พระแม่คงคา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
พระแม่คงคา
Kalighat Ganga.jpg
จำพวก เทพสตรี
สัตว์พาหนะ ปลาใหญ่, จระเข้, มกร
จิตรกรรมถอดแบบจากจิตรกรรมโบราณของอินเดียภาคเหนือ ของพระแม่คงคาทรงเทววาหนะมกร

พระแม่คงคา เป็นพระเทวีองค์หนึ่งในคติของศาสนาพราหมณ์ - ฮินดู โดยเป็นพระเทวีแห่งแม่น้ำคงคาซึ่งไหลลงมาจากเทือกเขาหิมาลัยและได้รับการนับถือจากชาวฮินดูเพราะเชื่อกันว่าถ้าใครได้ลงอาบแม่น้ำคงคาถือว่าเป็นการชำระล้างบาปออกไปจากตัวอีกด้วย

พัฒนาการความเชื่อและด้านโบราณคดี[แก้]

เทวตำนาน[แก้]

พระแม่คงคานั้นมีเทวกำเนิดปรากฏอยู่มากมายหลายตำนานด้วยกัน ในคัมภีร์รามายณะตอนพาลกัณฑ์ระบุว่าพระแม่คงคาเป็นธิดาของท้าวหิมวัตกับพระนางเมนกาและเป็นพี่น้องกับพระแม่ปารวตีและพระแม่ภูเทวี บางตำราก็กล่าวว่าพระแม่คงคาเกิดจากพระบาทของพระวิษณุบ้าง เกิดในน้ำในหม้อน้ำกมัณทลุของพระพรหมบ้าง ฯลฯ เป็นต้น

พระแม่คงคาเสด็จจากสวรรค์สู่โลกมนุษย์[แก้]

ครั้งหนึ่งในสมัยสัตยยุค ณ นครอโยธยา แคว้นโกศล ซึ่งในช่วงนั้นนครอโยธยามีท้าวสครเป็นผู้ปกครองและมีพระมเหสีสองพระองค์ได้แก่พระนางสุมตีและพระนางเกศินีแต่ก็ไม่มีพระโอรสสืบราชวงศ์ ท้าวสครไปบำเพ็ญตบะอยู่ในอาศรมของพระฤๅษีภฤคุ พระฤๅษีภฤคุจึงให้พรแก่ท้าวสครว่าให้พระมเหสีองค์หนึ่งมีโอรสเพียงองค์แต่จะได้เป็นผู้ดำรงสืบทอดราชวงศ์ ส่วนพระมเหสีอีกองค์หนึ่งจะมีโอรสหกหมื่นองค์แล้วแต่พระมเหสีองค์ใดจะเลือก โดยพระนางเกศินีขอมีโอรสเพียงองค์เดียว ส่วนพระนางสุมตีขอให้มีโอรสหกหมื่นองค์ ต่อมาพระนางเกศินีมีโอรสองค์เดียวตามที่ขอมีพระนามว่า อสมัญชะ ส่วนพระนางสุมตีก็มีโอรสถึงหกหมื่นองค์ ต่อมาท้าวอสมัญชะประพฤติผิดจึงถูกเนรเทศออกจากอโยธยาแต่ถูกเนรเทศนั้น ท้าวอสมัญชะได้มีโอรสหนึ่งองค์นามว่า อังศุมาน ซึ่งท้าวสครได้แต่งตั้งให้เป็นยุพราช ครั้งหนึ่งท้าวสครกระทำพิธีอัศวเมธบริเวณเขาหิมาลัยและเขาวินธัย พระอินทร์ได้แปลงกายเป็นรากษสมาขโมยม้าสำหรับใช้ในพิธีอัศวเมธนั้นไป ท้าวสครจึงสั่งให้โอรสทั้งหกหมื่นองค์ออกตามหาม้าตัวที่หายไปจนพบกับพระฤๅษีกบิล (อวตารของพระวิษณุ) กำลังนั่งบำเพ็ญเพียร และมีม้าตัวนั้นอยู่ใกล้ๆกับพระฤๅษีกบิลจึงคิดว่าฤๅษีตนนี้ขโมยม้าตัวนี้จึงจะใช้อาวุธสังหารแต่พระฤๅษีกบิลจึงเปิดเนตรเผาโอรสหกหมื่นจนหมด ท้าวสครจึงสั่งให้พระอังศุมานผู้เป็นนัดดาออกไปตามโอรสทั้งหกหมื่นจนพบกับกองอังคารของเหล่าโอสรทั้งหกหมื่นและมีพญาครุฑมาแนะนำให้พระอังศุมานให้นำน้ำจากพระแม่คงคามารดกองอังคารของโอสรทั้งหกหมื่น ท้าวสครจึงออกบำเพ็ญตบะและสิ้นชีวิตลง ต่อมาพระอังศุมานออกบำเพ็ญตบะต่อจากท้าวสครและให้ท้าวทีลิปขึ้นครองราชย์แทนแต่พระอังศุมานสิ้นชีวิตเสียก่อน ท้าวทีลิปจึงออกบำเพ็ญตบะต่อจากพระอังศุมานแต่ก็สิ้นชีวิตลงในระหว่างการบำเพ็ญตบะเช่นเดียวกัน ท้าวภคีรถผู้เป็นโอสรของท้าวทีลิปจึงออกบำเพ็ญะต่อจากท้าวทีลิปผู้เป็นพระบิดา จนพระพรหมทรงเมตตาและจะให้พรแก่ท้าวภคีรถ ท้าวภคีรถจึงขอให้พระแม่คงคามาล้างกองอังคารของโอรสทั้งหกหมื่นนั้นด้วย พระพรหมทรงประทานพรให้ตามที่ท้าวภคีรถขอแต่ได้บอกว่าต้องให้พระศิวะเป็นผู้รองรับกระแสน้ำของพระแม่คงคาเพราะถ้าไม่มีผู้ใดรองรับกระแสน้ำของพระแม่คงคาก็จะทำให้โลกเกิดความพินาศ ท้าวภคีรถจึงบำเพ็ญต่อไปถึงพระศิวะ จนพระศิวะทรงโปรดและจะรองรับกระแสน้ำของพระแม่คงคา เมื่อถึงเวลาพระแม่คงคาเสด็จจากสวรรค์ พระศิวะจึงรับกระแสน้ำของพระแม่คงคาไว้บนพระเศียรแล้วจึงปล่อยลงสู่โลกมนุษย์ไหลไปในรอยล้อราชรถของท้าวภคีรถจนไหลเข้าไปในอาศรมของพระฤๅษีชนหุ ฝ่ายพระฤๅษีชนหุจึงกลืนสายน้ำของพระแม่คงคาจนหมด ท้าวภคีรถจึงขออ้อนว้อนต่อพระฤๅษีชนหุ พระฤๅษีชนหุจึงปล่อยพระแม่คงคาให้ใหลออกมาจากหู สายน้ำของพระแม่คงคาไหลไปบริเวณกองอังคารของโอรสทั้งหกหมื่นทำให้ได้ขึ้นสวรรค์และพระแม่คงคาจึงสถิตอยู่บนโลกมนุษย์ตั้งแต่นั้นไปต้นมา

ความสำคัญด้าน ลัทธิ-ศาสนา[แก้]

เทวสถานและเทวรูปที่สร้างอุทิศถวายในประเทศต่าง ๆ[แก้]

ประเทศอินเดีย[แก้]

เทวรูปพระแม่คงคา(ซ้าย) พระกบิลมุนี(กลาง)พระเจ้าสาคร(ขวา) กบิลมุนีอาศรม ริมอ่าวเบงกอล เมืองโกลกาตา ประเทศอินเดีย

ประเทศเนปาล[แก้]

เทวรูป สัมฤทธิ์ ของพระแม่ยมุนา และ พระแม่คงคาในฐานะผู้รักษาเทวสถาน พระราชวังปาตันกรุงกาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล

ประเทศศรีลังกา[แก้]

ประเทศมอริเชียส[แก้]

ประเทศไทย[แก้]

ที่มาของคติความเชื่อในประเทศไทย[แก้]

เทวสถานในศาสนาฮินดูที่มีเทวรูปในประเทศไทย[แก้]


โบราณวัตถุที่เกี่ยวเนื่องในประเทศไทย[แก้]