อำเภอบัวเชด

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
อำเภอบัวเชด
การถอดเสียงอักษรโรมัน
 • อักษรโรมันAmphoe Buachet
แผนที่จังหวัดสุรินทร์ เน้นอำเภอบัวเชด
คำขวัญ: 
บัวเชดเขตธรรมชาติ ปราสาทค่าล้ำ งามถ้ำผาไทร ประทับใจเขาศาลา งดงามตาน้ำตกหลากหลาย ดื่มด่ำไวน์ผลไม้ป่า
พิกัดภูมิศาสตร์: 14°31′36″N 103°56′42″E / 14.52667°N 103.94500°E / 14.52667; 103.94500
ประเทศ ไทย
จังหวัดสุรินทร์
พื้นที่
 • ทั้งหมด479.0 ตร.กม. (184.9 ตร.ไมล์)
ประชากร
 (2563)
 • ทั้งหมด41,430 คน
 • ความหนาแน่น86.49 คน/ตร.กม. (224.0 คน/ตร.ไมล์)
รหัสไปรษณีย์ 32230
รหัสภูมิศาสตร์3213
ที่ตั้งที่ว่าการที่ว่าการอำเภอบัวเชด หมู่ที่ 4 ตำบลบัวเชด อำเภอบัวเชด จังหวัดสุรินทร์ 32230
สารานุกรมประเทศไทย ส่วนหนึ่งของสารานุกรมประเทศไทย

บัวเชด เป็นอำเภอหนึ่งในจังหวัดสุรินทร์

ที่ตั้งและอาณาเขต[แก้]

อำเภอบัวเชดตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของจังหวัด มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียงดังต่อไปนี้

ประวัติอำเภอบัวเชด[แก้]

พื้นที่อำเภอบัวเชด  เดิมเป็นท้องที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์  แต่มีประชากรอาศัยอยู่น้อยเนื่องจากเป็นป่าและการคมนาคมไม่สะดวกประมาณ ปี พ.ศ.  2430  มีราษฎรประมาณ 5  ครัวเรือน  มีผู้นำครอบครัวคือ           นายบัว  ภรรยา ชื่อ  นางเชด  จึงเรียกชื่อในระยะแรกว่าบ้านตาบัวยายเชด  เป็นที่มาของบ้านบัวเชด  อยู่ในการปกครองของตำบลดม  อำเภอสังขะ  ต่อมาอำเภอสังขะได้แยกตำบลดมออกไปตั้งเป็นตำบลบัวเชด

ปี พ.ศ. 2460  ได้แยกตำบลบัวเชดออกไปตั้งเป็นตำบลสะเดา

ปี พ.ศ. 2511  แยกตำบลบัวเชดออกไปตั้งเป็นตำบลจรัส

ปี พ.ศ. 2521  กระทรวงมหาดไทย  ประกาศแบ่งเขตการปกครอง  อำเภอสังขะ  ตั้งเป็นกิ่งอำเภอบัวเชด  ประกอบด้วย  3  ตำบลคือ  ตำบลบัวเชด  ตำบลสะเดา  และตำบลจรัส  ประกอบด้วย  32  หมู่บ้าน  โยตั้งที่ว่าการอำเภอชั่วคราวที่บ้านตาปิม ตำบลบัวเชด  โดยอาศัยฐาน  มว.ตชด.305  เป็นที่ทำการ

ปี พ.ศ. 2527  กิ่งอำเภอบัวเชดได้รับการยกฐานะเป็นอำเภอบัวเชด

ลักษณะภูมิประเทศ[แก้]

อำเภอบัวเชดมีเนื่อที่ประมาณ 479 ตารางกิโลเมตร อยู่ห่างจากจังหวัดสุรินทร์ประมาณ 70 กิโลเมตร พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบสูงสลับกับภูเขา ด้านทิศใต้ไปทิศเหนือ เป็นแหล่งต้นน้ำไหลผ่านเหมาะแก่การเพาะปลูกพืชไร่มีป่าไม้และภูเขาบริเวณชายแดนไทย - กัมพูชา มักมีฝนตกชุกระหว่างเดือน ส.ค. – ก.ย. ฤดูหนาวค่อนข้างหนาว และระหว่างเดือน มี.ค. - พ.ค. จะร้อนจัด

ภูมิอากาศ ฝนตกชุกระหว่างเดือนกรกฎาคม – กันยายน อากาศค่อนข้างหนาวเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม เดือนมีนาคม – พฤษภาคม อากาศร้อนจัด และมักประสบปัญหาฝนทิ้งช่วง ทำให้ เป็นปัญหาในการเพาะปลูก

การแบ่งเขตการปกครอง[แก้]

การปกครองส่วนภูมิภาค[แก้]

อำเภอบัวเชดแบ่งพื้นที่การปกครองออกเป็น 6 ตำบล 68 หมู่บ้าน ได้แก่

1. บัวเชด (Buachet) 13 หมู่บ้าน
2. สะเดา (Sadao) 12 หมู่บ้าน
3. จรัส (Charat) 12 หมู่บ้าน
4. ตาวัง (Ta Wang) 10 หมู่บ้าน
5. อาโพน (A Phon) 11 หมู่บ้าน
6. สำเภาลูน (Samphao Lun) 10 หมู่บ้าน

การปกครองส่วนท้องถิ่น[แก้]

ท้องที่อำเภอบัวเชดประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 7 แห่ง ได้แก่

  • เทศบาลตำบลบัวเชด ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของตำบลบัวเชด
  • องค์การบริหารส่วนตำบลบัวเชด ครอบคลุมพื้นที่ตำบลบัวเชด (เฉพาะนอกเขตเทศบาลตำบลบัวเชด)
  • องค์การบริหารส่วนตำบลสะเดา ครอบคลุมพื้นที่ตำบลสะเดาทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลจรัส ครอบคลุมพื้นที่ตำบลจรัสทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลตาวัง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลตาวังทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลอาโพน ครอบคลุมพื้นที่ตำบลอาโพนทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลสำเภาลูน ครอบคลุมพื้นที่ตำบลสำเภาลูนทั้งตำบล

สถานที่ท่องเที่ยว[แก้]

อำเภอบัวเชดมีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญคือ

ปราสาทตามอญ[แก้]

ปราสาทตามอญ ตั้งอยู่ในบ้านปราสาท หมู่ที่ 3 ตำบลบัวเชด อำเภอบัวเชด จังหวัดสุรินทร์ จากคำบอกเล่าได้ความว่าผู้ก่อสร้างปราสาทคือ ตามอญหรือตามอย โดยสร้างเพื่อเป็นสถานที่ประดิษฐานสิ่งเคารพบูชาตามความเชื่อทางศาสนา

พุทธอุทยาน วัดเขาศาลาอตุลฐานะจาโร[แก้]

พุทธอุทยาน วัดเขาศาลาอตุลฐานะจาโร ตำบลจรัส อำเภอบัวเชด จังหวัดสุรินทร์ ตั้งอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีป่าและภูเขาล้อมรอบ มีเนื้อที่ ครอบคลุม ประมาณ 10,865 ไร่ ซึ่งอุดมสมบูรณ์ไปด้วยพันธุ์ไม้

และสมุนไพรหายาก รวมทั้งสัตว์ป่านานาชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นแหล่งกำเนิดต้นน้ำลำธาร มีทัศนียภาพที่งดงาม สภาพแวดล้อมเงียบสงบร่มเย็น เหมาะกับการศึกษาปฏิบัติธรรม และท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่สำคัญยิ่ง ผืนป่าบางส่วนติดชายแดนไทย-กัมพูชา ถึงแม้ว่าจะมีร่องรอยการตัดไม้ทำลายป่าให้เห็นอยู่บ้าง แต่อย่างไรก็ตาม ป่าทั้งผืนแห่งนี้ จัดได้ว่าอุดมสมบูรณ์มากที่สุดในอิสานใต้ของประเทศไทย

ในปี พ.ศ. 2536 กรมป่าไม้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในสมัยนั้น (ปัจจุบัน กรมป่าไม้ อยู่ในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม) ได้ประกาศบริเวณพื้นที่ป่าเป็นเขตพุทธอุทยาน ให้ดำเนินโครงการส่งเสริมพระพุทธศาสนา เพื่ออนุรักษ์ป่าไม้และพัฒนาสิ่งแวดล้อม ตามความคิดริเริ่มของพลเอกเชษฐา ฐานะจาโร

เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง ผบ.กกล.สุรนารี โดยมี เจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราช ทรงรับเป็นองค์อุปถัมภ์ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

เนื่องในวโรกาสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี ในปี พ.ศ. 2539 คณะกรรมการวัดได้มีมติในการจัดสร้างพระอุโบสถเพื่อเป็นอนุสรณ์เนื่องในมหา มงคลวโรกาสครั้งนั้น

ลักษณะพระอุโบสถเป็นทรงไทยประยุกต์ ขนาดกว้าง 30 เมตร ยาว 60 เมตร ผลจากพลังศรัทธาสามัคคี และความมานะพยายามของพระครูภาวนาวิทยาคม (เยื้อน ขนฺติพโล) เจ้าอาวาส

ตลอดจนคณะสงฆ์ ศิษยานุศิษย์ และ พุทธศาสนิกชนทั่วไป ที่ได้ร่วมเสียสละกำลังกาย และทุนทรัพย์ อุปถัมภ์การก่อสร้างจนแล้วเสร็จ โดยไม่ใช้งบทางราชการแต่อย่างใด และได้รับพระมหากรุณาธิคุณ พระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อ พ.ศ. 2541

เพื่อให้เป็นการสมบูรณ์ตามแบบพระธรรมวินัย และทางวัดได้ทำพิธีผูกพัทธสีมาปิดทองฝังลูกนิมิต ในวันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2547 โดยมี พลเอกเชษฐา ฐานะจาโร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมในขณะนั้นมาเป็นประธานในพิธี

ในปี พ.ศ. 2547 นอกเหนือจากมีพิธีผูกพัทธสีมาปิดทองฝังลูกนิมิตแล้ว ก่อนหน้านี้ในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2547 สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้เลือกพุทธอุทยาน

วัดเขาศาลาอตุลฐานะจาโรแห่งนี้เป็นหนึ่งในวัดต่าง ๆ ที่เข้าร่วม โครงการปฏิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของข้า ราชการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่สมัครใจมาปฏิบัติธรรม โดยไม่ถือเป็นวันลาตามมติคณะรัฐมนตรีในการพัฒนาบุคลากรโดยใช้หลักธรรมทางพระ พุทธศาสนา

น้ำตกไตรคีรี[แก้]

น้ำตกแห่งนี้ อยู่ที่ตำบลจรัส อำเภอบัวเชด จังหวัดสุรินทร์ แต่เดิมเรียกว่า น้ำตกทมอบัก ซึ่งหมายถึง หินหัก ซึ่งเป็นลักษณะของหินทรายบริเวณผาน้ำตกที่หักลงมา ส่วนชื่อไตรคีรีที่ตั้งขึ้นมาใหม่ เพราะน้ำตกแห่งนี้มีต้นน้ำมาจากภูเขา 3 ลูก ของเทือกเขาพนมดงรัก คือ เขาชาด เขานพ และเขาพนมยาว เป็นน้ำตกที่ตั้งอยู่ท่ามกลางความอุดมสมบูรณ์ของสภาพป่าตามธรรมชาติ ความสูงประมาณ 2 เมตร กว้างประมาณ 10 เมตร ระยะทางห่างจากอำเภอบัวเชด ประมาณ 20 กิโลเมตร

ถ้ำผาไทร[แก้]

ถ้ำผาไทร ถ้ำที่มีความสำคัญทางด้านพุทธศาสนา ซึ่งตั้งอยู่ ตำบลอาโพน อำเภอบัวเชด จังหวัดสุรินทร์ โดยถ้ำนั้นอยู่ระหว่างทางสี่แยกเข้าเขาศาลา เลี้ยวไปตามทางซ้ายมือ ตามทางหลวงหมายเลข 2328 และตรงไปเรื่อยๆประมาณ 3.5 กิโลเมตร จะเจอป้ายบอกทางเข้าวัดถ้ำผาไทร

บริเวณรอบๆ ถ้ำผาไทรส่วนใหญ่จะเป็นพลานหิน และมีต้นไม้ใหญ่ขึ้นปกคลุมเป็นจำนวนมาก ตรงด้านหน้าของถ้ำจะต้นโพธิ์ขนาดใหญ่เกาะอยู่ตามเพิงหิน ใกล้ๆกันจะมีเถาวัลย์ยักษ์ อายุประมาณ 300 ปี ใต้คดเคี้ยวไปตามต้นไม้ใหญ่

ภายในถ้ำมีการประดิษฐานพระพุทธรูปมากมาย ประชาชนส่วนใหญ่มักแวะเวียนมากราบไหว้ และทำบุญสะเดาะห์เคราะห์ นอกจากนี้บริเวณผลานหินรอบๆตัวถ้ำยังมีพระพุทธรูปที่ประดิษฐานอยู่บนผลานหินอีกองค์

บ้านสวนภูตะวัน[แก้]

ตั้งอยู่ที่ บ้านไทยเจริญ หมู่ 9 ตำบลสำเภาลูน

โรงเรียนมัธยมศึกษาสังกัด สพม.เขต 33(สุรินทร์)[แก้]

  • โรงเรียนบัวเชดวิทยา หมู่ 4 บ้านหมื่นสังข์ ตำบลบัวเชด
  • โรงเรียนมัธยมศรีสำเภาลูน หมู่ที่ 3 บ้านไทยเดิม ตำบลสำเภาลูน

โรงเรียนประถมศึกษาสังกัด สพป.สุรินทร์ เขต 3[แก้]

โรงเรียนอนุบาลบัวเชด (บ้านระมาดค้อ)

โรงเรียนบ้านโนนสังข์

โรงเรียนบ้านไทยเดิม

โรงเรียนกลาโหมราชเสนา 2

โรงเรียนบ้านบัวขุนจง(กรป.กลางอุปถัมภ์)

โรงเรียนบ้านหนองเหล็ก(กองทัพบกอุปถัมภ์)

โรงเรียนบ้านสะเดา ขยายโอกาสถึง ม.6

โรงเรียนบ้านบัวเชด ขยายโอกาสถึง ม.3

โรงเรียนบ้านหนองโจงโลง ขยายโอกาสถึง ม.3

โรงเรียนบ้านสน ขยายโอกาสถึง ม.3

โรงเรียนบ้านสะแร ขยายโอกาสถึง ม.3

โรงเรียนบ้านอาโพน ขยายโอกาสถึง ม.3

โรงเรียนบ้านจรัส ขยายโอกาสถึง ม.3

โรงเรียนบ้านโอทะลัน ขยายโอกาสถึง ม.3

การสาธารณสุข[แก้]

โรงพยาบาลบัวเชด[แก้]

เมื่ออำเภอบัวเชดได้รับการยกฐานะขึ้นเป็นกิ่งอำเภอบัวเชด  เมื่อวันที่  21  สิงหาคม  2521  แล้ว  สาธารณสุขอำเภอขณะนั้นคือ  นายณรงค์วิทย์  ปรัชญาวุฒิ  ได้ดำเนินการประสานงานและจัดทำโครงการขอแบ่งที่ดินสงวนจำนวน  100  ไร่  ไว้สำหรับส่วนราชการสาธารณสุขในเขตบ้านหมื่นสังข์  ตำบลบัวเชด

ต่อมาในปี พ.ศ. 2527  อำเภอบัวเชดได้รับจัดสรรงบประมาณเพื่อดำเนินการสร้างโรงพยาบาล  อันประกอบด้วย  อาคารโรงพยาบาลขนาด  10  เตียง  ประตู  รั้ว  โรงซักฟอก  โรงเครื่องกำเนิดไฟฟ้า  บ้านพัก  ซึ่งก่อสร่างแล้วเสร็จในเดือนกันยายน  2528  โดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุรินทร์ได้ส่งนายแพทย์โสภณ  มุธุสิทธิ์  และพยาบาล  3  คน  คนงาน  2  คน  เพื่อดูแลจัดเตรียมความพร้อมด้านสถานที่  วัสดุ  ครุภัณฑ์  เวชภัณฑ์  และได้ให้บริการผู้ป่วยนอกชั่วคราวในวันที่  2  สิงหาคม  2528  ต่อมาในเดือนตุลาคม  2528  ได้รับจัดสรรพยาบาลเทคนิคเพิ่มอีก  4  คน  และได้เปิดรับสมัครลูกจ้างชั่วคราว  ต่อมาเมื่อได้รับการจัดสรรครุภัณฑ์การแพทย์เพิ่มเติม  จึงได้เริ่มเปิดให้บริการผู้ป่วยในตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน  2528  เป็นต้นมา

วันที่  16  มีนาคม  2531  ได้ทำพิธีเปิดโรงพยาบาลอย่างเป็นทางการ  ต่อมาได้รับงบประมาณสนับสนุนเพิ่ม  จึงได้ขยายขนาดเป็นโรงพยาบาลขนาด  30  เตียง  และได้ทำพิธีเปิดในวันที่  1  พฤษภาคม  2538

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา  20  ปี  โรงพยาบาลบัวเชดได้มุ่งมั่นดูแลสุขภาพประชาชนอำเภอบัวเชดทั้งเชิงรุกและเชิงรับ  ร่วมกับการพัฒนาคุณภาพการให้บริการตามมาตรฐาน HA (Hospital accreditation)  และ HPH (Health Promoting Hospital)  โดยเน้นผู้รับบริการเป็นศูนย์กลางเพื่อให้โรงพยาบาลบัวเชดเป็นโรงพยาบาลคุณภาพที่ชุมชนไว้วางใจ

การคมนาคม[แก้]

เส้นทางการคมนาคมระหว่างจังหวัดและอำเภอเป็นทางลาดยางโดยใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2077  สามารถสัญจรได้สะดวกตลอดปี

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]