ข้ามไปเนื้อหา

คู่กรรม

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
คู่กรรม
ปกฉบับ พ.ศ. 2558

คู่กรรม
คู่กรรม 2
ผู้ประพันธ์ทมยันตี (วิมล เจียมเจริญ)
ประเทศประเทศไทย ประเทศไทย
ภาษาประเทศไทย ภาษาไทย
ประเภทโศกนาฏกรรมและวีรคติ
สำนักพิมพ์นิตยสารศรีสยาม (พิมพ์เป็นตอน ๆ)
บรรลือสาส์น (ตีพิมพ์ครั้งแรก)
วันที่ตีพิมพ์พ.ศ. 2508 – 2534
สื่อประเภทสิ่งตีพิมพ์
คู่กรรม
งานต้นฉบับนวนิยาย คู่กรรม (พ.ศ. 2508)
เจ้าของทมยันตี (วิมล เจียมเจริญ)
ปีพ.ศ. 2508–ปัจจุบัน
สร้างจากบทประพันธ์ของ ทมยันตี
สื่อสิ่งพิมพ์
นวนิยายคู่กรรม
คู่กรรม 2
ภาพยนตร์และโทรทัศน์
ภาพยนตร์คู่กรรม (2516)
คู่กรรม (2531)
คู่กรรม (2538)
คู่กรรม 2 (2539)
คู่กรรม (2556)
ละครโทรทัศน์พ.ศ. 2513 - ช่อง 7 (ขาว-ดำ)
พ.ศ. 2515 - ช่อง 4 บางขุนพรหม
พ.ศ. 2521 - ช่อง 9
พ.ศ. 2533 - ช่อง 7
พ.ศ. 2547 - ช่อง 3
พ.ศ. 2556 - ช่อง 5
พ.ศ. 2569 - ช่องวัน 31, วันดี
การแสดงละคร
มิวสิคัลคู่กรรม เดอะมิวสิคัล (2546, 2547, 2550)
เบ็ดเตล็ด
รางวัลรางวัลพระราชทานพระสุรัสวดี
พ.ศ. 2517 - บทประพันธ์ยอดเยี่ยม
พ.ศ. 2531 - ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม
พ.ศ. 2538 - ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม
รางวัลเมขลา
พ.ศ. 2533 - ละครชีวิตดีเด่น
รางวัลโทรทัศน์ทองคำ
พ.ศ. 2533 - ละครชีวิตดีเด่น
รางวัลคมชัดลึก อวอร์ด
พ.ศ. 2557 - ภาพยนตร์ไทยยอดนิยม

คู่กรรม เป็นนวนิยายแนวโศกนาฏกรรมและวีรคติ ประพันธ์โดย ทมยันตี ดำเนินเรื่องที่มีฉากหลังในประเทศไทยสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เขียนขึ้นในปี พ.ศ. 2508 ตีพิมพ์เป็นตอนในนิตยสารศรีสยาม (ในเครือนิตยสารขวัญเรือน)[1] และรวมเล่มครั้งแรกในปี พ.ศ. 2512 แล้วตีพิมพ์มาหลายครั้ง มีภาคต่อคือ คู่กรรม 2 ในปี พ.ศ. 2534 ถือว่าเป็นบทประพันธ์ที่ชื่อเสียงมากที่สุดเรื่องหนึ่งของทมยันตี

คู่กรรม ได้รับการนำไปสร้างเป็นละครโทรทัศน์และภาพยนตร์แล้วหลายครั้ง เริ่มจากในปี พ.ศ. 2513 สร้างเป็นละครครั้งแรกออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 7 (ขาว-ดำ) สร้างโดย เทิ่ง สติเฟื่อง ในนามของ คณะศรีไทยการละคร ต่อมาออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีช่อง 4 ในปี พ.ศ. 2515 และทางช่อง 9 อ.ส.ม.ท. ในปี พ.ศ. 2521

ครั้งสำคัญเป็นละครทางช่อง 7 สี ในปี พ.ศ. 2533 เป็นละครที่สร้างประวัติศาสตร์เรตติ้งสูงสุดอันดับ 1 ของเมืองไทยตลอดกาล ด้วยเรตติ้ง 40[2][3] และได้รับรางวัลทั้งเมขลาและโทรทัศน์ทองคำในปีเดียวกัน หลังจากนั้นได้นำมาสร้างใหม่เป็นละครทางช่อง 3 ในปี พ.ศ. 2547 (มีภาคต่อคือ คู่กรรม 2)[4]

คู่กรรม ยังถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ ในปี พ.ศ. 2516, พ.ศ. 2531, พ.ศ. 2538 ซึ่งทั้ง 2 ครั้งหลังได้รับรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมรางวัลตุ๊กตาทองไปทั้งคู่[5][6]

ในปี พ.ศ. 2556 มีการออกอากาศ คู่กรรม เป็นละครโทรทัศน์และภาพยนตร์ในปีเดียวกัน ในช่วงเวลาคาบเกี่ยวกัน โดยเวอร์ชั่นละครโทรทัศน์ผลิตโดยเอ็กแซ็กท์และซีเนริโอ ออกอากาศทางช่อง 5 และเวอร์ชั่นภาพยนตร์สร้างโดยเอ็ม เทอร์ตี้ไนน์ ซึ่งทำให้เกิดการเปรียบเทียบระหว่างคู่กรรมทั้ง 2 เวอร์ชั่นจากผู้รับชม[7][8]

นอกจากนี้ยังมีการดัดแปลงเป็นละครเวทีโดยค่ายดรีมบอกซ์ เมื่อปี พ.ศ. 2546-2547 แสดงที่โรงละครกรุงเทพ และกลางปี พ.ศ. 2550 แสดงที่โรงละครกรุงเทพเมโทรโพลิส และ คู่กรรม ได้ถูกหยิบยกนำมาล้อเลียนในรูปแบบสื่อต่าง ๆ เช่น รายการตลก ภาพยนตร์ตลก การ์ตูน และสื่อออนไลน์

ฉากหลัง

[แก้]

ทมยันตี ผู้ประพันธ์ได้รับแรงบันดาลใจเมื่อราวปี พ.ศ. 2508 จากการเดินทางไปจังหวัดกาญจนบุรี และเข้าชมสุสานทหารสัมพันธมิตรดอนรักที่ฝังร่างของเหล่าทหารสัมพันธมิตร โดยสะดุดใจเมื่อเห็นคำจารึกถึงบนหลุมศพทหารสัญชาติเนเธอร์แลนด์คนหนึ่ง เมื่อสอบถามดูได้ความว่าเป็นลูกชายเพียงคนเดียวของครอบครัวที่มาเสียชีวิตลงที่ประเทศไทย โดยที่ผู้เป็นพ่อแม่มิอาจมาร่วมฝังศพของลูกชายได้[9]

โครงเรื่อง

[แก้]

เรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อกองทัพญี่ปุ่นเข้าสู่ประเทศไทย โกโบริ นายทหารเรือหนุ่มชาวญี่ปุ่นผู้สุภาพและอ่อนโยน ได้พบกับ อังศุมาลิน หญิงสาวชาวสวนริมคลองบางกอกน้อย เขารู้สึกประทับใจและตกหลุมรักเธอทันที แต่สำหรับอังศุมาลิน โกโบริคือตัวแทนของกองทัพศัตรูที่เข้ามารุกรานประเทศ อีกทั้งเธอยังมี วนัส คนรักที่ไปเรียนต่อต่างประเทศและสัญญาว่าจะกลับมาหาเธอ

ด้วยเหตุการณ์ทางการเมืองบางอย่าง ทำให้โกโบริและอังศุมาลินต้องแต่งงานกัน เพื่อลดความตึงเครียดระหว่างทหารญี่ปุ่นและคนไทย อังศุมาลินยอมแต่งงานด้วยความจำใจแต่ตั้งกำแพงในใจไว้อย่างแน่นหนา เธอแสดงท่าทีเย็นชาและเกลียดชังเขาเสมอ เพื่อยืนยันความรักชาติและซื่อสัตย์ต่อวนัส ตลอดเวลาที่ใช้ชีวิตร่วมกัน ความดี ความอดทน และความรักที่มั่นคงของโกโบริ ค่อยๆทลายกำแพงในใจของอังศุมาลินลงทีละน้อย เธอเริ่มรู้สึกผูกพันและรักเขา แต่ด้วยทิฐิและความหยิ่งในศักดิ์ศรี ทำให้เธอไม่เคยยอมรับความรู้สึกของตัวเองออกมาตรงๆ

สงครามทวีความรุนแรงขึ้น และในที่สุดโศกนาฏกรรมก็มาถึง โกโบริได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการทิ้งระเบิดของฝ่ายสัมพันธมิตรที่สถานีรถไฟบางกอกน้อย ในวาระสุดท้ายของชีวิต อังศุมาลินได้พรั่งพรูความรู้สึกที่แท้จริงทั้งหมดออกมาว่าเธอรักเขามากเพียงใด แต่ก็สายไปเสียแล้ว โกโบริสิ้นใจในอ้อมแขนของเธอ ทิ้งไว้เพียงอังศุมาลินที่กำลังตั้งครรภ์ลูกของพวกเขาสองคน

ตัวละคร "โกโบริ" และ "อังศุมาลิน" ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของความรักต่างเชื้อชาติท่ามกลางสงครามที่ฝังอยู่ในความทรงจำของคนไทย

ตัวละคร

[แก้]

ตัวละครหลัก

  • โกโบริ เป็นนายทหารเรือยศเรือเอกแห่งกองทัพเรือญี่ปุ่น มาจากครอบครัวชาวญี่ปุ่นที่มีเกียรติ และเป็นวิศวกรที่มีหน้าที่คุมอู่ต่อเรือของกองทัพที่ตั้งอยู่ใกล้กับบ้านของอังศุมาลินในคลองบางกอกน้อย
  • อังศุมาลิน เป็นหญิงสาวชาวสวนแห่งคลองบางกอกน้อย อาศัยอยู่กับแม่และยายในบ้านสวนริมน้ำ แต่เพราะถูกพ่อทิ้งไปตั้งแต่เล็กเลยทำให้เธอกลายเป็นคนหัวแข็งและมีทิฐิเป็นที่ตั้ง โกโบริมักเรียกอังศุมาลินด้วยชื่อญี่ปุ่นที่เขาตั้งให้ว่า ฮิเดโกะ
  • วนัส เป็นเพื่อนชายที่เติบโตมากับอังศุมาลินตั้งแต่เด็ก มีความผูกพันกันฉันท์เพื่อนสนิทและคนรัก เขาเป็นหนุ่มไทยที่มีการศึกษาดีและได้เดินทางไปศึกษาต่อที่ประเทศอังกฤษ เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 ปะทุขึ้น วนัสได้เข้าร่วมกับขบวนการเสรีไทย

ตัวละครรุ่นพ่อแม่

  • แม่อร เป็นแม่ของอังศุมาลิน ขยันทำมาหากิน มีเมตตากับผู้ตกทุกข์ได้ยาก และเชื่อในบาปบุญคุณโทษ
  • ยายศร เป็นยายของอังศุมาลิน เป็นคนหัวโบราณและขยันทำมาหากิน
  • หลวงชลาสินธุราช เป็นพ่อของอังศุมาลิน เป็นนายทหารระดับสูงแห่งกองราชนาวีไทย
  • กำนันนุ่ม เป็นพ่อของวนัส เป็นกำนันตำบลบางกอกน้อย มีนิสัยซื่อตรง
  • ตาผล เป็นชายวัยกลางคน ไร้อาชีพ มีนิสัยขี้คุยและชอบพูดเกินความจริง มักคิดแผนเจ้าเล่ห์แกมโกงอยู่เสมอ
  • ตาบัว เป็นเพื่อนคู่คิดของตาผล เป็นคนโง่ นิสัยขี้เกียจ หวาดระแวงและมักถูกตาผลชักนำให้ทำเรื่องผิดๆเสมอ
  • ยายเมี้ยน เป็นแม่ค้าย่านปากคลองที่ได้รับการขนานนามว่าปากตลาด เพราะชอบสอดรู้สอดเห็นเรื่องชาวบ้านเสมอ

ตัวละครชาวญี่ปุ่น

  • หมอโยชิ เป็นหมอฟันชาวญี่ปุ่น ที่เข้ามาเปิดร้านอยู่ที่ตลาดปากคลองบางกอกน้อยนับสิบปีจึงเป็นที่รู้จักมักคุ้นของชาวบ้าน และเป็นครูสอนภาษาญี่ปุ่นของอังศุมาลิน
  • หมอทาเคดะ แพทย์ทหารประจำอู่ต่อเรือ เป็นเพื่อนสนิทของโกโบริ เป็นคนมีระเบียบ เคร่งครัดในหน้าที่และมีความรับผิดชอบสูง

ตัวละครชาวอังกฤษ

  • ร้อยโทไมเคิล วอร์เด็น เชลยสงครามชาวอังกฤษที่สามารถรอดหนีการกักกันของกองทัพญี่ปุ่นออกมาได้ จนมาพบกับอังศุมาลินซึ่งได้ให้ความช่วยเหลือจนปลอดภัย

การดัดแปลงเป็นสื่อ

[แก้]

ละครโทรทัศน์

[แก้]

คู่กรรม ได้รับการนำไปสร้างเป็นละครโทรทัศน์ จนถึงปัจจุบัน (พ.ศ. 2569) รวม 7 ครั้ง ได้แก่

ปี นักแสดงหลัก บทโทรทัศน์ สถานีโทรทัศน์ หมายเหตุ
โกโบริ อังศุมาลิน วนัส
พ.ศ. 2513มีชัย วีระไวทยะบุศรา นฤมิตร--ช่อง 7 (ขาว-ดำ)
พ.ศ. 2515ชนะ ศรีอุบลผาณิต กันตามระ--ช่อง 4
พ.ศ. 2521นิรุตติ์ ศิริจรรยาศันสนีย์ สมานวรวงศ์--ช่อง 9
พ.ศ. 2533ธงไชย แมคอินไตย์กมลชนก โกมลฐิติศตวรรษ ดุลยวิจิตรศัลยาช่อง 7
พ.ศ. 2547ศรราม เทพพิทักษ์พรชิตา ณ สงขลากรุณพล เทียนสุวรรณพิง ลำพระเพลิงช่อง 3
พ.ศ. 2556สุกฤษฎิ์ วิเศษแก้วหนึ่งธิดา โสภณนภัทร อินทร์ใจเอื้อปราณประมูลช่อง 5
พ.ศ. 2569ธนภพ ลีรัตนขจรรอยืนยันรอยืนยันรอยืนยันวันดี, ช่องวัน 31[a]

ภาพยนตร์

[แก้]

คู่กรรม ได้รับการนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ 4 ครั้ง ในปี พ.ศ. 2516, พ.ศ. 2531, พ.ศ. 2538 และ พ.ศ. 2556 ได้แก่

ภาพยนตร์ วันที่เข้าฉาย ผู้กำกับ บทภาพยนตร์ นักแสดงหลัก ผู้สร้าง / ผู้จัดจำหน่าย หมายเหตุ
คู่กรรม 31 สิงหาคม พ.ศ. 2516 สมวงศ์ ทิมบุยธรรม
พร ไพโรจน์
มิสเตอร์ ติง
วิทวัส - วดีวงศ์ จิรบันเทิงฟิล์ม [b]
คู่กรรม 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2531 รุจน์ รณภพ ภรณ์รวี ไฟว์สตาร์โปรดักชั่น [c][d]
คู่กรรม 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2538 ยุทธนา มุกดาสนิท
พันธุ์ธัมม์ ทองสังข์
นิพนธ์ ผิวเณร
วาณิช จรุงกิจอนันต์
ยุทธนา มุกดาสนิท
แกรมมี่ภาพยนตร์ [e][f]
คู่กรรม 4 เมษายน พ.ศ. 2556 กิตติกร เลียวศิริกุล กิตติกร เลียวศิริกุล
ดำเกิง ฐิตะปิยะศักดิ์
เอ็ม เทอร์ตี้ไนน์

ละครเวที

[แก้]

คู่กรรมได้รับการดัดแปลงสร้างเป็นละครเวที ในรูปแบบละครเพลง (sung-through musical) เปิดการแสดงครั้งแรกเมื่อเดือนตุลาคม 2546 จากนั้นได้กลับมาแสดงอีกครั้ง เมื่อกลางปี พ.ศ. 2550 รวมทั้งหมด 55 รอบ

ละครเวที วันที่แสดง นักแสดงหลัก ผู้กำกับ ผู้เขียนบท ผู้สร้าง
วันแรก วันสุดท้าย
คู่กรรม เดอะมิวสิคัล 23 ตุลาคม พ.ศ. 2546 2 กันยายน พ.ศ. 2550 สุวรรณดี จักราวรวุธ ดารกา วงศ์ศิริ ดรีมบอกซ์

หมายเหตุ

[แก้]
  1. เวอร์ชันนี้จะตีความต่างออกไปจากบทประพันธ์ โดยจะเล่าจากมุมมองของโกโบริเป็นหลัก และเป็นหนึ่งในผลงานต้นฉบับของวันดีในชื่อ โกโบริ
  2. ภาพยนตร์คู่กรรมฉบับแรกนี้มีผู้รับบทอังศุมาลิน ถึง 2 คน ถ่ายทำพร้อมกัน 2 ฉบับ คือแบบนักแสดงไทยและนักแสดงฮ่องกง
  3. เดิมได้วางตัว อธิป ทองจินดา ในบทโกโบริ แต่เมื่ออธิปเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ก่อนถ่ายทำจึงต้องเปลี่ยนตัวมาเป็น วรุฒ วรธรรม แทน
  4. ภาพยนตร์คู่กรรมฉบับนี้ ได้รับการตอบรับอย่างดี ส่งผลให้ จินตหรา สุขพัฒน์ ได้รับรางวัลตุ๊กตาทองพระสุรัสดีครั้งแรก สาขานักแสดงนำหญิง
  5. ภาพยนตร์เรื่องนี้ติดหนึ่งในห้าภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงสุดในประเทศไทยในปี พ.ศ. 2538
  6. ภาพยตร์เรื่องนี้ส่งผลให้ ธงไชย แมคอินไตย์ ได้รับรางวัลพระราชทานพระสุรัสวดี (รางวัลตุ๊กตาทอง) ปี 2538 นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม

ดูเพิ่ม

[แก้]

อ้างอิง

[แก้]
  1. พนิดา ชอบวณิชชา, ชุติมา ศรีทอง. The 40-Years-Old-Magazine, The Legend of ขวัญเรือน. กรุงเทพฯ : อะบุ๊ก, 2552. 256 หน้า. ISBN 978-611-7079-03-0
  2. รวมนางเอกคู่กรรม 3 เวอร์ชันครั้งแรกในรายการ : Once Upon A Good Time On Stage ที่ยูทูบ
  3. ข่าวเจาะประเด็น ช่อง 7, 17 เม.ย. 2555, ช่วงภาพเก่าเล่าใหม่ "ตอนอวสานโกโบริ",สร้างประวัติศาสตร์เรตติ้งสูงสุดของละครไทย เรตติ้ง 40
  4. ละครโทรทัศน์ คู่กรรม พ.ศ. 2547
  5. รางวัลพระราชทานพระสุรัสวดี ตุ๊กตาทอง ปี 2531
  6. รางวัลพระราชทานพระสุรัสวดี ตุ๊กตาทอง ปี 2538
  7. "จับผิดภาพโปรโมตหนัง "คู่กรรม" เวอร์ชัน "ณเดชน์" เสาอากาศทีวีเพียบ!?". ผู้จัดการออนไลน์. 30 มกราคม 2013. สืบค้นเมื่อ 10 พฤษภาคม 2024.{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  8. ละครโทรทัศน์ คู่กรรม (2556) ที่สยามโซน
  9. สัมภาษณ์ทมยันตี คู่กรรม (2538) จากรายการเกาะกล่องหนังไทย ทางไทยพีบีเอส ที่ยูทูบ

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]