ข้ามไปเนื้อหา

เตี๋ยวเค้า

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เตี๋ยวเค้า (จาง ที่)
張悌
อัครมหาเสนาบดี (丞相 เฉิงเซี่ยง)
ดำรงตำแหน่ง
กันยายนหรือตุลาคม ค.ศ. 279 (279)  ค.ศ. 280 (280)
กษัตริย์ซุนโฮ
ก่อนหน้าลู่ ข่ายและบั้นเฮ็ก
ที่ปรึกษาการทหาร (軍師 จฺวินชือ)
ดำรงตำแหน่ง
ป. คริสต์ทศวรรษ 270  กันยายนหรือตุลาคม ค.ศ. 279 (279)
กษัตริย์ซุนโฮ
นายกองพันทหารม้าประจำการ
(屯騎校尉 ถุนฉีเซี่ยวเว่ย์)
ดำรงตำแหน่ง
?–?
กษัตริย์ซุนฮิว
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิดไม่ทราบ
นครเซียงหยาง มณฑลหูเป่ย์
เสียชีวิตค.ศ. 280
อำเภอเหอหรืออำเภอตางถู มณฑลอานฮุย
อาชีพขุนนาง
ชื่อรองจฺวี้เซียน (巨先)
บรรดาศักดิ์เฮาแห่งชานตู (山都侯 ชานตูโหว)

เตี๋ยวเค้า[1] หรือ เตียวเข้า[2] (เสียชีวิต 4 เมษายน ค.ศ. 280[a]) มีชื่อในภาษาจีนกลางว่า จาง ที่ (จีน: 張悌; พินอิน: Zhāng Tì) ชื่อรอง จฺวี้เซียน (จีน: 巨先; พินอิน: Jùxiān) เป็นขุนนางและขุนพลของรัฐง่อก๊กในช่วงปลายยุคสามก๊ก (ค.ศ. 220-280) ของจีน เป็นอัครมหาเสนาบดีคนสุดท้ายของรัฐง่อก๊ก

เมื่อ ค.ศ. 280 เมื่อราชวงศ์จิ้นยกทัพบุกง่อก๊ก อันเป็นส่วนหนึ่งของแผนการรวมแผ่นดินจีนเป็นหนึ่งภายใต้การปกครองของราชวงศ์จิ้น เตี๋ยวเต้านำทัพง่อก๊กในการศึกต่อต้านการบุกของราชวงศ์จิ้น เตี๋ยวเค้าถูกสังหารในที่ระหว่างการรบในบริเวณที่เป็นอำเภอเหอ (和縣 เหอเซี่ยน) และอำเภอตางถู (當涂縣 ตางถูเซี่ยน) ในมณฑลอานฮุยในปัจจุบัน ในปีเดียวกันนั้น ซุนโฮจักรพรรดิแห่งง่อก๊กทรงยอมจำนนต่อราชวงศ์จิ้น นำไปสู่การล่มสลายของง่อก๊กและการสิ้นสุดของยุคสามก๊ก

ประวัติช่วงต้น

[แก้]

เตี๋ยวเค้าเป็นชาวเมืองซงหยง (襄陽郡 เซียงหยางจฺวิ้น) ซึ่งปัจจุบันคือนครเซียงหยาง (襄陽市 เซียงหยางชื่อ) มณฑลหูเป่ย์ (湖北) เตี๋ยวเค้ามีชื่อเสียงอย่างมากตั้งแต่วัยเยาว์[3] ได้รับการเกื้อหนุนจากจูกัดเก๊ก (诸葛恪 จูเก่อ เค่อ) อัครมหาเสนาบดีแห่งรัฐง่อก๊ก[4]

การรับราชการในรัชสมัยของซุนฮิว

[แก้]

ในรัชสมัยของซุนฮิว (孫休 ซุน ซิว) จักรพรรดิลำดับที่ 3 ของรัฐง่อก๊ก เตี๋ยวเค้าดำรงตำแหน่งเป็นนายกองพันทหารม้าประจำการ (屯騎校尉 ถุนฉีเซี่ยวเว่ย์)[5]

เมื่อ ค.ศ. 263 รัฐวุยก๊กที่เป็นรัฐอริของง่อก๊กเปิดฉากการบุกจ๊กก๊กที่เป็นรัฐพันธมิตรของง่อก๊ก ในเวลานั้น ชาวง่อก๊กหลายคนเห็นว่าตั้งแต่วุยก๊กถูกตระกูลสุมา (司馬 ซือหม่า) ยึดอำนาจ วุยก๊กก็มีการก่อกบฏภายในมาโดยตลอดและมีชะตาต้องล่มสลาย ดังนั้นการบุกจ๊กก๊กครั้งนี้จะต้องล่มเหลวเป็นแน่ แต่เตี๋ยวเค้ามีความเห็นว่าตระกูลสุมากุมอำนาจวุยก๊กมาแล้ว 3 รุ่นและครองใจคนได้สำเร็จ วุยก๊กในเวลานี้แข็งแกร่งกว่าแต่ก่อน เป็นจ๊กก๊กต่างหากที่กำลังถึงจุดจบ ต่อให้วุยก๊กจะบุกจ๊กก๊กไม่สำเร็จแต่ก็สามารถกลับไปจัดทัพใหม่ก่อนกลับมาบุกโจมตีอีกครั้งได้ ชาวง่อก๊กจำนวนมากหัวเราะเยาะความเห็นของเตี๋ยวเค้า แต่ไม่นานหลังจากนั้น จ๊กก๊กก็ยอมจำนนต่อวุยก๊กตามที่เตี๋ยวเค้าคาดการณ์ไว้[6]

การรับราชการในรัชสมัยของซุนโฮ

[แก้]

เมื่อ ค.ศ. 264 จักรพรรดิซุนฮิวสวรรคตด้วยอาการประชวร ซุนโฮ (孫皓 ซุน เฮ่า) ขึ้นสืบราชบัลลังก์เป็นจักรพรรดิองค์ใหม่ ต่อมาเมื่อ ค.ศ. 266 สุมาเอี๋ยน (司馬炎 ซือหม่า เหยียน) ชิงราชบัลลังก์วุยก๊กและก่อตั้งราชวงศ์จิ้นตะวันตก กลายเป็นภัยคุกคามสำคัญของง่อก๊ก

เมื่อ ค.ศ. 269 ลู่ ข่าย (陸凱) อัครมหาเสนาบดีซ้าย (左丞相 จั่วเฉิงเซี่ยง) แห่งง่อก๊กป่วยหนัก ก่อนเสียชีวิตลู่ ข่ายได้ทูลเสนอชื่อเตี๋ยวเค้า, ลู่ สี่ (陸喜), ลกข้อง (陸抗 ลู่ ค่าง) และคนอื่น ๆ ให้ซุนโฮ โดยหวังว่าซุนโฮจะทรงแต่งตั้งตำแหน่งสำคัญให้บุคคลเหล่านี้[7]

อีกไม่กี่ปีต่อมา เตี๋ยวเค้าได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาการทหาร (軍師 จวินชือ) หลังได้รับมอบหมายหน้าที่สำคัญ เตี๋ยวเค้าก็โอนอ่อนตามกระแสของสถานการณ์ในช่วงเวลานั้น ช่วยเหลือและปกป้องผู้ใต้บังคับบัญชา ทำให้เตี๋ยวเค้าถูกวิพากย์วิจารณ์จากผู้คนในเวลานั้น[8]

การรบต้านทัพราชวงศ์จิ้นและการเสียชีวิต

[แก้]

เมื่อ ค.ศ. 279 เตี๋ยวเค้าได้รับการเลื่อนตำแหน่งจากที่ปรึกษาการทหารขึ้นเป็นอัครมหาเสนาบดี (丞相 เฉิงเซี่ยง) และได้รับการตั้งให้มีบรรดาศักดิ์เป็นเฮาแห่งชานตู (山都侯 ชานตูโหว) ได้รับมอบหมายให้กำกับดูแลราชการทหารร่วมกับเหอ จื๋อ (何植), เถิง ซิว (滕修) และคนอื่น ๆ[9][10] ไม่นานหลังจากนั้น สุมาเอี๋ยนจักรพรรดิแห่งราชวงศ์จิ้นทรงมีรับสั่งให้สุมาเตี้ยม (司馬伷 ซือหม่า โจ้ว), อองหุย (王渾 หวาง หุน), เตาอี้ (杜預 ตู้ ยฺวี่) องโยย (王濬 หวาง จฺวิ้น) และคนอื่น ๆ นำทัพ 6 สายรวมมากกว่า 200,000 นายบุกโจมตีง่อก๊ก[11]

เมื่อ ค.ศ. 280 เดือน 1 ของศักราชเทียนจี้ (天紀) ปีที่ 4 ของง่อก๊กหรือศักราชไท่ฉื่อ (泰始) ปีที่ 6 ของราชวงศ์จิ้น ทัพราชวงศ์จิ้นนำโดยอองหุย (王渾 หวาง หุน) เคลื่อนพลไปยังอัวกั๋ง (橫江 เหิงเจียง; พื้นที่ที่ตั้งอยู่ในทางตะวันออกเฉียงใต้ของอำเภอเหอ มณฑลอานฮุยในปัจจุบัน) และฝ่าแนวป้องกันของง่อก๊กไปได้[12] เตี๋ยวเค้าพร้อมด้วยสิมเอ๋ง (沈瑩 เฉิ่น อิ๋ง) ผู้เป็นเจ้าเมือง (太守 ไท่โฉ่ว) ของเมืองตันเอี๋ยง (丹陽郡 ตานหยาง), จูกัดเจ้ง (諸葛靚 จูเก่อ จิ้ง) ผู้เป็นผู้ช่วยที่ปรึกษาทัพ (副軍師 ฟู่จฺวินชือ) และขุนพลขวา (右將軍 โย่วเจียงจฺวิน) และซุน เจิ้น (孫震) ผู้เป็นผู้พิทักษ์ทัพ (護軍 ฮู่จฺวิน) ได้รับมอบหมายให้นำกำลังทหาร 20,000-30,000 นายไปรับมือข้าศึก[13][14]

ทัพง่อก๊กยกพลมาถึงงิวจู๋ (牛渚 หนิวจู่; อยู่ในนครหม่าอานชาน มณฑลอานฮุยในปัจจุบัน) และเผชิญหน้ากับทัพของอองหุยโดยมีแม่น้ำแยงซีคั่น สิมเอ๋งคาดการณ์ว่ามณฑลเกงจิ๋วที่อยู่ตอนบนของแม่น้ำแยงซีจะเสียแก่ทัพราชวงศ์จิ้นเป็นแน่ จึงเสนอกับเตี๋ยวเค้าให้รักษาที่มั่นที่ตอนล่างของแม่น้ำแยงซีและเตรียมรับการโจมตีจากข้าศึกที่กำลังอ่อนล้า รอจนทัพเรือของราชวงศ์จิ้นยกมาถึงจึงเข้ารบเพื่อตัดสินผลแพ้ชนะ หากรีบร้อนโจมตีและพ่ายแพ้ผลที่ตามมาจะเลวร้ายเกินคาดคิด แต่เตี๋ยวเค้ามีความเห็นว่าหากรอจนกระทั่งทัพเรือจากมณฑลเอ๊กจิ๋ว (益州 อี้โจว) เข้าโจมตี ทหารในทัพง่อก๊กก็จะเสียขวัญ สถานการณ์จะยากเกินควบคุม ไม่สู้ข้ามแม่น้ำในตอนนี้เพื่อไปรบตัดสินชี้ขาดจะเป็นการดีกว่า หากเอาชนะได้ก็จะสามารถรนำพลรุดหน้าไปยังตอนบนของแม่น้ำ อาศัยความได้เปรียบเข้าตีโต้ทัพเรือของราชวงศ์จิ้นจากมณฑลเอ๊กจิ๋วได้ ดังนั้นเตี๋ยวเค้าจึงนำทัพยกข้ามแม่น้ำไปทางตะวันตก เข้าล้อมกำลังทหาร 7,000 นายที่นำโดยจาง เฉียว (張喬) ใกล้กับสะพานหยางเหอ (楊荷橋 หยางเหอเฉียว; ทางตะวันออกเฉียงใต้ของอำเภอเหอ มณฑลอานฮุยในปัจจจุบัน) บีบให้จาง เฉียวต้องยอมจำนน นับเป็นชัยชนะครั้งแรก จูกัดเจ้งเสนอกับเตี๋ยวเค้าให้ประหารชีวิตเชลยศึกทั้งหมดเพื่อไม่ให้เป็นภัยคุกคามในภายหลัง แต่เตี๋ยวเค้าปฏิเสธที่จะทำตามคำแนะนำของจูกัดเจ้งโดยกล่าวว่า "การสังหารผู้ยอมจำนนไม่ใช่เรื่องดี"[15]

หลังจากปลอบขวัญเชลยศึกแล้ว เตี๋ยวเค้าจึงเคลื่อนทัพต่อไปทางตะวันตก และจัดกระบวนทัพเข้าเผชิญหน้ากับจาง ฮ่าน (張翰) และโจว จฺวิ้น (周浚) ขุนพลราชวงศ์จิ้นที่สะพานป่าน (版橋 ป่านเฉียว; ทางเหนือของอำเภอหานชาน มณฑลอานฮุยในปัจจุบัน) สิมเอ๋งนำทหารชั้นยอดจากเมืองตันเอี๋ยงซึ่งขึ้นชื่อเรื่องการบุกทะลวงแนวรบของข้าศึก ยกบุกแนวรบของทัพราชวงศ์จิ้นถึง 3 ครั้งแต่ไม่สามารถตีฝ่าไปได้ เมื่อถอยทัพจึงเกิดช่องโหว่ขึ้น เซฺว เชิ่ง (薛勝) และเจียวปั้น (蔣班 เจี่ยง ปาน) นายทหารของราชวงศ์จิ้นถือโอกาสนี้เข้าโจมตีอย่างดุเดือดจนทัพง่อก๊กแตกพ่าย ทหารหนีกระจัดกระจายไปทุกทิศทาง จาง เฉียวที่ยอมจำนนต่อทัพง่อก๊กก่อนหน้านี้ก็ใช้จังหวะนี้หันมาโจมตีทัพง่อก๊กจากด้านหลัง ซุน เจิ้นและสิมเอ๋งเสียชีวิตในที่รบ มีเพียงจูกัดเจ้งที่หลบหนีไปได้[16][17][18]

จูกัดเจ้งพร้อมทหาร 500 ถึง 600 นายล่าถอย พบเข้ากับเตี๋ยวเค้าระหว่างทาง เตี๋ยวเค้าปฏิเสธที่จะล่าถอยและพูดว่า "ความเป็นของตายของแผ่นดินย่อมถูกกำหนดไว้แล้ว มิใช่เพียงข้าที่รู้เรื่องนี้ บัดนี้เหตุใดที่จะไม่นำตัวเองไปตายเล่า" เตี๋ยวเค้ากล่าวกับจูกัดเจ้งทั้งน้ำตาว่า "เมื่อครั้งข้ายังเยาว์ ได้รับการหนุนช่วยจากอัครมหาเสนาบดี ข้ากังวลมาตลอดว่าจะไม่สามารถตายอย่างมีเกียรติ เป็นการผิดต่อผู้อุปถัมภ์ผู้มีชื่อเสียงอันดี บัดนี้ข้าขอพลีชีพเพื่อแผ่นดิน เหตุใดจึงต้องหนีไปเล่า อย่าฉุดรั้งข้าไว้เลย" จูกัดเจ้งหลั่งน้ำตาและปล่อยมือไป หลังจูกัดเจ้งจากไปร้อยกว่าปู้ (步) เมื่อหันกลับมาก็เห็นเตี๋ยวเค้าถูกทหารทัพราชวงศ์จิ้นสังหารไปแล้ว[19] หลังทัพของเตี๋ยวเค้าถูกตีแตกพ่าย ง่อก๊กก็ไม่อาจฟื้นตัวได้อีกและยอมจำนนต่อทัพราชวงศ์ในเวลาต่อมาไม่นาน

ดูเพิ่ม

[แก้]

หมายเหตุ

[แก้]
  1. วันอี่ไฮ่ (乙亥) ในดือน 2 ของศักราชไท่คาง (太康) ปีที่ 1 ตามที่ระบุในบทพระราชประวัติสุมาเอี๋ยนในจิ้นชู

อ้างอิง

[แก้]
  1. ("เตี๋ยวเค้าจึงทูลว่า ถ้าฉนั้นขอให้พระองค์แต่งกองทัพไปตั้งรับอยู่ณเมืองกังเหลงทางหนึ่ง ให้ซุนหลิมยกทหารกองหนึ่งไปตั้งรับทางเมืองแฮเค้า ตัวข้าพเจ้ากับสิมเอ๋งแลจูกัดเจงจะคุมทหารสิบหมื่น เปนแม่ทัพใหญ่ยกไปตั้งอยู่ตำบลเอียวจู๊คอยรับกองทัพเมืองไต้จิ๋น") "สามก๊ก ตอนที่ ๘๗". วัชรญาณ. สืบค้นเมื่อ June 9, 2025.
  2. ("ทหารเมืองไต้จิ๋นได้ทีก็ไล่ฟันเปนอลหม่าน สิมเอ๋งจูกัดเจงเตียวเข้าก็ถึงแก่ความตายสิ้นทั้งสามคน") "สามก๊ก ตอนที่ ๘๗". วัชรญาณ. สืบค้นเมื่อ June 6, 2025.
  3. (悌字巨先,襄陽人。) อรรถาธิบายจากเซียงหยางจี้ในสามก๊กจี่ เล่มที่ 48.
  4. (悌垂涕曰:「仲思,今日是我死日也。且我作兒童時,便爲卿家丞相所拔,常恐不得其死,負名賢知顧。今以身徇社稷,復何遁邪?莫牽曳之如是。」) อรรถาธิบายจากเซียงหยางจี้ในสามก๊กจี่ เล่มที่ 48.
  5. (孫休時爲屯騎校尉。) อรรถาธิบายจากเซียงหยางจี้ในสามก๊กจี่ เล่มที่ 48.
  6. (魏伐蜀,吳人問悌曰:「司馬氏得政以來,大難屢作,智力雖豐,而百姓未服也。今又竭其資力,遠征巴蜀,兵勞民疲而不知恤,敗於不暇,何以能濟?昔夫差伐齊,非不克勝,所以危亡,不憂其本也,況彼之爭地乎!」悌曰:「不然。曹操雖功蓋中夏,威震四海,崇詐杖術,征伐無已,民畏其威,而不懷其德也。丕、叡承之,係以慘虐,內興宮室,外懼雄豪,東西驅馳,無歲獲安,彼之失民,爲日乆矣。司馬懿父子,自握其柄,累有大功,除其煩苛而布其平惠,爲之謀主而救其疾,民心歸之,亦已乆矣。故淮南三叛而腹心不擾,曹髦之死,四方不動,摧堅敵如折枯,蕩異同如反掌,任賢使能,各盡其心,非智勇兼人,孰能如之?其威武張矣,本根固矣,羣情服矣,姦計立矣。今蜀閹宦專朝,國無政令,而玩戎黷武,民勞卒弊,競於外利,不脩守備。彼彊弱不同,智筭亦勝,因危而伐,殆其克乎!若其不克,不過無功,終無退北之憂,覆軍之慮也,何爲不可哉?昔楚劒利而秦昭懼,孟明用而晉人憂,彼之得志,故我之大患也。」吳人笑其言,而蜀果降于魏。) อรรถาธิบายจากเซียงหยางจี้ในสามก๊กจี่ เล่มที่ 48.
  7. (建衡元年,疾病,晧遣中書令董朝問所欲言,凱陳:「何定不可任用,宜授外任,不宜委以國事。奚熙小吏,建起浦里田,欲復嚴密故迹,亦不可聽。姚信、樓玄、賀卲、張悌、郭逴、薛瑩、滕脩及族弟喜、抗,或清白忠勤,或姿才卓茂,皆社稷之楨幹,國家之良輔,願陛下重留神思,訪以時務,各盡其忠,拾遺萬一。」) สามก๊กจี่ เล่มที่ 61.
  8. (悌少知名,及處大任,希合時趣,將護左右,清論譏之。) อรรถาธิบายจากอู๋ลู่ (吳錄) ในสามก๊กจี่ เล่มที่ 48.
  9. (八月,以軍師張悌爲丞相,牛渚都督何植爲司徒。) สามก๊กจี่ เล่มที่ 48.
  10. (秋七月,以張悌為丞相、領軍師將軍,率牛渚督何禎、滕脩等總戎。) เจี้ยนคางฉือลู่ เล่มที่ 4.
  11. ([咸寧五年]冬十一月,大舉伐吳,遣鎮軍將軍琅邪王司馬伷出涂中,安東將軍王渾出江西,建威將軍王戎出武昌,平南將軍胡奮出夏口,鎮南大將軍杜預出江陵,龍驤將軍王濬、巴東監軍魯國唐彬下巴、蜀,東西凡二十餘萬。) จือจื้อทงเจี้ยน เล่มที่ 80.
  12. (杜預向江陵,王渾出橫江,攻吳鎮戍,所向皆克。) จือจื้อทงเจี้ยน เล่มที่ 80.
  13. (吳主聞王渾南下,使丞相張悌督丹陽太守沈瑩、護軍孫震、副軍師諸葛靚帥眾二萬渡江逆戰。) จือจื้อทงเจี้ยน เล่มที่ 80.
  14. (晉來伐吳,晧使悌督沈瑩、諸葛靚,率眾三萬渡江逆之。) อรรถาธิบายจากเซียงหยางจี้ในสามก๊กจี่ เล่มที่ 48.
  15. (吳丞相軍師張悌、護軍孫震、丹楊太守沈瑩帥衆三萬濟江,圍成陽都尉張喬於楊荷橋,衆才七千,閉柵自守,舉白接告降。吳副軍師諸葛靚欲屠之,悌曰:「彊敵在前,不宜先事其小;且殺降不祥。」靚曰:「此等以救兵未至而力少,故且僞降以緩我,非來伏也。因其無戰心而盡阬之,可以成三軍之氣。若舍之而前,必爲後患。」悌不從,撫之而進。) อรรถาธิบายจากจิ้นจี้ (晉紀) ในสามก๊กจี่ เล่มที่ 48.
  16. (與討吳護軍張翰、揚州刺史周浚成陣相對。沈瑩領丹陽銳卒刀楯五千,號曰青巾兵,前後屢陷堅陣,於是以馳淮南軍,三沖不動。退引亂,薛勝、蔣班因其亂而乘之,吳軍以次土崩,將帥不能止,張喬又出其後,大敗吳軍於版橋,獲悌、震、瑩等。) อรรถาธิบายจากจิ้นจี้ (晉紀) ในสามก๊กจี่ เล่มที่ 48.
  17. (隨王渾伐吳,攻破江西屯戍,與孫皓中軍大戰,斬偽丞相張悌等首級數千,俘馘萬計,進軍屯于橫江。) จิ้นชู เล่มที่ 61.
  18. (王渾、周浚與吳丞相戰于版橋,大破之,斬悌及其將孫震、沈瑩,傳首洛陽。) จิ้นชู เล่มที่ 3.
  19. (遂渡江戰,吳軍大敗。諸葛靚與五六百人退走,使過迎悌,悌不肯去,靚自往牽之,謂曰:「且夫天下存亡有大數,豈卿一人所知,如何故自取死爲?」悌垂涕曰:「仲思,今日是我死日也。且我作兒童時,便爲卿家丞相所拔,常恐不得其死,負名賢知顧。今以身徇社稷,復何遁邪?莫牽曳之如是。」靚流涕放之,去百餘步,已見爲晉軍所殺。) อรรถาธิบายจากเซียงหยางจี้ในสามก๊กจี่ เล่มที่ 48.

บรรณานุกรม

[แก้]