อำเภอปรางค์กู่

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
อำเภอปรางค์กู่
แผนที่จังหวัดศรีสะเกษ เน้นอำเภอปรางค์กู่
เมืองเก่าปรางค์กู่ ที่อยู่นกเป็ด
ฝีมือเด็ดผ้าไหม เจียระไนพลอยดี
มากมีอารยธรรม
ข้อมูลทั่วไป
อักษรไทย อำเภอปรางค์กู่
อักษรโรมัน Amphoe Prang Ku
จังหวัด ศรีสะเกษ
รหัสทางภูมิศาสตร์ 3307
รหัสไปรษณีย์ 33170
ข้อมูลสถิติ
พื้นที่ 285.475 ตร.กม.
ประชากร 68,019 คน (พ.ศ. 2557)
ความหนาแน่น 238.26 คน/ตร.กม.
ที่ว่าการอำเภอ
ที่ตั้ง ที่ว่าการอำเภอปรางค์กู่ หมู่ที่ 1 ถนนสุขาภิบาล 14 ตำบลพิมาย อำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ 33170
พิกัด 14°51′24″N 104°2′24″E / 14.85667°N 104.04000°E / 14.85667; 104.04000
หมายเลขโทรศัพท์ 0 4569 7072
หมายเลขโทรสาร 0 4569 7072

สารานุกรมประเทศไทย ส่วนหนึ่งของสารานุกรมประเทศไทย

อำเภอปรางค์กู่ เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดศรีสะเกษ ตั้งทางตะวันตกเฉียงใต้ของจังหวัด ในอดีตเป็นพื้นที่ที่มีความแห้งแล้งมากที่สุดในจังหวัดศรีสะเกษ และมีความแห้งแล้งในลำดับต้นๆ ของประเทศไทย ปัจจุบันมีความอุดมสมบูรณ์ด้วยพืชพันธ์ธัญญาหาร และเป็นแหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น

ที่ตั้งและอาณาเขต[แก้]

อำเภอปรางค์กู่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของจังหวัด มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียง ดังนี้

การแบ่งเขตการปกครอง[แก้]

การปกครองส่วนภูมิภาค[แก้]

อำเภอปรางค์กู่แบ่งเขตการปกครองย่อยออกเป็น 10 ตำบล 141 หมู่บ้าน ได้แก่

1. พิมาย (Phimai) 13 หมู่บ้าน 6. โพธิ์ศรี (Pho Si) 14 หมู่บ้าน
2. กู่ (Ku) 17 หมู่บ้าน 7. สำโรงปราสาท (Samrong Prasat) 17 หมู่บ้าน
3. หนองเชียงทูน (Nong Chiang Thun) 19 หมู่บ้าน 8. ดู่ (Du) 13 หมู่บ้าน
4. ตูม (Tum) 11 หมู่บ้าน 9. สวาย (Sawai) 10 หมู่บ้าน
5. สมอ (Samo) 17 หมู่บ้าน 10. พิมายเหนือ (Phimai Nuea) 10 หมู่บ้าน

การปกครองส่วนท้องถิ่น[แก้]

ท้องที่อำเภอปรางค์กู่ประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 11 แห่ง ได้แก่

ประชากรในตำบล[แก้]

      หมายถึงจำนวนประชากรได้เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน
      หมายถึงจำนวนประชากรได้ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน
อันดับ
(ปีล่าสุด)
ตำบลในอำเภอปรางค์กู่ พ.ศ. 2558[1] พ.ศ. 2557[2] พ.ศ. 2556[3] พ.ศ. 2555[4] พ.ศ. 2554[5] พ.ศ. 2553[6] พ.ศ. 2552[7] พ.ศ. 2551[8]
1 กู่ 12,122 12,083 12,095 12,105 12,068 12,133 12,177 12,207
2 หนองเชียงทูน 9,557 9,536 9,499 9,491 9,456 9,487 9,448 9,472
3 สมอ 7,498 7,475 7,473 7,454 7,450 7,471 7,468 7,436
4 พิมาย 7,296 7,322 7,371 7,393 7,388 7,476 7,463 7,469
5 สำโรงปราสาท 6,757 6,785 6,814 6,781 6,764 6,820 6,820 6,803
6 ตูม 6,160 6,151 6,161 6,158 6,181 6,191 6,180 6,162
7 โพธิ์ศรี 5,455 5,468 5,481 5,455 5,478 5,508 5,477 5,451
8 ดู่ 4,829 4,815 4,810 4,800 4,770 4,774 4,737 4,741
9 พิมายเหนือ 4,283 4,258 4,260 4,264 4,216 4,217 4,199 4,198
10 สวาย 4,153 4,126 4,131 4,134 4,100 4,090 4,083 4,061
รวม 68,110 68,019 68,095 68,035 67,871 68,167 68,052 68,000

สภาพพื้นที่[แก้]

อำเภอปรางค์กู่ มีพื้นที่ทั่วไปเป็นที่ราบลุ่ม ไม่มีภูเขาพื้นดินส่วนใหญ่เหมาะแก่การทำนาลักษณะดินเป็นดินปนทราย ไม่มีแม่น้ำไหลผ่านมีเพียงลำห้วย และ หนองเท่านั้น ลำห้วยที่สำคัญคือ

  • ลำห้วยสำราญเป็นลำห้วยที่สำคัญที่สุดของอำเภอ ไหลจากท้องที่อำเภอขุขันธ์ เข้าสู่อำเภอปรางค์กู่
  • ลำห้วยเสนเป็นลำห้วยที่ไหลจากอำเภอสังขละ จังหวัดสุรินทร์ สู่อำเภอปรางค์กู่ที่บ้านกะดึ ตำบลกู่ ไหลผ่านตำบลสวาย และออกทางอำเภอห้วยทับทัน
  • ลำห้วยฆ้อง เป็นลำห้วยที่ไหลมาจากท้องที่อำเภอขุขันธ์ไหลสู่อำเภอปรางค์กู่ที่บ้านกอกหวาน ตำบลโพธิ์ศรี ผ่านตำบลพิมาย ตำบลตูมเป็นลำห้วยที่ไหลผ่านใจกลางของอำเภอปรางค์กู่เป็นที่น่าสังเกตว่าลำห้วยทุกลำห้วยจะไหลจากทิศใต้ไปทางทิศเหนือของอำเภอเสมอ

การท่องเที่ยว[แก้]

ปราสาทปรางค์กู่

อำเภอปรางค์กู่ เป็นอำเภอที่ไม่มีแหล่งท่องเที่ยวที่มีศักยภาพดึงดูดนักท่องเที่ยวมากนัก มีเพียงแต่ปราสาทปรางค์กู่ และปราสาทบ้านสมอ เท่านั้น

บุคคลที่มีชื่อเสียง[แก้]

อำเภอปรางค์กู่ เป็นอำเภอที่มีความแห้งแล้งมากที่สุดเป็นลำดับต้นๆ ของประเทศไทย และเป็นจุดกำเนิดของ นักสู้ผู้สร้างป่า : ดาบตำรวจวิชัย สุริยุทธ ตำรวจที่เป็นที่รู้จักจากการปลูกต้นไม้ทุกวัน จนกว่าจะไม่มีแรงจะปลูก[9]

อ้างอิง[แก้]

  1. กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. "ประกาศสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง เรื่อง จำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร แยกเป็นกรุงเทพมหานครและจังหวัดต่าง ๆ ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2558." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://stat.bora.dopa.go.th/stat/pk/pk_58 .pdf 2558. สืบค้น 1 มีนาคม 2559.
  2. กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. "ประกาศสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง เรื่อง จำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร แยกเป็นกรุงเทพมหานครและจังหวัดต่าง ๆ ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2557." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://stat.bora.dopa.go.th/stat/pk/pk_57.pdf 2558. สืบค้น 1 มีนาคม 2558.
  3. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักทะเบียนกลาง เรื่อง จำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร แยกเนกรุงเทพมหานครและจังหวัดต่างๆ ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๖, เล่ม ๑๓๑, ตอน ๔๑ ง , ๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๗, หน้า ๑
  4. กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. "ประกาศสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง เรื่อง จำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร แยกเป็นกรุงเทพมหานครและจังหวัดต่าง ๆ ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2555." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://stat.bora.dopa.go.th/stat/y_stat55.html 2555. สืบค้น 3 เมษายน 2556.
  5. กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. "ประกาศสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง เรื่อง จำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร แยกเป็นกรุงเทพมหานครและจังหวัดต่าง ๆ ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2554." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://stat.bora.dopa.go.th/stat/y_stat54.html 2555. สืบค้น 6 เมษายน 2555.
  6. กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. "ประกาศสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง เรื่อง จำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร แยกเป็นกรุงเทพมหานครและจังหวัดต่าง ๆ ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2553." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://stat.dopa.go.th/stat/y_stat53.html 2553. สืบค้น 30 มกราคม 2554.
  7. กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. "ประกาศสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง เรื่อง จำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร แยกเป็นกรุงเทพมหานครและจังหวัดต่าง ๆ ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2552."203.113.86.149/stat/y_stat.htmlสืบค้น 30 มีนาคม 2553
  8. กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. "ประกาศสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง เรื่อง จำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร แยกเป็นกรุงเทพมหานครและจังหวัดต่าง ๆ ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2551." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://www.dopa.go.th/stat/y_stat51.html 2552. สืบค้น 30 มกราคม 2552.
  9. นักสู้ผู้สร้างป่า