โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพ
| โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพ | |
|---|---|
Mandarin Oriental, Bangkok | |
ตราสัญลักษณ์ | |
โรงแรมมองจากฝั่งตรงข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา | |
![]() | |
| โรงแรมในเครือ | กลุ่มโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล |
| ข้อมูลทั่วไป | |
| ประเภท | โรงแรม |
| สถาปัตยกรรม | นีโอคลาสสิก โมเดิร์น |
| ที่ตั้ง | 48 โอเรียนเต็ลอเวนิว ซอยเจริญกรุง 40 ถนนเจริญกรุง แขวงบางรัก เขตบางรัก และ 597 ถนนเจริญนคร แขวงคลองต้นไทร เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร |
| พิกัด | 13°43′25″N 100°30′52″E / 13.72361°N 100.51444°E |
| เริ่มสร้าง | พ.ศ. 2413 (แรกเริ่ม) 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2430 (เปิดอย่างเป็นทางการ) |
| ผู้สร้าง | ซี. ซาลเจ (แรกเริ่ม) ฮันส์ นีลส์ แอนเดอร์เซน (เปิดอย่างเป็นทางการ) |
| การออกแบบและการก่อสร้าง | |
| รางวัล | อนุรักษ์สถาปัตยกรรมดีเด่น พ.ศ. 2545 |
| ข้อมูลอื่น | |
| จำนวนห้อง | 393 |
| จำนวนห้องชุด | 35 |
| จำนวนร้านอาหาร | 8 |
| ขนส่งมวลชน | |
| เว็บไซต์ | |
| www | |
โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพ (อังกฤษ: Mandarin Oriental, Bangkok) ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ถนนเจริญกรุง แขวงบางรัก เขตบางรัก โดยในอดีตมีชื่อว่า "โรงแรมโอเรียนเต็ล" โดยปัจจุบันบริหารงานโดย บริษัท OHTL จำกัด (มหาชน) (เดิมมีชื่อว่า บริษัท โรงแรมโอเรียนเต็ล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)) เป็นโรงแรมที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย และเคยเป็นหนึ่งในโรงแรมที่ถือว่าดีที่สุดของโลกจากนิตยสารอินสติติวชั่นแนล อินเวสเตอร์ นิวยอร์ก ประเทศสหรัฐ เป็นเวลา 10 ปีติดต่อกันตั้งแต่ปี 2524-2533[1]
ประวัติ
[แก้]จากหลักฐานพบว่าโรงแรมตั้งขึ้น ประมาณปี พ.ศ. 2413 โดยนาย ซี. ซาลเจ กะลาสีเรือชาวเดนมาร์ก[2] เป็นผู้ซื้อกิจการมาดำเนินการ ต่อมานายฮันส์ นีลส์ แอนเดอร์เซน เข้ามาบริหารงาน และในปี 2428 ได้ปรับปรุงโรงแรมให้ทันสมัย มีการออกแบบอาคารขึ้นใหม่ เรียกว่า “ออเธอร์ส วิง” และได้เปิดโรงแรมอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2430 ต่อมาในปี พ.ศ. 2434 ได้มีไฟฟ้าใช้ครั้งแรกในโรงแรม
โรงแรมโอเรียนเต็ลเปลี่ยนเจ้าของและปรับปรุงมาหลายครั้ง หลายยุคสมัย ได้แก่
- พ.ศ. 2436 หลุยส์ ที. ลีโอโนเวนส์ เป็นเจ้าของ
- พ.ศ. 2500 แหม่ม ครูลล์ เป็นเจ้าของ
- พ.ศ. 2510 บริษัท สยาม ซินดิเคท ในเครือบริษัทอิตัลไทยจำกัด เป็นเจ้าของ
โรงแรม โอเรียนเต็ล เคยต้อนรับแขกผู้มีเกียรติ อาทิ โจเซฟ คอนราด นักเขียนชื่อดังชาวอังกฤษ ในปี พ.ศ. 2431, พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จประพาสโรงแรมเป็นการส่วนพระองค์ในวันที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2433 เพื่อตรวจความพร้อมและความเรียบร้อยในการเป็นที่ประทับของพระราชอาคันตุกะ, มกุฎราชกุมารนิโคลัสแห่งรัสเซียในปี พ.ศ. 2434, เจ้าชายลุยจี อาเมดิโอ เชื้อพระวงศ์อิตาลี ในปี พ.ศ. 2438, ซอมเมอร์เซท มอมห นักเขียนชื่อดังชาวอังกฤษ ในปี พ.ศ. 2466 ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ยังเคยเป็นกองบัญชาการกองทัพญี่ปุ่น และมีพระบรมวงศานุวงศ์เคยเสด็จมาด้วย การต้อนรับพระประมุขครั้งสำคัญครั้งหนึ่งคือในพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ใน พ.ศ. 2549 พระประมุขและผู้แทนพระองค์ส่วนใหญ่ประทับ ณ โรงแรมแห่งนี้
1 กันยายน พ.ศ. 2551 กลุ่มกิจการแมนดาริน โอเรียนเต็ล ซึ่งเป็นกลุ่มโรงแรมที่มีชื่อเสียงกลุ่มหนึ่งของเอเชีย ได้ประกาศเข้าซื้อกิจการของโรงแรม หลังจากนั้นก็ได้มีการเปลื่ยนชื่อบริษัทจาก บริษัท โรงแรมโอเรียนเต็ล ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) มาเป็น บริษัท OHTL จำกัด (มหาชน) และโรงแรมได้ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น "โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพ " ทำให้มีการปรับภาพลักษณ์และกระบวนทัศน์ของการบริหารงานโรงแรม ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในรอบ 132 ปี
องค์ประกอบ
[แก้]
โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพ ประกอบด้วยสองส่วน ส่วนแรกคือพื้นที่ฝั่งถนนเจริญกรุง เป็นที่ตั้งของตึกโรงแรมหลักจำนวนสองอาคาร คือ ออเธอส์ วิง และริเวอร์ วิง มีห้องพัก 331 ห้อง ในจำนวนนี้เป็นห้องสวีท 60 ห้อง โดยห้องสวีทจำนวนหนึ่งตั้งชื่อตามบุคคลสำคัญ อาทิ โจเซฟ คอนราด จิม ทอมป์สัน หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช เป็นต้น[3] ส่วนที่สองคือพื้นที่ฝั่งถนนเจริญนคร เป็นที่ตั้งของโรงเรียนสอนทำอาหารไทย[4] และโอเรียนเต็ลสปา[5]
นอกจากนี้โรงแรมยังประกอบด้วยภัตตาคารต่าง ๆ กระจายตัวอยู่ในทั้งสองพื้นที่ดังกล่าว อาทิ ภัตตาคารอาหารฝรั่งเศสร่วมสมัย "แอน-โซฟี พิค แอท เลอ นอร์มังดี"[6][7], ร้านอาหารทะเล "ลอร์ด จิมส์", ภัตตาคารอาหารไทย "ศาลาริมน้ำ" และ "เทอร์เรซริมน้ำ", ภัตตาคารอาหารนานาชาติ "เดอะ เวอรันดาห์" เป็นต้น[8] รวมถึงยังมี "ดิ ออเธอส์ เลาจน์" และ "เดอะ แบมบู บาร์" อีกด้วย[8]
เกียรติประวัติ
[แก้]- อาคารออเธอร์ส วิง ซึ่งมีลักษณะสถาปัตยกรรมนีโอคลาสสิก ได้รับรางวัลอนุรักษ์สถาปัตยกรรมดีเด่น ในปี พ.ศ. 2545[9]
- ภัตตาคารอาหารฝรั่งเศส เลอ นอร์มังดี ได้รับรางวัลดาวมิชลินสองดวง ตั้งแต่การจัดอันดับในมิชลินไกด์ประเทศไทยครั้งแรกในปี พ.ศ. 2561 จนถึงครั้งล่าสุดในปี พ.ศ. 2565
อ้างอิง
[แก้]- ↑ 143ปี “แมนดารินโอเรียนเต็ล” ยั่งยืนเพราะ “รักษาชื่อเสียง”
- ↑ ตำนาน “โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพ“
- ↑ "Press Kits - Mandarin Oriental Hotel Group". Mandarinoriental.com. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2012-09-12. สืบค้นเมื่อ 29 December 2014.
- ↑ "5-Star Hotel in Bangkok - Mandarin Oriental Hotel, Bangkok". Mandarinoriental.com. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2012-09-05. สืบค้นเมื่อ 29 December 2014.
- ↑ "Bangkok Luxury Spa - Mandarin Oriental Hotel, Bangkok". Mandarinoriental.com. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2010-05-01. สืบค้นเมื่อ 29 December 2014.
- ↑ Klangboonkrong, Manta. "Le Normandie ปรับโฉมพร้อมคอนเซ็ปต์ใหม่โดย Anne-Sophie Pic เชฟฝรั่งเศสระดับตำนาน". Tatler Asia. สืบค้นเมื่อ 2025-09-04.
- ↑ "Anne-Sophie Pic At Le Normandie - Restaurants On The Chao Phraya River | Mandarin Oriental, Bangkok". Corporate Site (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2025-09-04.
- 1 2 "Bangkok Fine Dining - Mandarin Oriental Hotel, Bangkok". Mandarinoriental.com. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2012-07-04. สืบค้นเมื่อ 29 December 2014.
- ↑ "โรงแรมโอเรียนเต็ล-asaconsevationaward". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2019-08-22. สืบค้นเมื่อ 2019-08-22.
แหล่งข้อมูลอื่น
[แก้]- เว็บไซต์ทางการ (ในภาษาอังกฤษ)
