พระลักษมี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
พระลักษมี
โชคลาภ, ความมั่งคั่ง, ความเจริญรุ่งเรือง[1]
ความรัก, สตรี, ความสวยงาม และ ความเมตตา
ส่วนหนึ่งของ ตรีเทวี
Goddess of Wealth and Fortune
ชื่ออื่นศรีเทวี[1], ปัทมา, กมลา, กมลักษิ, วิษณุภริยา
ชื่อในอักษรเทวนาครีलक्ष्मी
ชื่อในการทับศัพท์ภาษาสันสกฤตlakṣmī
ส่วนเกี่ยวข้องเทวี, ไตรเทวี, Ashta Lakshmi, พระมหาลักษมี
วิมานไวกูณฐ์
มนตร์ภาษาฮินดี

ॐ महालक्ष्म्यै नमो नम: । ॐ विष्णुप्रियायै नमो नम: । ॐ धनप्रदायै नमो नम : । ॐ विश्वजनन्यै नमो नम: ।


ภาษาไทย - โอม มหาลักษะ มิไย นะโม นะมะห์ โอม วิษณุ ปรียาไย นะโม นะมะห์ โอม ธะนะ ประทาไย นะโม นะมะห์

โอม วิศวา จะนันไย นะโม นะมะห์
สัญลักษณ์ดอกบัว และ ทองคำ
พาหนะนกฮูก, ช้าง และ ครุฑ
เทศกาลนวราตรี, ทีปาวลี, ลักษมีบูชา, Varalakshmi Vratam/Mahalakshmi Vrata
ข้อมูลส่วนบุคคล
คู่ครองพระวิษณุ[2]
บุตร - ธิดากามเทพ
พี่น้องพระอลักษมี,
พระพรหม (ตาม Skand Purana)

พระลักษมี (สันสกฤต: ลกฺษฺมี लक्ष्मी)เป็นเทวีแห่งความมั่งคั่ง, โชคลาภ และความเจริญรุ่งเรือง[1][3] ในประเทศไทย นับถือว่าพระองค์ทรงเป็นองค์อุปถัมภ์ของสตรี[4] พระลักษมีเป็นพระมเหสีและศักติ (พลัง) ของพระวิษณุ[2] พระองค์เป็นหนึ่งในสามเทวี “ตรีเทวี” คือพระลักษมี, พระปารวตี, พระสรัสวตี นอกจากการนับถือในฮินดูแล้ว ยังพบการบูชาพระลักษมีเป็นเทพเจ้าองค์สำคัญองค์หนึ่งในศาสนาเชน[5] ส่วนในศาสนาพุทธ เชื่อกันว่าพระลักษมีเป็นเทวีแห่งความอุดมสมบูรณ์และโชคลาภ มีหลักฐานเทวรูปของพระองค์พบในสถูปและวัดเจาะหินโบราณหลายแห่ง[6][7] ในศาสนาพุทธแบบทิเบต, เนปาล และในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีการนับถือพระโพธิสัตว์พระนามว่าพระวสุธารา ซึ่งมีพระลักษณะคล้ายคลึงกับพระลักษมีอย่างมาก มีแตกต่างเพียงลักษณะเชิงประติมานวิทยาบางส่วนเท่านั้น[8]

ตามตำนานของศาสนาฮินดู เชื่อกันว่าพระองค์เกิดจากมหาสมุทรจากการกวนมหาสมุทรเมื่อครั้งสร้างโลก (กวนเกษียรสมุทร) และได้เลือกพระวิษณุเป็นพระสวามีนิรันดร์[9] เมื่อพระวิษณุได้อวตารเป็นพระราม พระแม่ลักษมีก็ได้อวตารตามไปเป็นพระสีดา และเมื่อพระวิษณุอวตารเป็นพระกฤษณะ พระแม่ลักษมีก็อวตารเป็น พระราธา หรือ พระรุกมิณี[10][11] ในปางปรศุรามาวตารก็ไปอวตารเป็น พระแม่ธรณี ในปางวามนาวตารก็อวตารไปเป็น พระนางกมลา เป็นต้น ในบันทึกโบราณของอินเดียมักถือให้สตรีทั้งปวงเป็นรูปแปลงของพระลักษมี[12] การสมรสและความสัมพันธ์เชิงสามี-ภรรยาของพระลักษมีและพระวิษณุ เป็นแบบอย่างในพิธีกรรมต่าง ๆ ของการแต่งงานแบบฮินดู[13]

ในศิลปะอินเดีย พระลักษมีทรงเครื่องแต่งกายอย่างงดงาม หรูหรา ประดับด้วยเครื่องประดับต่าง ๆ ผิวกายสีทองอร่าม และมีพาหนะเป็นนกฮูก[14] พระองค์ประทับในท่าทางแบบโยคะ ทั้งนั่งและยืน บนฐานดอกบัวและมีดอกบัวในหัตถ์ อันเป็นสัญลักษณ์ของโชคลาภ การเข้าใจตัวเอง และการเป็นอิสระเชิงจิตวิญญาณ[9][15] ประติมานวิทยาของพระองค์มักแสดงพระองค์มีสี่กร อันแสดงถึงปุรุษารถะทั้สี่ประการ (เป้าหมายในชีวิตทั้งสี่) คือ ธรรม, กาม, อารถะ และ โมกษะ[16][17] หลักฐานเชิงโบราณคดีแสดงให้เห็นว่ามีการบูชาพระลักษมีมาตั้งแต่หนึ่งสหัสวรรษก่อนคริสตกาล[18][19] เทวรูปต่าง ๆ ของพระองค์ยังพบในโบราณสถานต่าง ๆ ทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อายุราวครึ่งคริสต์สหัสวรรษแรก [20][21] เทศกาลที่ฉลองพระลักษมีได้แก่ ทีปาวลี และ Sharad Purnima (Kojagiri Purnima)[22]

คติความเชื่อเกี่ยวกับพระแม่ลักษมีในเมืองไทยนั้นไม่พบมาก นอกจากวรรณคดีเรื่องรามเกียรติ์ซึ่งพระลักษมีเสด็จอวตารลงมาเป็นนางสีดา[ต้องการอ้างอิง] เทวสถานของพระแม่ลักษมีที่มีชื่อเสียงในไทยเช่น ศาลพระลักษมี เกษรวิลเลจ

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 1.2 lakṣmī Archived 20 May 2015 at the Wayback Machine., Monier-Williams' Sanskrit–English Dictionary, University of Washington Archives
  2. 2.0 2.1 อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ anandrao167
  3. James G. Lochtefeld (2002). The Illustrated Encyclopedia of Hinduism: A-M. The Rosen Publishing Group. pp. 385–386. ISBN 978-0-8239-3179-8. Archived from the original on 28 December 2016. สืบค้นเมื่อ 15 October 2016.; Quote: "[Goddess] Lakshmi is associated with wealth, good fortune, and prosperity, and is considered the embodiment of all these things."
  4. http://www.devasthan.org/newweb/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%A1%E0%B8%B5
  5. Vidya Dehejia (2013). The Body Adorned: Sacred and Profane in Indian Art. Columbia University Press. p. 151. ISBN 978-0-231-51266-4. Quote: "The Vishnu-Lakshmi imagery on the Jain temple speaks of the close links between various Indian belief systems and the overall acceptance by each of the values adopted by the other.";
    Robert S. Ellwood; Gregory D. Alles (2007). The Encyclopedia of World Religions. Infobase Publishing. p. 262. ISBN 978-1-4381-1038-7. Archived from the original on 6 July 2017. สืบค้นเมื่อ 15 October 2016.
  6. "The Goddess Lakshmi in Buddhist Art: The goddess of abundance and fortune, Sri Lakshmi, reflected the accumulated wealth and financial independence of the Buddhist monasteries. Her image became one of the popular visual themes carved on their monuments" in Images of Indian Goddesses: Myths, Meanings, and Models, Madhu Bazaz Wangu, Abhinav Publications, 2003, p. 57 [1] Archived 22 April 2019 at the Wayback Machine.
  7. Heinrich Robert Zimmer (2015). Myths and Symbols in Indian Art and Civilization. Princeton University Press. p. 92. ISBN 978-1-4008-6684-7. Archived from the original on 6 September 2017. สืบค้นเมื่อ 15 October 2016.
  8. Miranda Shaw (2006), Buddhist Goddesses of India, Princeton University Press, ISBN 978-0691127583, Chapter 13 with pages 258–262
  9. 9.0 9.1 James G. Lochtefeld (2002). The Illustrated Encyclopedia of Hinduism: A-M. The Rosen Publishing Group. pp. 385–386. ISBN 978-0-8239-3179-8. Archived from the original on 28 December 2016. สืบค้นเมื่อ 15 October 2016.
  10. Henk W. Wagenaar; S. S. Parikh (1993). Allied Chambers transliterated Hindi-English dictionary. Allied Publishers. p. 983. ISBN 978-81-86062-10-4.
  11. Essential Hinduism; by Steven Rosen (2006); p. 136
  12. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ rhodes
  13. Patricia Monaghan, Goddesses in World Culture, Volume 1, Praeger, ISBN 978-0313354656, page 5–11
  14. Laura Amazzone (2012). Goddess Durga and Sacred Female Power. University Press of America. pp. 103–104. ISBN 978-0-7618-5314-5. Archived from the original on 26 December 2018. สืบค้นเมื่อ 15 October 2016.
  15. Heinrich Robert Zimmer (2015). Myths and Symbols in Indian Art and Civilization. Princeton University Press. p. 100. ISBN 978-1-4008-6684-7. Archived from the original on 6 September 2017. สืบค้นเมื่อ 15 October 2016.
  16. Constantina Rhodes (2011), Invoking Lakshmi: The Goddess of Wealth in Song and Ceremony, State University of New York Press, ISBN 978-1438433202, pages 29–47, 220–252
  17. Divali – THE SYMBOLISM OF LAKSHMI Archived 8 November 2014 at the Wayback Machine. National Library and Information System Authority, Trinidad and Tobago (2009)
  18. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ usingh
  19. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ ashav
  20. Vitorio Roveda (June 2004), The Archaeology of Khmer Images, Aséanie, Volume 13, Issue 13, pages 11–46
  21. O goddess where art thou? Archived 9 November 2014 at the Wayback Machine. S. James, Cornell University (2011)
  22. Constance Jones (2011), in Religious Celebrations: An Encyclopedia of Holidays, Festivals, Solemn Observances, and Spiritual Commemorations (Editor: J Gordon Melton), ISBN 978-1598842050, pages 253–254 and 798



ดูเพิ่ม[แก้]