2–2 Chelsea". BBC Sport. สืบค้นเมื่อ 15 สิงหาคม 2019.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  36. ↑ Carroll, James (7 ตุลาคม 2019). "Joel Matip named PFA Player of the Month for September". Liverpool F.C. สืบค้นเมื่อ 7 ตุลาคม 2019.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  37. ↑ "Matip wins EA SPORTS Player of the Month award". Premier League. 11 มีนาคม 2022. สืบค้นเมื่อ 11 มีนาคม 2022.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  38. ↑ "Mane, Oshoala named African Footballers of 2019 at CAF Awards". Confederation of African Football. 7 มกราคม 2020. สืบค้นเมื่อ 7 มกราคม 2020.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]