บ้านสาทร

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
บ้านสาทร
(บ้านหลวงสาทรราชายุกต์)
Ban Sathorn.jpg
ข้อมูล
ที่ตั้ง 106 ถนนสาทรเหนือ แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500
ไทย ประเทศไทย
สถานะ เสร็จสมบูรณ์
ก่อสร้าง พ.ศ. 2432
เปิดตัว พ.ศ. 2433
การใช้งาน ร้านอาหารและบาร์
พื้นที่ชั้น 12,140 ตารางเมตร (1 เอเคอร์)
เจ้าของ บริษัท นอร์ท สาธร เรียลตี้ จำกัด

บ้านสาทร หรือ บ้านหลวงสาทรราชายุกต์ (ยม พิศลยบุตร) เป็นอาคารอนุรักษ์แห่งหนึ่งของไทย เดิมเป็นบ้านพักของหลวงสาทรราชายุกต์ ต่อมาใช้เป็นที่ทำการสถานเอกอัครราชทูต และเป็นส่วนหนึ่งของโรงแรมในปัจจุบัน

ประวัติ[แก้]

อาคารบ้านสาทร สร้างขึ้นประมาณ พ.ศ. 2432-2433 โดยหลวงสาทรราชายุกต์หรือเจ้าสัวยม ผู้รับเหมาขุดคลองในพระนคร ก่อนจะได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสาทรราชายุตก์ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ต่อมาตกเป็นของหลวงจิตร์จำนงค์วานิช (ประมาณ พ.ศ. 2439-2459) ซึ่งมีศักดิ์เป็นบุตรเขย ช่วง พ.ศ. 2453 กิจการโรงสีของหลวงจิตร์จำนงค์วานิชก็ต้องถึงแก่ล้มละลาย จึงนำบ้านมาจำนองกับพระคลังข้างที่ (ชื่อเดิมของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์) ภายหลังบ้านและที่ดินดังกล่าวได้ตกเป็นของกรมพระคลังข้างที่ใน พ.ศ. 2459

ใน พ.ศ. 2467 ตัวอาคารแปลงสภาพเป็นโรงแรม "โฮเต็ล รอแยล" ต่อมาราว พ.ศ. 2477 ได้เปลี่ยนชื่อเป็น "โรงแรมไทยแลนด์" ต่อมา พ.ศ. 2491-2542 สถานเอกอัครราชทูตสหภาพแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียต (ปัจจุบันใช้ชื่อว่าสถานเอกอัครราชทูตรัสเซีย) ได้เช่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของโรงแรมไทยแลนด์ จากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เพื่อใช้เป็นสถานเอกอัครราชทูตในประเทศไทย และในปี พ.ศ. 2543 กรมศิลปากร โดยฝ่ายทะเบียนโบราณสถานฯ ได้เข้าทำการสำรวจอาคารและพื้นที่ โดยจัดให้เป็นอาคารอนุรักษ์สถาปัตยกรรมของกรมศิลปากร

ปัจจุบันอาคารดังกล่าวได้กลับมาใช้งานเป็นโรงแรมอีกครั้ง โดย บริษัท นอร์ท สาธร เรียลตี้ จำกัด ได้เช่าที่ดินจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เพื่อปรับปรุงบ้านสาทรเป็น "เดอะ เฮ้าส์ ออน สาทร" ร้านอาหารและบาร์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโรงแรมดับเบิลยู กรุงเทพ ซึ่งปัจจุบัน บ้านสาทรตั้งอยู่ระหว่างตัวโรงแรมและสาทรสแควร์[1]

การออกแบบ[แก้]

อาคารใหญ่ตั้งโดดเด่นเป็นสง่าอยู่กลางลานบ้าน มีด้วยกัน 3 ชั้น ตกแต่งสไตล์นีโอคลาสสิก โถงหน้าทางเข้าเป็นห้องเพดานสูงรูปทรง 6 เหลี่ยม ประตูและหน้าต่างชั้นล่างเป็นซุ้มโค้งบานยาวประดับกระจกด้านบน ตกแต่งด้วยขอบไม้เนื้อแข็งแกะสลัก พร้อมตราสัญลักษณ์คล้าย ตัว จ. คาดว่าเป็นชื่อย่อของ "หลวงจิตร์จำนงค์วานิช (ถมยา รงควนิช)" ลูกเขยเจ้าสัวยม

ในอาคารยังมีเสาหินสลักเชิงลายใบไม้ฝรั่ง มีมุมโค้งริมเสาตามแบบวิหารกรีก พร้อมด้วยหัวเสาทรงเหลี่ยมเชื่อมต่อกับคิ้วและบัวเพดาน ประดับแผ่นฝ้าโลหะดีบุกสลักลายคล้ายศิลปะในยุควิกตอเรีย ด้านข้างเยื้องไปทางหน้าตึก มีบันไดไม้สลักเสลาลายสวยงามทอดตัวขึ้นสู่ชั้นบน หัวเสาทำลายพานพุ่มชูช่อกลีบดอกไม้ ส่วนราวบันไดใช้ลูกกรงไม้ลายเถา ดูกลมกลืนรับกับผนังบุฉากไม้ระหว่างบานหน้าต่าง[2]

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]