พระอาทิตย์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ระวังสับสนกับ ดวงอาทิตย์
สำหรับความหมายอื่น ดูที่ อาทิตย์
พระอาทิตย์
เทวนาครี: सूर्य
God Aditya.jpg
พระอาทิตย์ หรือ พระสุริยา ตามคติโหราศาสตร์ไทย
จำพวก เทวนพเคราะห์
สัตว์พาหนะ ราชสีห์
ดาวพระเคราะห์ ดวงอาทิตย์ Surya symbol.png
    

พระอาทิตย์ (เทวนาครี: सूर्य สูรฺย) เป็นเทวดานพเคราะห์องค์หนึ่ง มีอำนาจเหนือกว่าเทวดานพเคราะห์ทั้งหลาย ในคติไทย พระอาทิตย์ถูกสร้างขึ้นมาจากราชสีห์ 6 ตัว บดป่นเป็นผง ห่อผ้าสีแดง แล้วเสก ได้เป็นพระอาทิตย์ มีสีวรกายแดง ทรงราชสีห์เป็นพาหนะ ประจำอยู่ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ และแสดงถึงสระทั้งหมดในภาษาบาลี (อะ อา อิ อี อุ อู เอ โอ)

พระอาทิตย์ เป็นเทวดานพเคราะห์ประเภทบาปเคราะห์ ให้ผลในทางก้าวร้าวรุนแรง นั่นคือ ผู้ใดเกิดวันอาทิตย์ หรือมีพระอาทิตย์สถิตร่วมกับลัคนา มักมีอารมณ์รุนแรง ตัดสินใจไว เฉียบขาด รักอิสระ แต่ซื่อสัตย์ ตามนิทานชาติเวร พระอาทิตย์เป็นมิตรกับพระพฤหัสบดี และเป็นศัตรูกับพระอังคาร

ในโหราศาสตร์ไทย พระอาทิตย์ถูกแทนด้วยสัญลักษณ์ ๑ (เลขหนึ่งไทย) และด้วยเหตุที่สร้างขึ้นมาจากราชสีห์ 6 ตัวนี้เอง จึงทำให้มีกำลังพระเคราะห์เป็น 6 สำหรับพระประจำวันเกิดของผู้ที่เกิดวันอาทิตย์ก็คือ ปางถวายเนตร

นอกจากราชสีห์แล้ว พระอาทิตย์ยังมีราชรถเทียมม้าขาว 7 ตัวโดยมีสารถีชื่ออรุณ เป็นเทวพาหนะอีกอย่าง[1]

เมื่อเทียบกับความเชื่อทางตะวันตกแล้ว พระอาทิตย์เทียบได้กับ ฟีบัส หรือ อพอลโล ตามเทพปกรณัมกรีกและเทพปกรณัมโรมัน

ในพุทธศาสนา[แก้]

ในพุทธศาสนาแบบมหายานของภูมิภาคเอเชียตะวันออก พระอาทิตย์เป็น 1 ใน 12 เทวดาโลกบาลที่พบได้รอบ ๆ ศาลเจ้า ในญี่ปุ่นเรียกพระอาทิตย์ว่า ญี่ปุ่น: 十二天; Jūniten[2] ร่วมกับเทวดาองค์อื่น ๆ รวมถึงเทวดาตามความเชื่อของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ พระอินทร์, พระอัคคี, พระยม, พระนิร์ทรี, พระพาย, พระอิสาณ (พระนามหนึ่งของพระศิวะ), พระกุเวร, พระพิรุณ, พระพรหม, พระปฤถวี, พระจันทร์ [3][4][5]

ตามความเชื่อด้านจันทรวาลวิทยาแบบพุทธ เขาพระสุเมรุ พระอาทิตย์ถือเป็นเทวดาเพศหญิงคู่กับพระจันทร์ที่เป็นเทวดาเพศชาย[6]

อ้างอิง[แก้]

  1. The Book of Hindu Imagery: Gods, Manifestations and Their Meaning By Eva Rudy Jansen p. 65
  2. Twelve Heavenly Deities (Devas) Nara National Museum, Japan
  3. Willem Frederik Stutterheim et al (1995), Rāma-legends and Rāma-reliefs in Indonesia, ISBN 978-8170172512, pages xiv-xvi
  4. S Biswas (2000), Art of Japan, Northern, ISBN 978-8172112691, page 184
  5. Adrian Snodgrass (2007), The Symbolism of the Stupa, Motilal Banarsidass, ISBN 978-8120807815, pages 120-124, 298
  6. John C. Huntington,Dina Bangdel, Robert A. F. Thurman, The Circle of Bliss: Buddhist Meditational Art, 6 Surya Mandala