พายุไต้ฝุ่นฮากีบิส (พ.ศ. 2562)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
สำหรับพายุลูกอื่นที่มีชื่อเดียวกัน ดูที่ พายุฮากีบิส
พายุไต้ฝุ่นฮากีบิส
พายุไต้ฝุ่น (JMA)
พายุซูเปอร์ไต้ฝุ่นระดับ 5 (SSHWS)
พายุไต้ฝุ่นฮากิบิสเมื่อวันที่ 9 ตุลาคมหลังจากเสร็จสิ้น วัฏจักรการแทนที่กำแพงตา
พายุไต้ฝุ่นฮากิบิสเมื่อวันที่ 9 ตุลาคมหลังจากเสร็จสิ้น วัฏจักรการแทนที่กำแพงตา
ก่อตัว 4 ตุลาคม พ.ศ. 2562
สลายตัว 20 ตุลาคม พ.ศ.2562

(กลายเป็นพายุหมุนนอกเขตร้อนหลังจาก 13 ตุลาคม)

ความเร็วลม
สูงสุด
เฉลี่ยลมใน 10 นาที:
195 กม./ชม. (120 ไมล์/ชม.)
เฉลี่ยลมใน 1 นาที:
260 กม./ชม. (160 ไมล์/ชม.)
ความกดอากาศต่ำสุด 915 เฮกโตปาสกาล (มิลลิบาร์)
ผู้เสียชีวิต รวม 80 คน ,สูญหาย 10 คน
ความเสียหาย 9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค่าเงินปี 2019)
พื้นที่ได้รับ
ผลกระทบ
หมู่เกาะมาเรียนา, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, รัสเซีย, อลาสกา
ส่วนหนึ่งของ
ฤดูพายุไต้ฝุ่นแปซิฟิก พ.ศ. 2562

พายุไต้ฝุ่นฮากิบิสเป็นพายุหมุนเขตร้อนขนาดใหญ่และทรงพลังเป็นอย่างมากซึ่งถือว่าเป็นพายุไต้ฝุ่นที่รุนแรงที่สุดในภูมิภาคคันโตของญี่ปุ่นนับตั้งแต่ไต้ฝุ่นไอดาในปีพ.ศ. 2501 พายุไต้ฝุ่นฮากีบิสก่อให้เกิดผลกระทบเพิ่มเติมกับญี่ปุ่นหลังจาก พายุไต้ฝุ่นฟ้าใส ในภูมิภาคเดียวกันก่อนหน้าพายุไต้ฝุ่นฮากีบิสประมาณหนึ่งเดือน พายุไต้ฝุ่นฮากีบิสพัฒนามาจากคลื่นร้อนที่ตั้งอยู่สองร้อยไมล์ทางเหนือของหมู่เกาะมาร์แชลล์เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม ไต้ฝุ่นมาถึงสถานะพายุโซนร้อนเมื่อ 5 ตุลาคมขณะเคลื่อนที่ไปทางตะวันตก หลังจากนั้นไม่นาน ไต้ฝุ่นฮากีบิสเข้าช่วง การทวีกำลังแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งทำให้ พายุไต้ฝุ่นฮากีบิสมีความเร็วสูงสุดในวันที่ 7 ตุลาคม หลังจากรักษาความหนาแน่นสูงสุดไว้ประมาณสามวัน พายุไต้ฝุ่นฮากีบิสเริ่มอ่อนตัวลงเนื่องจากสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวย เมื่อวันที่ 12 ตุลาคมพายุไต้ฝุ่นฮากีบิสเคลื่อนตัวประชิดกับชายฝั่งภาคใต้ของประเทศญี่ปุ่น มีรายงานจำนวนผู้เสียชีวิตรวม 49 ราย

ประวัติทางอุตุนิยมวิทยา[แก้]

ภาพการเคลื่อนที่ของพายุไต้ฝุ่นฮากีบิส
  • วันที่ 2 ตุลาคม ศูนย์เตือนไต้ฝุ่นร่วม (JTWC) เริ่มติดตามหย่อมความกดอากาศต่ำที่ตั้งอยู่บริเวณด้านเหนือของหมู่เกาะมาเรียนา
  • วันที่ 3 ตุลาคม JTWC ได้ออกคำแนะนำซึ่งมีการปรับสถานะตัวหย่อมเป็น "มีโอกาสสูงของการพัฒนาขึ้นเป็นพายุหมุนเขตร้อนภายใน 24 ชั่วโมง" นอกจากนี้ยังระบุด้วยว่า ตัวหย่อมนั้นมีโอกาสสูงที่จะเกิดการพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว
  • วันที่ 4 ตุลาคม JTWC ออกการแจ้งเตือนการก่อตัวของพายุหมุนเขตร้อนกับระบบ และกรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น (JMA) ได้ออกคำแนะนำสำหรับพายุดีเปรสชันเขตร้อน 20W ซึ่งเป็นพายุดีเปรสชันเขตร้อนลำดับที่ 38 ของฤดูพายุไต้ฝุ่นแปซิฟิก พ.ศ. 2562 นี้
  • วันที่ 5 ตุลาคม พายุดีเปรสชันเขตร้อนทวีกำลังแรงขึ้นอย่างรวดเร็วเป็นพายุโซนร้อน และได้รับชื่อจาก JMA ว่า ฮากีบิส (Hagibis) เนื่องจากอุณหภูมิพื้นผิวน้ำทะเลและปริมาณลมเฉือนในระดับที่ต่ำ ทำให้ตัวพายุนั้นทวีกำลังแรงขึ้นได้ต่อเนื่อง
  • วันที่ 6 ตุลาคม พายุฮากีบิสทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อนกำลังแรง
  • วันที่ 7 ตุลาคม ขณะที่พายุฮากีบิสกำลังเคลื่อนตัวไปทางตะวันตกอยู่นั้น พายุฮากีบิสได้ทวีกำลังแรงขึ้นอย่างระเบิด (explosively) เป็นพายุซูเปอร์ไต้ฝุ่นภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง และมีการพัฒนาตาขนาดรูเข็มขึ้น ขณะที่ตัวพายุได้ประชิดกับพื้นที่ไม่มีคนอยู่อาศัยของหมู่เกาะมาเรียนา กิจกรรมการพาความร้อนที่รุนแรงอันเป็นผลมาจากปัจจัยสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยอย่างสุดขั้วนั้น ทำให้ตัวพายุมีกำลังอย่างรุนแรงที่ระดับพายุซูเปอร์ไต้ฝุ่นเทียบเท่าพายุระดับ 5 ตามมาตราลมเฮอริเคนแซฟเฟอร์–ซิมป์สัน โดยมีความเร็วลมสูงสุดต่อเนื่องใน 1 นาทีที่ 260 กม./ชม. ขณะที่บริการลมฟ้าอากาศแห่งชาติสหรัฐ ได้เริ่มออกคำแนะนำกับพื้นที่ที่หน่วยงานรับผิดชอบ โดยมีการเตือนพายุไต้ฝุ่นในการาปันและติเนียน และเตือนพายุโซนร้อนในซินาปาโลและฮากัตญา[1] พายุฮากีบิสเคลื่อนตัวผ่านหมู่เกาะมาเรียนาในเวลา 15:30 UTC ด้วยความรุนแรงสูงสุด ความเร็วลมต่อเนื่องใน 10 นาทีที่ 195 กม./ชม. และความกดอากาศที่ศูนย์กลาง 915 hPa
  • วันที่ 8 ตุลาคม หลังจากที่ตัวพายุเคลื่อนผ่านหมู่เกาะมาเรียนาไปแล้ว ฮากีบิสเริ่มเข้าสู่วัฏจักรการแทนที่กำแพงตา ซึ่งเป็นสาเหตุให้การทวีกำลังแรงขึ้นอย่างรวดเร็วนั้นสิ้นสุดลง และเมื่อกำแพงตาหลักเริ่มกร่อนลง[2] JTWC จึงได้ปรับลดความรุนแรงของระบบพายุลงเล็กน้อยเป็น พายุระดับ 4 ขั้นสูงสุด ในเวลา 00:00 UTC อีกหลายชั่วโมงต่อมา พายุฮากีบิสได้กลับทวีกำลังแรงขึ้นอีกครั้งเป็นพายุระดับ 5 เมื่อวัฏจักรการแทนที่กำแพงตานั้นสิ้นสุดลง
  • วันที่ 10 ตุลาคม หลังจากที่ตัวพายุรักษาความรุนแรงอย่างค่อนข้างคงที่มาหลายวัน ฮากีบิสเริ่มอ่อนกำลังลงในเวลา 12:00 UTC ต่อมาในเวลา 13:30 UTC เริ่มมีการคาดการณ์ถึงผลกระทบกับส่วนของประเทศญี่ปุ่น เช่น ผู้จัดงานรักบี้ชิงแชมป์โลก 2019 ได้ตัดสินใจยกเลิกการแข่งขันอย่างน้อยสองแมตช์ซึ่งเดิมกำหนดไว้ว่าจะแข่งขันในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์[3] นอกจากนี้ยังมีกลุ่มบริษัทรถไฟญี่ปุ่น, เจแปนแอร์ไลน์ และออล นิปปอน แอร์เวย์ที่ออกประกาศยุติการให้บริการทั้งหมด[4]
  • วันที่ 11 ตุลาคม ฟอร์มูลาวันประกาศยกเลิกรายการการแข่งขันทั้งหมดที่วางไว้ในวันเสาร์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเจแปนนิสกรังด์ปรีซ์ 2019 ซึ่งประกอบด้วย การฝึกซ้อมครั้งที่สามและการคัดเลือก โดยมีกำหนดจัดใหม่ในช่วงเช้าวันอาทิตย์ ไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่การแข่งขันจะเริ่มขึ้น[5] ส่วนเอฟโฟร์เจแปนนิสแชมเปียนชิป ซึ่งได้ประกาศไปก่อนหน้าแล้วว่าจะยกเลิกการแข่งขันรอบสองที่จังหวัดชิซูโอกะ ซึ่งแต่เดิมถูกกำหนดไว้เป็นกิจกรรมสนับสนุนเจแปนนิสกรังด์ปรีซ์[6]
  • วันที่ 12 ตุลาคม พายุไต้ฝุ่นฮากีบิสเคลื่อนตัวประชิดกับชายฝั่งภาคใต้ของประเทศญี่ปุ่น โดยกรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นได้ประกาศการเตือนภัยลมฟ้าอากาศฉุกเฉิน สำหรับฝนตกหนักซึ่งมีศักยภาพที่จะก่อให้เกิดอุทกภัยและแผ่นดินถล่มได้ในหลายภูมิภาค ในจังหวัดชิซูโอกะ, จังหวัดยามานาชิ, จังหวัดนางาโนะ, จังหวัดคานางาวะ, จังหวัดไซตามะ, จังหวัดกุมมะ และโตเกียว[7] การออกการเตือนภัยลมฟ้าอากาศฉุกเฉินนั้นระบุว่า "มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดภัยพิบัติอย่างสูง" และ "เป็นปรากฏการณ์ไม่ปกติในระดับที่ชาวท้องถิ่นไม่เคยประสบมาก่อนอาจเกิดชึ้น"[8] และภายหลังยังมีการออกคำเตือนเพิ่มในไม่กี่ชั่วโมงต่อมาในจังหวัดนีงาตะ, จังหวัดโทจิงิ, จังหวัดอิบารากิ, จังหวัดฟูกูชิมะ, จังหวัดอิวาเตะ และจังหวัดมิยางิ[9] ต่อมาพายุไต้ฝุ่นฮากีบิสได้การพัดขึ้นฝั่งที่คาบสมุทรอิซุในด้านตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะฮนชู ในเวลา 09:00 UTC โดยมีความเร็วลมต่อเนื่องใน 10 นาทีที่ 150 กม./ชม. และความเร็วลมต่อเนื่องใน 1 นาทีที่ 155 กม./ชม. เทียบเท่ากับพายุเฮอริเคนระดับ 2[10][11]รายงานจำนวนผู้เสียชีวิตรวม 49 ราย

อ้างอิง[แก้]

  1. https://www.weather.gov/gum/
  2. "Prognostic Reasoning 06Z (Hagibis)". Joint Typhoon Warning Center. Naval Meteorology and Oceanography Command. 8 October 2019. Archived from the original on 8 October 2019. สืบค้นเมื่อ 8 October 2019. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  3. Jones, Chris (10 October 2019). "Rugby World Cup: England-France match called off because of Typhoon Hagibis". BBC Sport. สืบค้นเมื่อ 10 October 2019.
  4. Zraick, Karen (9 October 2019). "Japan Prepares for Possible Hit by Super Typhoon Hagibis". The New York Times. สืบค้นเมื่อ 9 October 2019.
  5. Benson, Andrew (11 October 2019). "Japanese GP typhoon: Qualifying postponed as Typhoon Hagibis nears". BBC News.
  6. "2019 FIA F1 World Championship Japan Grand Prix Support Race FIA-F4 Suzuka Round Special Game canceled due to approaching typhoon". F4 Japanese Championship. สืบค้นเมื่อ 10 October 2019.
  7. "Emergency Weather Warnings in effect". Japan Meteorological Agency. 12 October 2019. Archived from the original on 12 October 2019. สืบค้นเมื่อ 12 October 2019. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  8. "Emergency Warning System". Japan Meteorological Agency. Archived from the original on 12 October 2019. สืบค้นเมื่อ 12 October 2019. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  9. "Emergency Weather Warnings in effect (1140Z)". Japan Meteorological Agency. 12 October 2019. Archived from the original on 12 October 2019. สืบค้นเมื่อ 12 October 2019. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  10. "Hagibis (1919) Forecast (09Z)". Japan Meteorological Agency. 12 October 2019. Archived from the original on 12 October 2019. สืบค้นเมื่อ 12 October 2019. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  11. "Hagibis Prognostic Reasoning (06Z)". Joint Typhoon Warning Center. Naval Meteorology and Oceanography Command. 12 October 2019. Archived from the original on 12 October 2019. สืบค้นเมื่อ 12 October 2019. Unknown parameter |url-status= ignored (help)