เจ้าพระยาอภัยราชามหายุติธรรมธร (หม่อมราชวงศ์ลบ สุทัศน์)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

จางวางเอก มหาอำมาตย์เอก เจ้าพระยาอภัยราชามหายุติธรรมธร นามเดิม หม่อมราชวงศ์ลบ เป็นขุนนางชาวไทย ผู้ดำรงตำแหน่งสำคัญ เช่น องคมนตรี ปลัดทูลฉลองกระทรวงนครบาล เสนาบดีกระทรวงยุติธรรม ผู้ได้รับพระราชทานนามสกุลสุทัศน์[1]

ประวัติ[แก้]

เจ้าพระยาอภัยราชามหายุติธรรมธร มีนามเดิมว่าหม่อมราชวงศ์ลบ เป็นโอรสในหม่อมเจ้าจินดากับหม่อมอ่วม หม่อมเจ้าจินดาเป็นพระโอรสในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสุทัศน์ กรมหมื่นไกรสรวิชิต กับหม่อมน้อย[2] เกิดเมื่อวันพฤหัสบดี ขึ้น 13 ค่ำ เดือน 4 ปีมะเส็ง ตรงกับวันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2400[3]ท่านมีพี่ชายร่วมพระบิดาและมารดาเดียวกันคนหนึ่งคือเจ้าพระยาวิชิตวงศ์วุฒิไกร (หม่อมราชวงศ์คลี่ สุทัศน์)

ในวัยเยาว์ได้เรียนหนังสือไทยกับพระพิมลธรรม (อ้น) และเรียนภาษาบาลีกับสมเด็จพระวันรัต (แดง สีลวฑฺฒโน) และศึกษาในทางเลขกับพระอริยกวี (พลับ) ใน พ.ศ. 2422 ได้อุปสมบทที่วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร โดยสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ ทรงเป็นพระอุปัชฌาย์[4]

พ.ศ. 2418 ได้เข้ารับราชการในกรมมหาดเล็ก ถึงปี พ.ศ. 2420 ได้รับพระราชทานสัญญาบัตรเป็นนายรองฉัน แล้วเลื่อนเป็นนายขัน หุ้มแพร ในปี พ.ศ. 2422 ต่อมาย้ายไปรับราชการในกระทรวงนครบาล ตำแหน่งเจ้ากรมกองตระเวน ฝ่ายกองไต่สวนโทษหลวง ถึงปี พ.ศ. 2434 จึงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นพระประชากรกิจวิจารณ์ และในวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2435 ได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็น พระยาอินทราธิบดีสีหราชรองเมือง เจ้ากรมกองตรเวนขวา ถือศักดินา 1,000[5] ได้เลื่อนตำแหน่งเรื่อยมาจนได้เป็นปลัดทูลฉลองกระทรวงนครบาลในปี พ.ศ. 2445

เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคตในวันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2453 วันต่อมาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโปรดให้ท่านได้เข้าถือน้ำและรับตั้งเป็นองคมนตรี ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม[6]

วันจันทร์ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2455 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้าฯ สถาปนาเป็นเจ้าพระยา มีสมญาจารึกในสุพรรณบัฏว่า เจ้าพระยาอภัยราชา มหายุติธรรมธร สยามนริศรนิตยภักดี วรางคมนตรีกุลพิศิษฎ์ ไกรสรวิชิตสันตติวงษ์ สิทธิประสงค์นฤปราช สุจริตามาตย์สีตลัถยาศัย อดุลไตรรัตนสรณธาดา อภัยพิริยบรากรมพาหุ ดำรงศักดินา 10,000[7] ต่อมาในวันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2456 ยังทรงโปรดเกล้าฯ พระราชทานเข็มตั้งเป็นท่านสมุหมนตรี[8] และในวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2557 ได้รับพระราชทานยศเป็นจางวางเอก[9]

เจ้าพระยาอภัยราชามหายุติธรรมธร ได้ลาออกจากราชการตั้งแต่วันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2469[3] และได้รับพระราชทานบำนาญตลอดมา

ด้านชีวิตครอบครัว ท่านได้สมรสกับท่านผู้หญิงเอี่ยม แต่ไม่ปรากฏว่ามีบุตรธิดา[3]

เจ้าพระยาอภัยราชามหายุติธรรมธร ได้เริ่มป่วยมาตั้งแต่ พ.ศ. 2477 จนไปไหนไม่ได้ ครั้นถึงวันที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2481 เวลา 08:40 น. ได้ถึงอสัญกรรมเพราะโรคชรา ด้วยความสงบที่บ้านถนนอนุวงศ์ สิริอายุ 82 ปี[4]

อ้างอิง[แก้]

เชิงอรรถ
  1. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศกระทรวงมุรธาธร เรื่อง ประกาศพระราชทานนามสกุล ครั้งที่ ๑, เล่ม ๓๐, ตอน ๐ ง, ๒๖ มิถุนายน ๒๔๕๖, หน้า ๖๕๘
  2. ราชินิกูลรัชกาลที่ 3,หน้า 17
  3. 3.0 3.1 3.2 เรื่องตั้งเจ้าพระยาในกรุงรัตนโกสินทร์, หน้า 170
  4. 4.0 4.1 "ประวัติบุคคลสำคัญด้านกฎหมาย : เจ้าพระยาอภัยราชามหายุติธรรมธร". พิพิธภัณฑ์ศาลไทย. สืบค้นเมื่อ 22 กรกฎาคม 2558. 
  5. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานสัญญาบัตร, เล่ม ๙, ตอน ๕๒, ๒๖ มีนาคม ๒๔๓๕, หน้า ๒๐๐๗
  6. ราชกิจจานุเบกษา, บัญชีพระนามและนามองคมนตรี ที่พระราชทานสัญญาบัตรแล้ว, เล่ม 27, ตอน 0 ง, 1 มกราคม ร.ศ. 129, หน้า 2,273-4
  7. ราชกิจจานุเบกษา, พระบรมราชโองการ ประกาศ เลื่อนและตั้งกรมพระองค์เจ้า และเจ้าพระยา, เล่ม ๒๙, ตอน ก, ๑๓ พฤศจิกายน ๒๔๕๕, หน้า ๒๕๒-๔
  8. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความกระทรวงมุรธาธร เรื่อง พระราชทานเข็มตราตั้ง สมุหมนตรี แก่เจ้าพระยาอภัยราชามหายุติธรรมธร, เล่ม ๓๐, ตอน ๐ ง, ๓๓๐ พฤศจิกายน ๒๔๕๖, หน้า ๑๙๙๓
  9. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานยศ, เล่ม ๓๑, ตอน ๐ ง, ๖ ธันวาคม ๒๔๕๗, หน้า ๒๐๐๗
บรรณานุกรม
  • สมมตอมรพันธุ์, พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระ. เรื่องตั้งเจ้าพระยาในกรุงรัตนโกสินทร์. กรุงเทพฯ : กรมศิลปากร, 2545. 404 หน้า. หน้า 168-70. ISBN 974-417-534-6