ข้ามไปเนื้อหา

โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ
อาคารโรงแรมเดิมในปี 2556
แผนที่
โรงแรมในเครือเครือดุสิตธานี
ข้อมูลทั่วไป
สถานะถูกรื้อถอน
ประเภทโรงแรม
ที่ตั้ง946 ถนนพระรามที่ 4 แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500
พิกัด13°43′42″N 100°32′14″E / 13.72833°N 100.53722°E / 13.72833; 100.53722
พิธีเปิด27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2513
ปิดใช้งาน5 มกราคม พ.ศ. 2562
เจ้าของท่านผู้หญิงชนัตถ์ ปิยะอุย
ข้อมูลทางเทคนิค
จำนวนชั้น23
การออกแบบและการก่อสร้าง
เป็นที่รู้จักจากโรงแรมในเครือโรงแรมระดับนานาชาติที่เปิดดำเนินการมายาวนานที่สุดในประเทศไทย, โรงแรมระดับ 5 ดาวแห่งแรกในกรุงเทพฯ
ข้อมูลอื่น
จำนวนห้อง517
จำนวนร้านอาหาร2
จำนวนบาร์2

โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ (อังกฤษ: Dusit Thani Bangkok) เป็นอดีตโรงแรมหรูใจกลางกรุงเทพมหานคร บนที่ดินของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ (ปัจจุบันคือสำนักงานพระคลังข้างที่) บริเวณหัวมุมด้านตะวันตกเฉียงใต้ของแยกศาลาแดง จุดตัดระหว่างถนนพระรามที่ 4 และถนนสีลม ในพื้นที่แขวงสีลม เขตบางรัก ถือเป็นทรัพย์สินแห่งแรกของเครือดุสิตธานี เคยเป็นอาคารที่สูงที่สุดของประเทศเมื่อเปิดให้บริการในปี พ.ศ. 2513 ต่อมาหลังมีโครงการดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค ภายใต้การร่วมทุนระหว่างเครือดุสิตธานีและเซ็นทรัลพัฒนา จึงเริ่มรื้อถอนอาคารเดิมออกในปี พ.ศ. 2562 และเสร็จสมบูรณ์ในปี พ.ศ. 2563 ก่อนจะสร้างโรงแรมใหม่ในชื่อเดียวกันในบริเวณใกล้เคียง เป็นส่วนหนึ่งของโครงการข้างต้น โดยเปิดให้บริการเมื่อปี พ.ศ. 2567

ประวัติ

[แก้]

ภูมิหลัง

[แก้]

หลังจากท่านผู้หญิงชนัตถ์ ปิยะอุย เปิดโรงแรมปริ๊นเซส บนถนนเจริญกรุง (ปัจจุบันคืออาคารเจมส์ทาวเวอร์) ขึ้นในปี พ.ศ. 2492 และขยายตัวตามอุตสาหกรรมบริการของจังหวัดพระนครในขณะนั้นที่เติบโตในช่วงสงครามเย็น[1][2] ท่านผู้หญิงชนัตถ์พบปัญหากับโรงแรมปริ๊นเซสเป็นจำนวนมากในช่วงแรก ก่อนจะปรับปรุงการบริการและบุคลากร ทำให้การบริหารโรงแรมดีขึ้นตามลำดับ[3] อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมา ด้วยข้อจำกัดด้านพื้นที่ของโรงแรมเดิมที่ทำให้ไม่สามารถให้บริการได้เต็มที่[4] ประกอบกับมีการก่อตั้งโรงแรมสยามอินเตอร์คอนติเนนตัล (ปัจจุบันถูกรื้อถอนเพื่อสร้างสยามพารากอน) ขึ้นในปี พ.ศ. 2506 ปีเดียวกันนั้นท่านผู้หญิงชนัตถ์จึงริเริ่มสร้างโรงแรมแห่งใหม่ โดยวางเป้าหมายว่าต้องการสร้างเป็นโรงแรมระดับ 5 ดาวที่ไม่เคยมีในประเทศไทย และเป็นเอกลักษณ์ของพระนคร โดยในปี พ.ศ. 2508 ท่านผู้หญิงชนัตถ์ได้ร่วมเดินทางไปทัศนศึกษาร่วมกับคณะของกระทรวงอุตสาหกรรมที่ประเทศญี่ปุ่น โดยมีโอกาสเข้าพักในโรงแรมโอกุระโตเกียว และท่านประทับใจกับโรงแรมนี้ จึงปรึกษากับอิวะจิโร โนดะ ประธานกรรมการเครือโรงแรมโอกุระ เกี่ยวกับความคิดของท่าน โนดะจึงแนะนำ โยโซะ ชิบาตะ หัวหน้าสถาปนิกของบริษัท คานโก คิกะกุ เซคเคฉะ (Kanko Kikaku Sekkeisha) หรือ เคเคเอส (KKS) ที่เป็นผู้ออกแบบโรงแรมนี้ให้ท่านรู้จัก[5]

นอกจากนี้ โนดะได้แนะนำให้ท่านหาที่ดินในการสร้างโรงแรมเป็นปัจจัยแรก ดังนั้น หลังจากกลับประเทศไทย ท่านผู้หญิงชนัตถ์จึงเดินสำรวจหาที่ดินในพระนคร จนกระทั่งลงตัวที่ที่ดินขนาด 10 ไร่ บริเวณมุมตะวันออกเฉียงใต้ของสี่แยกศาลาแดง จุดเริ่มต้นของถนนสีลม ตรงข้ามสวนลุมพินีฝั่งที่ประดิษฐานพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) ซึ่งเดิมเป็นบ้านศาลาแดง อดีตที่พำนักของเจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม) อดีตเสนาบดีกระทรวงมหาดไทยในรัชกาลที่ 6 และผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ในพระปรมาภิไธยพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (รัชกาลที่ 8) ซึ่งภายหลังทายาทของท่านได้โอนย้ายที่ดินให้เป็นกรรมสิทธิ์ของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ (ปัจจุบันคือสำนักงานพระคลังข้างที่) ท่านผู้หญิงชนัตถ์จึงพยายามติดต่อขอเช่าที่ดิน จนได้สัญญา 30 ปี พร้อมทั้งจ่ายค่าชดเชยให้ทายาทของเจ้าพระยายมราชอีก 10 ล้านบาท[3]

อย่างไรก็ตาม ท่านผู้หญิงชนัตถ์ประเมินงบประมาณในการสร้างโรงแรมแห่งใหม่ไว้สูงถึงอย่างน้อย 364 ล้านบาท และในขณะนั้นตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยยังไม่ก่อตั้ง ทำให้ไม่สามารถระดมทุนด้วยการขายหุ้นได้[5] ท่านจึงตัดสินใจขายสมบัติส่วนตัวที่มี เช่น เพชร อัญมณี รวมถึงโรงแรมปริ๊นเซส และจำนองบ้านพักส่วนตัว จนได้เงินมาประมาณ 120 ล้านบาท แต่ยังไม่พอ จึงต้องนำแผนการสร้างโรงแรมไปเจรจากับแหล่งเงินทุนในต่างประเทศ ทั้งประเทศญี่ปุ่น และประเทศเยอรมนี โดยแหล่งเงินทุนเหล่านี้สนับสนุนด้วยการยอมปล่อยกู้ระยะยาว แต่มีเงื่อนไขว่าท่านผู้หญิงจะต้องไปหาธนาคารพาณิชย์ในประเทศมาค้ำประกัน อย่างไรก็ตาม ธนาคารส่วนใหญ่ไม่ค้ำประกันให้เนื่องจากไม่เชื่อมั่นว่าท่านผู้หญิงชนัตถ์จะสามารถบริหารโครงการขนาดใหญ่ได้เอง และมองไม่เห็นการสร้างรายได้ที่มั่นคงจากการทำโรงแรมบนพื้นที่เช่า แต่ต่อมา ไพศาล นันทาภิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ของธนาคารแหลมทอง (ปัจจุบันถูกควบรวมเป็นธนาคารยูโอบี) มองเห็นว่าโครงการนี้น่าจะมีอนาคต จึงต้องการมาช่วยค้ำประกัน แต่เนื่องจากธนาคารแหลมทองมีขนาดเล็กเกินไป ไม่สามารถค้ำประกันโครงการนี้ได้โดยลำพัง ไพศาลจึงประสานกับธนาคารกรุงไทยให้มาช่วยการันตีอีกแห่งหนึ่ง[3] ทำให้การก่อสร้างโรงแรมของท่านผู้หญิงชนัตถ์เริ่มต้นขึ้นได้ในปี พ.ศ. 2509[5]

ส่วนชื่อโรงแรมนั้น ท่านผู้หญิงชนัตถ์นึกขึ้นได้ขณะถวายสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 6 ในสวนลุมพินีที่อยู่ด้านตรงข้าม พร้อมทำพิธีขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตรื้อถอนสิ่งก่อสร้างเดิม โดยท่านนึกถึงโครงการเมืองจำลองของพระองค์ ที่มีชื่อว่า "ดุสิตธานี" แปลว่า "เมืองสวรรค์" ซึ่งเป็นต้นแบบของระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยที่ประเทศไทยใช้ในเวลาถัดมา ท่านผู้หญิงชนัตถ์จึงนำชื่อนี้ไปตั้งชื่อโรงแรมแห่งใหม่ เพื่อเทิดพระเกียรติแด่พระองค์ไปในตัว[3] และยังต้องการให้สอดคล้องกับสวรรค์ชั้นดุสิต เพื่อให้แขกที่มาพักโรงแรมรู้สึกเหมือนขึ้นสวรรค์ โดยท่านไม่มีแนวคิดในการเปลี่ยนชื่อ แม้ในตอนแรกทุกคนโดยเฉพาะชาวต่างประเทศจะไม่เห็นด้วยกับชื่อโรงแรมนี้ เนื่องจากอาจเรียกเพี้ยนเป็น "Dosit" ได้[5]

หลังจากการก่อสร้างแล้วเสร็จ สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ บดินทรเชษฐภคินี มาทรงเปิดโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2513[6]

แขกคนสำคัญที่เคยพักโรงแรมแห่งนี้ เช่น วิตนีย์ ฮิวสตัน, กวินเน็ธ พัลโทรว์, โรนัลด์ เรแกน และทอม โจนส์ เป็นต้น[7]

การจัดสรรพื้นที่

[แก้]

โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ มีความสูง 23 ชั้น นับเป็นอาคารสูงแห่งแรกในประเทศไทย ดังนั้น จึงเป็นโรงแรมขนาดใหญ่ที่สุดในวันที่เปิดให้บริการ[8] และเป็นอาคารที่สูงที่สุดในประเทศไทยในช่วงปี พ.ศ. 2511 – 2524[5]

สถาปัตยกรรมในโรงแรมเป็นสถาปัตยกรรมไทยประยุกต์ ออกแบบโดยกลุ่ม คานโก คิกะกุ เซคเคฉะ[9] อีกทั้งได้นำสิ่งใหม่มาให้สังคมในพระนคร เช่น ดิสโก้เธค, ห้องบอลรูม และภัตตาคารที่ชั้นบนสุดของอาคาร นอกจากนี้ ยังสะท้อนความเป็นไทยผ่านการตกแต่งและการให้บริการ[10]

เหตุการณ์สำคัญ

[แก้]

พุ่มพวง ดวงจันทร์ อิน คอนเสิร์ต

[แก้]

ในวันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2529 พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ เสด็จพร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทอดพระเนตรคอนเสิร์ตของพุ่มพวง ดวงจันทร์ ณ ห้องนภาลัยบอลรูม ในโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ นับเป็นคอนเสิร์ตของนักร้องลูกทุ่งที่จัดในโรงแรมหรูใจกลางกรุงเทพมหานครเป็นครั้งแรก[11]

นางงามจักรวาล

[แก้]

โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ เป็นสถานที่พำนักของผู้เข้าประกวดนางงามจักรวาลในครั้งที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพทั้ง 3 ครั้ง คือปี 1992, 2005 และ 2018[12] รวมทั้งกองประกวดยังมีการจัดกิจกรรมภายในโรงแรมด้วย[13]

การรื้อถอนอาคาร

[แก้]

ในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2560 เครือดุสิตธานีได้ประกาศต่อสัญญาเช่าที่ดินกับสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ (ชื่อในขณะนั้น) เป็นระยะเวลา 30 ปี พร้อมกับระยะเวลาปลอดหนี้อีก 7 ปี และได้รับสิทธิ์ในการเช่าต่อเนื่องอีก 30 ปี รวมทั้งสิ้น 67 ปี[14] เครือดุสิตธานีจึงประกาศแผนพัฒนาและยกระดับโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในโรงแรมที่เป็นที่นิยมระดับโลก ด้วยการจับมือกับบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ร่วมพัฒนาโครงการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชยกรรมแบบผสม (Mixed-use) บนที่ดินขนาดใหญ่ ซึ่งประกอบไปด้วย โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ แห่งใหม่, อาคารที่พักอาศัย, อาคารสำนักงาน และพื้นที่ค้าปลีก ขึ้นมาทดแทน[15] เพื่อตอบรับต่อการพัฒนาเมืองและย่านธุรกิจสำคัญของกรุงเทพมหานคร ซึ่งนำมาสู่การรื้อถอนอาคารเดิมของโรงแรมดุสิตธานี โดยเดิมกำหนดดำเนินการในช่วงเดือนเมษายน พ.ศ. 2561[16] ก่อนจะเลื่อนออกไปเป็นปีถัดมา (พ.ศ. 2562)[17] โดยเปิดให้บริการเป็นวันสุดท้ายเมื่อวันที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2562[18] จากนั้นได้ใช้โรงแรมแห่งนี้เปิดตัวโครงการ ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค เป็นกิจกรรมสุดท้ายเมื่อวันที่ 1 เมษายน ปีเดียวกัน[19] ก่อนดำเนินการรื้อถอนจนแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2563[20]

อ้างอิง

[แก้]
  1. Horyingsawad, Wichit (20 August 2017). "The Magnificent Dusit Thani". Art4d (ภาษาอังกฤษ). Corporation 4D Limited. สืบค้นเมื่อ 10 March 2019.
  2. Pholdhampalit, Khetsirin (15 December 2018). "Memories of a more gracious time". The Nation (ภาษาอังกฤษ). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2018-12-17. สืบค้นเมื่อ 10 March 2019.
  3. 1 2 3 4 "ย้อนชีวิต 'ท่านผู้หญิงชนัตถ์' ผู้สร้างตำนานดุสิตธานี โรงแรม5ดาวที่เป็นภาพจำคนทั่วโลก". มติชน. 4 พฤษภาคม 2020. สืบค้นเมื่อ 20 พฤษภาคม 2025.
  4. Rassarin (5 มกราคม 2019). "ย้อนตำนาน 10 เรื่องของ "ดุสิตธานี" ในวันที่โบกมือลา 5 มกราคม 2562". Brand Buffet. สืบค้นเมื่อ 20 พฤษภาคม 2025.
  5. 1 2 3 4 5 กิติชาติพรพัฒน์, วชิรวิชญ์ (8 ตุลาคม 2018). "'ดุสิตธานี' จุดเริ่มต้น การดิ้นรน และอวสานของโรงแรมไทยที่กำลังจะเป็นตำนาน". บีคอมมอน. สืบค้นเมื่อ 12 พฤษภาคม 2024.
  6. "15 เรื่อง (ไม่) ลับแต่คนไม่ค่อยรู้ของ 'โรงแรมดุสิตธานี'". common: Knowledge, Attitude, make it Simple (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน).
  7. Cripps, Karla (9 November 2018). "Legendary Bangkok hotel prepares to close". CNN Travel (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 10 March 2019.
  8. "ชนัตถ์ ปิยะอุย : สู่ฝันอันยิ่งใหญ่ Dusit Thani - ยอดมนุษย์..คนธรรมดา".
  9. บันทึกหน้าสุดท้ายของโรงแรมดุสิตธานี ตำนานตั้งแต่รุ่นพ่อที่เป็นที่รักของคนไทย
  10. Mahavongtrakul, Melalin (4 January 2019). "The ground where history stands". Bangkok Post. สืบค้นเมื่อ 10 March 2019.
  11. ย้อนตำนานลูกทุ่ง 18 มกราคม 2529 "พุ่มพวง ดวงจันทร์ อิน คอนเสิร์ต"
  12. Dusit remains hotel of choice for Miss Universe contestants
  13. "ภาพฉบับเต็ม! "มิสยูนิเวิร์ส 2018" ภารกิจแรก ร่วมกิจกรรมเพื่อเด็ก พร้อมชมวัดอรุณฯ". www.sanook.com/women. 2018-12-04.
  14. รร.ดุสิตธานีต่อสัญญาเช่าที่อีก 30 ปี จับมือเซ็นทรัล ผุดมิกซ์ยูส
  15. รายการได้มาและจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ - บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา
  16. ""รื้อ หรือ รักษ์"? รร.ดุสิตธานี". komchadluek. 2017-03-06.
  17. "โรงแรมดุสิตธานีเลื่อนปิดเป็นต้นเดือน ม.ค.62". bangkokbiznews. 2018-01-03.
  18. "เปิดภาพชุดวันสุดท้าย 'ดุสิตธานี' ก่อนทุบสร้างใหม่". มติชน. 5 มกราคม 2019. สืบค้นเมื่อ 17 กันยายน 2025.
  19. "อวดโฉม "ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค" อาณาจักร 36,700 ล้านใจกลางเมือง". ประชาชาติธุรกิจ. 1 เมษายน 2019. สืบค้นเมื่อ 21 มกราคม 2025.{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  20. "สารสนเทศเกี่ยวกับการได้มาและจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ของบริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) ตามบัญชี 2 ของประกาศคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย" (PDF), เครือดุสิตธานี, p. 3, สืบค้นเมื่อ 13 กรกฎาคม 2024, โดยยุติการให้บริการโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ เดิมเมื่อวันที่ 5 มกราคม 2562 เพื่อดำเนินการรื้อถอนซึ่งแล้วเสร็จภายในปี 2563