อำเภอน้ำเกลี้ยง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
อำเภอน้ำเกลี้ยง
การถอดเสียงอักษรโรมัน
 • อักษรโรมันAmphoe Nam Kliang
จากซ้ายไปขวา:
  • ตัวอำเภอน้ำเกลี้ยง
  • ป่าสนสองใบ 200 ปี
  • สถานีวนวัฒนวิจัยห้วยทา
คำขวัญ: 
น้ำเกลี้ยงเมืองน้ำใส ถิ่นชาวส่วยน้ำใจดี มีลำห้วยมากหลาย ป่าสนสองใบร่มรื่น ชื่นชมวัฒนธรรมสืบสาน แดนเมืองโบราณพังคู
แผนที่จังหวัดศรีสะเกษ เน้นอำเภอน้ำเกลี้ยง
แผนที่จังหวัดศรีสะเกษ เน้นอำเภอน้ำเกลี้ยง
พิกัด: 14°55′42″N 104°30′48″E / 14.92833°N 104.51333°E / 14.92833; 104.51333
ประเทศ ไทย
จังหวัดศรีสะเกษ
พื้นที่
 • ทั้งหมด236.171 ตร.กม. (91.186 ตร.ไมล์)
ประชากร
 (2564)
 • ทั้งหมด44,392 คน
 • ความหนาแน่น187.97 คน/ตร.กม. (486.8 คน/ตร.ไมล์)
รหัสไปรษณีย์ 33130
รหัสภูมิศาสตร์3315
ที่ตั้งที่ว่าการที่ว่าการอำเภอน้ำเกลี้ยง หมู่ที่ 5 ตำบลน้ำเกลี้ยง อำเภอน้ำเกลี้ยง จังหวัดศรีสะเกษ 33130
สารานุกรมประเทศไทย ส่วนหนึ่งของสารานุกรมประเทศไทย

น้ำเกลี้ยง เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดศรีสะเกษ เป็นที่ตั้งของสถานีวนวัฒนวิจัยห้วยทา ซึ่งเป็นพื้นที่อนุรักษ์ป่าสนสองใบที่ราบเพียงแห่งเดียวของจังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งมีอายุกว่า 200 ปี และยังเป็นพื้นที่ 1 ใน 3 ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่พบป่าสนสองใบ และเป็นที่ตั้งของเขตประวัติศาสตร์ มีนามเมืองว่า "เมืองโบราณพังคู"

ที่ตั้งและอาณาเขต[แก้]

อำเภอน้ำเกลี้ยงมีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียง ดังนี้

บริเวณแยกน้ำเกลี้ยง ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2125 บ้านไฮ - กันทรารมย์ ตำบลน้ำเกลี้ยง

ประวัติ[แก้]

พื้นที่ของอำเภอน้ำเกลี้ยงเดิมเป็นที่รู้จักในชื่อ บ้านน้ำเกลี้ยง อยู่ในเขตการปกครองในเขตอำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งตำบลน้ำเกลี้ยงตั้งขึ้นเป็นตำบลตั้งแต่ พ.ศ. 2441 (ค.ศ. 1898) ในประเทศไทย เป็นปีที่ 117 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ และเป็นปีที่ 31 ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และนับเป็นปี ร.ศ. 116 เข้ามาตั้งบ้านเรือนอาศัยอยู่บริเวณนี้มาเป็นเวลาหลายสิบปี บริเวณบ้านไร่เอราวัณ ตำบลเขิน เริ่มแรกได้ประกอบอาชีพทางเกษตรกรรมปลูกผัก ผลไม้ ได้ถ่ายทอดวัฒนธรรมต่อ ๆ กันมาหลายอย่าง จนกระทั่งเมื่อมีคราวสงคราม ได้มีกองทัพเดินทางมาใช้บริเวณดังกล่าวเป็นจุดพักค้างคืน บรรดาช้าง ม้า และสัตว์ต่าง ๆ ที่มากับกองทัพได้กิน ทำลาย พืชผักต่าง ๆ ของชาวบ้าน เมื่อเป็นเช่นนั้นชาวบ้านจึงอพยพมาตั้งถิ่นฐานใหม่บริเวณต้นไม้ใหญ่ คือ "ต้นน้ำเกลี้ยง" เป็นเหตุให้เรียกชื่อหมู่บ้านเป็น "น้ำเกลี้ยง" จนถึงปัจจุบัน

พ.ศ. 2528 กรมการปกครองได้พิจารณาดำเนินการจัดตั้งกิ่งอำเภอ ซึ่งจังหวัดศรีสะเกษได้เสนอขอตั้งกิ่งอำเภอน้ำเกลี้ยงในท้องที่อำเภอกันทรารมย์ ซึ่งกรมการปกครองได้บรรจุเข้าแผนการจัดตั้งกิ่งอำเภอและอำเภอระยะ 8 ปี (พ.ศ. 2528 - 2537) กระทั่งเมื่อวันที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2529 ทางราชการได้แบ่งพื้นที่การปกครองออกมาตั้งเป็น กิ่งอำเภอน้ำเกลี้ยง[1] ลงวันที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2529 โดยมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 22 มกราคม ปีเดียวกัน และในวันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2529 ได้มีประกาศกระทรวงมหาดไทยให้แยกบางหมู่บ้านออกมาจากการปกครองของตำบลน้ำเกลี้ยง รวมตั้งเป็นตำบลเขิน[2] และในวันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2533 ได้มีประกาศกระทรวงมหาดไทยให้แยกบางหมู่บ้านออกมาจากการปกครองของตำบลละเอาะกับตำบลเขิน[3] รวมตั้งเป็นตำบลรุ่งระวี

เมื่อกิ่งอำเภอน้ำเกลี้ยงมีสภาพชุมชนและชุมนุมการค้าหนาแน่นหรือมีสภาพเจริญขึ้นกว่าเดิมมาก จึงได้มีพระราชกฤษฎีกายกฐานะตั้งขึ้นเป็น อำเภอน้ำเกลี้ยง[4] ตามประกาศกระทรวงมหาดไทยลงวันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2537 โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 3 มิถุนายน ปีเดียวกัน เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการบริหารงานของหน่วยบริหารราชการส่วนภูมิภาค จนกระทั่งในวันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2539 ได้มีประกาศกระทรวงมหาดไทยให้แยกบางหมู่บ้านออกมาจากการปกครองของตำบลน้ำเกลี้ยง รวมตั้งเป็นตำบลคูบ[5] จึงมีการปกครองระดับตำบลทั้งหมด 6 ตำบล

จุดเด่น[แก้]

อำเภอน้ำเกลี้ยงเป็นที่ตั้งของสถานีวนวัฒนวิจัยห้วยทา ซึ่งมีสนสองใบ เป็นพื้นที่อนุรักษ์พื้นที่ป่าสนสองใบที่ราบแหล่งสุดท้ายของจังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งมีอายุกว่า 200 ปี และยังเป็นพื้นที่ 1 ใน 3 ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่พบป่าสนสองใบ สังกัดองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.) สำนักการป่าชุมชน กรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กับหน่วยป้องกันรักษาที่ ศก.5 (ห้วยขะยุง - หนองม่วง) จัดตั้งให้เป็นป่าคุ้มครอง ตามประกาศกระทรวงมหาดไทยลงวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2491 โดยมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 14 ธันวาคม[6] ปีเดียวกัน ต่อมาได้ให้เป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ตามประกาศกระทรวงมหาดไทยลงวันที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2512 โดยมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 27 พฤษภาคม[7] ปีเดียวกัน เนื่องจากป่าแห่งนี้มีไม้ยาง ไม้กระบาก ไม้พะยอม ไม้ประดู่ ไม้พะยุง ไม้ตะเคียน ไม้สน และไม้ชนิดอื่นซึ่งมีค่าจำนวนมาก และมีของป่ากับทรัพยากรธรรมชาติอื่นด้วย สมควรกำหนดให้เป็นป่าสงวนแห่งชาติ เพื่อรักษาสภาพป่า ไม้ ของป่า และทรัพยากรธรรมชาติอื่นไว้

การแบ่งเขตการปกครอง[แก้]

การปกครองส่วนภูมิภาค[แก้]

อำเภอน้ำเกลี้ยงแบ่งเขตการปกครองย่อยออกเป็น 6 ตำบล 75 หมู่บ้าน ได้แก่

1. น้ำเกลี้ยง (Nam Kliang) 10 หมู่บ้าน
2. ละเอาะ (La-o) 13 หมู่บ้าน
3. ตองปิด (Tong Pit) 14 หมู่บ้าน
4. เขิน (Khoen) 13 หมู่บ้าน
5. รุ่งระวี (Rung Rawi) 15 หมู่บ้าน
6. คูบ (Khup) 10 หมู่บ้าน

การปกครองส่วนท้องถิ่น[แก้]

ท้องที่อำเภอน้ำเกลี้ยงประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 6 แห่ง ได้แก่

  • องค์การบริหารส่วนตำบลน้ำเกลี้ยง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลน้ำเกลี้ยงทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลละเอาะ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลละเอาะทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลตองปิด ครอบคลุมพื้นที่ตำบลตองปิดทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลเขิน ครอบคลุมพื้นที่ตำบลเขินทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลรุ่งระวี ครอบคลุมพื้นที่ตำบลรุ่งระวีทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลคูบ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลคูบทั้งตำบล

อ้างอิง[แก้]

  1. "ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง แบ่งเขตท้องที่อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ ตั้งเป็นกิ่งอำเภอน้ำเกลี้ยง" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 103 (9 ง): 157. วันที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2529
  2. "ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง ตั้งและเปลี่ยนแปลงเขตตำบลในท้องที่อำเภอกันทรลักษณ์ อำเภอกันทรารมย์ และอำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 103 (175 ง): (ฉบับพิเศษ) 56-81. วันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2529
  3. "ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง ตั้งและกำหนดเขตตำบลในท้องที่อำเภอขุขันธ์ อำเภอกันทรลักษณ์ อำเภอยางชุมน้อย กิ่งอำเภอน้ำเกลี้ยง และกิ่งอำเภอวังหิน จังหวัดศรีสะเกษ" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 107 (149 ง): (ฉบับพิเศษ) 61-83. วันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2533
  4. "พระราชกฤษฎีกาตั้งอำเภอเปือยน้อย อำเภอภูผาม่าน อำเภอราชสาส์น อำเภอเกาะสีชัง อำเภอไชยปราการ อำเภอนาหมื่น อำเภอสันติสุข อำเภอพลับพลาชัย อำเภอทุ่งยางแดง อำเภอไม้แก่น อำเภอศรีสมเด็จ อำเภอน้ำเกลี้ยง อำเภอบึงบูรพ์ อำเภอเจริญศิลป์ อำเภอนิคมน้ำอูน อำเภอกระแสสินธุ์ อำเภอนาหม่อม อำเภอท่าแพ อำเภอชัยบุรี และอำเภอศรีวิไล พ.ศ. ๒๕๓๗" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 111 (21 ก): 32–34. วันที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2537
  5. "ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง ตั้งและกำหนดเขตตำบลในท้องที่อำเภอราษีไศล อำเภอยางชุมน้อย และอำเภอน้ำเกลี้ยง จังหวัดศรีสะเกษ" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 113 (2 ง): 9–20. วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2539
  6. "พระราชกฤษฎีกากำหนดป่าสน ในท้องที่ตำบลตำแย ตำบลละเอาะ และตำบลน้ำเกลี้ยง อำเภอกันทรารมย์ ตำบลตูมและตำบลศรีแก้ว อำเภอกันทรลักษณ์ จังหวัดศรีสะเกษ ให้เป็นป่าคุ้มครอง พ.ศ. ๒๔๙๑" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 65 (72 ก): 802–804. วันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2491
  7. "กฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๒๓ (พ.ศ. ๒๕๑๒) ออกตามความในพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๗ [กำหนดให้ป่าในท้องที่ตำบลสนละเอาะ ในท้องที่ตำบลน้ำเกลี้ยง ตำบลละเอาะ อำเภอกันทรารมย์ ตำบลตำแย อำเภอเมืองศรีสะเกษ และตำบลศรีแก้ว ตำบลตูม อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ]" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 86 (46 ก): 539–540. วันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2512