อาร์เอส

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก ช่อง8)
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน)
RS Public Company Limited
ประเภทบริษัทมหาชน (SET:RS)
อุตสาหกรรมธุรกิจพาณิชย์
ก่อตั้ง1 มกราคม พ.ศ. 2524 (40 ปี)
ผู้ก่อตั้งสุรชัย เชษฐโชติศักดิ์
เกรียงไกร เชษฐโชติศักดิ์
สำนักงานใหญ่27 อาคารอาร์เอสกรุ๊ป ถนนประเสริฐมนูกิจ (เกษตร-นวมินทร์) แขวงเสนานิคม เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
บุคลากรหลัก
สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์-ประธานกรรมการบริษัท ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
ผลิตภัณฑ์ผลิตภัณฑ์สินค้าเพื่อสุขภาพและความงาม รายการโทรทัศน์ ละครโทรทัศน์ ดนตรี เพลง โชว์บิซ คอนเสิร์ต สตูดิโอ และ สถานีโทรทัศน์
รายได้3,611 ล้านบาท (ข้อมูลปี พ.ศ. 2562) [1]
พนักงาน
1,400 คน
บริษัทย่อยอาร์เอสมอลล์
ไลฟ์สตาร์
คูลฟาเรนไฮต์
คูลแอนีธิง
ช่อง 8
อาร์สยาม
กามิกาเซ่
โรสซาวด์
เว็บไซต์www.rs.co.th/th

บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) (อังกฤษ: RS PUBLIC COMPANY LIMITED ชื่อย่อ: RS) เป็นผู้บุกเบิกและสร้างแรงบันดาลใจให้แก่วัฒนธรรมความบันเทิงของไทยมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2525[2] ปัจจุบัน อาร์เอส กรุ๊ปจัดอยู่ในหมวดธุรกิจพาณิชย์ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจพาณิชย์ ซึ่งประกอบด้วย อาร์เอส มอลล์ และ บริษัท ไลฟ์สตาร์ จำกัด และธุรกิจสื่อและบันเทิง ซึ่งประกอบด้วย ช่อง 8 คูลลิซึ่ม และอาร์เอส มิวสิค ภายใต้โมเดล Entertainmerce (บันเทิงเชิงพาณิชย์) ที่ควบคุมและบริหารงานตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำเพื่อสนับสนุนธุรกิจคอมเมิร์ซ จึงเป็นการเชื่อมโยงธุรกิจในเครือเข้าด้วยกัน และส่งเสริมให้ทุกกลุ่มธุรกิจเติบโตไปได้อย่างต่อเนื่อง

ช่วงเริ่มต้น[แก้]

พ.ศ. 2519 เกรียงไกร เชษฐโชติศักดิ์ และสุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ เริ่มก่อตั้ง RS และ Rose Sound โดยเริ่มจากธุรกิจแรกคือตู้เพลงและค่ายเพลง ด้วยเงินลงทุน 50,000 บาท ซึ่งถือได้ว่าเป็จุดเริ่มต้นของอาร์เอส โดยมีสำนักงานแห่งแรกเป็นตึกแถวจำนวน 2 คูหา บนถนนอุรุพงษ์

พ.ศ. 2525 เริ่มทำเพลงแนววัยรุ่น ภายใต้บริษัท อาร์.เอส.ซาวด์ จำกัด โดยมีศิลปินวงแรกในสังกัดคือวงอินทนิล จากนั้นก็มีศิลปินเพิ่มขึ้นอีก เช่นคีรีบูน, ฟรุตตี้, ซิกเซนต์, บรั่นดี, และ เรนโบว์ เป็นต้น

สัญลักษณ์บริษัทเมื่อครั้งใช้ชื่อว่า อาร์.เอส. โปรโมชั่น 1992 จำกัด

พ.ศ. 2535 อาร์เอสได้ย้ายสำนักงานจากตึกแถว 2 คูหา ถนนอุรุพงษ์ มายังอาคารเชษฐโชติศักดิ์ ซอยลาดพร้าว 15 แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร และเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น "บริษัท อาร์.เอส. โปรโมชั่น 1992 จำกัด" พร้อมทั้งประกาศจุดยืนสำคัญ คือเป็นบริษัทบันเทิงครบวงจร

พ.ศ. 2538 เริ่มทำธุรกิจภาพยนตร์ ในนาม "อาร์.เอส.ฟิล์ม" จากเรื่อง "โลกทั้งใบให้นายคนเดียว" และนับเป็นภาพยนตร์เปิดตัวที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงทั้งรายได้และรางวัล และยังเป็นพื้นฐานในการสร้างภาพยนตร์เรื่องต่อมาของอาร์เอส

พ.ศ. 2540 อาร์เอสเริ่มทำธุรกิจสื่อโทรทัศน์อย่างเต็มตัว ด้วยการเปิดบริษัท ชาโดว์ เอนเตอร์เทนเมนท์ จำกัด ในช่วงต้นปี และบริษัท เมจิค แอ็ดเวอร์เทนเมนท์ จำกัด ในช่วงกลางปี โดยผลิตรายการทั้งรายการเกมส์โชว์, รายการวาไรตี้, มิวสิควีดีโอ และละครโทรทัศน์ ให้แก่สถานีโทรทัศน์ช่องต่าง ๆ

พ.ศ. 2542 ได้มีการปรับปรุงการทำธุรกิจสื่อวิทยุใหม่ในนาม บริษัท สกาย-ไฮเน็ตเวิร์ค จำกัด และเข้าทำสื่อวิทยุอย่างเป็นทางการ โดยรับหน้าที่ผลิตรายการและบริหารคลื่นวิทยุในเครือ ได้แก่ 98 Cool FM และ 88.5 Z POP We Like คลื่นซ่าของคนรุ่น Z

บริษัทมหาชนจำกัด[แก้]

พ.ศ. 2546 อาร์เอสได้ยื่นจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น "บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน)"

สัญลักษณ์บริษัท ถึงเดือนมกราคม ปี พ.ศ. 2563

พ.ศ. 2550 เปลี่ยนโลโก้บริษัทเนื่องในโอกาสครบรอบ 25 ปี รวมทั้งก่อตั้งบริษัท อาร์เอส อินเตอร์เนชั่นแนล บรอดแคสติ้ง แอนด์ สปอร์ต แมเนจเมนต์ จำกัด และ บริษัท อาร์เอส ไอดรีม จำกัด เพื่อดำเนินธุรกิจทางด้านกีฬาและโชว์บิซ รวมทั้งซื้อลิขสิทธิ์ในการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2 สมัย คือฟุตบอลโลก 2010, 2014 และฟุตบอลยูโร 2008

พ.ศ. 2552 เริ่มทำโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม โดยเปิดตัว YOU Channel และ สบายดี ทีวี

พ.ศ. 2554 ได้เปิดสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมเพิ่มอีก 2 ช่อง ได้แก่ ช่อง 8 และ ย๊ากทีวี

พ.ศ. 2556 เป็นผู้ผลิตสื่อครบวงจร พร้อมทั้งผลิตสื่อบันเทิงเต็มรูปแบบ นอกจากนี้ ในส่วนของธุรกิจวิทยุ ได้รีแบรนด์ ‘สกายไฮ เน็ตเวิร์ค’ เป็น ‘คูลลิซึ่ม’ และเปิดคลื่นวิทยุใหม่ คูลเซลเซียส 91.5

พ.ศ. 2557 อาร์เอสเริ่มทำธุรกิจทีวีดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ โดยได้ส่งบริษัท อาร์เอส เทเลวิชัน จำกัด เข้าร่วมการประมูลโทรทัศน์ภาคพื้นดินระบบดิจิทัล ประเภทบริการธุรกิจระดับชาติ หมวดรายการทั่วไป ความละเอียดมาตรฐาน และทำให้ "ช่อง 8" ได้เริ่มออกอากาศทางทีวีดิจิทัลช่องหมายเลข 27 มาจนถึงปัจจุบัน ส่วน "ช่อง 2" และ "สบายดีทีวี" ยังคงเป็นผู้นำในธุรกิจทีวีดาวเทียมตามเดิม ทั้งยังได้ปรับโฉมคลื่นวิทยุ คูลเซลเซียส 91.5 เป็น COOL Fahrenheit 93 คลื่นเพลงฟังสบายอันดับ 1 ที่มีผู้ติดตามอย่างเหนียวแน่น และในขณะเดียวกันก็เริ่มต้นเข้าสู่ธุรกิจการจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงาม

พ.ศ. 2559 เปิดตัวบริษัท "ไลฟ์สตาร์ (LifeStar)" เพื่อขยายตัวเข้าสู่ธุรกิจสุขภาพและความงาม พร้อมเปิดตัวสินค้าหลัก เช่น "มาจีค กราวีธัส รีไวว์ และ โนเบิลไวท์"

สัญลักษณ์บริษัทใหม่ เริ่มใช้ปี พ.ศ. 2563

พ.ศ. 2560 บริษัทฯ ภายใต้การดำเนินงานของไลฟ์สตาร์ ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์สุขภาพและความงาม รวมถึงจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าในตราสินค้า "มาจีค" ผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผมและหนังศีรษะในตราสินค้า "รีไวฟ์" และผลิตภัณฑ์อาหารเสริมในตราสินค้า "เอส.โอ.เอ็ม." โดยโฆษณาและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ่านสื่อของบริษัทฯ ทั้งออนไลน์และผ่านทีวี รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพของทีมพนักงานขายผ่านโทรศัพท์ (Telesales) เพื่อรองรับจำนวนลูกค้าที่เพิ่มขึ้น และบริษัทฯ สามารถวิเคราะห์ข้อมูลของลูกค้าได้อย่างแม่นยำ ส่งผลให้ยอดขายเติบโตสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

พ.ศ. 2561 เปลี่ยนถ่ายเข้าสู่การเป็นบริษัทเชิงพาณิชย์ หรือ MPC อย่างเต็มรูปแบบ ด้วยการบริหารสื่อที่มีอยู่อย่างมีประสิทธิภาพ และยังมีการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายและประเภทของผลิตภัณฑ์เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค

พ.ศ. 2562 อาร์เอสเติบโตในธุรกิจพาณิชย์ภายใต้แบรนด์ "ช้อป 1781" อย่างต่อเนื่องและสูงสุดในกลุ่มบริษัททั้งหมดในเครืออาร์เอส และได้ทำการเปลี่ยนหมวดธุรกิจในตลาดหลักทรัพย์จาก "สื่อและสิ่งพิมพ์" เป็น "พาณิชย์" รวมทั้งได้ลงนามเป็นพันธมิตรกับ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS เพื่อขยายและเชื่อมโยงสื่อทุกช่องทางให้เกิดประโยชน์ทางธุรกิจมากขึ้น

พ.ศ. 2563 เป็นช่วงเวลาสำคัญของอาร์เอส โดยได้ประกาศปรับแบรนด์ใหม่สู่การเป็น "อาร์เอส กรุ๊ป[3]" และประกาศจุดยืนใหม่คือ Entertainmerce (บันเทิงเชิงพาณิชย์) บนสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ รวมทั้งได้รีแบรนด์ "ช้อป 1781" เป็น "อาร์เอส มอลล์" และเปลี่ยนชื่อ "สบายดีทีวี" เป็น "อาร์เอส มอลล์ แชนแนล" ทางด้านแบรนด์ "ไลฟ์สตาร์" ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง และช่อง 8, คูลลิซึ่ม รวมถึงธุรกิจเพลง ยังคงเป็นผู้นำตลาดและเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้อาร์เอสเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ย้ายธุรกิจ[แก้]

ในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2562 ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยอนุญาตให้อาร์เอสสามารถย้ายหมวดธุรกิจ จากหมวดธุรกิจสื่อและสิ่งพิมพ์ มาเป็นหมวดธุรกิจพาณิชย์ได้ โดยยังคงอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมบริการ เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายการดำเนินธุรกิจของอาร์เอสในอนาคต โดยหลังจากเปลี่ยนกลุ่มมาเป็นกลุ่มธุรกิจพาณิชย์หลายช่องทาง หรือ MPC (Multi-platform Commerce) ก็ช่วยสร้างรายได้ให้ได้ถึง 60% ของรายได้รวมของอาร์เอส[4] ในเดือนสิงหาคมปีเดียวกัน บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ ได่เข้าถือหุ้นอาร์เอส จำนวน 68 ล้านหุ้น (หรือประมาณ 7%) เพื่อเชื่อมโยงฐานข้อมูลลูกค้า[5]

ปรับภาพลักษณ์องค์กร[แก้]

ในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 อาร์เอสได้ย้ายสำนักงานจากอาคารเชษฐโชติศักดิ์ ซอยลาดพร้าว 15 มาอยู่ที่ อาคารกลุ่มอาร์เอส ถนนประเสริฐมนูกิจ แขวงเสนานิคม เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีพื้นที่รวมกว่า 62,845 ตารางเมตร แบ่งเป็น 3 อาคารหลัก และ 1 อาคารจอดรถ มีการออกแบบสไตล์ Congregations Rhythm และออกแบบให้ด้านหน้าอาคารของทั้ง 4 ต่อเนื่องกันเป็นกลุ่มอาคาร ซึ่งมีพื้นที่ของส่วนงานการผลิตรายการของช่อง 8 ที่มีห้องถ่ายทอดรายการข่าว และห้องอัดเสียง รวมทั้งห้องจัดรายการสำหรับคลื่นวิทยุคูลฟาเรนไฮต์ 93 และยังมี "โรสฮอลล์" หรือพื้นที่จัดกิจกรรมที่สามารถรองรับได้ถึง 400 – 600 คน สำหรับรองรับการจัดอีเวนต์หรือกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ

หลังจากย้ายสำนักงานแล้ว อาร์เอสได้ปรับภาพลักษณ์องค์กร และเปลี่ยนสัญลักษณ์บริษัทใหม่ จากสีฟ้าที่ดูคล้ายหยดน้ำ เป็นตัวอักษรทรงโค้งมนในสไตล์มินิมอล ซึ่งสื่อถึงองค์กรไร้กรอบและข้อจำกัดใด ๆ ในการสร้างสรรค์ผลงานและการทำธุรกิจยุคที่มีการ Disruption อยู่ตลอดเวลา และพร้อมเติบโตได้ทุกที่ ทุกสถานะ ในส่วนของสีคือไม่มีสี หมายถึงไม่ยึดติดอยู่กับสีใดสีหนึ่ง เพราะหากเปรียบแต่ละธุรกิจของ RS เป็นเหมือนสี สีเหล่านั้นจะสามารถผสมกันได้อย่างกลมกลืน นับเป็นอัตลักษณ์ที่แตกต่างจากบริษัทอื่นๆ ที่มีการกำหนดสีที่ชัดเจน

รูปทรงและความโค้งมนของตัวอักษร R และ S ถูกนำมาปรับใช้เพื่อแสดงออกถึงความพริ้วไหว และขับเคลื่อนไปสู่ความก้าวหน้า ทั้งยังสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์ มีความทันสมัย แต่ในขณะเดียวกันก็ยังดูเป็นมิตรและเข้าถึงได้ง่าย

บริษัทย่อย[แก้]

จากข้อมูลในรายงานประจำปี พ.ศ. 2561 บริษัทอาร์เอสมีบริษัทย่อยดังนี้[6]

  • บริษัท ไลฟ์สตาร์ จำกัด ถือหุ้นร้อยละ 99.99 ดำเนินธุรกิจจำหน่ายผลิตภัณฑ์ตามช่องทางค้าปลีก
  • บริษัท อาร์เอส เทเลวิชั่น จำกัด ถือหุ้นร้อยละ 99.99 รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์ระบบดิจิทัลช่อง 8
  • บริษัท จัดเก็บลิขสิทธิ์ไทย จำกัด ถือหุ้นร้อยละ 99.99 ดำเนินธุรกิจจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์
  • บริษัท บันเทิง วาไรตี้ จำกัด ถือหุ้นร้อยละ 99.99 ดำเนินธุรกิจผลิตรายการโทรทัศน์

ธุรกิจ[แก้]

ธุรกิจพาณิชย์หลายช่องทาง[แก้]

ธุรกิจพาณิชย์ (Commerce) ประกอบด้วยการขายสินค้าภายใต้แบรนด์อาร์เอส มอลล์ ที่นำเสนอผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงาม ผ่านแพลตฟอร์มและช่องทางต่าง ๆ ทั้งของอาร์เอสเองและพันธมิตร ทั้งในส่วนของทีวีดิจิทัลผ่านช่อง 8 และช่องอื่น ๆ, คูลฟาเรนไฮต์ต่าง ๆ, โทรทัศน์ผ่านดาวเทียม อาร์เอส มอลล์ แชนแนล และช่องทางออนไลน์ทั้งไลน์, เว็บไซต์ และแอพพลิเคชัน รวมถึงการวางสินค้าของอาร์เอส ภายใต้การดูแลของไลฟ์สตาร์ ผ่านการค้าสมัยใหม่ในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภคในยุคนี้ ด้วยคุณภาพผลิตภัณฑ์เทียบเท่ามาตรฐานสากล[7]  

ธุรกิจสื่อ[แก้]

ธุรกิจสื่อของอาร์เอสประกอบด้วยทีวีดิจิทัล ช่อง 8, ทีวีดาวเทียม อาร์เอส มอลล์ แชนแนล และสื่อวิทยุ คูลฟาเรนไฮต์ 93 คลื่นวิทยุในเครืออาร์เอส กรุ๊ป สถานีเพลงแนว Easy listening ที่ครองเรตติ้งอันดับ 1 มาอย่างยาวนานถึง 20 ปี ครองแชมป์ผู้ฟัง Online อันดับใน 1 เอเชีย มีรูปแบบการนำเสนอเพลงไทย ตลอด 24 ชั่วโมง บนวิทยุ FM93, หน้าเว็บไซต์ และ App COOLISM[6]

ธุรกิจเพลง[แก้]

เฟย์ ฟาง แก้ว ศิลปินเบอร์แรกของค่ายวัยรุ่น กามิกาเซ่

ปัจจุบัน อาร์เอส มิวสิค กลับมาพัฒนาธุรกิจเพลงซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นในความสำเร็จของอาร์เอสให้ดียิ่งขึ้น โดยจากเดิมที่มีการเปิดตัวค่ายเพลงต่าง ๆ หลายค่าย จนกระทั่งถูกยุบเหลือค่ายเดียวคืออาร์ สยาม ปัจจุบันได้ตั้งเพิ่มอีก 2 ค่ายเพลง รวม 3 ค่ายเพลง คือโรสซาวด์, กามิกาเซ่ และอาร์ สยาม โดยแต่ละค่ายจะมุ่งเน้นในแนวดนตรีตามประเภทของค่าย ที่ทุกคนสามารถเลือกฟังเพลงได้ตามวัย ภายใต้โมเดลธุรกิจใหม่ "Music Star Commerce" [8]จากการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ศิลปิน เพื่อสอดคล้องกับธุรกิจของอาร์เอส กรุ๊ป ในปัจจุบัน  

ผู้ถือหุ้นรายใหญ่[แก้]

  • ข้อมูล ณ วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 [9]
ลำดับที่ รายชื่อผู้ถือหุ้น จำนวนหุ้นสามัญ สัดส่วนการถือหุ้น
1 นาย สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ 214,850,000 22.09%
2 นาย โสรัตน์ วณิชวรากิจ 98,000,000 10.08%
3 ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) 50,331,900 5.18%
4 นาย พงศา ไพรัชเวทย์ โดย บล.เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) 47,974,900 4.93%
5 น.ส. อรุณรุ่ง ศรีวัฒนประภา 47,500,000 4.88%

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. [1]
  2. "RS Group - Inspire and fulfill people with valuable entertainment and solutions". RS Group.
  3. https://www.rs.co.th/th/
  4. "กรณีศึกษา 'อาร์เอส' กับการ Cross Industry 'ต้องไม่ยึดติดกับความสำเร็จเดิม' เพราะส่งที่ใช่ ไม่จำเป็นต้องใช่เสมอไป". แบรนด์บุฟเฟต์. 25 มีนาคม 2562. สืบค้นเมื่อ 2 กันยายน 2562. Check date values in: |access-date=, |date= (help)
  5. "BTS ทุ่มพันล้านซื้อหุ้น RS 7% ขยายฐานต่อยอดธุรกิจใหม่". ผู้จัดการออนไลน์. 20 สิงหาคม 2562. สืบค้นเมื่อ 2 กันยายน 2562. Check date values in: |access-date=, |date= (help)
  6. 6.0 6.1 "รายงานประจำปี 2561". สืบค้นเมื่อ 2 กันยายน 2562. Check date values in: |access-date= (help)
  7. Oops!, Marketing (2020-06-29). "อาร์เอส กรุ๊ป เปิดกลยุทธ์ ปั้น RS Mall เติบโตแบบยั่งยืน ด้วย Data Insight และผลิตภัณฑ์นวัตกรรมเพื่อสุขภาพ". Marketing Oops! (ภาษาอังกฤษ).
  8. Admin. "กางโมเดล RS Music ธุรกิจเพลงยุคใหม่ของ "เฮียฮ้อ" ศิลปินลงทุนเอง ต้องเป็น Influencer". positioningmag.com (ภาษาอังกฤษ).
  9. ผู้ถือหุ้นรายใหญ่เซ็ทเทรดดอตคอม

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]