พายุไต้ฝุ่นหวู่ติบ (พ.ศ. 2562)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
พายุไต้ฝุ่นหวู่ติบ
พายุไต้ฝุ่นรุนแรง (JMA)
พายุซูเปอร์ไต้ฝุ่นระดับ 5 (SSHWS)
ไต้ฝุ่นหวู่ติบที่ความเร็วสูงสุด อยู่ทางตะวันตกของเกาะกวม, ในวันที่ 25 กุมภาพันธ์
ไต้ฝุ่นหวู่ติบที่ความเร็วสูงสุด อยู่ทางตะวันตกของเกาะกวม, ในวันที่ 25 กุมภาพันธ์
ก่อตัว 18 กุมภาพันธ์ 2019
สลายตัว 2 มีนาคม 2019
ความเร็วลม
สูงสุด
เฉลี่ยลมใน 10 นาที:
195 กม./ชม. (120 ไมล์/ชม.)
เฉลี่ยลมใน 1 นาที:
260 กม./ชม. (160 ไมล์/ชม.)
ความกดอากาศต่ำสุด 920 เฮกโตปาสกาล (มิลลิบาร์ 27.17 นิ้วปรอท)
ผู้เสียชีวิต ไม่มี
ความเสียหาย 3.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค่าเงินปี 2019)
พื้นที่ได้รับ
ผลกระทบ
กวม, สหพันธรัฐไมโครนีเซีย
ส่วนหนึ่งของ
ฤดูพายุไต้ฝุ่นแปซิฟิก พ.ศ. 2562

พายุไต้ฝุ่นหวู่ติบ (อักษรจีน: 蝴蝶, อักษรโรมัน: Wutip) หรือในประเทศฟิลิปปินส์เรียกกันว่า พายุเบตตี้ สำหรับพายุที่ก่อตัวขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์แล้วเป็นพายุที่ทรงพลังที่สุดเหนือกว่าพายุไต้ฝุ่นฮิโกสในปี 2558 เป็นพายุหมุนเขตร้อนลำดับที่สาม,พายุโซนร้อนลำดับที่สองและพายุไต้ฝุ่นลูกแรกของฤดูพายุไต้ฝุ่นแปซิฟิกปี 2562 พายุหวู่ติบเกิดขึ้นจากหย่อมความกดอากาศต่ำเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562 พายุเคลื่อนไปทางทิศตะวันตกผ่านทางตอนใต้ของสหพันธรัฐไมโครนีเซีย ต่อมาได้ถูกจัดเข้าเป็นพายุหมุนเขตร้อน 02W ในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2019 ต่อมาในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2019 พายุหมุนเขตร้อนทวีความรุนแรงมากขึ้นจนกลายเป็นพายุโซนร้อนและถูกตั้งชื่อว่า หวู่ติบ ก่อนที่จะกลายเป็นพายุไต้ฝุ่นในวันรุ่งขึ้น พายุหวู่ติบได้ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็วและเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พายุไต้ฝุ่นหวู่ติบก็มาถึงความเร็วลมหมุนช่วงแรกด้วยความเร็วลม 10 นาทีที่ 185 กม. / ชม. (115 ไมล์ต่อชั่วโมง) และลม 1 นาที 250 กม. / ชั่วโมง (155 ไมล์ต่อชั่วโมง) และ แรงดันขั้นต่ำที่ 925 มิลลิบาร์ (27.3 inHg) ในขณะที่เคลื่อนไปทางตะวันตกเฉียงใต้ของกวมกลายเป็นพายุไต้ฝุ่นในเดือนกุมภาพันธ์ที่ทรงพลังที่สุด[1]

หลังจากนั้นไม่นาน พายุได้เข้าสู่วัฏจักรการแทนที่กำแพงตา ซึ่งทำให้เกิดพายุจะอ่อนตัวลงขณะที่พายุเคลื่อนไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ พายุไต้ฝุ่นหวู่ติบเสร็จสิ้นการแทนที่กำแพงตาเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ซึ่งทำให้ พายุไต้ฝุ่นหวู่ติบ ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็วอีกครั้ง เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ พายุไต้ฝุ่นหวู่ติบ มีความเร็วลมสูงสุดด้วยลม 10 นาทีที่ 195 กม. / ชม. (120 ไมล์ต่อชั่วโมง) ลม 1 นาทีที่ 260 กม. / ชม. (160 ไมล์ต่อชั่วโมง)[2] และมีแรงดันที่จุดศูนย์กลางขั้นต่ำที่ 935 มิลลิบาร์ (27.6 inHg) กลายเป็นซุปเปอร์ไต้ฝุ่นเทียบเท่าระดับ 5 ตามมาตราเฮอร์ริเคนแซฟเฟอร์-ซิมป์สัน เป็นพายุไต้ฝุ่นลูกแรกในเดือนกุมภาพันธ์ หลังจากนั้นพายุไต้ฝุ่นหวู่ติบได้อ่อนกำลังลงเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์เนื่องจากต้องเผชิญกับแรงลมเฉือน พายุอ่อนกำลังลงอย่างรวดเร็วขณะที่เคลื่อนไปทางตะวันตกเฉียงเหนือก่อนจะสลายไปเมื่อวันที่ 2 มีนาคม

พายุไต้ฝุ่นหวู่ติบก่อให้เกิดความเสียหายอย่างน้อย 3.3 ล้านเหรียญสหรัฐ (ค่าเงินปี 2562) ในกวมและไมโครนีเซีย[3][4]

ประวัติทางอุตุนิยมวิทยา[แก้]

แผนที่แสดงเส้นทาง และความรุนแรงของพายุตามมาตราส่วนแซฟเฟอร์–ซิมป์สัน
ความรุนแรงของพายุ
     พายุดีเปรสชันเขตร้อน (≤62 กม./ชม.)
     พายุโซนร้อน (63–117 กม./ชม.)
     พายุเฮอริเคนระดับ 1 (118–153 กม./ชม.)
     พายุเฮอริเคนระดับ 2 (154–177 กม./ชม.)
     พายุเฮอริเคนระดับ 3 (178–208 กม./ชม.)
     พายุเฮอริเคนระดับ 4 (209–251 กม./ชม.)
     พายุเฮอริเคนระดับ 5 (≥252 กม./ชม.)
     พายุที่ไม่ทราบความเร็วลม
ประเภทของพายุ
■ พายุหมุนกึ่งเขตร้อน
▲ พายุหมุนนอกเขตร้อน / หย่อมความกดอากาศต่ำที่หลงเหลือ / รบกวนของเขตร้อน / ลมมรสุมพายุดีเปรสชั่นเขตร้อน
  • วันที่ 16 กุมภาพันธ์ หย่อมความกดอากาศต่ำก่อตัวขึ้นทางด้านใต้ของหมู่เกาะมาร์แชลล์ โดยตัวหย่อมเริ่มมีการจัดระดับขึ้นขณะเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตก
  • วันที่ 18 กุมภาพันธ์ ในขณะที่หย่อมความกดอากาศต่ำอยู่ทางใต้ของสหพันธรัฐไมโครนีเซีย กรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นได้ปรับให้ระบบเป็นพายุดีเปรสชันเขตร้อน
  • วันที่ 19 กุมภาพันธ์ ศูนย์เตือนไต้ฝุ่นร่วมปรับให้หย่อมความกดอากาศต่ำขึ้นเป็นพายุดีเปรสชันเขตร้อนเช่นกัน
  • วันที่ 20 กุมภาพันธ์ พายุดีเปรสชันเขตร้อนหวู่ติบทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน และได้รับชื่อว่า หวู่ติบ (พายุไต้ฝุ่นหวู่ติบ)
  • วันที่ 21 กุมภาพันธ์ พายุหวู่ติบทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อนกำลังแรง ก่อนที่จะเป็นพายุไต้ฝุ่นในช่วงปลายของวัน
  • วันที่ 23 กุมภาพันธ์ พายุหวู่ติบทวีกำลังแรงขึ้นจนมีกำลังตามมาตราแซฟเฟอร์–ซิมป์สันเป็นพายุซูเปอร์ไต้ฝุ่นระดับ 4 โดยกรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นวัดความเร็วลมสูงสุดใน 10 นาทีได้ 185 กม./ชม. และวัดความกดอากาศต่ำที่สุดได้ 925 hPa ส่วนศูนย์เตือนไต้ฝุ่นร่วมวัดความเร็วลมสูงสุดใน 1 นาทีได้ 250 กม./ชม. ขณะที่ตัวพายุกำลังเคลื่อนตัวอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของกวม โดยนับเป็นพายุไต้ฝุ่นที่มีกำลังแรงที่สุดในเดือนกุมภาพันธ์ นับตั้งแต่พายุไต้ฝุ่นฮีโกส เมื่อปี พ.ศ. 2558 จากนั้นไม่นานหวู่ติบได้เข้าสู่วัฏจักรการแทนที่กำแพงตา ทำให้ตัวพายุอ่อนกำลังลงขณะกำลังเคลื่อนตัวเลี้ยวไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ
  • วันที่ 24 กุมภาพันธ์ พายุหวู่ติบเสร็จสิ้นวัฏจักรการแทนที่กำแพงตา และเริ่มกลับมาทวีกำลังแรงขึ้นอีกครั้ง
  • วันที่ 25 กุมภาพันธ์ พายุหวู่ติบทวีกำลังแรงขึ้นจนมีความรุนแรงสูงสุด ด้วยความเร็วลมสูงสุดใน 10 นาทีที่ 195 กม./ชม. และความเร็วลมสูงสุดใน 1 นาทีที่ 260 กม./ชม. (เป็นพายุซูเปอร์ไต้ฝุ่นตามมาตราของศูนย์เตือนไต้ฝุ่นร่วม) และมีความกดอากาศต่ำที่สุดที่ 920 hPa
  • วันที่ 26 กุมภาพันธ์ พายุหวู่ติบได้เคลื่อนตัวเข้าสู่สภาพแวดล้อมที่มีลมเฉือนแนวตั้งกำลังปานกลาง และเริ่มอ่อนกำลังลง พร้อมทั้งเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตก
  • วันที่ 27 กุมภาพันธ์ พายุหวู่ติบอ่อนกำลังลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากได้สูญเสียโครงสร้างการพาความร้อนทั้งหมดไป จากการปะทะกับลมเฉือนที่เพิ่มขึ้นและอุณหภูมิพื้นผิวน้ำทะเลที่ลดลงด้วย
  • วันที่ 28 กุมภาพันธ์ ในขณะที่บางหน่วยงานระบุว่าหวู่ติบได้สลายตัวไปแล้ว แต่ PAGASA ยังคงติดตามพายุอยู่ โดยให้ชื่อกับพายุว่า เบตตี (Betty) โดยหวู่ติบยังคงเคลื่อนตัวต่อไปในทะเลฟิลิปปินส์ และอ่อนกำลังลงอย่างรวดเร็วเนื่องจากลมเฉือนแนวตั้งที่มีกำลังแรง (40-50 นอต หรือ 75-95 กม./ชม.) และอุณหภูมิพื้นผิวน้ำทะเลที่ลดต่ำลง
  • วันที่ 2 มีนาคม พายุหวู่ติบสลายตัว

อ้างอิง[แก้]

  1. "Super Typhoon Wutip Hits 155 mph: Strongest February Typhoon on Record". www.wunderground.com (ภาษาอังกฤษ).
  2. "Wutip Hits 160 mph: First Category 5 Typhoon Ever Recorded in February". www.wunderground.com (ภาษาอังกฤษ).
  3. Reports, Staff. "Preliminary cost estimate of Wutip: More than $1.3 million". Pacific Daily News (ภาษาอังกฤษ).
  4. Losinio, Louella (2019-04-12). "Post-Wutip damages to FSM cost at least $2M". PNC News First (ภาษาอังกฤษ).