ฤดูพายุไต้ฝุ่นแปซิฟิก พ.ศ. 2562

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ฤดูพายุไต้ฝุ่นแปซิฟิก พ.ศ. 2562
2019 Pacific typhoon season summary.png
แผนที่สรุปฤดูกาล
ขอบเขตฤดูกาล
ระบบแรกก่อตัว31 ธันวาคม พ.ศ. 2561
ระบบสุดท้ายสลายตัวฤดูกาลยังดำเนินอยู่ในปัจจุบัน
พายุมีกำลังมากที่สุด
ชื่อฮากีบิส
 • ลมแรงสูงสุด195 กม./ชม. (120 ไมล์/ชม.)
(เฉลี่ย 10 นาที)
 • ความกดอากาศต่ำที่สุด915 hPa (มิลลิบาร์)
สถิติฤดูกาล
พายุดีเปรสชันทั้งหมด38 ลูก
พายุโซนร้อนทั้งหมด19 ลูก
พายุไต้ฝุ่น9 ลูก
พายุซูเปอร์ไต้ฝุ่น3 ลูก (ไม่เป็นทางการ)
ผู้เสียชีวิตทั้งหมด192 คน
ความเสียหายทั้งหมด1.67 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
(ค่าเงิน USD ปี 2019)
ฤดูพายุไต้ฝุ่นแปซิฟิก
2560, 2561, 2562, 2563, 2564

ฤดูพายุไต้ฝุ่นแปซิฟิก พ.ศ. 2562 เป็นเหตุการณ์ในรอบวัฎจักรของการก่อตัวของพายุหมุนเขตร้อนที่กำลังดำเนินอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก ฤดูกาลดังกล่าวลากยาวตลอด พ.ศ. 2562 โดยพายุหมุนส่วนใหญ่จะก่อตัวขึ้นระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงเดือนตุลาคม พายุลูกแรกจองฤดูกาลนี้ชื่อว่า ปาบึก ก่อตัวเป็นพายุโซนร้อนในวันที่ 1 มกราคม และกลายเป็นพายุโซนร้อนที่ก่อตัวขึ้นเร็วที่สุดในบันทึกของแอ่งแปซิฟิกตะวันตก ซึ่งทำลายสถิติเดิมที่พายุไต้ฝุ่นอลิซทำไว้เมื่อปี พ.ศ. 2522 ส่วนพายุไต้ฝุ่นลูกแรกของฤดูกาลนี้ชื่อว่า หวู่ติบ ทวีกำลังแรงจนถึงระดับพายุไต้ฝุ่นในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ และมีความรุนแรงเป็นพายุซูเปอร์ไต้ฝุ่น (ตามมาตราของศูนย์เตือนไต้ฝุ่นร่วม) ในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ จึงทำให้หวู่ติบกลายเป็นพายุไต้ฝุ่นที่ทรงพลังที่สุดในบรรดาสถิติพายุในเดือนกุมภาพันธ์[1] และยังกลายเป็นพายุที่ทรงพลังที่สุดของซีกโลกเหนือในเดือนกุมภาพันธ์อีกด้วย

ขอบเขตของบทความนี้จำกัดเฉพาะมหาสมุทรแปซิฟิกที่อยู่เหนือเส้นศูนย์สูตร ระหว่างเมอริเดียนที่ 100 และ 180 ตะวันออก ในบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกเฉียงเหนือ มีสองหน่วยงานที่กำหนดชื่อพายุหมุนซึ่งอาจเป็นผลให้พายุลูกหนึ่งมีสองชื่อ กรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นจะตั้งชื่อพายุถ้าพายุลูกนั้นมีความเร็วลมที่รอบศูนย์กลางพายุที่สูงสุด 10 นาที อย่างน้อย 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ไม่ว่าจะเกิดขึ้นที่ใดในแอ่ง ขณะที่สำนักงานบริหารบรรยากาศ ธรณีฟิสิกส์ และดาราศาสตร์แห่งฟิลิปปินส์กำหนดชื่อพายุหมุนซึ่งเคลื่อนเข้าสู่หรือก่อตัวขึ้นเป็นดีเปรสชันเขตร้อนในพื้นที่รับผิดชอบของสำนักงานฯ ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างลองติจูด 135 และ 115 องศาตะวันออก และระหว่างละติจูด 5 ถึง 25 องศาเหนือ แม้พายุนั้นจะมีชื่อที่กรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นตั้งแล้วก็ตาม นอกจากนี้พายุดีเปรสชันเขตร้อนซึ่งถูกเฝ้าจับตาโดยศูนย์เตือนไต้ฝุ่นร่วมของสหรัฐอเมริกายังได้กำหนดหมายเลขและเติมตัวอักษร "W" ต่อท้ายเป็นรหัสเรียกด้วย

เนื้อหา

การพยากรณ์ฤดูกาล[แก้]

วันที่พยากรณ์โดย
TSR
จำนวน
พายุโซนร้อน
จำนวน
พายุไต้ฝุ่น
จำนวน
พายุรุนแรง
ดัชนีเอซีอี อ้างอิง
เฉลี่ย (2508–2560) 26 ลูก 16 ลูก 9 ลูก 294 หน่วย [2]
7 พฤษภาคม 2562 27 ลูก 17 ลูก 10 ลูก 354 หน่วย [2]
5 กรกฎาคม 2562 25 ลูก 15 ลูก 8 ลูก 260 หน่วย [3]
7 สิงหาคม 2562 26 ลูก 16 ลูก 8 ลูก 270 หน่วย [4]
วันที่พยากรณ์ ศูนย์พยากรณ์ ช่วงเวลา ระบบพายุ อ้างอิง
7 กุมภาพันธ์ 2562 PAGASA มกราคม–มีนาคม 1–2 ลูก [5]
7 กุมภาพันธ์ 2562 PAGASA เมษายน—มิถุนายน 2–4 ลูก [5]
15 กรกฎาคม 2562 PAGASA กรกฎาคม–กันยายน 6–9 ลูก [6]
15 กรกฎาคม 2562 PAGASA ตุลาคม–ธันวาคม 3–5 ลูก [6]
ฤดูกาล 2562 ศูนย์พยากรณ์ พายุหมุน
เขตร้อน
พายุโซนร้อน พายุไต้ฝุ่น อ้างอิง
เกิดขึ้นจริง: JMA 24 ลูก 11 ลูก 4 ลูก
เกิดขึ้นจริง: JTWC 13 ลูก 11 ลูก 4 ลูก

ในระหว่างฤดูกาล หลายหน่วยงานอุตุนิยมวิทยาและหน่วยงานทางวิทยาศาสตร์ของแต่ละประเทศจะมีการคาดการณ์ของพายุหมุนเขตร้อน, พายุโซนร้อนและพายุไต้ฝุ่น ที่จะก่อตัวในช่วงฤดู และ/หรือ จะมีพายุกี่ลูกที่ส่งผลกระทบต่อประเทศนั้น หลายหน่วยงานนี้ได้รวมไปถึงองค์กรความเสี่ยงพายุโซนร้อน (TSR) ของมหาวิทยาลัยคอลเลจลอนดอน, สำนักงานบริหารบรรยากาศ ธรณีฟิสิกส์ และดาราศาสตร์แห่งฟิลิปปินส์ (PAGASA) และสำนักสภาพอากาศกลางของไต้หวันด้วย การพยากรณ์แรกของปีได้รับการเผยแพร่โดย PAGASA เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ ภายในการคาดหมายสภาพอากาศประจำฤดูกาลช่วงเดือนมกราคม–มิถุนายนของฟิลิปปินส์[5] การคาดหมายดังกล่าวคาดหมายว่าจะมีพายุหมุนเขตร้อนหนึ่งถึงสองลูกปรากฏขึ้นในระหว่างเดือนมกราคมถึงมีนาคม และคาดว่าจะมีพายุหมุนเขตร้อนสองถึงสี่ลูกก่อตัวหรือเคลื่อนตัวเข้าสู่พื้นที่รับผิดชอบของฟิลิปปินส์ ในระหว่างเดือนเมษายนถึงมิถุนายน ยิ่งไปกว่านั้น PAGASA พยากรณ์ว่ามีโอกาสถึง 80% ที่จะเป็นเอลนีโญกำลังอ่อนในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ มีนาคม และเมษายนด้วย[5] วันที่ 7 พฤษภาคม องค์การความเสี่ยงพายุโซนร้อน (TSR) ได้ออกการพยากรณ์ฉบับแรกของฤดูกาล โดยคาดหมายว่าในฤดูกาล 2562 นี้ จะเป็นฤดูกาลที่มีพายุสูงกว่าค่าเฉลี่ยเล็กน้อย โดยมีพายุที่ได้รับชื่อจำนวน 27 ลูก ซึ่งเป็นพายุไต้ฝุ่น 17 ลูก และเป็นพายุไต้ฝุ่นที่มีความรุนแรง 10 ลูก[2] หนึ่งในปัจจัยที่อยู่เบื้องหลังลักษณะเช่นนี้ มาจากความเป็นไปได้ในการพัฒนาขึ้นของเอลนีโญกำลังปานกลาง ที่คาดหมายว่าจะเกิดขึ้นภายในไตรมาสที่สามของปี[2]

วันที่ 5 กรกฎาคม องค์การความเสี่ยงพายุโซนร้อนได้ออกการพยากรณ์ฉบับที่สองของฤดูกาล โดยปรับลดจำนวนของพายุหมุนเขตร้อนลงในระดับต่ำกว่าค่าปกติที่พายุโซนร้อนจำนวน 25 ลูก เป็นพายุไต้ฝุ่นจำนวน 15 ลูก และเป็นพายุไต้ฝุ่นที่มีความรุนแรง 8 ลูก[3] ขณะที่ PAGASA ได้ออกการคาดหมายฉบับที่สองของฤดูกาลในวันที่ 15 กรกฎาคม โดยคาดว่าจะมีพายุหมุนเขตร้อนหกถึงเก้าลูกก่อตัวขึ้นหรือเข้าสู่พื้นที่ของสำนักงานฯ ในระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงกันยายน และประมาณสามถึงห้าลูกในเดือนกันยายนถึงธันวาคม สำนักงานฯ ยังคาดอีกด้วยว่าภาวะเอลนีโญกำลังอ่อนนั้นจะอ่อนกำลังลงไปอีกจนกลับไปสู่สภาวะปกติในช่วงเดือนสิงหาคมถึงกันยายน พ.ศ. 2562[6] วันที่ 7 สิงหาคม องค์การความเสี่ยงพายุโซนร้อนได้ออกการคาดหมายสุดท้ายของฤดูกาล ซึ่งคาดว่าจะเป็นฤดูที่ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ย โดยมีพายุที่ได้รับชื่อจำนวน 26 ลูก ในจำนวนนั้นเป็นพายุไต้ฝุ่น 16 ลูก และในจำนวนพายุไต้ฝุ่นเป็นพายุไต้ฝุ่นที่มีความรุนแรง 8 ลูก[4]

กรมอุตุนิยมวิทยาไทย[แก้]

วันที่ 30 เมษายน กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกการคาดหมายลักษณะอากาศช่วงฤดูฝนของประเทศไทย พ.ศ. 2562 ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าจะมีพายุหมุนเขตร้อน (ประกอบด้วยพายุดีเปรสชัน พายุโซนร้อน และ พายุไต้ฝุ่น) เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย 1 ลูก โดยมีโอกาสสูงที่จะเคลื่อนผ่านภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือในช่วงเดือนสิงหาคมหรือกันยายน[7]

ภาพรวมฤดูกาล[แก้]

มาตราพายุหมุนเขตร้อนในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก (คณะกรรมการไต้ฝุ่น)
     พายุดีเปรสชัน (≤61 กม./ชม.)      พายุโซนร้อนกำลังแรง (89–117 กม./ชม.)
     พายุโซนร้อน (62–88 กม./ชม.)      พายุไต้ฝุ่น (≥118 กม./ชม.)

พายุ[แก้]

พายุโซนร้อนปาบึก[แก้]

พายุโซนร้อน (JMA)
พายุโซนร้อน (TMD)
พายุโซนร้อน (SSHWS)
ระยะเวลา 31 ธันวาคม 2561 – 4 มกราคม 2562 (ออกนอกแอ่ง)
ความรุนแรง 85 กม./ชม. (50 ไมล์/ชม.) (เฉลี่ย 10 นาที)
994 mbar (hPa; 29.35 inHg)
ดูบทความหลักที่: พายุโซนร้อนปาบึก (พ.ศ. 2562)
  • วันที่ 28 ธันวาคม 2561 หย่อมความกดอากาศต่ำก่อตัวขึ้นในทะเลจีนใต้ตอนล่าง[8]
  • วันที่ 30 ธันวาคม 2561 หย่อมความกดอากาศต่ำดังกล่าวดูดซึมผสานเข้ากับเศษที่หลงเหลือของพายุดีเปรสชันเขตร้อน 35W[9]
  • วันที่ 31 ธันวาคม 2561 เนื่องมาจากลมเฉือนแนวตั้งกำลังแรง หย่อมความกดอากาศต่ำจึงไม่เป็นระบบกระทั่งวันที่ 31 ธันวาคม กรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นเริ่มติดตามพายุดีเปรสชันเขตร้อนที่ก่อตัวขึ้นในทะเลจีนใต้ตอนล่าง[10] ในขณะที่ศูนย์เตือนไต้ฝุ่นร่วมได้ออกการแจ้งเตือนการก่อตัวของพายุหมุนเขตร้อนกับระบบ ต่อมาศูนย์เตือนไต้ฝุ่นร่วมได้ปรับระบบดังกล่าวเป็นพายุดีเปรสชันเขตร้อนเช่นกัน และให้รหัสเรียกว่า 36W[11]
  • วันที่ 1 มกราคม กรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นปรับความรุนแรงของพายุดีเปรสชันเขตร้อนเป็นพายุโซนร้อน และใช้ชื่อว่า ปาบึก (Pabuk) การปรับดังกล่าวทำให้ปาบึก กลายเป็นพายุลูกแรกของฤดูกาล 2562 และกลายเป็นพายุที่โดดเด่นกว่าพายุอลิซ เมื่อปี พ.ศ. 2522 และกลายเป็นพายุหมุนเขตร้อนที่ก่อตัวเป็นพายุโซนร้อนได้เร็วที่สุด ในบันทึกของมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกเฉียงเหนือ[12] ในขณะที่พายุอยู่ห่างจากโฮจิมินห์ ซิตี ประเทศเวียดนามไปทางตะวันออกเฉียงใต้ 650 กม. โดยมีศูนย์กลางการหมุนเวียนระดับต่ำเปิดออกเป็นบางส่วน[13] ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเกี่ยวกับพายุโซนร้อนปาบึก โดยคาดว่าพายุจะเคลื่อนตัวเข้าอ่าวไทยในวันที่ 2–3 มกราคม และส่งผลกระทบกับภาคใต้ในวันที่ 3–5 มกราคม[14]
  • วันที่ 3 มกราคม ภายใต้สภาพแวดล้อมที่ดีที่มีอุณหภูมิพื้นผิวน้ำทะเลที่อุ่น การไหลออกในแนวขั้วอย่างดีเยี่ยม แต่มีลมเฉือนแนวตั้งกำลังแรง ทำให้พายุปาบึก ต้องดิ้นรนที่จะทวีกำลังแรงขึ้น จนกระทั่งมันเคลื่อนตัวเร่งไปทางตะวันตกเฉียงเหนือเฉตะวันตก และเข้าสู่อ่าวไทย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีลมเฉือนในแนวตั้งน้อยกว่า และกลายเป็นพายุโซนร้อนลูกแรกที่พัดเข้าสู่อ่าว นับตั้งแต่พายุไต้ฝุ่นหมุ่ยฟ้าในปี พ.ศ. 2547 ยิ่งไปกว่านั้น มันยังพยายามที่จะสร้างตาพายุขึ้น ซึ่งแสดงให้เห็นโดยภาพถ่ายในช่วงคลื่นไมโครเวฟ[15]
  • วันที่ 4 มกราคม กรมอุตุนิยมวิทยารายงานว่า พายุปาบึกขึ้นฝั่งที่อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช ในเวลา 12:45 น. ตามเวลาในประเทศไทย (05:45 UTC) แม้ว่าหน่วยงานอื่น ๆ จะชี้ว่าพายุปาบึกจะขึ้นฝั่งในระหว่างเวลา 06:00 ถึง 12:00 UTC (13:00 ถึง 19:00 น. ตามเวลาในประเทศไทย) ก็ตาม[16] ทำให้ปาบึก เป็นพายุโซนร้อนลูกแรกที่พัดขึ้นฝั่งในภาคใต้ นับตั้งแต่พายุโซนร้อนลินดา เมื่อปี พ.ศ. 2540 ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นยังคงติดตามพายุต่อจนออกการวิเคราะห์ครั้งสุดท้ายในเวลา 12:00 UTC (หรือตรงกับ 19:00 น. ตามเวลาในประเทศไทย)[17][18]

ในประเทศเวียดนาม พายุปาบึกทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนหนึ่งคน[19] และทำให้เกิดความเสียหายประมาณ 2.787 หมื่นล้านด่ง (ประมาณ 1.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 38 ล้านบาท)[20] ส่วนในประเทศไทย ซึ่งพายุปาบึกพัดขึ้นฝั่ง มีผู้เสียชีวิตจำนวนแปดรายในจำนวนนี้เป็นชาวรัสเซียหนึ่งราย[21][22] และสร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจประมาณ 3.2 พันล้านบาท (100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)[23] นอกจากนี้ปาบึกยังทำให้มีผู้เสียชีวิตอีก 1 รายในประเทศมาเลเซีย[24]

วันที่ 3 มกราคม ในจังหวัดนครศรีธรรมราช มีการอพยพประชาชนกว่า 3 หมื่นคนออกจากพื้นที่ริมชายฝั่ง[25] ท่าอากาศยานบางแห่งในภาคใต้ต้องหยุดให้บริการชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย ได้แก่ ท่าอากาศยานนานาชาติสมุย ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราชและท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานี[26][27] ทั้งยังมีรายงานการอพยพผู้คนในพื้นที่เสี่ยงของจังหวัดต่าง ๆ เช่น จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดชุมพร อำเภอระโนดในจังหวัดสงขลา[28][29][30] เมื่อพายุขึ้นฝั่งที่อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราชแล้ว[31] อิทธิพลจากพายุยังทำให้เกิดไฟฟ้าดับในหลายพื้นที่ มีผู้ได้รับผลกระทบจากไฟฟ้าดับกว่าห้าหมื่นแปดพันคน[32] ในบางพื้นที่มีรายงานเสาไฟฟ้าและต้นไม้ล้ม[33] และยังทำให้เกิดอุทกภัยเป็นบริเวณกว้างในหลายพื้นที่ รวมถึงมีบ้านเรือนเสียหายอย่างน้อย 1,500 หลัง[34]

พายุไต้ฝุ่นหวู่ติบ[แก้]

พายุไต้ฝุ่น (JMA)
พายุไต้ฝุ่น (TMD)
พายุซูเปอร์ไต้ฝุ่นระดับ 5 (SSHWS)
ระยะเวลา 18 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคม
ความรุนแรง 195 กม./ชม. (120 ไมล์/ชม.) (เฉลี่ย 10 นาที)
920 mbar (hPa; 27.17 inHg)

ชื่อของ PAGASA: เบตตี

  • วันที่ 16 กุมภาพันธ์ หย่อมความกดอากาศต่ำก่อตัวขึ้นทางด้านใต้ของหมู่เกาะมาร์แชลล์ โดยตัวหย่อมเริ่มมีการจัดระดับขึ้นขณะเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตก
  • วันที่ 18 กุมภาพันธ์ ในขณะที่หย่อมความกดอากาศต่ำอยู่ทางใต้ของสหพันธรัฐไมโครนีเซีย กรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นได้ปรับให้ระบบเป็นพายุดีเปรสชันเขตร้อน
  • วันที่ 19 กุมภาพันธ์ ศูนย์เตือนไต้ฝุ่นร่วมปรับให้หย่อมความกดอากาศต่ำขึ้นเป็นพายุดีเปรสชันเขตร้อนเช่นกัน
  • วันที่ 20 กุมภาพันธ์ พายุดีเปรสชันเขตร้อนทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน และได้รับชื่อว่า หวู่ติบ (Wutip)
  • วันที่ 21 กุมภาพันธ์ หวู่ติบทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อนกำลังแรง ก่อนที่จะเป็นพายุไต้ฝุ่นในช่วงปลายของวัน
  • วันที่ 23 กุมภาพันธ์ หวู่ติบทวีกำลังแรงขึ้นจนมีกำลังตามมาตราแซฟเฟอร์–ซิมป์สันเป็นพายุซูเปอร์ไต้ฝุ่นระดับ 4 โดยกรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นวัดความเร็วลมสูงสุดใน 10 นาทีได้ 185 กม./ชม. และวัดความกดอากาศต่ำที่สุดได้ 925 hPa ส่วนศูนย์เตือนไต้ฝุ่นร่วมวัดความเร็วลมสูงสุดใน 1 นาทีได้ 250 กม./ชม. ขณะที่ตัวพายุกำลังเคลื่อนตัวอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของกวม โดยนับเป็นพายุไต้ฝุ่นที่มีกำลังแรงที่สุดในเดือนกุมภาพันธ์ นับตั้งแต่พายุไต้ฝุ่นฮีโกส เมื่อปี พ.ศ. 2558[1] จากนั้นไม่นานหวู่ติบได้เข้าสู่วัฏจักรการแทนที่กำแพงตา ทำให้ตัวพายุอ่อนกำลังลงขณะกำลังเคลื่อนตัวเลี้ยวไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ[1]
  • วันที่ 24 กุมภาพันธ์ หวู่ติบเสร็จสิ้นวัฏจักรการแทนที่กำแพงตา และเริ่มกลับมาทวีกำลังแรงขึ้นอีกครั้ง
  • วันที่ 25 กุมภาพันธ์ หวู่ติบทวีกำลังแรงขึ้นจนมีความรุนแรงสูงสุด ด้วยความเร็วลมสูงสุดใน 10 นาทีที่ 195 กม./ชม. และความเร็วลมสูงสุดใน 1 นาทีที่ 260 กม./ชม. (เป็นพายุซูเปอร์ไต้ฝุ่นตามมาตราของศูนย์เตือนไต้ฝุ่นร่วม) และมีความกดอากาศต่ำที่สุดที่ 920 hPa
  • วันที่ 26 กุมภาพันธ์ หวู่ติบได้เคลื่อนตัวเข้าสู่สภาพแวดล้อมที่มีลมเฉือนแนวตั้งกำลังปานกลาง และเริ่มอ่อนกำลังลง พร้อมทั้งเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตก
  • วันที่ 27 กุมภาพันธ์ หวู่ติบอ่อนกำลังลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากได้สูญเสียโครงสร้างการพาความร้อนทั้งหมดไป จากการปะทะกับลมเฉือนที่เพิ่มขึ้นและอุณหภูมิพื้นผิวน้ำทะเลที่ลดลงด้วย
  • วันที่ 28 กุมภาพันธ์ ในขณะที่บางหน่วยงานระบุว่าหวู่ติบได้สลายตัวไปแล้ว แต่ PAGASA ยังคงติดตามพายุอยู่ โดยให้ชื่อกับพายุว่า เบตตี (Betty) โดยหวู่ติบยังคงเคลื่อนตัวต่อไปในทะเลฟิลิปปิน และอ่อนกำลังลงอย่างรวดเร็วเนื่องจากลมเฉือนแนวตั้งที่มีกำลังแรง (40-50 นอต หรือ 75-95 กม./ชม.) และอุณหภูมิพื้นผิวน้ำทะเลที่ลดต่ำลง
  • วันที่ 2 มีนาคม หวู่ติบสลายตัว

การประมาณความเสียหายขั้นต้นในเกาะกวมจากพายุหวู่ติบอยู่ที่ 1.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 41 ล้านบาท)[35]

พายุโซนร้อนเซอปัต[แก้]

พายุโซนร้อน (JMA)
พายุโซนร้อน (TMD)
ระยะเวลา 17 – 28 มิถุนายน
ความรุนแรง 75 กม./ชม. (45 ไมล์/ชม.) (เฉลี่ย 10 นาที)
994 mbar (hPa; 29.35 inHg)

ชื่อของ PAGASA: โดโดง

  • วันที่ 17 มิถุนายน กรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นตรวจพบพายุดีเปรสชันเขตร้อนก่อตัวขึ้นเหนือบริเวณหมู่เกาะแคโรไลน์
  • วันที่ 18 มิถุนายน พายุดีเปรสชันเขตร้อนเคลื่อนตัวเลี้ยวไปทางตะวันออก ก่อนจะเบนตัวเข้าหาพื้นที่เปิดของมหาสมุทรแปซิฟิก
  • วันที่ 21 มิถุนายน พายุดีเปรสชันเขตร้อนเคลื่อนตัวกลับไปทางตะวันตกเฉียงเหนืออย่างช้า ๆ
  • วันที่ 22 มิถุนายน เวลา 07:00 UTC (19:00 น. ตามเวลาท้องถิ่นฟิลิปปินส์) พายุดีเปรสชันเขตร้อนเคลื่อนตัวเข้าสู่พื้นที่รับผิดชอบของ PAGASA ในทะเลฟิลิปปิน แต่ PAGASA ยังไม่ได้จัดให้ระบบเป็นพายุดีเปรสชันเขตร้อน
  • วันที่ 24 มิถุนายน พายุเคลื่อนตัวไปทางตะวันออกเฉียงเหนือและผ่านเข้าใกล้เกาะลูซอน
  • วันที่ 25 มิถุนายน พายุดีเปรสชันเขตร้อนมีกำลังแรงพอที่ PAGASA จะจัดให้ระบบเป็นพายุหมุนเขตร้อน และให้ชื่อ โดโดง (Dodong) กับพายุ โดยพายุดีเปรสชันเขตร้อนเคลื่อนตัวเลี้ยวไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ หลังจากผ่านใกล้เกาะลูซอนไปแล้ว
  • วันที่ 27 มิถุนายน พายุเริ่มเคลื่อนไปประชิดแผ่นดินหลักของประเทศญี่ปุ่นจากทางใต้ ต่อมาได้ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อนและได้รับชื่อว่า เซอปัต (Sepat) โดยพายุเซอปัตเคลื่อนตัวเลี้ยวไปทางตะวันออกตามแนวชายฝั่งภาคใต้ของประเทศญี่ปุ่น
  • วันที่ 28 มิถุนายน พายุเซอปัตเปลี่ยนผ่านเป็นพายุหมุนนอกเขตร้อน และเร่งเคลื่อนตัวไปทางตะวันออก

พายุลูกนี้ไม่ถูกติดตามโดยศูนย์เตือนไต้ฝุ่นร่วม อย่างไรก็ตาม มันถูกจัดให้เป็นพายุกึ่งโซนร้อน ด้วยความเร็วลมต่อเนื่องใน 1 นาที 75 กม./ชม.[36] ในลักษณะที่คล้ายกับกรณีของพายุโซนร้อนมิแทกเมื่อปี 2557

พายุโซนร้อนมูน[แก้]

พายุโซนร้อน (JMA)
พายุโซนร้อน (TMD)
พายุโซนร้อน (SSHWS)
ระยะเวลา 1 – 4 กรกฎาคม
ความรุนแรง 65 กม./ชม. (40 ไมล์/ชม.) (เฉลี่ย 10 นาที)
992 mbar (hPa; 29.29 inHg)
  • วันที่ 1 กรกฎาคม พายุดีเปรสชันเขตร้อนก่อตัวขึ้นในทะเลจีนใต้ใกล้กับหมู่เกาะแพราเซล
  • วันที่ 2 กรกฎาคม พายุดีเปรสชันเขตร้อนทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน และได้รับชื่อว่า มูน (Mun) ต่อมาพายุมูนได้พัดขึ้นฝั่งบนเกาะไหหนัน อย่างไรก็ตาม ศูนย์เตือนไต้ฝุ่นร่วมยังไม่ได้ปรับให้ระบบเป็นพายุโซนร้อน
  • วันที่ 3 กรกฎาคม หลังพายุเคลื่อนตัวผ่านอ่าวตังเกี๋ยใกล้จะไปยังชายฝั่งประเทศเวียดนามแล้ว ศูนย์เตือนไต้ฝุ่นร่วมได้ปรับให้ตัวพายุเป็นพายุโซนร้อน
  • วันที่ 4 กรกฎาคม เวลา 04:30 ถึง 05:00 น. ตามเขตเวลาอินโดจีน พายุมูนได้พัดขึ้นฝั่งที่จังหวัดท้ายบิ่ญในภาคเหนือของประเทศเวียดนาม[37] จากนั้นได้เคลื่อนตัวต่อเข้าไปในแผ่นดินพร้อมทั้งอ่อนกำลังลง ก่อนจะสลายตัวลงไปในช่วงปลายของวัน

สะพานในอำเภอหนึ่งของจังหวัดทัญฮว้าได้รับความเสียหายจากพายุ มีผู้เสียชีวิต 2 คนและได้รับบาดเจ็บ 3 คน นอกจากนี้ยังมีความเสียหายเกิดขึ้นกับเสาไฟฟ้าในจังหวัดเอียนบ๊ายด้วย โดยมีความเสียหายอยู่ที่ 5.6 พันล้านด่ง (240,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 7.4 ล้านบาท)[37] และยังมีความเสียหายที่เกิดขึ้นกับโรงไฟฟ้าด้วย โดยมีการประมาณความเสียหายที่ 2 พันล้านด่ง (86,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 2.6 ล้านบาท)[38]

พายุโซนร้อนดานัส[แก้]

พายุโซนร้อน (JMA)
พายุโซนร้อน (TMD)
พายุโซนร้อน (SSHWS)
ระยะเวลา 14 – 21 กรกฎาคม
ความรุนแรง 85 กม./ชม. (50 ไมล์/ชม.) (เฉลี่ย 10 นาที)
985 mbar (hPa; 29.09 inHg)

ชื่อของ PAGASA: ฟัลโกน

  • วันที่ 12 กรกฎาคม หย่อมความกดอากาศต่ำก่อตัวขึ้นใกล้กับหมู่เกาะมาเรียนา ต่อมาระบบเคลื่อนตัวไปทางด้านตะวันตกอย่างช้า ๆ
  • วันที่ 14 กรกฎาคม หย่อมความกดอากาศต่ำทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุดีเปรสชันเขตร้อนทางตะวันตกเฉียงใต้ของหมู่เกาะมาเรียนา และเคลื่อนตัวเข้าสู่พื้นที่รับผิดชอบของฟิลิปปินส์ ทำให้ PAGASA ให้ชื่อกับระบบว่า ฟัลโกน (Falcon) หลังจากนั้น ระบบมีการจัดระเบียบขึ้นขณะเคลื่อนตัวเข้าใกล้เกาะลูซอน
  • วันที่ 16 กรกฎาคม พายุดีเปรสชันเขตร้อนทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน และได้รับชื่อจากกรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นว่า ดานัส (Danas) หลังจากนั้นไม่นาน ในเวลา 12:00 UTC ศูนย์เตือนไต้ฝุ่นร่วมก็ปรับให้ระบบเป็นพายุโซนร้อนเช่นกัน
  • วันที่ 17 กรกฎาคม เวลา 12:30 น. ตามเวลาท้องถิ่นประเทศฟิลิปปินส์ PAGASA รายงานว่าพายุดานัส (ฟัสโกน) ได้เคลื่อนตัวขึ้นฝั่งที่เทศบาลเมืองกาตตารัน จังหวัดคากายัน และพัดวนอยู่เหนือแผ่นดิน อย่างไรก็ตาม ศูนย์กลางการหมุนเวียนของพายุดานัสยังคงอยู่นอกชายฝั่งของเกาะลูซอน และทั้งกรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นและศูนย์เตือนไต้ฝุ่นร่วมต่างไม่ได้รายงานว่าพายุมีการขึ้นฝั่งแต่อย่างใด ทั้งนี้ลมเฉือนฝ่ายตะวันออกเฉียงเหนือได้พัดให้การหมุนเวียนส่วนมากของดานัสเยื้องไปทางตะวันตกเสียมาก และยังมีหย่อมความกดอากาศต่ำก่อตัวขึ้นทางด้านตะวันออกของเกาะลูซอนด้วย ลักษณะเช่นนี้นำไปสู่การก่อตัวของหย่อมความกดอากาศต่ำอีกหย่อมเหนือด้านตะวันตกของฟิลิปปินส์ ซึ่งหย่อมความกดอากาศนี้ได้พัฒนาขึ้นเป็นเป็นพายุดีเปรสชันเขตร้อน (โกริง) ต่อไป
  • วันที่ 19 กรกฎาคม กรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นรายงานว่าพายุดานัสมีกำลังสูงสุดที่ความเร็วลม 85 กม./ชม. และหลังจากนั้นดานัสจึงเริ่มอ่อนกำลังลง
  • วันที่ 20 กรกฎาคม เวลาประมาณ 13:00 UTC พายุดานัสเคลื่อนตัวขึ้นฝั่งที่จังหวัดช็อลลาเหนือ ประเทศเกาหลีใต้ ก่อนจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันเขตร้อนไม่นานหลังจากนั้น
  • วันที่ 21 กรกฎาคม ที่เวลา 12:45 UTC ดานัสเปลี่ยนผ่านไปเป็นความกดอากาศต่ำนอกเขตร้อนในทะเลญี่ปุ่น และกรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นได้ออกคำเตือนสุดท้ายกับระบบ

ในประเทศฟิลิปปินส์ อุทกภัยที่เกิดจากอิทธิพลของพายุดานัสทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวน 4 คน[39] มีความเสียหายทางการเกษตรเกิดขึ้นในจังหวัดคันลูรังเนโกรสคำนวณได้ 19 ล้านเปโซ (372,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 11 ล้านบาท)[40] ขณะที่ความเสียหายทางการเกษตรในจังหวัดฮีลากังลาเนานั้นสูงถึง 277.8 ล้านเปโซ (5.44 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 162 ล้านบาท)[41] ในประเทศเกาหลีใต้ ดานัสทำให้เกิดสภาพพายุไปทั่วประเทศ อย่างไรก็ตาม ผลกระทบจากตัวพายุนั้นค่อนข้างน้อย ฝนที่ตกอย่างหนักทำให้วัดปริมาณน้ำฝนได้ 329.5 มิลลิเมตร (12.97 นิ้ว) ที่พอร์ตแฮมิลตัน[42] มีชายคนหนึ่งเสียชีวิตจากการถูกคลื่นแรงซัด[43] ผลกระทบในจังหวัดช็อลลาใต้อยู่ที่ 395 ล้านวอน (336,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 9.9 ล้านบาท)[44] ขณะที่ความเสียหายในเกาะเชจูสูงถึง 322 ล้านวอน (274,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 8.1 ล้านบาท)[45] นอกจากนี้ ดานัสยังทำให้เกิดน้ำป่าในคีวชูของญี่ปุ่นด้วย โดยมีผู้เสียชีวิตหนึ่งคนเป็นเด็กผู้ชายอายุสิบเอ็ดปี[46]

พายุโซนร้อนนารี[แก้]

พายุโซนร้อน (JMA)
พายุโซนร้อน (TMD)
พายุโซนร้อน (SSHWS)
ระยะเวลา 24 – 28 กรกฎาคม
ความรุนแรง 65 กม./ชม. (40 ไมล์/ชม.) (เฉลี่ย 10 นาที)
998 mbar (hPa; 29.47 inHg)

พายุโซนร้อนวิภา[แก้]

พายุโซนร้อน (JMA)
พายุโซนร้อน (TMD)
พายุโซนร้อน (SSHWS)
ระยะเวลา 30 กรกฎาคม – 3 สิงหาคม
ความรุนแรง 85 กม./ชม. (50 ไมล์/ชม.) (เฉลี่ย 10 นาที)
985 mbar (hPa; 29.09 inHg)

พายุไต้ฝุ่นซานฟรานซิสโก[แก้]

พายุไต้ฝุ่น (JMA)
พายุไต้ฝุ่น (TMD)
พายุไต้ฝุ่นระดับ 1 (SSHWS)
ระยะเวลา 1 – 7 สิงหาคม
ความรุนแรง 130 กม./ชม. (80 ไมล์/ชม.) (เฉลี่ย 10 นาที)
970 mbar (hPa; 28.64 inHg)

พายุไต้ฝุ่นเลกีมา[แก้]

พายุไต้ฝุ่น (JMA)
พายุไต้ฝุ่น (TMD)
พายุซูเปอร์ไต้ฝุ่นระดับ 4 (SSHWS)
ระยะเวลา 2 – 14 สิงหาคม
ความรุนแรง 195 กม./ชม. (120 ไมล์/ชม.) (เฉลี่ย 10 นาที)
920 mbar (hPa; 27.17 inHg)

ชื่อของ PAGASA: ฮันนา

พายุไต้ฝุ่นกรอซา[แก้]

พายุไต้ฝุ่น (JMA)
พายุไต้ฝุ่น (TMD)
พายุไต้ฝุ่นระดับ 3 (SSHWS)
ระยะเวลา 5 – 16 สิงหาคม
ความรุนแรง 155 กม./ชม. (100 ไมล์/ชม.) (เฉลี่ย 10 นาที)
950 mbar (hPa; 28.05 inHg)

พายุโซนร้อนกำลังแรงไป๋ลู่[แก้]

พายุโซนร้อนกำลังแรง (JMA)
พายุโซนร้อน (TMD)
พายุโซนร้อน (SSHWS)
ระยะเวลา 20 – 26 สิงหาคม
ความรุนแรง 95 กม./ชม. (60 ไมล์/ชม.) (เฉลี่ย 10 นาที)
985 mbar (hPa; 29.09 inHg)

ชื่อของ PAGASA: อีเนง

  • วันที่ 20 สิงหาคม พายุดีเปรสชันเขตร้อนก่อตัวขึ้นทางตะวันตกของหมู่เกาะมาเรียนา
  • วันที่ 21 สิงหาคม กรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นได้ปรับให้ระบบเป็นพายุโซนร้อน และให้ชื่อว่า ไป๋ลู่ (Bailu) และศูนย์เตือนไต้ฝุ่นร่วมได้จัดให้ระบบเป็นพายุดีเปรสชันเขตร้อนและใช้รหัสเรียกขานว่า 12W โดยไป๋ลู่ได้ทวีกำลังแรงขึ้นอย่างค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไปในทะเลฟิลิปปิน
  • วันที่ 24 สิงหาคม เวลา 05:00 UTC (13:00 ตามเวลาท้องถิ่นไต้หวัน) ไป๋ลู่พัดขึ้นฝั่งที่เขตหมานโซ ผิงตง ไต้หวัน[47]

แม้ว่าไป๋ลู่จะไม่ได้พัดขึ้นฝั่งในประเทศฟิลิปปินส์ แต่ก็ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนสองคนในจังหวัดฮีลากังอีโลโคส[48] และสร้างความเสียหายในพื้นที่ 1.1 พันล้านเปโซ (21 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)[49] ในประเทศไต้หวัน ไป๋ลู่ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนหนึ่งคน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนเก้าคน[50] สถาบันความเสียหายได้คำนวณความเสียหายไว้ที่ 2.31 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน (74,000 ดอลลาร์สหรัฐ)[51] ขณะที่ความเสียหายทางการเกษตรสูงถึง 175 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน (5.63 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)[52] ส่วนในประเทศจีน ความเสียหายในมณฑลฝูเจี้ยนสูงถึง 10.49 ล้านหยวน (1.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)[53]

พายุโซนร้อนโพดุล[แก้]

พายุโซนร้อน (JMA)
พายุโซนร้อน (TMD)
พายุโซนร้อน (SSHWS)
ระยะเวลา 25 – 31 สิงหาคม
ความรุนแรง 85 กม./ชม. (50 ไมล์/ชม.) (เฉลี่ย 10 นาที)
992 mbar (hPa; 29.29 inHg)

ชื่อของ PAGASA: เจนนี

  • วันที่ 25 สิงหาคม กรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นเริ่มติดตามพายุดีเปรสชันเขตร้อนที่อยู่บริเวณใกล้กับอะทอลล์อีฟาลิกในมหาสมุทรแปซิฟิก
  • วันที่ 26 สิงหาคม PAGASA ให้ชื่อกับพายุดีเปรสชันเขตร้อนว่า เจนนี (Jenny) ส่วนศูนย์เตือนไต้ฝุ่นร่วมได้ให้รหัสเรียกพายุนี้ว่า 13W
  • วันที่ 27 สิงหาคม ระบบได้ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อนและได้รับชื่อว่า โพดุล (Podul) ต่อมาโพดุลได้พัดขึ้นฝั่งครั้งแรกที่เทศบาลคาซิกูรัน จังหวัดเอาโรรา ประเทศฟิลิปปินส์ ในเวลา 10:40 น. ตามเวลาในประเทศฟิลิปปินส์ (14:40 UTC)[54] จากนั้นโพดุลได้เคลื่อนตัวลงสู่ทะเลจีนใต้ และมุ่งหน้าสู่ประเทศเวียดนามต่อไป
  • วันที่ 29 สิงหาคม โพดุลพัดขึ้นฝั่งอีกครั้งที่เมืองด่งเฮ้ย จังหวัดกว๋างบิ่ญ ประเทศเวียดนาม ในเวลา 05:00 UTC (เวลา 00:30 น. ตามเขตเวลาอินโดจีน) โดยโพดุลยังคงเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกอย่างต่อเนื่อง[55]
  • วันที่ 30 สิงหาคม โพดุลเคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศไทยบริเวณอำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม ในเวลา 05:30 น. ตามเวลาในประเทศไทย ด้วยความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางที่ 65 กม./ชม. [56] นับเป็นพายุหมุนเขตร้อนลูกที่สองของฤดูกาลนี้ที่พัดเข้าสู่ประเทศไทยด้วยความรุนแรงระดับพายุโซนร้อน โดยต่อมาพายุโพดุลได้เคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกอย่างต่อเนื่องและอ่อนกำลังลงตามลำดับ โดยอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันเขตร้อนบริเวณจังหวัดนครพนม[57] และอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณจังหวัดเลยตามลำดับ[58]

ในประเทศฟิลิปปินส์ จังหวัดซีลางังเนโกรส มีชายถูกน้ำพัดไปเนื่องจากคลื่นที่โหมแรง โดยเขาถูกพบเสียชีวิตในเวลาต่อมา[59] และมีผู้เสียชีวิตจากทอร์นาโดพัดเข้าในเขตต่านโจว มณฑลไหหลำ อย่างน้อย 8 คน[60]

พายุไต้ฝุ่นฟ้าใส[แก้]

พายุไต้ฝุ่น (JMA)
พายุไต้ฝุ่น (TMD)
พายุไต้ฝุ่นระดับ 4 (SSHWS)
ระยะเวลา 30 สิงหาคม – 10 กันยายน
ความรุนแรง 155 กม./ชม. (100 ไมล์/ชม.) (เฉลี่ย 10 นาที)
955 mbar (hPa; 28.2 inHg)
  • วันที่ 29 สิงหาคม เวลา 18:00 UTC พายุดีเปรสชันเขตร้อนก่อตัวขึ้นทางตะวันออกของเส้นแบ่งเขตวันสากล โดยมีทิศทางการเคลื่อนตัวไปทางตะวันตกข้ามมหาสมุทรแปซิฟิก

พายุโซนร้อนคาจิกิ[แก้]

พายุโซนร้อน (JMA)
พายุโซนร้อน (TMD)
พายุดีเปรสชันเขตร้อน (SSHWS)
ระยะเวลา 30 สิงหาคม – 7 กันยายน
ความรุนแรง 65 กม./ชม. (40 ไมล์/ชม.) (เฉลี่ย 10 นาที)
996 mbar (hPa; 29.41 inHg)

ชื่อของ PAGASA: กาบายัน

  • วันที่ 30 สิงหาคม พายุดีเปรสชันเขตร้อนก่อตัวขึ้นทางทิศตะวันออกของเกาะลูซอน จากนั้นตัวระบบอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำเป็นเวลาสั้น ๆ และอีกหกชั่วโมงต่อมาจึงได้ทวีกำลังกลับขึ้นเป็นพายุดีเปรสชันเขตร้อนอีกครั้ง
  • วันที่ 31 สิงหาคม ระบบเคลื่อนตัวผ่านหมู่เกาะบาตาเนส โดย PAGASA ได้ปรับให้ระบบเป็นพายุดีเปรสชันเขตร้อน และให้ชื่อกับระบบว่า กาบายัน (Kabayan)[61] ต่อมาศูนย์เตือนไต้ฝุ่นร่วมได้ออกการแจ้งเตือนการก่อตัวของพายุหมุนเขตร้อนกับระบบ[62] ต่อมากาบายันได้เคลื่อนตัวออกจากพื้นที่รับผิดชอบของฟิลิปปินส์ (PAR) และ PAGASA ได้ออกการเตือนฉบับสุดท้ายกับระบบ[63]

พายุไต้ฝุ่นเหล่งเหลง[แก้]

พายุไต้ฝุ่น (JMA)
พายุไต้ฝุ่น (TMD)
พายุไต้ฝุ่นระดับ 4 (SSHWS)
ระยะเวลา 31 สิงหาคม – 7 กันยายน
ความรุนแรง <165 กม./ชม. (105 ไมล์/ชม.) (เฉลี่ย 10 นาที)
940 mbar (hPa; 27.76 inHg)

พายุโซนร้อนเผ่ย์ผ่า[แก้]

พายุโซนร้อน (JMA)
พายุโซนร้อน (TMD)
พายุโซนร้อน (SSHWS)
ระยะเวลา 13 – 16 กันยายน
ความรุนแรง 65 กม./ชม. (40 ไมล์/ชม.) (เฉลี่ย 10 นาที)
1000 mbar (hPa; 29.53 inHg)

พายุไต้ฝุ่นตาปะฮ์[แก้]

พายุไต้ฝุ่น (JMA)
พายุไต้ฝุ่น (TMD)
พายุโซนร้อน (SSHWS)
ระยะเวลา 17 – 22 กันยายน
ความรุนแรง 120 กม./ชม. (75 ไมล์/ชม.) (เฉลี่ย 10 นาที)
970 mbar (hPa; 28.64 inHg)

พายุไต้ฝุ่นมิแทก[แก้]

พายุไต้ฝุ่น (JMA)
พายุไต้ฝุ่น (TMD)
พายุไต้ฝุ่นระดับ 3 (SSHWS)
ระยะเวลา 25 กันยายน – 3 ตุลาคม
ความรุนแรง 155 กม./ชม. (100 ไมล์/ชม.) (เฉลี่ย 10 นาที)
965 mbar (hPa; 28.5 inHg)

ชื่อของ PAGASA: โอนโยก

พายุไต้ฝุ่นฮากีบิส[แก้]

พายุไต้ฝุ่น (JMA)
พายุไต้ฝุ่น (TMD)
พายุซูเปอร์ไต้ฝุ่นระดับ 5 (SSHWS)
ระยะเวลา 4 – 13 ตุลาคม
ความรุนแรง 195 กม./ชม. (120 ไมล์/ชม.) (เฉลี่ย 10 นาที)
915 mbar (hPa; 27.02 inHg)
  • วันที่ 2 ตุลาคม ศูนย์เตือนไต้ฝุ่นร่วม (JTWC) เริ่มติดตามหย่อมความกดอากาศต่ำที่ตั้งอยู่บริเวณด้านเหนือของหมู่เกาะมาเรียนา
  • วันที่ 3 ตุลาคม JTWC ได้ออกคำแนะนำซึ่งมีการปรับสถานะตัวหย่อมเป็น "มีโอกาสสูงของการพัฒนาขึ้นเป็นพายุหมุนเขตร้อนภายใน 24 ชั่วโมง" นอกจากนี้ยังระบุด้วยว่า ตัวหย่อมนั้นมีโอกาสสูงที่จะเกิดการพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว
  • วันที่ 4 ตุลาคม JTWC ออกการแจ้งเตือนการก่อตัวของพายุหมุนเขตร้อนกับระบบ และกรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น (JMA) ได้ออกคำแนะนำสำหรับพายุดีเปรสชันเขตร้อน 20W ซึ่งเป็นพายุดีเปรสชันเขตร้อนลำดับที่ 38 ของฤดูพายุไต้ฝุ่นแปซิฟิก พ.ศ. 2562 นี้
  • วันที่ 5 ตุลาคม พายุดีเปรสชันเขตร้อนทวีกำลังแรงขึ้นอย่างรวดเร็วเป็นพายุโซนร้อน และได้รับชื่อจาก JMA ว่า ฮากีบิส (Hagibis) เนื่องจากอุณหภูมิพื้นผิวน้ำทะเลและปริมาณลมเฉือนในระดับที่ต่ำ ทำให้ตัวพายุนั้นทวีกำลังแรงขึ้นได้ต่อเนื่อง
  • วันที่ 6 ตุลาคม พายุฮากีบิสทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อนกำลังแรง
  • วันที่ 7 ตุลาคม ขณะที่พายุฮากีบิสกำลังเคลื่อนตัวไปทางตะวันตกอยู่นั้น พายุฮากีบิสได้ทวีกำลังแรงขึ้นอย่างระเบิด (explosively) เป็นพายุซูเปอร์ไต้ฝุ่นภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง และมีการพัฒนาตาขนาดรูเข็มขึ้น ขณะที่ตัวพายุได้ประชิดกับพื้นที่ไม่มีคนอยู่อาศัยของหมู่เกาะมาเรียนา กิจกรรมการพาความร้อนที่รุนแรงอันเป็นผลมาจากปัจจัยสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยอย่างสุดขั้วนั้น ทำให้ตัวพายุมีกำลังอย่างรุนแรงที่ระดับพายุซูเปอร์ไต้ฝุ่นเทียบเท่าพายุระดับ 5 ตามมาตราลมเฮอริเคนแซฟเฟอร์–ซิมป์สัน โดยมีความเร็วลมสูงสุดต่อเนื่องใน 1 นาทีที่ 260 กม./ชม. ขณะที่บริการลมฟ้าอากาศแห่งชาติสหรัฐ ได้เริ่มออกคำแนะนำกับพื้นที่ที่หน่วยงานรับผิดชอบ โดยมีการเตือนพายุไต้ฝุ่นในการาปันและติเนียน และเตือนพายุโซนร้อนในซินาปาโลและฮากัตญา[64] พายุฮากีบิสเคลื่อนตัวผ่านหมู่เกาะมาเรียนาในเวลา 15:30 UTC ด้วยความรุนแรงสูงสุด ความเร็วลมต่อเนื่องใน 10 นาทีที่ 195 กม./ชม. และความกดอากาศที่ศูนย์กลาง 915 hPa
  • วันที่ 8 ตุลาคม หลังจากที่ตัวพายุเคลื่อนผ่านหมู่เกาะมาเรียนาไปแล้ว ฮากีบิสเริ่มเข้าสู่วัฏจักรการแทนที่กำแพงตา ซึ่งเป็นสาเหตุให้การทวีกำลังแรงขึ้นอย่างรวดเร็วนั้นสิ้นสุดลง และเมื่อกำแพงตาหลักเริ่มกร่อนลง[65] JTWC จึงได้ปรับลดความรุนแรงของระบบพายุลงเล็กน้อยเป็น พายุระดับ 4 ขั้นสูงสุด ในเวลา 00:00 UTC อีกหลายชั่วโมงต่อมา พายุฮากีบิสได้กลับทวีกำลังแรงขึ้นอีกครั้งเป็นพายุระดับ 5 เมื่อวัฏจักรการแทนที่กำแพงตานั้นสิ้นสุดลง
  • วันที่ 10 ตุลาคม หลังจากที่ตัวพายุรักษาความรุนแรงอย่างค่อนข้างคงที่มาหลายวัน ฮากีบิสเริ่มอ่อนกำลังลงในเวลา 12:00 UTC ต่อมาในเวลา 13:30 UTC เริ่มมีการคาดการณ์ถึงผลกระทบกับส่วนของประเทศญี่ปุ่น เช่น ผู้จัดงานรักบี้ชิงแชมป์โลก 2019 ได้ตัดสินใจยกเลิกการแข่งขันอย่างน้อยสองแมตช์ซึ่งเดิมกำหนดไว้ว่าจะแข่งขันในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์[66] นอกจากนี้ยังมีกลุ่มบริษัทรถไฟญี่ปุ่น, เจแปนแอร์ไลน์ และออล นิปปอน แอร์เวย์ที่ออกประกาศยุติการให้บริการทั้งหมด[67]
  • วันที่ 11 ตุลาคม ฟอร์มูลาวันประกาศยกเลิกรายการการแข่งขันทั้งหมดที่วางไว้ในวันเสาร์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเจแปนนิสกรังด์ปรีซ์ 2019 ซึ่งประกอบด้วย การฝึกซ้อมครั้งที่สามและการคัดเลือก โดยมีกำหนดจัดใหม่ในช่วงเช้าวันอาทิตย์ ไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่การแข่งขันจะเริ่มขึ้น[68] ส่วนเอฟโฟร์เจแปนนิสแชมเปียนชิป ซึ่งได้ประกาศไปก่อนหน้าแล้วว่าจะยกเลิกการแข่งขันรอบสองที่จังหวัดชิซูโอกะ ซึ่งแต่เดิมถูกกำหนดไว้เป็นกิจกรรมสนับสนุนเจแปนนิสกรังด์ปรีซ์[69]
  • วันที่ 12 ตุลาคม พายุไต้ฝุ่นฮากีบิสเคลื่อนตัวประชิดกับชายฝั่งภาคใต้ของประเทศญี่ปุ่น โดยกรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นได้ประกาศการเตือนภัยลมฟ้าอากาศฉุกเฉิน สำหรับฝนตกหนักซึ่งมีศักยภาพที่จะก่อให้เกิดอุทกภัยและแผ่นดินถล่มได้ในหลายภูมิภาค ในจังหวัดชิซูโอกะ, จังหวัดยามานาชิ, จังหวัดนางาโนะ, จังหวัดคานางาวะ, จังหวัดไซตามะ, จังหวัดกุมมะ และโตเกียว[70] การออกการเตือนภัยลมฟ้าอากาศฉุกเฉินนั้นระบุว่า "มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดภัยพิบัติอย่างสูง" และ "เป็นปรากฏการณ์ไม่ปกติในระดับที่ชาวท้องถิ่นไม่เคยประสบมาก่อนอาจเกิดชึ้น"[71] และภายหลังยังมีการออกคำเตือนเพิ่มในไม่กี่ชั่วโมงต่อมาในจังหวัดนีงาตะ, จังหวัดโทจิงิ, จังหวัดอิบารากิ, จังหวัดฟูกูชิมะ, จังหวัดอิวาเตะ และจังหวัดมิยางิ[72] ต่อมาพายุไต้ฝุ่นฮากีบิสได้การพัดขึ้นฝั่งที่คาบสมุทรอิซุในด้านตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะฮนชู ในเวลา 09:00 UTC โดยมีความเร็วลมต่อเนื่องใน 10 นาทีที่ 150 กม./ชม. และความเร็วลมต่อเนื่องใน 1 นาทีที่ 155 กม./ชม. เทียบเท่ากับพายุเฮอริเคนระดับ 2[73][74]รายงานจำนวนผู้เสียชีวิตรวม 49 ราย[75]

พายุดีเปรสชันเขตร้อน[แก้]

รายการพายุหมุนเขตร้อนที่มีความรุนแรงสูงสุดเป็นเพียงพายุดีเปรสชัน โดยอาจเป็นพายุที่มีรหัสเรียกตามหลังด้วยตัวอักษร W โดยศูนย์เตือนไต้ฝุ่นร่วม หรืออาจได้รับชื่อท้องถิ่นจากสำนักงานบริหารบรรยากาศ ธรณีฟิสิกส์ และดาราศาสตร์แห่งฟิลิปปินส์ (PAGASA) แต่ไม่ถูกตั้งชื่อตามเกณฑ์ของกรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น (JMA) ซึ่งหน่วยงานดังกล่าวระบุเพียงแต่คำว่า TD (Tropical Depression) หรือพายุดีเปรสชันเท่านั้น

พายุดีเปรสชันเขตร้อน 01W[แก้]

พายุดีเปรสชันเขตร้อน (JMA)
พายุดีเปรสชัน (TMD)
พายุดีเปรสชันเขตร้อน (SSHWS)
ระยะเวลา 4 – 22 มกราคม
ความรุนแรง 55 กม./ชม. (35 ไมล์/ชม.) (เฉลี่ย 10 นาที)
1004 mbar (hPa; 29.65 inHg)

ชื่อของ PAGASA: อามัง

วันที่ 4 มกราคม ศูนย์เตือนไต้ฝุ่นร่วมได้ปรับให้พื้นที่การแปรปรวนของลมในเขตร้อน ที่อยู่ทางตอนเหนือของไบรีกีเป็นพายุดีเปรสชันเขตร้อน และให้รหัสว่า 01W และคาดว่าจะมีการทวีกำลังแรงขึ้นได้บ้าง[76] แต่พายุดีเปรสชันเขตร้อนนั้นล้มเหลวในการก่อตัว ทำให้ศูนย์เตือนไต้ฝุ่นร่วมปรับมันลงเป็นการแปรปรวนของลมในเขตร้อนดังเดิมในวันที่ 6 มกราคม[77] ระบบยังคงเคลื่อนตัวไปทางตะวันตกอย่างต่อเนื่องโดยไม่มีการพัฒนาขึ้น เป็นเวลาถึงสองสัปดาห์ กระทั่งวันที่ 19 มกราคม กรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นได้ปรับให้หย่อมความกดอากาศต่ำดังกล่าวเป็นพายุดีเปรสชันเขตร้อน ขณะที่ระบบอยู่ห่างจากปาเลาไปทางตะวันตกประมาณ 200 กม.[78]

พายุดีเปรสชันเป็นตัวกระตุ้นโดยตรงให้เกิดดินถล่มและน้ำป่าไหลหลากในจังหวัดซีลางังดาเบาและจังหวัดฮีลากังอากูซัน ประเทศฟิลิปปินส์ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 9 คน สูญหายอีก 1 คน[79][80] และสร้างความเสียหายทางการเกษตรขึ้น 216.49 ล้านเปโซฟิลิปปินส์ (4.11 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 130 ล้านบาท)[81]

พายุดีเปรสชันเขตร้อน 03W[แก้]

พายุดีเปรสชันเขตร้อน (JMA)
พายุดีเปรสชัน (TMD)
พายุดีเปรสชันเขตร้อน (SSHWS)
ระยะเวลา 14 – 19 มีนาคม
ความรุนแรง <55 กม./ชม. (35 ไมล์/ชม.) (เฉลี่ย 10 นาที)
1006 mbar (hPa; 29.71 inHg)

ชื่อของ PAGASA: เชเดง

  • วันที่ 14 มีนาคม พายุดีเปรสชันเขตร้อน 03W ก่อตัวขึ้นเหนือสหพันธรัฐไมโครนีเซีย ต่อมาระบบเคลื่อนตัวต่อไปทางตะวันตกพร้อมกับการจัดระเบียบขึ้น
  • วันที่ 17 มีนาคม พายุดีเปรสชันเขตร้อนเคลื่อนตัวเข้าสู่พื้นที่รับผิดชอบของ PAGASA ในทะเลฟิลิปปิน ทางสำนักงานฯ จึงให้ชื่อกับพายุว่า เชเดง (Chedeng) เพียงไม่นานก่อนที่พายุจะพัดขึ้นฝั่งในปาเลา
  • วันที่ 19 มีนาคม เวลา 05.30 น. ตามเวลาท้องถิ่นฟิลิปปินส์ เชเดงพัดขึ้นฝั่งในเทศบาลมาลีตา จังหวัดคันลูรังดาเบา[82] เชเดงอ่อนกำลังลงอย่างรวดเร็วหลังจากพัดประเทศฟิลิปปินส์ และอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำในที่สุด
  • วันที่ 20 มีนาคม เศษที่หลงเหลือของเชเดงยังคงอ่อนกำลังลงอย่างต่อเนื่องและเคลื่อนตัวต่อไปทางตะวันตก และไปสลายตัวลงทางตอนใต้ของทะเลซูลู

ความเสียหายด้านโครงสร้างพื้นฐานในเขตดาเบาอยู่ที่ประมาณ 1.2 ล้านเปโซฟิลิปปินส์ (23,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 7.2 แสนบาท)[83]

พายุดีเปรสชันเขตร้อน[แก้]

พายุดีเปรสชันเขตร้อน (JMA)
พายุดีเปรสชัน (TMD)
Counterclockwise vortex
ระยะเวลา 7 – 11 พฤษภาคม
ความรุนแรง <55 กม./ชม. (35 ไมล์/ชม.) (เฉลี่ย 10 นาที)
1004 mbar (hPa; 29.65 inHg)
  • วันที่ 2 พฤษภาคม หย่อมความกดอากาศต่ำเขตร้อนก่อตัวขึ้นเหนือเกาะแยป
  • วันที่ 7 พฤษภาคม กรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นปรับให้หย่อมความกดอากาศต่ำเป็นพายุดีเปรสชันเขตร้อน
  • วันที่ 8 พฤษภาคม กรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นปรับให้พายุดีเปรสชันเขตร้อนลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำ และออกคำแนะนำสุดท้ายกับระบบ
  • วันที่ 10 พฤษภาคม ระบบกลับมาเป็นพายุดีเปรสชันเขตร้อนอีกครั้งขณะที่อยู่ทางตะวันออกของเกาะมินดาเนา
  • วันที่ 11 พฤษภาคม พายุดีเปรสชันเขตร้อนเริ่มอ่อนกำลังลงอีกครั้ง หลังจากเผชิญหน้ากับสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวยขณะเคลื่อนตัวไปทางตะวันตก ต่อมา JMA จึงปรับให้ระบบลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำอีกครั้ง

พายุดีเปรสชันเขตร้อน[แก้]

พายุดีเปรสชันเขตร้อน (JMA)
พายุดีเปรสชัน (TMD)
Counterclockwise vortex
ระยะเวลา 7 – 15 พฤษภาคม
ความรุนแรง <55 กม./ชม. (35 ไมล์/ชม.) (เฉลี่ย 10 นาที)
1004 mbar (hPa; 29.65 inHg)
  • วันที่ 7 พฤษภาคม พายุดีเปรสชันเขตร้อนก่อตัวขึ้นทางตะวันตกเฉียงใต้ของสหพันธรัฐไมโครนีเซีย
  • วันที่ 8 พฤษภาคม ระบบเคลื่อนตัวไปทางตะวันตก
  • วันที่ 9 พฤษภาคม พายุดีเปรสชันเขตร้อนเริ่มอ่อนกำลังลงบ้าง

พายุดีเปรสชันเขตร้อน[แก้]

พายุดีเปรสชันเขตร้อน (JMA)
Counterclockwise vortex
ระยะเวลา 10 – 11 พฤษภาคม
ความรุนแรง <55 กม./ชม. (35 ไมล์/ชม.) (เฉลี่ย 10 นาที)
1008 mbar (hPa; 29.77 inHg)

พายุดีเปรสชันเขตร้อน[แก้]

พายุดีเปรสชันเขตร้อน (JMA)
Counterclockwise vortex
ระยะเวลา 26 มิถุนายน
ความรุนแรง <55 กม./ชม. (35 ไมล์/ชม.) (เฉลี่ย 10 นาที)
1000 mbar (hPa; 29.53 inHg)

วันที่ 26 มิถุนายน กรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นตรวจพบพายุดีเปรสชันเขตร้อนก่อตัวขึ้นบริเวณทะเลจีนตะวันออก ใกล้กับเกาะรีวกีว ระบบมีการจัดระเบียบอย่างช้า ๆ ขณะเคลื่อนตัสไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ อย่างไรก็ตาม ระบบพายุเผชิญเข้ากับสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวยในวันดังกล่าว และอ่อนกำลังลงเป็นความกดอากาศต่ำที่หลงเหลือในเวลา 18:00 UTC ในวันเดียวกัน ขณะที่อยู่ใกล้กับคาบสมุทรเกาหลี

พายุดีเปรสชันเขตร้อน 04W[แก้]

พายุดีเปรสชันเขตร้อน (JMA)
พายุดีเปรสชัน (TMD)
พายุโซนร้อน (SSHWS)
ระยะเวลา 27 มิถุนายน – 2 กรกฎาคม
ความรุนแรง 55 กม./ชม. (35 ไมล์/ชม.) (เฉลี่ย 10 นาที)
1002 mbar (hPa; 29.59 inHg)

ชื่อของ PAGASA: เอไก

  • วันที่ 27 มิถุนายน พายุดีเปรสชันเขตร้อนก่อตัวขึ้นทางตะวันตกเฉียงใต้ของหมู่เกาะมาเรียนา ต่อมาในเวลา 09:00 UTC หรือ 21:00 น. ตามเวลาในประเทศฟิลิปปินส์ พายุได้เคลื่อนตัวเข้าไปในพื้นที่รับผิดชอบของฟิลิปปินส์ในทะเลฟิลิปปิน แต่ PAGASA ยังไม่ได้จัดให้ระบบเป็นพายุหมุนเขตร้อนในขณะนั้น
  • วันที่ 28 มิถุนายน ศูนย์เตือนไต้ฝุ่นร่วมได้ออกคำแนะนำแรกกับระบบ และให้รหัสเรียกว่า 04W
  • วันที่ 29 มิถุนายน PAGASA จัดให้ระบบเป็นพายุดีเปรสชันเขตร้อน และให้ชื่อว่า เอไก (Egay) ซึ่งต่อมาศูนย์เตือนไต้ฝุ่นร่วมก็จัดให้พายุนี้เป็นพายุโซนร้อนด้วย
  • วันที่ 30 มิถุนายน พายุดีเปรสชันเขตร้อนเผชิญกับลมเฉือนที่พัดแรงในทะเลฟิลิปปิน และเริ่มอ่อนกำลังลงอย่างรวดเร็วหลังจากนั้น
  • วันที่ 1 กรกฎาคม พายุดีเปรสชันเขตร้อนสลายตัวไปทางตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะลูซอน โดยทั้งสามหน่วยงานต่างออกคำเตือนสุดท้ายให้แก่ระบบ

พายุดีเปรสชันเขตร้อน[แก้]

พายุดีเปรสชันเขตร้อน (JMA)
ระยะเวลา 17 – 19 กรกฎาคม
ความรุนแรง 55 กม./ชม. (35 ไมล์/ชม.) (เฉลี่ย 10 นาที)
996 mbar (hPa; 29.41 inHg)

ชื่อของ PAGASA: โกริง

พายุดีเปรสชันเขตร้อน[แก้]

พายุดีเปรสชันเขตร้อน (JMA)
Counterclockwise vortex
ระยะเวลา 6 – 8 สิงหาคม
ความรุนแรง 55 กม./ชม. (35 ไมล์/ชม.) (เฉลี่ย 10 นาที)
996 mbar (hPa; 29.41 inHg)

พายุดีเปรสชันเขตร้อน[แก้]

พายุดีเปรสชันเขตร้อน (JMA)
Counterclockwise vortex
ระยะเวลา 17 – 18 สิงหาคม
ความรุนแรง <55 กม./ชม. (35 ไมล์/ชม.) (เฉลี่ย 10 นาที)
1006 mbar (hPa; 29.71 inHg)

พายุดีเปรสชันเขตร้อน[แก้]

พายุดีเปรสชันเขตร้อน (JMA)
Counterclockwise vortex
ระยะเวลา 1 – 3 กันยายน
ความรุนแรง 55 กม./ชม. (35 ไมล์/ชม.) (เฉลี่ย 10 นาที)
1000 mbar (hPa; 29.53 inHg)

พายุดีเปรสชันเขตร้อน[แก้]

พายุดีเปรสชันเขตร้อน (JMA)
Counterclockwise vortex
ระยะเวลา 4 – 5 กันยายน
ความรุนแรง <55 กม./ชม. (35 ไมล์/ชม.) (เฉลี่ย 10 นาที)
1006 mbar (hPa; 29.71 inHg)

พายุดีเปรสชันเขตร้อน[แก้]

พายุดีเปรสชันเขตร้อน (JMA)
พายุดีเปรสชันกึ่งเขตร้อน (SSHWS)
Counterclockwise vortex
ระยะเวลา 7 กันยายน – ปัจจุบัน
ความรุนแรง <55 กม./ชม. (35 ไมล์/ชม.) (เฉลี่ย 10 นาที)
1000 mbar (hPa; 29.53 inHg)

พายุดีเปรสชันเขตร้อน[แก้]

พายุดีเปรสชันเขตร้อน (JMA)
พายุดีเปรสชัน (TMD)
พายุดีเปรสชันในร่องมรสุม
ระยะเวลา 10 – 13 กันยายน
ความรุนแรง 55 กม./ชม. (35 ไมล์/ชม.) (เฉลี่ย 10 นาที)
996 mbar (hPa; 29.41 inHg)

ชื่อของ PAGASA: แมริลิน

พายุดีเปรสชันเขตร้อน[แก้]

พายุดีเปรสชันเขตร้อน (JMA)
Counterclockwise vortex
ระยะเวลา 15 กันยายน
ความรุนแรง 55 กม./ชม. (35 ไมล์/ชม.) (เฉลี่ย 10 นาที)
1000 mbar (hPa; 29.53 inHg)

รายชื่อพายุ[แก้]

ภายในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกเฉียงเหนือ ทั้งกรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น (JMA) และสำนักงานบริหารบรรยากาศ ธรณีฟิสิกส์ และดาราศาสตร์แห่งฟิลิปปินส์ (PAGASA) ต่างทำหน้าที่กำหนดชื่อของพายุหมุนเขตร้อนซึ่งก่อตัวภายในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก ซึ่งเป็นผลให้พายุหมุนเขตร้อนอาจมีสองชื่อ[84] RSMC โตเกียวโดยกรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น — ศูนย์ไต้ฝุ่นจะกำหนดชื่อสากลให้กับพายุหมุนเขตร้อนในนามของคณะกรรมการไต้ฝุ่นขององค์การอุตุนิยมวิทยาโลก ซึ่งพวกเขาจะประมาณความเร็วลมเฉลี่ยภายใน 10 นาทีของพายุหมุนเขตร้อน หากมีความเร็วลมถึง 65 กม./ชม. (40 mph) พายุหมุนเขตร้อนดังกล่าวจะได้รับชื่อ[85] ส่วน PAGASA จะกำหนดชื่อให้กับพายุหมุนเขตร้อน ซึ่งเคลื่อนตัวเข้าหรือก่อตัวขึ้นเป็นพายุดีเปรสชันเขตร้อนภายในพื้นที่รับผิดชอบของฟิลิปปินส์ มีขอบเขตอยู่ระหว่างเส้นเมริเดียนที่ 135°ดะวันออก ถึง 115°ตะวันออก และระหว่างเส้นขนานที่ 5°เหนือ ถึง 25°เหนือ แม้ว่าพายุหมุนเขตร้อนลูกนั้นจะได้รับชื่อสากลแล้วก็ตาม[84] โดยชื่อของพายุหมุนเขตร้อนที่มีนัยสำคัญจะถูกถอนโดยทั้ง PAGASA และ คณะกรรมการไต้ฝุ่น[85] ในระหว่างฤดูกาล หากรายชื่อของภูมิภาคฟิลิปปินส์ที่เตรียมไว้ถูกใช้จนหมด PAGASA จะใช้ชื่อจากรายชื่อเพิ่มเติม ซึ่งถูกกำหนดขึ้นไว้ในแต่ละฤดูกาลมาใช้กับพายุหมุนเขตร้อนแทนชื่อที่หมดไป

ชื่อสากล[แก้]

กรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น (JMA) จะเป็นหน่วยงานที่กำหนดชื่อให้กับพายุหมุนเขตร้อน เมื่อระบบได้รับการประมาณว่า มีความเร็วลมเฉลี่ยภายใน 10 นาที ที่ 65 กม./ชม. (40 mph)[86] โดย JMA จะคัดเลือกชื่อจากรายการ 140 ชื่อ ซึ่งได้รับการปรับปรุงโดย 14 ประเทศสมาชิกและดินแดนของคณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก (ESCAP)/WMO คณะกรรมการไต้ฝุ่น[87] โดยรายชื่อด้านล่างจะเป็นรายชื่อ พร้อมเลขรหัสพายุถ้ามันถูกใช้ โดยชื่อที่ยังไม่ถูกใช้จะถูกทำเป็น อักษรสีเทา

ชุดที่ 2
  • ปาบึก (1901)
  • หวู่ติบ (1902)
  • เซอปัต (1903)
  • มูน (1904)
  • ดานัส (1905)
  • นารี (1906)
  • วิภา (1907)
  • ฟรานซิสโก (1908)
  • เลกีมา (1909)
  • กรอซา (1910)
  • ไป๋ลู่ (1911)
  • โพดุล (1912)
  • เหล่งเหลง (1913)
  • คาจิกิ (1914)
  • ฟ้าใส (1915)
  • เผ่ย์ผ่า (1916)
  • ตาปะฮ์ (1917)
  • มิแทก (1918)
  • ฮากีบิส (1919)
  • นอกูรี (ยังไม่ใช้)
  • บัวลอย (ยังไม่ใช้)
  • แมตโม (ยังไม่ใช้)
  • หะลอง (ยังไม่ใช้)

ชุดที่ 3

  • นากรี (ยังไม่ใช้)
  • เฟิงเฉิน (ยังไม่ใช้)
  • คัลแมกี (ยังไม่ใช้)
  • ฟงวอง (ยังไม่ใช้)
  • คัมมูริ (ยังไม่ใช้)

ฟิลิปปินส์[แก้]

สำนักงานบริหารบรรยากาศ ธรณีฟิสิกส์ และดาราศาสตร์แห่งฟิลิปปินส์ (PAGASA) จะใช้ชื่อของตัวเองหากมีพายุใดก่อตัวหรือเคลื่อนผ่านพื้นที่รับผิดชอบของตน[88] โดยชื่อที่ใช้ถูกนำมาจากรายชื่อ เป็นรายชื่อเดียวกับที่ถูกใช้ไปในฤดูกาล ค.ศ. 2015 (พ.ศ. 2558) และมีกำหนดจะถูกนำมาใช้อีกครั้งในฤดูกาล ค.ศ. 2023 (พ.ศ. 2566) ด้วย[88] ซึ่งรายชื่อทั้งหมดเหมือนเดิมกับครั้งก่อน เว้น ลีไวไว (Liwayway) และนิมฟา (Nimfa) ที่ถูกนำมาแทน ลันโด (Lando) และโนนา (Nona) ที่ถูกถอนไป[88] โดยชื่อที่ไม่ยังถูกใช้จะทำเป็น อักษรสีเทา

  • อามัง (Amang)
  • เบตตี (Betty) (1902)
  • เชเดง (Chedeng)
  • โดโดง (Dodong) (1903)
  • เอไก (Egay)
  • ฟัลโกน (Falcon) (1905)
  • โกริง (Goring)
  • ฮันนา (Hanna) (1909)
  • อีเนง (Ineng) (1911)
  • เจนนี (Jenny) (1912)
  • กาบายัน (Kabayan)
  • ลีไวไว (Liwayway) (1913)
  • แมริลิน (Marilyn)
  • นิมฟา (Nimfa) (1917)
  • โอนโยก (Onyok) (1918)
  • เปร์ลา (Perla) (ยังไม่ใช้)
  • กีเยล (Quiel) (ยังไม่ใช้)
  • ราโมน (Ramon) (ยังไม่ใช้)
  • ซาราห์ (Sarah) (ยังไม่ใช้)
  • ตีโซย (Tisoy) (ยังไม่ใช้)
  • อูร์ซูลา (Ursula) (ยังไม่ใช้)
  • บีริง (Viring) (ยังไม่ใช้)
  • เวง (Weng) (ยังไม่ใช้)
  • โยโยย (Yoyoy) (ยังไม่ใช้)
  • ซิกซัก (Zigzag) (ยังไม่ใช้)

รายชื่อเพิ่มเติม

  • อาเบ (Abe) (ยังไม่ใช้)
  • เบร์โต (Berto) (ยังไม่ใช้)
  • ชาโร (Charo) (ยังไม่ใช้)
  • ดาโด (Dado) (ยังไม่ใช้)
  • เอสโตย (Estoy) (ยังไม่ใช้)
  • เฟลีโยน (Felion) (ยังไม่ใช้)
  • เฮนิง (Gening) (ยังไม่ใช้)
  • เฮอร์มัน (Herman) (ยังไม่ใช้)
  • อีร์มา (Irma) (ยังไม่ใช้)
  • ไฮเม (Jaime) (ยังไม่ใช้)

ผลกระทบ[แก้]

ตารางนี้รวมเอาทั้งหมดของระบบพายุที่ก่อตัวภายใน หรือ เคลื่อนตัวเข้ามาในมหาสมุทรแปซิฟิกเหนือ ทางฝั่งตะวันตกของเส้นแบ่งวันสากล ภายในปี พ.ศ. 2562 ตารางนี้ยังมีภาพรวมของความรุนแรงของระบบ ระยะเวลา บริเวณที่มีผลกระทบกับแผ่นดิน และจำนวนความเสียหายหรือจำนวนผู้เสียชีวิตใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบพายุ

ชื่อพายุ ช่วงวันที่ ระดับความรุนแรง
ขณะมีกำลังสูงสุด
ความเร็วลม
ต่อเนื่อง
ความกดอากาศ พื้นที่ผลกระทบ ความเสียหาย
(USD)
ผู้เสียชีวิต อ้างอิง
ไทย 31 ธันวาคม 2561 –
4 มกราคม 2562
พายุโซนร้อน 85 กม./ชม. 994 hPa (29.35 นิ้วปรอท) หมู่เกาะสแปรตลี, หมู่เกาะนาตูนา, เวียดนาม,
มาเลเซีย, ไทย, พม่า
&0000000157200000000000157 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 10 [19][21][22][24]
01W 4 – 22 มกราคม พายุดีเปรสชันเขตร้อน 55 กม./ชม. 1004 hPa (29.65 นิ้วปรอท) ปาเลา, ฟิลิปปินส์ &00000000060400000000006.04 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 10 [79][89]
หวู่ติบ 18 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคม พายุไต้ฝุ่น 195 กม./ชม. 920 hPa (27.17 นิ้วปรอท) หมู่เกาะแคโรไลน์, กวม &00000000033000000000003.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ &0000000000000000000000 ไม่มี
03W 14 – 19 มีนาคม พายุดีเปรสชันเขตร้อน ไม่ได้ระบุ 1006 hPa (29.71 นิ้วปรอท) ไม่มี 2.3 หมื่นดอลลาร์สหรัฐ &0000000000000000000000 ไม่มี
TD 7 – 8 พฤษภาคม พายุดีเปรสชันเขตร้อน ไม่ได้ระบุ 1004 hPa (29.65 นิ้วปรอท) แยป, ปาเลา &0000000000000000000000 ไม่มี &0000000000000000000000 ไม่มี
TD 7 – 12 พฤษภาคม พายุดีเปรสชันเขตร้อน ไม่ได้ระบุ 1004 hPa (29.65 นิ้วปรอท) หมู่เกาะแคโรไลน์ &0000000000000000000000 ไม่มี &0000000000000000000000 ไม่มี
TD 10 – 11 พฤษภาคม พายุดีเปรสชันเขตร้อน ไม่ได้ระบุ 1008 hPa (29.77 นิ้วปรอท) หมู่เกาะแยป, ปาเลา &0000000000000000000000 ไม่มี &0000000000000000000000 ไม่มี
TD 13 – 15 พฤษภาคม พายุดีเปรสชันเขตร้อน ไม่ได้ระบุ 1006 hPa (29.71 นิ้วปรอท) หมู่เกาะแคโรไลน์ &0000000000000000000000 ไม่มี &0000000000000000000000 ไม่มี
เซอปัต 17 – 28 มิถุนายน พายุโซนร้อน 75 กม./ชม. 994 hPa (29.35 นิ้วปรอท) หมู่เกาะแคโรไลน์, ปาเลา, ญี่ปุ่น &0000000000000000000000 ไม่มี &0000000000000000000000 ไม่มี
TD 26 มิถุนายน พายุดีเปรสชันเขตร้อน ไม่ได้ระบุ 1000 hPa (29.53 นิ้วปรอท) หมู่เกาะรีวกีว, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้ &0000000000000000000000 ไม่มี &0000000000000000000000 ไม่มี
04W 27 มิถุนายน – ปัจจุบัน พายุดีเปรสชันเขตร้อน ไม่ได้ระบุ 1002 hPa (29.59 นิ้วปรอท) หมู่เกาะแยป, ปาเลา, ฟิลิปปินส์ &0000000000000000000000 ไม่มี &0000000000000000000000 ไม่มี
มูน 1 – 4 กรกฎาคม พายุโซนร้อน 65 กม./ชม. 992 hPa (29.29 นิ้วปรอท) เกาะไหหนัน, ภาคใต้ของจีน, หมู่เกาะพาราเซล, เวียดนาม, ลาว 2.4 แสนดอลลาร์สหรัฐ 2 [37]
ดานัส 14 – 21 กรกฎาคม พายุโซนร้อน 85 กม./ชม. 985 hPa (29.09 นิ้วปรอท) เกาะยาป, ฟิลิปปินส์, ไต้หวัน, หมู่เกาะรีวกีว, ภาคตะวันออกของจีน, ญี่ปุ่น, คาบสมุทรเกาหลี, รัสเซียตะวันออกไกล &00000000064200000000006.42 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 6
TD 17 – 19 กรกฎาคม พายุดีเปรสชันเขตร้อน 55 กม./ชม. 996 hPa (29.41 นิ้วปรอท) ฟิลิปปินส์, ไต้หวัน, หมู่เกาะรีวกีว ไม่มี &0000000000000000000000 ไม่มี
นารี 24 – 28 กรกฎาคม พายุโซนร้อน 65 กม./ชม. 998 hPa (29.47 นิ้วปรอท) ญี่ปุ่น ไม่มี &0000000000000000000000 ไม่มี
วิภา 30 กรกฎาคม – 3 สิงหาคม พายุโซนร้อน 85 กม./ชม. 985 hPa (29.09 นิ้วปรอท) ตอนใต้ของจีน, เวียดนาม, ลาว &000000004430000000000044.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 27
ฟรานซิสโก 1 – 7 สิงหาคม พายุไต้ฝุ่น 130 กม./ชม. 970 hPa (28.64 นิ้วปรอท) ญี่ปุ่น, คาบสมุทรเกาหลี &0000000000000000000000 ไม่ทราบ 1 [90]
เลกีมา 2 – 14 สิงหาคม พายุไต้ฝุ่น 195 กม./ชม. 920 hPa (27.17 นิ้วปรอท) หมู่เกาะแคโรไลน์, ฟิลิปปินส์, หมู่เกาะรีวกีว, ไต้หวัน, จีน &00000076200000000000007.62 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ 90 [91][92][93][94]
กรอซา 5 – 16 สิงหาคม พายุไต้ฝุ่น 155 กม./ชม. 950 hPa (28.05 นิ้วปรอท) หมู่เกาะมาเรียนา, ญี่ปุ่น, คาบสมุทรเกาหลี, รัสเซียตะวันออกไกล &00000000026400000000002.64 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 3
TD 6 – 8 สิงหาคม พายุดีเปรสชันเขตร้อน 55 กม./ชม. 996 hPa (29.41 นิ้วปรอท) ฟิลิปปินส์ ไม่มี &0000000000000000000000 ไม่มี
TD 17 – 18 สิงหาคม พายุดีเปรสชันเขตร้อน ไม่ได้ระบุ 1006 hPa (29.71 นิ้วปรอท) ไม่มี ไม่มี &0000000000000000000000 ไม่มี
TD 19 – 21 สิงหาคม พายุดีเปรสชันเขตร้อน ไม่ได้ระบุ 1004 hPa (29.65 นิ้วปรอท) หมู่เกาะรีวกีว, ไต้หวัน, ตะวันออกของจีน ไม่มี &0000000000000000000000 ไม่มี
ไป๋ลู่ 20 – 26 สิงหาคม พายุโซนร้อนกำลังแรง 95 กม./ชม. 985 hPa (29.09 นิ้วปรอท) ฟิลิปปินส์, ไต้หวัน, ตอนใต้ของจีน &000000001200000000000012 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 3
13W 25 สิงหาคม – ปัจจุบัน พายุดีเปรสชันเขตร้อน 55 กม./ชม. 1000 hPa (29.53 นิ้วปรอท) ยาป ไม่มี &0000000000000000000000 ไม่มี
สรุปฤดูกาล
24 ลูก 31 ธันวาคม 2561–
ฤดูกาลยังดำเนินอยู่
  195 กม./ชม. 920 hPa (27.17 นิ้วปรอท)   &00000078519530000000007.85 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
(≈&0000240332577424000000240 พันล้านบาท)[# 1]
152
  1. อ้างอิงอัตราแลกเปลี่ยนที่นำมาใช้จากอัตราแลกเปลี่ยนของธนาคารแห่งประเทศไทยวันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2562

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 1.2 Kristina Pydynowski; Robert Richards (23 February 2019). "Wutip becomes strongest super typhoon in February as it lashes Guam with rain, wind". Accuweather. สืบค้นเมื่อ 23 February 2019.
  2. 2.0 2.1 2.2 2.3 Saunders, Mark; Lea, Adam (May 7, 2019). Extended Range Forecast for Northwest Pacific Typhoon Activity in 2019. Tropical Storm Risk Consortium. http://www.tropicalstormrisk.com/docs/TSRNWPForecastMay2019.pdf. เรียกข้อมูลเมื่อ May 7, 2019. 
  3. 3.0 3.1 Saunders, Mark; Lea, Adam (July 5, 2019). July Forecast Forecast Update for Northwest Pacific Typhoon Activity in 2019. Tropical Storm Risk Consortium. http://www.tropicalstormrisk.com/docs/TSRNWPForecastJul2019.pdf. เรียกข้อมูลเมื่อ July 5, 2019. 
  4. 4.0 4.1 Saunders, Mark; Lea, Adam (August 7, 2019). August Forecast Forecast Update for Northwest Pacific Typhoon Activity in 2019. Tropical Storm Risk Consortium. http://www.tropicalstormrisk.com/docs/TSRNWPForecastJul2016.pdf. เรียกข้อมูลเมื่อ August 7, 2019. 
  5. 5.0 5.1 5.2 5.3 Malano, Vicente B (February 7, 2019). January–June 2019 (Seasonal Climate Outlook). Philippine Atmospheric Geophysical and Astronomical Services Administration. https://pubfiles.pagasa.dost.gov.ph/pagasaweb/files/climate/seasonalclimateoutlook/seasonal_outlook_jan_jun_2019.pdf. เรียกข้อมูลเมื่อ February 7, 2019. 
  6. 6.0 6.1 6.2 July–December 2019 Malano, Vicente B (July 15, 2019). July–December 2019 (Seasonal Climate Outlook). Philippine Atmospheric Geophysical and Astronomical Services Administration. Archived on 2017-01-29. Error: If you specify |archivedate=, you must also specify |archiveurl=. https://pubfiles.pagasa.dost.gov.ph/pagasaweb/files/climate/seasonalclimateoutlook/SCOF_jul_dec_2019.pdf. เรียกข้อมูลเมื่อ 2018-01-01. 
  7. "การคาดหมายลักษณะอากาศช่วงฤดูฝนของประเทศไทย พ.ศ. 2562". กรมอุตุนิยมวิทยา. 30 เมษายน 2562. Archived from the original on 10 พฤษภาคม 2562. สืบค้นเมื่อ 10 พฤษภาคม 2562.
  8. "97W INVEST". United States Naval Research Laboratory. 28 December 2018. Archived from the original on 28 December 2018. สืบค้นเมื่อ 1 January 2019.
  9. "Tropical Depression 35W (Thirtyfive) Warning Nr 023". Joint Typhoon Warning Center. 30 December 2018. Archived from the original on 1 January 2019. สืบค้นเมื่อ 1 January 2019.
  10. "WTPQ20 RJTD 011500". Japan Meteorological Agency. January 1, 2019. Archived from the original on January 1, 2019. สืบค้นเมื่อ January 1, 2019.
  11. "WTPQ20 RJTD 011500". Joint Typhoon Warning Center. January 1, 2019. Archived from the original on January 1, 2019. สืบค้นเมื่อ January 1, 2019.
  12. "WTPQ20 RJTD 010600". Japan Meteorological Agency. January 1, 2019. Archived from the original on January 1, 2019. สืบค้นเมื่อ January 1, 2019.
  13. "Prognostic Reasoning for Tropical Depression 36W (Thirtysix) Warning Nr 005". Joint Typhoon Warning Center. 1 January 2019. Archived from the original on 1 January 2019. สืบค้นเมื่อ 1 January 2019.
  14. "ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง พายุ "ปาบึก" (PABUK) ฉบับที่ 6 (4/2562)" (PDF). Thai Meteorological Department. January 1, 2019. Archived from the original (PDF) on January 1, 2019. สืบค้นเมื่อ January 1, 2019.
  15. "JTWC/36W/#16/01-04 00Z Prognostic Reasoning". Joint Typhoon Warning Center. 4 January 2019. Archived from the original on 4 January 2019. สืบค้นเมื่อ 6 January 2019.
  16. "Weather Warning "Tropical Storm "PABUK"" No. 18 Time Issued January 4, 2019". Thai Meteorological Department. 4 January 2019. Archived from the original on 6 January 2019. สืบค้นเมื่อ 6 January 2019.
  17. "WTPQ20 RJTD 041200 RSMC Tropical Cyclone Advisory". Japan Meteorological Agency. 4 January 2019. Archived from the original on 6 January 2019. สืบค้นเมื่อ 6 January 2019.
  18. "WTPQ30 RJTD 041200 RSMC Tropical Cyclone Prognostic Reasoning Reasoning No.18 for TS 1901 Pabuk (1901)". Japan Meteorological Agency. 4 January 2019. Archived from the original on 6 January 2019. สืบค้นเมื่อ 6 January 2019.
  19. 19.0 19.1 "Bão số 1 áp sát miền Tây: Sập nhà, 1 người chết" (in Vietnamese). VietNamNet. January 4, 2019. สืบค้นเมื่อ January 4, 2019.
  20. Trương, Huyền (January 6, 2019). "Hậu quả do bão số 1: Còn 2 người mất tích, thiệt hại ước tính 30 tỷ đồng" (in Vietnamese). Báo Kinh Tế Đô Thị. สืบค้นเมื่อ January 6, 2019.
  21. 21.0 21.1 Panpetch, Sumeth (January 3, 2019). "Thailand braces for powerful storm at southern beach towns". Associated Press. สืบค้นเมื่อ January 4, 2019.
  22. 22.0 22.1 "Thai preparedness limits Pabuk damage". The Thaiger. January 11, 2019. สืบค้นเมื่อ January 11, 2019.
  23. Saksornchai, Jintamas (January 7, 2019). "Pabuk leaves 4 dead, billions of Baht in damage". Khaosod English. สืบค้นเมื่อ January 7, 2019.
  24. 24.0 24.1 "罔顧「帕布」風暴來襲警報2男子冒險出海遇巨浪釀1死" (in Chinese). Oriental Daily News. January 4, 2019. สืบค้นเมื่อ January 4, 2019.
  25. "แหลมตะลุมพุกร้าง อพยพ 3 หมื่นชีวิตหนีตาย จ่อรับ พายุปาบึก ถล่มที่แรก". khaosod.co.th. January 3, 2019. สืบค้นเมื่อ January 6, 2019.
  26. "ประกาศปิดสนามบินนครศรีธรรมราช หนีพายุ ปาบึก 4 ม.ค. นี้ ยกเลิกทุกเที่ยวบิน!". khaosod.co.th. January 3, 2019. สืบค้นเมื่อ January 6, 2019.
  27. "ผวาภัย "พายุปาบึก" ปิดสนามบินสุราษฎร์ธานีตั้งแต่ 4 โมงเย็นวันนี้". sanook.com. January 4, 2019. สืบค้นเมื่อ January 6, 2019.
  28. "'สุราษฎร์ฯ'สั่งอพยพด่วน ฤทธิ์'ปาบึก'อ่าวไทยฝนถล่ม". dailynews.co.th. January 4, 2019. สืบค้นเมื่อ January 6, 2019.
  29. "พายุปาบึกใกล้ขึ้นฝั่ง! "ชุมพร"สั่งอพยพ ชาวบ้าน 4 อำเภอริมทะเล". pptvhd36.com. January 4, 2019. สืบค้นเมื่อ January 6, 2019.
  30. "สงขลา อพยพชาวบ้านในพื้นเสี่ยงภัย อ.ระโนด หนีพายุปาบึกแล้ว". workpointnews.com. January 3, 2019. สืบค้นเมื่อ January 6, 2019.
  31. "Breaking news : ขึ้นฝั่งแล้ว! "พายุปาบึก" เข้าที่ ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช". springnews.co.th. January 4, 2019. สืบค้นเมื่อ January 6, 2019.
  32. "พิษ"ปาบึก"ทำไฟดับหลายจุด"กฟภ."ระดม30ทีมทยอยกู้คืนระบบเร่งด่วน". mgronline.com. January 5, 2019. สืบค้นเมื่อ January 6, 2019.
  33. "ผ่าน 4 ชั่วโมง "พายุปาบึก" ถล่มนครศรีฯ ไฟดับ โซเชียลเริ่มสะดุด". thairath.co.th. January 4, 2019. สืบค้นเมื่อ January 6, 2019.
  34. "ฤทธิ์ปาบึก! นราธิวาส 5 อำเภอ บ้านพัง 1,500 หลัง ผู้ว่าฯชี้สถานการณ์ยังไม่นิ่ง". khaosod.co.th. January 4, 2019. สืบค้นเมื่อ January 10, 2019.
  35. "Preliminary cost estimate of Wutip: More than $1.3 million". Guam Pacific Daily News. March 1, 2019. สืบค้นเมื่อ March 2, 2019.
  36. https://www.nrlmry.navy.mil/archdat/test/kml/TC/2019/WPAC/94W/trackfile.txt
  37. 37.0 37.1 37.2 "Localities asked to promptly overcome storm consequences". Vietnam+. July 5, 2019. สืบค้นเมื่อ July 5, 2019.
  38. "Bão số 2 gây thiệt hại cho ngành Điện ước 2 tỷ đồng" (in Vietnamese). Trang tin ngành điện. July 6, 2019. สืบค้นเมื่อ July 7, 2019.
  39. "'Falcon' leaves 4 dead". Philippine Daily Inquirer. July 19, 2019. สืบค้นเมื่อ July 20, 2019.
  40. Nicavera, Erwin P. (August 5, 2019). "Rains, flooding slash almost P19M in Negros Occidental agriculture". Sun Star. สืบค้นเมื่อ August 6, 2019.
  41. Jerusalem, Jigger (August 1, 2019). "'Falcon' destroys P277-M in Lanao Norte". Philippine News Agency. สืบค้นเมื่อ August 2, 2019.
  42. "태풍 다나스 열대저압부로 소멸…광주·전남 태풍경보 해제" (in Korean). Yonhap News Agency. July 20, 2019. สืบค้นเมื่อ August 6, 2019.
  43. Kim, Arin (July 21, 2019). "One found dead as typhoon alert lifted". The Korea Herald. สืบค้นเมื่อ July 24, 2019.
  44. 양창희 (August 5, 2019). "태풍 '다나스' 시설물 피해액, 3억 9천여만 원" (in Korean). KBS News. สืบค้นเมื่อ August 6, 2019.
  45. 김승범 (August 13, 2019). "제5호 태풍 '다나스' 피해복구액 31억원 잠정 집계" (in Korean). Jeju News. สืบค้นเมื่อ August 16, 2019.
  46. "1 dead, 57,000 people ordered to evacuate from rain in Kyushu". The Asahi Shimbun. July 21, 2019. สืบค้นเมื่อ July 24, 2019.
  47. "輕度颱風 白鹿(國際命名 BAILU )海上陸上颱風警報 編號第11號颱風警報 第11-2報" (in Chinese). Central Weather Bureau. 24 August 2019. Archived from the original on 24 August 2019. สืบค้นเมื่อ 24 August 2019.
  48. "2 dead as 'Ineng' brings heavy rains, flooding in Ilocos Norte". ABS-CBN News. August 24, 2019. สืบค้นเมื่อ August 25, 2019.
  49. Adriano, Leilanie (August 26, 2019). ""Ineng" leaves over P1.1-B damages in Ilocos Norte". Philippine News Agency. สืบค้นเมื่อ August 26, 2019.
  50. "Storm kills one, injures nine in Taiwan". 7News. August 25, 2019. สืบค้นเมื่อ August 25, 2019.
  51. 許展溢 (August 25, 2019). "11校受颱風波及損失231萬 屏東佳冬高農最慘重" (in Chinese). ETtoday. สืบค้นเมื่อ August 26, 2019.
  52. 簡惠茹 (August 27, 2019). "白鹿颱風全台農損逾1.7億 台東縣占6成5最嚴重" (in Chinese). Liberty Times Net. สืบค้นเมื่อ August 27, 2019.
  53. "台风"白鹿"减弱为热带低压 初步统计造成福建直接经济损失1049万元" (in Chinese). People's Daily Online. August 25, 2019. สืบค้นเมื่อ August 26, 2019.
  54. "Tropical cyclone Jenny makes landfall over Casiguran, Aurora". ABS-CBN News. August 28, 2019. สืบค้นเมื่อ August 28, 2019.
  55. https://www.tmd.go.th/warningwindow.php?wID=9013
  56. https://www.tmd.go.th/warningwindow.php?wID=9014
  57. https://www.tmd.go.th/warningwindow.php?wID=9015
  58. https://www.tmd.go.th/warningwindow.php?wID=9020
  59. Flores, Helen (August 29, 2019). "Jenny exits the Philippines, leaves 1 dead". The Philippine Star. สืบค้นเมื่อ August 29, 2019.
  60. "At least eight people were killed after a strong tornado hit south China's Hainan". Xinhua News. August 29, 2019. สืบค้นเมื่อ August 29, 2019.
  61. Severe Weather Bulletin #1 For: Tropical Depression Kabayan (รายงาน). Philippine Atmospheric, Geophysical and Astronomical Services Administration. September 1, 2019. https://pubfiles.pagasa.dost.gov.ph/tamss/weather/bulletin/SWB%231_kabayan.pdf. เรียกข้อมูลเมื่อ September 1, 2019. 
  62. "JTWC TCFA 91W".
  63. Severe Weather Bulletin #2-Final For: Tropical Depression Kabayan (รายงาน). Philippine Atmospheric, Geophysical and Astronomical Services Administration. September 1, 2019. https://pubfiles.pagasa.dost.gov.ph/tamss/weather/bulletin/SWB%232_kabayan.pdf. เรียกข้อมูลเมื่อ September 1, 2019. 
  64. https://www.weather.gov/gum/
  65. "Prognostic Reasoning 06Z (Hagibis)". Joint Typhoon Warning Center. Naval Meteorology and Oceanography Command. 8 October 2019. Archived from the original on 8 October 2019. สืบค้นเมื่อ 8 October 2019. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  66. Jones, Chris (10 October 2019). "Rugby World Cup: England-France match called off because of Typhoon Hagibis". BBC Sport. สืบค้นเมื่อ 10 October 2019.
  67. Zraick, Karen (9 October 2019). "Japan Prepares for Possible Hit by Super Typhoon Hagibis". The New York Times. สืบค้นเมื่อ 9 October 2019.
  68. Benson, Andrew (11 October 2019). "Japanese GP typhoon: Qualifying postponed as Typhoon Hagibis nears". BBC News.
  69. "2019 FIA F1 World Championship Japan Grand Prix Support Race FIA-F4 Suzuka Round Special Game canceled due to approaching typhoon". F4 Japanese Championship. สืบค้นเมื่อ 10 October 2019.
  70. "Emergency Weather Warnings in effect". Japan Meteorological Agency. 12 October 2019. Archived from the original on 12 October 2019. สืบค้นเมื่อ 12 October 2019. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  71. "Emergency Warning System". Japan Meteorological Agency. Archived from the original on 12 October 2019. สืบค้นเมื่อ 12 October 2019. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  72. "Emergency Weather Warnings in effect (1140Z)". Japan Meteorological Agency. 12 October 2019. Archived from the original on 12 October 2019. สืบค้นเมื่อ 12 October 2019. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  73. "Hagibis (1919) Forecast (09Z)". Japan Meteorological Agency. 12 October 2019. Archived from the original on 12 October 2019. สืบค้นเมื่อ 12 October 2019. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  74. "Hagibis Prognostic Reasoning (06Z)". Joint Typhoon Warning Center. Naval Meteorology and Oceanography Command. 12 October 2019. Archived from the original on 12 October 2019. สืบค้นเมื่อ 12 October 2019. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  75. ยอดเสียชีวิต 'ไต้ฝุ่นฮากิบิส' ถล่มญี่ปุ่นพุ่ง 49 ราย
  76. "Tropical Depression 01W (One) Warning Nr 001". Joint Typhoon Warning Center. 4 January 2019. Archived from the original on 8 January 2019. สืบค้นเมื่อ 8 January 2019.
  77. "Tropical Depression 01W (One) Warning Nr 008". Joint Typhoon Warning Center. 6 January 2019. Archived from the original on 8 January 2019. สืบค้นเมื่อ 8 January 2019.
  78. "WWJP25 RJTD 190600". Japan Meteorological Agency. 19 January 2019. Archived from the original on 19 January 2019. สืบค้นเมื่อ 19 January 2019.
  79. 79.0 79.1 Dalizon, Alfred P. (January 24, 2019). "Landslide buries 7 treasure hunters in Agusan del Norte". People's Journal. สืบค้นเมื่อ January 25, 2019.
  80. (pdf) NDRRMC Update: Sitrep No. 03 re Flashflood and Landslide Incidents in Davao Oriental Province (Region XI) (รายงาน). NDRRMC. January 26, 2019. http://www.ndrrmc.gov.ph/attachments/article/3593/SNcEH1C3UXSaTcNMHNLGNuLZqjGKbSrEMZjAhXXqFuLS1xSsr1LRvdSKNch.109773641.109773641.109773641.109773641.109773641.109773641.109773641.109773641.109773641.109773641.109773641.109773641.109773641.1097719ZWRxs5wXgEwtXT6ixAMhK8zeuZNsCGGdLh.100148163y_2019_6AM.pdf. เรียกข้อมูลเมื่อ January 26, 2019. 
  81. Comilang, Randie J. (February 5, 2019). "Agriculture damages at P216M". SunStar Davao. สืบค้นเมื่อ February 6, 2019.
  82. "Severe Weather Bulletin #11" (PDF).
  83. (pdf) NDRRMC Update: SitRep No. 05 re Preparedness Measures for TD CHEDENG (รายงาน). NDRRMC. March 21, 2019. http://ndrrmc.gov.ph/attachments/article/3698/SitRep_No_5_re_Preparedness_Measures_for_Tropical_Depression_CHEDENG_issued_on_21MAR2019_8AM.pdf. เรียกข้อมูลเมื่อ March 25, 2019. 
  84. 84.0 84.1 Padgett, Gary. "Monthly Tropical Cyclone Summary December 1999". Australian Severe Weather. Archived from the original on 28 สิงหาคม 2555. สืบค้นเมื่อ 1 ตุลาคม 2556.
  85. 85.0 85.1 The Typhoon Committee (21 กุมภาพันธ์ 2556). "Typhoon Committee Operational Manual 2013". World Meteorological Organization. pp. 37–38. Archived from the original (PDF) on 28 สิงหาคม 2555. สืบค้นเมื่อ 1 ตุลาคม 2556.
  86. http://www.typhooncommittee.org/48th/docs/item%204%20technical%20presentations/4.1.Review2015TyphoonSeason.pdf
  87. Zhou, Xiao; Lei, Xiaotu (2012). "Summary of retired typhoons within the Western North Pacific Ocean". Tropical Cyclone Research and Review. The Economic and Social Commission for Asia and the Pacific/World Meteorological Organization's Typhoon Committee. 1 (1): 23–32. doi:10.6057/2012TCRR01.03. ISSN 2225-6032. สืบค้นเมื่อ 21 ธันวาคม 2557.
  88. 88.0 88.1 88.2 "Philippine Tropical Cyclone Names". Philippine Atmospheric, Geophysical and Astronomical Services Administration. สืบค้นเมื่อ 18 เมษายน 2558.
  89. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ Davao death
  90. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ Franciscodeath
  91. "Typhoon Lekima leaves 45 dead, 16 missing in China". China.org.cn. 12 August 2019. สืบค้นเมื่อ 12 August 2019.
  92. https://www.theweek.in/news/world/2019/08/12/typhoon-lekima-45-dead-one-million-displaced-in-china.html
  93. https://www.indiatoday.in/world/story/typhoon-lekima-45-killed-over-a-million-displaced-in-china-1580095-2019-08-12
  94. https://www.abc.net.au/news/2019-08-12/typhoon-lekima-claims-dozens-lives-in-china-as-damage-totals-3bn/11404132

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]