อำเภอน้ำเกลี้ยง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
อำเภอน้ำเกลี้ยง
แผนที่จังหวัดศรีสะเกษ เน้นอำเภอน้ำเกลี้ยง
คำขวัญ: น้ำเกลี้ยงเมืองน้ำใส ถิ่นชาวส่วยน้ำใจดี
มีลำห้วยมากหลาย ป่าสนสองใบร่มรื่น
ชื่นชมวัฒนธรรมสืบสาน แดนเมืองโบราณพังคู
พิกัดภูมิศาสตร์: 14°55′42″N 104°30′48″E / 14.92833°N 104.51333°E / 14.92833; 104.51333
อักษรไทยอำเภอน้ำเกลี้ยง
อักษรโรมันAmphoe Nam Kliang
จังหวัดศรีสะเกษ
พื้นที่
 • ทั้งหมด236.171 ตร.กม. (91.186 ตร.ไมล์)
ประชากร (2562)
 • ทั้งหมด44,541
 • ความหนาแน่น188.59 คน/ตร.กม. (488.4 คน/ตร.ไมล์)
รหัสไปรษณีย์33130
รหัสภูมิศาสตร์3315
ที่อยู่
ที่ว่าการ
ที่ว่าการอำเภอน้ำเกลี้ยง หมู่ที่ 5 ตำบลน้ำเกลี้ยง อำเภอน้ำเกลี้ยง จังหวัดศรีสะเกษ 33130
สารานุกรมประเทศไทย ส่วนหนึ่งของสารานุกรมประเทศไทย

น้ำเกลี้ยง เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดศรีสะเกษ มีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 15 มีประชากรมากเป็นอันดับ 13 ของจังหวัด และมีความหนาแน่นของประชากรมากเป็นอันดับที่ 9 ของจังหวัด มีสถานที่สำคัญคือ สถานีวนวัฒนวิจัยห้วยทา ซึ่งเป็นพื้นที่อนุรักษ์พื้นที่ป่าสนสองใบที่ราบ เพียงแห่งเดียวของจังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งมีอายุกว่า 200 ปี

ประวัติอำเภอน้ำเกลี้ยง[แก้]

ท้องที่อำเภอน้ำเกลี้ยงเดิมเป็นส่วนหนึ่งของอำเภอกันทรารมย์ ทางราชการได้แบ่งพื้นที่การปกครองออกมาตั้งเป็น กิ่งอำเภอน้ำเกลี้ยง[1] ตามประกาศกระทรวงมหาดไทยลงวันที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2529 โดยมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 22 มกราคม ปีเดียวกัน

และต่อมาได้มีพระราชกฤษฎีกายกฐานะขึ้นเป็น อำเภอน้ำเกลี้ยง[2] ตามประกาศกระทรวงมหาดไทยลงวันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2537 โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 3 มิถุนายน ปีเดียวกัน เหตุที่ได้ตั้งชื่อว่า "น้ำเกลี้ยง" เนื่องจากเป็นบริเวณที่มีต้นน้ำเกลี้ยงมากเป็นไม้ยืนต้น ถ้าโดนน้ำยางหรือจับลำต้น จะเกิดผดผื่นคันตามผิวหนังได้ จึงได้ตั้งชื่ออำเภอ ตามชื่อต้นน้ำเกลี้ยง

  • วันที่ 10 มิถุนายน 2490 ตั้งตำบลตองปิด แยกออกจากตำบลละเอาะ และตำบลจาน[3]
  • วันที่ 24 สิงหาคม 2516 จัดตั้งสภาตำบลน้ำเกลี้ยง สภาตำบลตองปิด และสภาตำบลละเอาะ อำเภอกันทรารมย์[4]
  • วันที่ 7 มกราคม 2529 แยกพื้นที่ตำบลน้ำเกลี้ยง ตำบลละเอาะ ตำบลตองปิด และตำบลเขิน อำเภอกันทรารมย์ มาตั้งเป็น กิ่งอำเภอน้ำเกลี้ยง ขึ้นกับอำเภอกันทรารมย์[1]
  • วันที่ 10 ตุลาคม 2529 ตั้งตำบลเขิน แยกออกจากตำบลน้ำเกลี้ยง[5]
  • วันที่ 17 สิงหาคม 2533 ตั้งตำบลรุ่งระวี แยกออกจากตำบลละเอาะ และตำบลเขิน[6]
  • วันที่ 3 มิถุนายน 2537 ยกฐานะจากกิ่งอำเภอน้ำเกลี้ยง อำเภอกันทรารมย์ เป็น อำเภอน้ำเกลี้ยง[2]
  • วันที่ 4 มกราคม 2539 ตั้งตำบลคูบ แยกออกจากตำบลน้ำเกลี้ยง[7]
  • วันที่ 30 มกราคม 2539 ยกฐานะสภาตำบลรุ่งระวี และสภาตำบลน้ำเกลี้ยง อำเภอน้ำเกลี้ยง จังหวัดศรีสะเกษ เป็นองค์การบริหารส่วนตำบลรุ่งระวี และองค์การบริหารส่วนตำบลน้ำเกลี้ยง[8] ตามลำดับ
  • วันที่ 25 ธันวาคม 2539 ยกฐานะสภาตำบลตองปิด สภาตำบลเขิน และสภาตำบลละเอาะ อำเภอน้ำเกลี้ยง จังหวัดศรีสะเกษ เป็นองค์การบริหารส่วนตำบลตองปิด องค์การบริหารส่วนตำบลเขิน และองค์การบริหารส่วนตำบลละเอาะ[9] ตามลำดับ
    ที่ว่าการอำเภอน้ำเกลี้ยงในปัจจุบัน (ปี พ.ศ. 2563)

ที่ตั้งและอาณาเขต[แก้]

อำเภอน้ำเกลี้ยงมีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียง ดังนี้

การแบ่งเขตการปกครอง[แก้]

การปกครองส่วนภูมิภาค[แก้]

อำเภอน้ำเกลี้ยงแบ่งเขตการปกครองย่อยออกเป็น 6 ตำบล 75 หมู่บ้าน ได้แก่

1. น้ำเกลี้ยง (Nam Kliang) 10 หมู่บ้าน
2. ละเอาะ (La-o) 13 หมู่บ้าน
3. ตองปิด (Tong Pit) 14 หมู่บ้าน
4. เขิน (Khoen) 13 หมู่บ้าน
5. รุ่งระวี (Rung Rawi) 15 หมู่บ้าน
6. คูบ (Khup) 10 หมู่บ้าน

การปกครองส่วนท้องถิ่น[แก้]

ท้องที่อำเภอน้ำเกลี้ยงประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 6 แห่ง ได้แก่

ตัวอำเภอน้ำเกลี้ยง เป็นศูนย์กลางในการติดต่อราชการของอำเภอน้ำเกลี้ยง
  • องค์การบริหารส่วนตำบลน้ำเกลี้ยง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลน้ำเกลี้ยงทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลละเอาะ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลละเอาะทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลตองปิด ครอบคลุมพื้นที่ตำบลตองปิดทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลเขิน ครอบคลุมพื้นที่ตำบลเขินทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลรุ่งระวี ครอบคลุมพื้นที่ตำบลรุ่งระวีทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลคูบ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลคูบทั้งตำบล
สถานีวนวัฒนวิจัยห้วยทา ตำบลรุ่งระวี ซึ่งเป็นพื้นที่อนุรักษ์ป่าสนสองใบผืนสุดท้ายของจังหวัดศรีสะเกษ

สถานที่สำคัญ[แก้]

สถานีวนวัฒนวิจัยห้วยทา[แก้]

ตั้งอยู่ที่พื้นที่หมู่ 5 บ้านหนองพะแนง ตำบลรุ่งระวี อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าสนละเอาะ สังกัดองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.) สำนักการป่าชุมชน กรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กับหน่วยป้องกันรักษาที่ ศก.5 (ห้วยขะยุง - หนองม่วง) เป็นป่าสนสองใบบริเวณที่ราบผืนสุดท้ายของจังหวัดศรีสะเกษ มีพื้นที่รับผิดชอบ 800 ไร่ โดยกระทรวงมหาดไทยได้ยกพื้นที่ป่าสน ในท้องที่ตำบลตำแย ตำบลละเอาะ ตำบลน้ำเกลี้ยง อำเภอกันทรารมย์ และตำบลตูม ตำบลศรีแก้ว อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ให้เป็นป่าคุ้มครอง ตามประกาศกระทรวงมหาดไทยลงวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2491 โดยมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 14 ธันวาคม[10] ปีเดียวกัน

ต่อมาได้มีประกาศกฎกระทรวง ฉบับที่ 423 (พ.ศ. 2512) ออกตามความในพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 ได้ยกพื้นที่ป่าสน ในท้องที่ ตำบลละเอาะ ตำบลน้ำเกลี้ยง อำเภอกันทรารมย์ ตำบลตำแย อำเภอเมืองศรีสะเกษ และตำบลตูม ตำบลศรีแก้ว อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ให้เป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ตามประกาศกระทรวงมหาดไทยลงวันที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2512 โดยมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 27 พฤษภาคม[11] ปีเดียวกัน เนื่องจากป่าแห่งนี้มีไม้ยาง ไม้กระบาก ไม้พะยอม ไม้ประดู่ ไม้พะยุง ไม้ตะเคียน ไม้สน และไม้ชนิดอื่นซึ่งมีค่าจำนวนมาก และมีของป่ากับทรัพยากรธรรมชาติอื่นด้วย สมควรกำหนดให้เป็นป่าสงวนแห่งชาติ เพื่อรักษาสภาพป่า ไม้ ของป่า และทรัพยากรธรรมชาติอื่นไว้

การเดินทางไปสถานีวนวัฒนวิจัยห้วยทานี้ สามารถเดินทางจากจังหวัดศรีสะเกษ ไปตามทางหลวงหมายเลข 221 จังหวัดศรีสะเกษ ไปอำเภอกันทรลักษ์ ตรงกิโลเมตรที่ 28 - 29 ก็จะถึงสถานีวนวัฒนวิจัยห้วยทา ถนนหลวงจะผ่านพื้นที่สถานีวนวัฒนวิจัยห้วยทา ที่ทำการสถานีห่างจากถนนใหญ่เพียง 200 เมตรเท่านั้น ปัจจุบันมีเส้นทางเดินชมพื้นที่ป่าสนสองใบที่ราบ ซึ่งเป็นพื้นที่อนุรักษ์ มีข้อมูลของพันธุ์ไม้ต่างๆ ให้ศึกษา และมีสวนสาธารณะเจริญจิต ตั้งอยู่ภายในพื้นที่สถานีวนวัฒนวิจัยห้วยทาด้วย

แหล่งโบราณคดีบ้านขี้เหล็ก[12] หรือ "เมืองโบราณพังคู"[แก้]

ตั้งอยู่ที่พื้นที่หมู่ 2 บ้านขี้เหล็ก ตำบลละเอาะ เป็นชุมชนโบราณที่มีคูน้ำคันดินล้อมรอบเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีขนาดกว้าง 270 เมตร ยาว 480 เมตร คูน้ำที่ล้อมรอบเรียกว่า "หนองคู" จากการสำรวจไม่พบโบราณวัตถุภายในเขตชุมชน แต่พบอยู่ด้านนอกทางด้านทิศใต้ของแหล่งฯ จำนวนไม่มากนัก ได้แก่ เศษภาชนะดินเผาเนื้อแกร่ง เคลือบสีเขียว สำน้ำตาล ซึ่งเป็นเครื่องถ้วยเขมร มีอายุอยู่ระหว่างพุทธศตวรรษที่ 15-18 มีเครื่องถ้วยจีนเคลือบขาว สมัยราชวงศ์ฮั่น มีอายุอยู่ประมาณพุทธศตวรรษที่ 15-17 จากโบราณวัตถุที่พบ และแผนผังของชุมชน กล่าวได้ว่า ชุมชนแหล่งนี้เป็นชุมชนโบราณในวัฒนธรรมเขมร ช่วงเวลาการอยู่อาศัยระหว่างพุทธศตวรรษที่ 15-18

โรงพยาบาลน้ำเกลี้ยง เป็นสถานที่สำคัญในอำเภอน้ำเกลี้ยง มีขนาด 33 เตียง

สวนป่าดงบก และวัดป่าดงบก[แก้]

ป่าดงบก มีพื้นที่ 1,065 ไร่ อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าห้วยทา-ห้วยขยุง เป็นป่าดิบแล้งที่มีลักษณะเป็นป่าทึบ หนาแน่นด้วยพรรณไม้นานาชนิด คงสภาพป่าที่อุดมสมบูรณ์ เช่น ไม้ยาง พะยอม พยูง ตะเคียน แดง ตะแบก กระบก มะค่า นนทรี ลำดวน ขิงป่า ข่าป่า ขนุนป่า ฯลฯ ไม้มีค่าเหล่านี้ไม่เพียงให้ที่อยู่อาศัย แต่ยังสร้างแหล่งอาหารป่า เช่น เห็ด พืชสมุนไพร ฯลฯ

การบุกรุกผืนป่าเพื่อขยายที่ทำกินเริ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2515 เมื่อมีชาวบ้านจากถิ่นอื่นทยอยอพยพเข้ามาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้พื้นที่ป่าดงบกเริ่มเสียหาย จนกระทั่งปี 2519 มีนายทุนเข้ามาตัดไม้ขนาดใหญ่ในเขตป่า พร้อมแปรรูปออกไปขาย ขณะนั้นนายมา ทองสุ กำนันตำบลน้ำเกลี้ยง (ในขณะนั้น) พร้อมกันแกนนำชาวบ้านได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุมการลักลอบตัดไม้ และส่งดำเนินคดี ไม่นานก็มีรายใหม่เข้ามาอีก กำนันมา กับแกนนำชาวบ้านก็สามารถจัดการ ส่งดำเนินคดีได้อีกเหมือนกัน

กำนันมา ทองสุ เห็นว่าถ้าต้องเข้าไปจับกุมอย่างนี้ คงเป็นงานที่ไม่รู้จบ จึงหาทางออกด้วยการไปนิมนต์พระผู้นำจากวัดต่างๆ โดยการนำของพระครูสุนทรธรรมโนวาท เจ้าอาวาสวัดบ้านเขิน มาประชุมกันที่วัดบ้านโนนหนองสิม โดยมีหลวงปู่อ่อนตา เจ้าอาวาสวัด เป็นประธานการประชุม มีมติให้จัดตั้งกฎระเบียบในการรักษาป่าขึ้น ประกาศไปทุกหมู่บ้านในเขตพื้นที่ใกล้เคียงให้ทราบถึงวัตถุประสงค์ จัดทำอาณาเขตและยินยอมให้ชาวบ้านทำกินรอบผืนป่า พร้อมทั้งทำหนังสือขอความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐต่างๆ เพื่อขอการสนับสนุนอุปกรณ์ อาทิ รถแทรกเตอร์ รถเกรดดิน เพื่อทำถนนรอบป่าเป็นแนวกันชนป้องกันจากการบุกรุกแผ้วถาง และเป็นแนวกันไฟไปในตัว

ในปี 2524 ชาวบ้านหารือกันว่าควรจะตั้งวัด หลังจากนิมนต์พระมาจำพรรษาในป่าแห่งนี้แล้ว โดยอยากให้เป็นวัดสาขาของวัดหนองป่าพง จึงเข้าไปขอคำแนะนำจากหลวงปู่ชา สุภัทโท เจ้าอาวาสวัดหนองป่าพง อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี หลวงปู่ชาแนะนำให้ติดต่อพระครูสุรพงษ์ แห่งวัดภูดินแดง บ้านโนนสำโรง อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกับป่าดงบก ท่านพระครูสุรพงษ์ได้เข้ามาช่วยเหลือสร้างสำนักสงฆ์ในป่าดงบก ส่วนทางคณะสงฆ์วัดหนองป่าพง ก็ส่งพระอาจารย์หัสสา หนุโก มาเป็นประธานสงฆ์ และตั้งชื่อสำนักสงฆ์แห่งใหม่นี้ว่า "วัดป่าดงบก" เป็นสาขาที่ 77 ของวัดหนองป่าพง

ปี 2531 กรมป่าไม้ มีหนังสืออนุญาตให้ชาวบ้านเข้าทำประโยชน์ หรืออยู่อาศัยภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติได้ โดยให้เนื้อที่ 15 ไร่ จากนั้นจึงมีการสร้างกุฏิจำนวน 4 หลัง นิมนต์พระสงฆ์จากวัดหนองป่าพง ซึ่งก็ได้รับความเมตตาด้วยดีจากหลวงปู่ชา สุภัทโท ซึ่งครั้งนั้นมีพระครูสุนทร พัฒนานุโยค เป็นเจ้าอาวาส

วัดป่าดงบกมีบทบาทยับยั้งการบุกรุกทำลายป่า ปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมให้ชาวบ้านมีจิตสำนึก เกิดความหวงแหนป่า กรณีการรุกป่ายุติลงในปี 2540 และส่งผลให้ สำนักงานป่าไม้อำเภอน้ำเกลี้ยง และสำนักงานป่าไม้จังหวัดศรีสะเกษ ออกหนังสือการจัดตั้งป่าชุมชนดงบก ซึ่งมีชุมชนบ้านเขิน บ้านโนนหนองสิม บ้านโนนสว่าง บ้านเกษตรสมบูรณ์ บ้านหนองอะโลม และบ้านไร่เอราวัณ ในตำบลเขิน ร่วมกันดูแลรักษาป่า จัดตั้งคณะกรรมการป่าชุมชนหมู่บ้านละ 10 คน มีการตั้งกฎกติการ่วมกัน อาทิ ห้ามตัดไม้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากป่าดงบก ห้ามเก็บฟืนจากป่าไปขาย ให้ใช้ได้เฉพาะในครัวเรือนและสาธารณประโยชน์ ห้ามนำสัตว์เลี้ยงไปเลี้ยงในป่า ห้ามบุกรุกแผ้วถางป่า เป็นต้น

สถานีตำรวจภูธรน้ำเกลี้ยง เป็นสถานีตำรวจที่มีมาก่อนการตั้งอำเภอน้ำเกลี้ยง เนื่องจากสมัยก่อนตำบลน้ำเกลี้ยงมีขนาดใหญ่

ปี 2541 องค์การบริหารส่วนตำบลเขิน ป่าไม้อำเภอน้ำเกลี้ยง และป่าไม้จังหวัดศรีสะเกษ ได้จัดโครงการฝึกอบรมราษฎรอาสาสมัครพิทักษ์ป่า (รสทป.) มีชาวบ้านเข้ารับการอบรมจำนวน 49 คน ซึ่งจากผลให้ชาวบ้านมีความรู้ความเข้าใจเรื่องการรักษาป่า และได้รับพระราชทาน "ธงพระราชทานพิทักษ์ป่า เพื่อรักษาชีวิต" จากสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ความสำเร็จนี้ก่อให้เกิดการขยายไปสู่กลุ่มเยาวชน มีโรงเรียนรอบผืนป่าดงบก 5 แห่ง ส่งนักเรียนเข้ามาค่ายอบรมเรื่องสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการปฏิบัติธรรม[13]

สถานีตำรวจภูธรน้ำเกลี้ยง[แก้]

ด้วยกระทรวงมหาดไทยได้พิจารณาเห็นว่า ท้องที่ตำบลน้ำเกลี้ยง อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ เป็นท้องที่ที่มีราษฎรหนาแน่น สมควรจะได้จัดตั้งสถานีตำรวจขึ้น เพื่อตรวจตราดูแลและรักษาความสงบเรียบร้อยให้แก่ประชาชนในท้องถิ่น จึงให้ตั้งสถานีตำรวจภูธรขึ้นที่ตำบลน้ำเกลี้ยง อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ โดยมีชื่อเรียกว่า “สถานีตำรวจภูธรน้ำเกลี้ยง” มีเขตอำนาจการรับผิดชอบและพื้นที่การปกครองในเขตพื้นที่ตำบลน้ำเกลี้ยง อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ และให้อยู่ในความปกครองของสถานีตำรวจภูธรอำเภอกันทรารมย์ อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ ตามประกาศกระทรวงมหาดไทยลงวันที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2511 โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม ปีเดียวกัน[14]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 "ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง แบ่งเขตท้องที่อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ ตั้งเป็นกิ่งอำเภอน้ำเกลี้ยง" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 103 (9 ง): 157. 21 มกราคม 2529.
  2. 2.0 2.1 "พระราชกฤษฎีกาตั้งอำเภอเปือยน้อย อำเภอภูผาม่าน อำเภอราชสาส์น อำเภอเกาะสีชัง อำเภอไชยปราการ อำเภอนาหมื่น อำเภอสันติสุข อำเภอพลับพลาชัย อำเภอทุ่งยางแดง อำเภอไม้แก่น อำเภอศรีสมเด็จ อำเภอน้ำเกลี้ยง อำเภอบึงบูรพ์ อำเภอเจริญศิลป์ อำเภอนิคมน้ำอูน อำเภอกระแสสินธุ์ อำเภอนาหม่อม อำเภอท่าแพ อำเภอชัยบุรี และอำเภอศรีวิไล พ.ศ. ๒๕๓๗" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 111 (21 ก): 32–34. 3 มิถุนายน 2537.
  3. "ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง ตั้งตำบลในจังหวัดต่าง ๆ" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 64 (26 ง): 1114–1433. 10 มิถุนายน 2490.
  4. "ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การจัดตั้งสภาตำบลตามประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๓๒๖ ลงวันที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๑๕" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 90 (108 ง): (ฉบับพิเศษ) 1-72. 24 สิงหาคม 2516.
  5. "ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง ตั้งและเปลี่ยนแปลงเขตตำบลในท้องที่อำเภอกันทรลักษณ์ อำเภอกันทรารมย์ และอำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 103 (175 ง): (ฉบับพิเศษ) 56-81. 10 ตุลาคม 2529.
  6. "ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง ตั้งและกำหนดเขตตำบลในท้องที่อำเภอขุขันธ์ อำเภอกันทรลักษณ์ อำเภอยางชุมน้อย กิ่งอำเภอน้ำเกลี้ยง และกิ่งอำเภอวังหิน จังหวัดศรีสะเกษ" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 107 (149 ง): (ฉบับพิเศษ) 61-83. 17 สิงหาคม 2533.
  7. "ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง ตั้งและกำหนดเขตตำบลในท้องที่อำเภอราษีไศล อำเภอยางชุมน้อย และอำเภอน้ำเกลี้ยง จังหวัดศรีสะเกษ" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 113 (2 ง): 9–20. 4 มกราคม 2539.
  8. "ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง จัดตั้งองค์การบริหารส่วนตำบล (จำนวน ๒๑๔๓ แห่ง)" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 113 (9 ง): 5–219. 30 มกราคม 2539.
  9. "ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง จัดตั้งองค์การบริหารส่วนตำบล" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 113 (52 ง): 1–365. 24 ธันวาคม 2539.
  10. "พระราชกฤษฎีกากำหนดป่าสน ในท้องที่ตำบลตำแย ตำบลละเอาะ และตำบลน้ำเกลี้ยง อำเภอกันทรารมย์ ตำบลตูมและตำบลศรีแก้ว อำเภอกันทรลักษณ์ จังหวัดศรีสะเกษ ให้เป็นป่าคุ้มครอง พ.ศ. ๒๔๙๑" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 65 (72 ก): 802–804. 14 ธันวาคม 2491.
  11. "กฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๒๓ (พ.ศ. ๒๕๑๒) ออกตามความในพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๗ [กำหนดให้ป่าในท้องที่ตำบลสนละเอาะ ในท้องที่ตำบลน้ำเกลี้ยง ตำบลละเอาะ อำเภอกันทรารมย์ ตำบลตำแย อำเภอเมืองศรีสะเกษ และตำบลศรีแก้ว ตำบลตูม อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ]" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 86 (46 ก): 539–540. 27 พฤษภาคม 2512.
  12. [1]แหล่งโบราณคดีในจังหวัดศรีสะเกษ
  13. [2]ผลงานรางวัลลูกโลกสีเขียว ครั้งที่ 10 ประจำปี 2551 ประเภทชุมชน (ชุมชน ชุมชนเมือง เครือข่ายชุมชน) - ชุมชนตำบลเขิน (ป่าดงบก)
  14. "ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง ตั้งสถานีตำรวจภูธรตำบล [จำนวน ๑๘๙ สถานี]" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 85 (59 ง): (ฉบับพิเศษ) 8. 1 กรกฎาคม 2511.