แพร์ แมร์เทสอัคเคอร์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
แพร์ แมร์เทสอัคเคอร์
Chelsea 2 Arsenal 0 Top team performance, top of the league. (15265994167).jpg
แมร์เทสอัคเคอร์ (ซ้าย) เป็นกัปตันทีมพบกับเชลซี ในฤดูกาล 2014–15
ข้อมูลส่วนบุคคล
ชื่อเต็ม แพร์ แมร์เทสอัคเคอร์
วันเกิด 29 กันยายน ค.ศ. 1984 (33 ปี)
สถานที่เกิด ฮันโนเวอร์, เยอรมนีตะวันตก
ส่วนสูง 1.98 เมตร (6.5 ฟุต)[1]
ตำแหน่ง กองหลัง
ข้อมูลสโมสร
สโมสรปัจจุบัน
อาร์เซนอล
หมายเลข 4
สโมสรเยาวชน
1988–1995 แพตเทนเซน
1995–2003 ฮันโนเวอร์ 96
สโมสรอาชีพ*
ปี ทีม ลงเล่น (ประตู)
2003–2006 ฮันโนเวอร์ 96 74 (7)
2006–2011 แวร์เดอร์เบรเมิน 147 (12)
2011 อาร์เซนอล 150 (5)
ทีมชาติ
เยอรมนี ชุดยู 20 2 (0)
2004 เยอรมนี ชุดยู 21 3 (0)
2004–2014 เยอรมนี 104 (4)
จัดการทีม
2017– เยาวชนอาร์เซนอล

* นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้สโมสรเฉพาะลีกในประเทศเท่านั้น ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 16:46, 6 ตุลาคม 2012 (UTC)
† ลงเล่น (ประตู)

‡ นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้ทีมชาติ
ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 18:47, 12 ตุลาคม 2012 (UTC)

แพร์ แมร์เทสอัคเคอร์ (เยอรมัน: Per Mertesacker, เสียงอ่าน: [ˈpeːɐ̯ ˈmɛʁtəsʔakɐ]; เกิดเมื่อวันที่ 29 กันยายน ค.ศ. 1984) เป็นนักฟุตบอลชาวเยอรมัน เคยลงเล่นให้กับ อาร์เซนอล ในพรีเมียร์ลีกอังกฤษ และเคยติดทีมชาติเยอรมนีด้วย[2] โดยแมร์เทสอัคเคอร์นั้นเคยเป็นผู้เล่นชุดเยาวชนของ ฮันโนเวอร์ 96 ในบุนเดสลีกา ก่อนจะได้ขึ้นมาเล่นชุดใหญ่ในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2003

หลังจบฟุตบอลโลก 2014 ที่เยอรมนีได้แชมป์โลกสมัยที่ 4 แมร์เทสอัคเคอร์ได้ประกาศยุติการเล่นให้กับทีมชาติไปด้วยวัย 29 ปี[3] โดยจะไปทุ่มเทให้กับสโมสรอย่างเต็มที่ พร้อมกับรับตำแหน่งรองกัปตันทีม[4]

ซึ่งในฤดูกาล 2014–15 นั้น แมร์เทสอัคเคอร์ ทำหน้าที่กัปตันทีมแทบจะทุกนัดที่ลงแข่ง เนื่องจาก มีเกล อาร์เตตา กัปตันทีมตัวจริงของอาร์เซนอลได้รับบาดเจ็บเกือบทั้งฤดูกาล ในเอฟเอคัพรอบชิงชนะเลิศ แมร์เทสอัคเคอร์ เป็นผู้โหม่งทำประตูจากลูกเตะมุมได้ในนาทีที่ 62 นับเป็นประตูที่ 3 เมื่อจบการแข่งขัน อาร์เซนอลเป็นฝ่ายเอาชนะ แอสตันวิลลา ไปได้มากถึง 4–0 ทำสถิติเป็นแชมป์รายการนี้มากที่สุด คือ 12 ครั้ง และเมื่อขึ้นรับถ้วยรางวัล แมร์เทสอัคเคอร์ยังเป็นผู้รับถ้วยร่วมกับอาร์เตตาอีกด้วย [5]

ในฤดูกาล 2016–17 ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกัปตันทีมแทนที่อาร์เตตาที่ยุติการเล่นไป แต่ทว่าตัวของแมร์เทสอัคเคอร์เองได้รับบาดเจ็บที่หัวเข่าไม่อาจลงเล่นได้ในช่วงต้นฤดูกาล[6] และปรากฏว่าตลอดทั้งฤดูกาล แมร์เตซัคเกอร์ลงเล่นได้เพียงแค่ 31 นาทีเท่านั้น จนกระทั่งจบฤดูกาล ในนัดชิงชนะเลิศเอฟเอคัพ 2017 กับเชลซี ซึ่งได้แชมป์พรีเมียร์ลีกมาก่อนหน้านั้นไม่นาน เนื่องจากกองหลังตัวจริงทั้งหมดบาดเจ็บหรือติดโทษแบน แมร์เตซัคเกอร์จึงต้องลงเล่นแทน และปรากฏว่าเล่นได้ดี สามารถสกัดลูกในจังหวะอันตราย ๆ ได้หลายครั้งจนได้รับคำชม ส่งให้อาร์เซนอลเอาชนะไปได้ในที่สุด และเป็นแชมป์เอฟเอคัพสมัยที่ 13 นับว่าเป็นสโมสรที่ได้แชมป์รายการนี้มากที่สุด จากนั้นเพียงหนึ่งสัปดาห์แมร์เตซัคเกอร์ประกาศเลิกเล่นและขอผันตัวเองไปทำหน้าที่อย่างอื่น โดยเล่นให้กับอาร์เซนอลทุกรายการทั้งหมด 210 นัด ได้แชมป์เอฟเอคัพทั้งหมด 3 สมัย[7] ต่อมา อาร์เซนอลได้ประกาศให้แมร์เทสอัคเคอร์เป็นผู้จัดการทีมเยาวชนของอาร์เซนอลตั้งแต่ฤดูกาล 2017–18 และตั้งใจจะเลิกเล่นหลังจบฤดูกาลนี้[8]

อ้างอิง[แก้]

  1. "Player Profile: Per Mertesacker". Sky Sports. สืบค้นเมื่อ 31 January 2012. 
  2. ""Merte": Geschichte schreiben" (ใน German). Hannover96.de. 9 May 2008. สืบค้นเมื่อ 17 September 2010. 
  3. "พี่แพร์ ประกาศอำลาทีมชาติ" (ใน Thai). facebook.com/Arsenal.in.th. 16 August 2014. สืบค้นเมื่อ 16 August 2014. 
  4. "เวนเกอร์ยันตั้ง"พี่ต้า"เป็นกัปตันปืน-แพร์เบอร์สอง". อาร์เซนอลไทย.com. 11 August 2014. สืบค้นเมื่อ 17 August 2014. 
  5. "FA Cup final - FT: Arsenal 4-0 Villa". BBC. 30 May 2015. สืบค้นเมื่อ 30 May 2015. 
  6. ""แม่ทัพป้ายแดง"เวนเกอร์ตั้งแมร์เตซัคเกอร์เป็นกัปตันทีมคนใหม่". บ้าบอลดอตคอม. August 13, 2016. สืบค้นเมื่อ August 14, 2016. 
  7. lang (2017-06-03). "ปิดฉากสวย! แมร์เตซัคเกอร์ แขวนสตั๊ด ขอเปลี่ยนบทบาทรับใช้ปืน". arsenalthailand.com. สืบค้นเมื่อ 2017-06-04. 
  8. "แมร์เตซัคเกอร์ตกลงคุมทีมเด็กปืนใหญ่". เดลินิวส์. 2017-07-08. สืบค้นเมื่อ 2017-07-08. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]