ซุนโฮ (ซุน เหอ)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ซุนโฮ (ซุน เหอ)
孫和
อ๋องแห่งลำหยง (南陽王 หนานหยางหวาง)
ดำรงตำแหน่งมกราคมหรือกุมภาพันธ์ ค.ศ. 252 – 253
รัชทายาทแห่งง่อก๊ก
ดำรงตำแหน่งกุมภาพันธ์หรือมีนาคม ค.ศ. 242 – กันยายนหรือตุลาคม ค.ศ. 250
ก่อนหน้าซุนเต๋ง
ถัดไปซุนเหลียง
ประสูติค.ศ. 224
สวรรคตค.ศ. 253 (29 ปี)
อำเภออี มณฑลอานฮุย
คู่อภิเษก
พระราชบุตร
พระนามเต็ม
ชื่อสกุล: ซุน (孫)
ชื่อตัว: โฮ/เหอ (和)
ชื่อรอง: จื่อเซี่ยว (子孝)
พระนามหลังสวรรคต
เหวินตี้ (文帝)
ราชวงศ์ราชวงศ์ซุน
พระราชบิดาซุนกวน
พระราชมารดาฮองฮูหยิน

ซุนโฮ (224[b] – พฤศจิกายนหรือธันวาคม ค.ศ. 253[c]) มีชื่อในภาษาจีนกลางว่า ซุน เหอ (จีน: 孫和; พินอิน: Sūn Hé) ชื่อรอง จื่อเซี่ยว (จีน: 子孝; พินอิน: Zǐxiào) เป็นเจ้าชายของรัฐง่อก๊กในยุคสามก๊กของจีน เป็นพระโอรสพระองค์ที่ 3 ของซุนกวนจักรพรรดิผู้ก่อตั้งรัฐวุยก๊ก ในปี ค.ศ. 242 ซุนโฮขึ้นเป็นรัชทายาทหลังการสิ้นพระชนม์ของพระเชษฐาคือซุนเต๋งซึ่งเป็นพระโอรสองค์โตและรัชทายาทพระองค์แรกของซุนกวน ในช่วงทศวรรษ 240 เกิดการต่อสู้แย่งชิงอำนาจระหว่างซุนโฮและซุน ป้าซึ่งเป็นพระอนุชา (พระโอรสพระองค์ที่ 4 ของซุนกวน) ในเรื่องการสืบราชบัลลังก์ถัดจากพระบิดา ความขัดแย้งสิ้นสุดลงในปี ค.ศ. 250 เมื่อซุนกวนทรงบังคับซุน ป้าให้ทรงกระทำอัตวินิบาตกรรม ทรงปลดซุนโฮจากตำแหน่งรัชทายาท และตั้งให้ซุนเหลียงพระโอรสองค์สุดท้องของพระองค์ขึ้นเป็นรัชทายาทแทน ในปี ค.ศ. 252 ในรัชสมัยของซุนเหลียง ซุนจุ๋นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ลดสถานะซุนโฮลงเป็นสามัญชนและบังคับให้กระทำอัตวินิบาตกรรม ในปี ค.ศ. 264 ซุนโฮ[a] (孫皓 ซุน เฮ่า) บุตรชายคนหนึ่งของซุนโฮได้ขึ้นเป็นจักรพรรดิลำดับที่ 4 ของง่อก๊ก หลังซุนโฮ (ซุน เฮ่า) ขึ้นครองราชย์ พระองค์พระราชทานสมัญญานามแด่พระบิดาว่า เหวินตี้ (จีน: 文帝; พินอิน: Wéndì)

ประวัติช่วงต้น[แก้]

ซุนโฮเป็นบุตรชายคนที่ 3 ของซุนกวนขุนศึกในช่วงปลายยุคราชวงศ์ฮั่นตะวันออกผู้ขึ้นเป็นจักรพรรดิผู้ก่อตั้งรัฐง่อก๊กในยุคสามก๊ก ซุนโฮมีพี่ชาย 2 คนคือซุนเต๋งและซุน ลฺวี่ (孫慮) มารดาของซุนโฮคือฮองฮูหยิน (王夫人 หวางฟูเหริน) สนมคนหนึ่งของซุนกวน ฮองฮูหยินได้รับสมัญญานามหลังมรณกรรมว่า "จักรพรรดินีต้าอี้" (大懿皇后 ต้าอี้หฺวางโฮ่ว) ในปี ค.ศ 264 ในเวลานั้นฮองฮูหยินเป็นสนมคนโปรดของซุนกวน ซุนโฮจึงได้เป็นพระโอรสคนโปรดของซุนกวนด้วย ในปี ค.ศ. 237 เมื่อซุนโฮมีพระชนมายุ 13 พรรษา ซุนกวนตั้งให้ข้าราชการบางคนไปทำหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่ส่วนพระองค์ของซุนโฮ และมีรับสั่งถึงงำเต๊กหัวหน้าสำนักราชเลขาธิการให้เป็นราชครูส่วนพระองค์ของซุนโฮ ซุนโฮขณะทรงอยู่ในวัยรุ่นมีชื่อเสียงว่าเป็นผู้ขยันเล่าเรียนและน่านับถือ ข้าราชการที่เข้าเฝ้าพระองค์ต่างยกย่องพระองค์[3]

ในปี ค.ศ. 241 ซุนเต๋งพระโอรสองค์โตและรัชทายาทของซุนกวนสิ้นพระชนม์ด้วยอาการประชวร หนึ่งปีต่อมาในเดือนกุมภาพันธ์หรือมีนาคม ค.ศ. 242[4] ซุนกวนทรงแต่งตั้งให้ซุนโฮซึ่งขณะนั้นมีพระชนมายุ 18 พรรษา[d] และเป็นพระโอรสองค์โตที่สุดที่ยังทรงพระชนม์อยู่[e] ให้ขึ้นเป็นรัชทายาทพระองค์ใหม่แทนที่ซุนเต๋ง ช่วงเวลาเดียวกันนั้น ซุนกวนยังยังเลื่อนขั้นให้งำเต๊กเป็นราชครูประจำองค์รัชทายาท (太子太傅 ไท่จื่อไท่ฟู่) แต่งตั้งให้ซีหองเป็นราชครูรองประจำองค์รัชทายาท (太子少傅 ไท่จื๋อเฉ่าฟู่) และมีรับสั่งให้ไช่ อิง (蔡穎), จาง ฉุน (張純), เฟิง ฝู่ (封俌), เหยียน เหวย์ (嚴維) และคนอื่น ๆ ให้ทำหน้าที่เป็นข้าราชบริพารและเจ้าหน้าที่ส่วนพระองค์ขององค์รัชทายาท[7]

ในฐานะรัชทายาท[แก้]

ซุนโฮเป็นผู้เฉลียวฉลาด ซุนกวนจึงโปรดซุนโฮและมักให้ซุนโฮอยู่ข้างพระองค์ ซุนกวนยังทรงปฏิบัติต่อซุนโฮอย่างดีเป็นพิเศษ พระองค์พระราชทานฉลองพระองค์ เครื่องประดับ ของเล่น และของพระราชทานอื่น ๆ ให้กับซุนโฮ แต่ไม่ได้ทรงทำเช่นเดียวกันนี้กับพระโอรสองค์อื่น ๆ ข้าราชบริพารของซุนกวนยังยกย่องซุนโฮเป็นอย่างสูง เพราะพระองค์ไม่เพียงเฉลียวฉลาดและรอบรู้ด้านวรรณกรรม การทรงม้าและยิงเกาทัณฑ์ แต่ยังทรงให้ความเคารพและสุภาพอ่อนโน้มต่อราชครูและขุนนางผู้อาวุโสด้วย ซุนโฮสนพระทัยจะทำความรู้จักกับผู้คนด้วยพระทัยจริง ในปี ค.ศ. 247 ซุนกวนมีรับส่งให้จูเก่อ อี (諸葛壹) แสร้งแปรพักตร์ไปเข้าด้วยวุยก๊กที่เป็นรัฐอริของง่อก๊ก และลวงให้จูกัดเอี๋ยนขุนพลวุยก๊กเข้าสู่กับดัก เมื่อซุนกวนทรงนำทัพง่อก๊กด้วยพระองค์เองเข้าโจมตีจูกัดเอี๋ยน ซุนโฮทรงรู้สึกเป็นห่วงพระบิดาอย่างมากถึงขั้นไม่อาจทรงพักผ่อนและเสวยพระกระยาหารอย่างสงบพระทัย พระองค์ทูลเตือนพระบิดาหลายครั้งให้ระมัดระวังและหวังให้พระบิดามีชัยในยุทธการ ซุนโฮโล่งพระทัยเมื่อเห็นว่าพระบิดาเสด็จกลับมาง่อก๊กอย่างปลอดภัย[8]

ในรัชสมัยของซุนกวน ข้าราชการของง่อก๊กบางคนใช้ระบบราชการในทางมิชอบและแสวงประโยชน์จากช่องโหว่ของระบบราชการเพื่อจับผิดผู้อื่น ซุนโฮทรงเห็นว่าเรื่องนี้อาจกลายเป็นปัญหาร้ายแรงได้หากเหล่าข้าราชการยังใช้ระบบราชการในทางมิชอบเพื่อประโยชน์ส่วนตน (เช่นเพื่อแก้แค้นข้าราชการคนอื่น ๆ ด้วยเหตุเล็ก ๆ น้อย ๆ) พระองค์จึงทรงเขียนฎีกาถึงราชสำนักเพื่อเสนอให้ดำเนินการกีดกันและขจัดการกระทำที่เป็นภัยเช่นนี้[9] ครั้งหนึ่งมีข้าราชการ 2 คนชื่อหลิว เป่า (劉寶) และติง เยี่ยน (丁晏) ต่างกล่าวโทษกันและกัน ซุนโฮทรงตรัสกับติง เยี่ยนว่า "เป็นเรื่องยากยิ่งที่จะแสวงหาผู้มีความสามารถทั้งในฝ่ายพลเรือนและฝ่ายทหาร หากทุกคนเริ่มโจมตีกันเองด้วยเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ แล้วเราจะคาดหวังความเจริญรุ่งเรืองได้อย่างไร" จากนั้นจึงทรงเข้ามาช่วยไกล่เกลี่ยความขัดแย้งและช่วยแก้ไขกรณีพิพาทได้สำเร็จ[10]

ซุนโฮทรงได้ยินว่าไช่ อิ่ง (蔡穎) ซึ่งเป็นสมาชิกคนหนึ่งในคณะเจ้าหน้าที่ส่วนพระองค์ชื่นชอบการเล่นหมากล้อม (圍棋 เหวย์ฉี) และผู้ใต้บังคับบัญชาของไช่ อิ่งหลายคนก็มักเล่นหมากล้อมและใช้เวลามากในการเล่น ซุนโฮทรงเห็นว่าหมากล้อมเป็นกิจกรรมที่ไม่ก่อประโยชน์คือเป็นเพียงงานอดิเรกหรือกิจกรรมฆ่าเวลา พระองค์จึงทรงกังวลว่าไช่ อิ่งและคนอื่น ๆ จะชะล่าใจและละเลยหน้าที่ของตนจากการเล่นหมากล้อมมากเกินไป พระองค์จึงมีความคิดจะที่ตักเตือนและแนะนำผู้ใต้บังคับบัญชา พระองค์ทรงเรียกประชุมและให้ข้าราชการเหล่านั้นอภิปรายกันในเรื่องข้อดีและข้อเสียของการเล่นหมากล้อม ข้าราชการคนหนึ่งชื่อเหวย์ เย่า (韋曜) กลับไปบ้านและเขียนความเรียงเกี่ยวกับประเด็นนี้และนำเสนอต่อซุนโฮ ซุนโฮจึงทรงให้คัดลอกความเรียงนี้และแจกจ่ายให้กับคณะเจ้าหน้าที่ส่วนพระองค์[11]

การต่อสู้ชิงอำนาจกับซุน ป้า และการถูกปลดจากตำแหน่งรัชทายาท[แก้]

ฮองฮูหยินพระมารดาของซุนโฮไม่ถูกกันกับกิมก๋งจู๋[f] ซึ่งเป็นพระธิดาองค์โตของซุนกวน เป็นผลทำให้กิมก๋งจู่ทรงไม่ชอบซุนโฮที่เป็นพระอนุชาต่างมารดาด้วย ครั้งหนึ่งซุนกวนไม่สามารถไปร่วมพิธีที่ศาลบรรพกษัตริย์เพราะพระองค์ทรงพระประชวร จึงทรงมีรับสั่งให้ซุนโฮเสด็จไปพิธีแทนพระองค์ เตียวหิวอาของจางเฟย์ (張妃) พระชายาของซุนโฮอาศัยอยู่ใกล้ศาลบรรพกษัตริย์ เตียวหิวจึงทูลเชิญซุนโฮมาประทับในบ้านของตนในช่วงเวลานั้น กิมก๋งจู๋ส่งคนรับใช้ไปสอดแนมซุนโฮและไปทูลรายงานซุนกวนพระบิดาว่าซุนโฮไม่ได้อยู่ในศาลบรรพกษัตริย์ แต่ไปอยู่บ้านเตียวหิวที่เป็นพระญาติฝ่ายพระชายาแทนและวางแผนบางอย่าง กิมก๋งจู๋ยังใช้โอกาสนี้ใส่ร้ายฮองฮูหยินที่เป็นพระมารดาของซุนโฮและไม่ถูกกันกับกิมก๋งจู๋ โดยทูลซุนกวนว่าฮองฮูหยินแสดงความยินดีเมื่อได้ยินว่าซุนกวนทรงพระประชวร ซุนกวนทรงเชื่อพระธิดาของตนและกริ้วฮองฮูหยิน ภายหลังฮองฮูหยินเสียชีวิตด้วยความทุกข์ใจ ด้วยเหตุนี้ตัวซุนโฮเองก็เสียความโปรดปรานจะพระบิดา พระองค์ทรงเริ่มกังวลว่าพระบิดาจะปลดพระองค์จากตำแหน่งรัชทายาท[12]

ประวัติหลังถูกปลดจากตำแหน่งรัชทายาท[แก้]

เกียรติยศหลังมรณกรรม[แก้]

ครอบครัว[แก้]

ดูเพิ่ม[แก้]

หมายเหตุ[แก้]

  1. 1.0 1.1 สามก๊ก ฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) เรียกชื่อซุน เฮ่าที่เป็นบุตรชายของซุนโฮ (ซุน เหอ) ด้วยชื่อว่า "ซุนโฮ" เช่นเดียวกับบิดา
  2. ชีวประวัติซุนกวนและซุนโฮในจดหมายเหตุสามก๊กระบุว่าซุนโฮมีพระชนมายุ 19 พรรษา (ตามการนับอายุแบบเอเชียตะวันออก) เพื่อพระองค์ทรงได้รับการแต่งตั้งเป็นรัชทายาทในเดือน 1 ของศักราชชื่ออูปีที่ 5 ในรัชสมัยของซุนกวน (เทียบได้กับช่วงเวลาระหว่างวันที่ 17 กุมภาพันธ์ถึง 18 มีนาคม ค.ศ. 242 ในปฏิทินจูเลียน) ดังนั้นเมื่อคำนวณแล้วปีที่ซุนโฮทรงพระราชสมภพจึงควรเป็นปี ค.ศ. 224
  3. ชีวประวัติซุนเหลียงในจดหมายเหตุสามก๊กบันทึกว่าจูกัดเก๊กเสียชีวิตในเดือน 10 ของศักราชเจี้ยนซิงปีที่ 2 ในรัชสมัยของซุนเหลียง[1] เดือนนี้เทียบได้กับช่วงเวลาระหว่างวันที่ 8 พฤศจิกายนถึง 7 ธันวาคม ค.ศ. 253 ในปฏิทินกริโกเรียน ในชีวประวัติซุนโฮบันทึกว่าซุนโฮสิ้นพระชนม์ในเวลาไม่นานหลังการเสียชีวิตของจูกัดเก๊ก[2]
  4. ชีวประวัติซุนโฮในจดหมายเหตุสามก๊กระบุว่าซุนโฮมีพระชนมายุ 19 พรรษา (ตามการนับอายุแบบเอเชียตะวันออก) ขณะเมื่อพระองค์ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นรัชทายาท [5]
  5. ซุน ลฺวี่ (孫慮) พระโอรสองค์ที่ 2 ของซุนกวนสิ้นพระชนม์แล้วก่อนหน้านี้ในปี ค.ศ. 232[6] ดังนั้นซุนโฮซึ่งเป็นพระโอรสองค์ที่ 3 ของซุนกวนจึงกลายเป็นพระโอรสองค์โตที่สุดในหมู่พระโอรสของซุนกวนหลังการสิ้นพระชนม์ของซุนเต๋งในปี ค.ศ. 241
  6. "กิมก๋งจู๋" หรือ "เฉฺวียนกงจู่" (全公主; แปลว่า "เจ้าหญิงเฉฺวียน") เป็นอีกพระนามหนึ่งของซุน หลู่ปาน (孫魯班) เพราะสมรสกับจวนจ๋องหรือเฉฺวียน ฉง (全琮)

อ้างอิง[แก้]

  1. ([建興二年]冬十月,大饗。武衞將軍孫峻伏兵殺恪於殿堂。 ... 十一月, ...) จดหมายเหตุสามก๊ก เล่มที่ 48.
  2. (及恪被诛,孙峻因此夺和玺绶,徙新都,又遣使者赐死。) จดหมายเหตุสามก๊ก เล่มที่ 59
  3. (孫和字子孝,慮弟也。少以母王有寵見愛,年十四,為置宮衞,使中書令闞澤教以書藝。好學下士,甚見稱述。) จดหมายเหตุสามก๊ก เล่มที่ 59.
  4. ([赤烏]五年春正月,立子和為太子, ...) จดหมายเหตุสามก๊ก เล่มที่ 47.
  5. (赤乌五年,立为太子,时年十九。) จดหมายเหตุสามก๊ก เล่มที่ 59.
  6. (嘉禾元年春正月,建昌侯慮卒。) จดหมายเหตุสามก๊ก เล่มที่ 47.
  7. (赤烏五年,立為太子,時年十九。闞澤為太傅,薛綜為少傅,而蔡穎、張純、封俌、嚴維等皆從容侍從。) จดหมายเหตุสามก๊ก เล่มที่ 59.
  8. (吳書曰:和少岐嶷有智意,故權尤愛幸,常在左右,衣服禮秩雕玩珍異之賜,諸子莫得比焉。好文學,善騎射,承師涉學,精識聦敏,尊敬師傅,愛好人物。穎等每朝見進賀,和常降意,歡以待之。講校經義,綜察是非,及訪諮朝臣,考績行能,以知優劣,各有條貫。後諸葛壹偽叛以誘魏將諸葛誕,權潛軍待之。和以權暴露外次,又戰者凶事,常憂勞憯怛,不復會同飲食,數上諫,戒令持重,務在全勝,權還,然後敢安。) อรรถาธิบายจากอู๋ชูในจดหมายเหตุสามก๊ก เล่มที่ 59.
  9. (是時有司頗以條書問事,和以為姦妄之人,將因事錯意,以生禍心,不可長也,表宜絕之。) จดหมายเหตุสามก๊ก เล่มที่ 59.
  10. (又都督劉寶白庶子丁晏,晏亦白寶,和謂晏曰:「文武在事,當能幾人,因隙構簿,圖相危害,豈有福哉?」遂兩釋之,使之從厚。) จดหมายเหตุสามก๊ก เล่มที่ 59.
  11. (常言當世士人宜講脩術學,校習射御,以周世務,而但交游博弈以妨事業,非進取之謂。後羣寮侍宴,言及博弈,以為妨事費日而無益於用,勞精損思而終無所成,非所以進德脩業,積累功緒者也。且志士愛日惜力,君子慕其大者,高山景行,恥非其次。夫以天地長乆,而人居其間,有白駒過隙之喻,年齒一暮,榮華不再。凡所患者,在於人情所不能絕,誠能絕無益之欲以奉德義之塗,棄不急之務以脩功業之基,其於名行,豈不善哉?夫人情猶不能無嬉娛,嬉娛之好,亦在於飲宴琴書射御之間,何必博弈,然後為歡。乃命侍坐者八人,各著論以矯之。於是中庶子韋曜退而論奏,和以示賔客。時蔡穎好弈,直事在署者頗斆焉,故以此諷之。) จดหมายเหตุสามก๊ก เล่มที่ 59.
  12. (是後王夫人與全公主有隙。權嘗寢疾,和祠祭於廟,和妃叔父張休居近廟,邀和過所居。全公主使人覘視,因言太子不在廟中,專就妃家計議;又言王夫人見上寢疾,有喜色。權由是發怒,夫人憂死,而和寵稍損,懼於廢黜。) จดหมายเหตุสามก๊ก เล่มที่ 59.

บรรณานุกรม[แก้]