วัดพระศรีมหาอุมาเทวี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
สำหรับสถานที่อื่นที่ถูกเรียกว่า วัดแขก ดู วัดแขก
วัดพระศรีมหาอุมาเทวี
วัดแขก สีลม
அருள்மிகு ஶ்ரீ மஹாமாரி அம்மன் கோவில்
Sri Maha Mariamman Koyil Bangkok (Wat Khaek Silom) 2019 03.jpg
โคปุระของวัดพระศรีมหาอุมาเทวี
วัดพระศรีมหาอุมาเทวี is located in กรุงเทพมหานคร
วัดพระศรีมหาอุมาเทวี
แผนที่แสดงที่ตั้งในกรุงเทพมหานคร
ข้อมูลพื้นฐาน
ที่ตั้งเลขที่ 2 ถนนสีลม แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร
พิกัดภูมิศาสตร์13°43′17″N 100°31′22″E / 13.72139°N 100.52278°E / 13.72139; 100.52278พิกัดภูมิศาสตร์: 13°43′17″N 100°31′22″E / 13.72139°N 100.52278°E / 13.72139; 100.52278
ศาสนาศาสนาฮินดู
เทพพระแม่มารีอัมมัน
ประเทศประเทศไทย
สถานะโบสถ์พราหมณ์ ลัทธิศักติ
การสร้าง
ผู้สร้างไวตรี ประเดียอะจิ
ปีที่เสร็จราว พ.ศ. 2453-2454

วัดพระศรีมหาอุมาเทวี (ทมิฬ: அருள்மிகு ஶ்ரீ மஹாமாரி அம்மன் கோவில் อรุลมิกุ ศรี มหามาริอัมมัน โกวิล)[1] หรือ วัดแขกสีลม เป็นโบสถ์พราหมณ์ ตั้งอยู่เลขที่ 2 ถนนสีลม แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร สร้างขึ้นเพื่อเป็นสถานที่ถวายการบูชาพระแม่มารีอัมมันซึ่งเป็นอวตารของพระแม่อุมาเทวีพระชายาของพระศิวะ เป็นประธานของวัด

ประวัติ[แก้]

เทวสถานนี้มีหลักฐานปรากฏมาตั้งแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ราว พ.ศ. 2453-2454 โดยคณะผู้ศรัทธาชาวทมิฬผู้อาศัยอยู่ย่านตำบลริมคลองสีลม และตำบลหัวลำโพง อำเภอบางรัก เข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่บนดินแดนย่านแหลมมลายูรวมทั้งทางภาคใต้ของประเทศไทย

เมื่อนายไวตี พ่อค้าวัว และญาติมิตรชาวฮินดูที่ตั้งบ้านเรือนและประกอบอาชีพอยู่ย่านตำบลหัวลำโพง อำเภอบางรัก และตำบลริมคลองสีลม อำเภอบางรัก มีศรัทธาจัดสร้างวัดเพื่อเป็นที่บูชาพระอุมาเทวี ตามลัทธิศักติทางศาสนาฮินดู โดยเริ่มต้นตั้งเป็นศาลไม้ใต้ต้นสะเดาในไร่อ้อยริมคลองสีลม แถววัดวัวลำพองหรือหัวลำโพงในปัจจุบันนี้

ต่อมาคณะกรรมการผุ้ก่อตั้งวัดอาทิ นายไวตรีประเดียอะจิ (ต้นตระกูลไวตี เจ้าของเดิมที่ดินใน ซ.สีลม 13 หรือ ซ.ไวตี ถนนสีลม ) นายนารายเจติ นายโกบาระตี ได้หาที่ดินเพื่อตั้งสถานที่ถาวร โดยขอแลกที่ดินของพวกตนกับที่ดินสวนผักริมคลองสีลมของนางอุปการโกษากร (ปั้น วัชราภัย) มรรคนายิกาวัดสุทธิวราราม ภรรยาหลวงอุปการโกษากร (เวก หรือ เวท วัชราภัย) ปัจจุบันเป็นหัวถนนปั้นด้านที่ตัดกับถนนสีลม โดยนำเทวรูปองค์เทพและ เทวี ต่าง ๆ มาจากประเทศอินเดียโดยมีพระแม่มารีอัมมันเป็นองค์ประธานของเทวสถาน รวมทั้งเทวรูปศิลาสลักพระพิฆเนศ และเทพแห่งความสำเร็จ ผู้ที่ได้รับการประทานพรจากพระศิวะ เทพบิดร ให้เป็นเทพผู้ได้รับการเริ่มต้นบูชาก่อนการบูชาเทพ-เทพีองค์อื่น ๆ ทุกครั้ง

วัดพระศรีมหาอุมาเทวีเป็นเทวสถานในลัทธิศักติ คือนับถือเทวีเป็นหลัก เช่น พระศรีมหาอุมาเทวี พระชายาของพระศิวะ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นพระผู้ทำลาย ถือได้ว่าเมื่อยามที่พระองค์เสวยร่างเป็นเจ้าแม่อุมา จะเป็นเจ้าแห่งความเมตตากรุณา และงามสง่า ดังนั้นผู้มีจิตศรัทธาจึงนิยมไปกราบไหว้บูชา และขอพร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องความรัก และเรื่องการขอบุตร

สถาปัตยกรรมและศิลปกรรม[แก้]

ซุ้มโคปุระวัดพระศรีมหาอุมาเทวี

สถาปัตยกรรมและศิลปกรรมของเทวสถานเป็นลักษณะศิลปะประเพณีโบราณของอินเดียตอนใต้ (สถาปัตยกรรมดราวิเดียน)ผสมผสานกัน ระหว่างสมัยโจฬะและปาละ ในอินเดีย ซึ่งจะพบศิลปะทางสถาปัตยกรรมแบบนี้ได้ในเทวาลัยตอนใต้ของประเทศอินเดียโดยเฉพาะอย่างยิ่งในรัฐทมิฬนาดู

ด้านในเทวสถานมีโบสถ์ตั้งอยู่ตรงกลาง หันหน้าไปด้านถนนปั้น ด้านในสุดของโบสถ์แบ่งเป็น 3 ซุ้ม ซุ้มใหญ่ตรงกลาง มี 2 ล็อก ล็อกหน้าเป็นทางเดินเข้า ล็อกในประดิษฐาน เทวรูปปูนปั้น และเทวรูปหล่อลอยองค์ พระแม่มารีอัมมัน ซุ้มด้านซ้ายและขวาของโบสถ์ ประดิษฐานเทวรูปของพระโอรสทั้งสอพระองค์ ซุ้มด้านซ้าย (ด้านข้างในเทวสถาน)เป็นซุ้มประดิษฐานเทวรูปศิลาสลักองค์พระพิฆเนศ ซุ้มด้านขวา (ด้านริมถนนสีลม) ประดิษฐานเทวรูปสลักศิลาองค์ พระขันทกุมารซุ้มในโบสถ์ทั้ง 3 ซุ้มนี้ไม่อนุญาตให้ผู้ใดเข้าไปข้างใน ยกเว้นพราหมณ์พิธีผู้มีคุณสมบัติอันสมควร แถวด้านซ้ายของโบสถ์หน้าซุ้มพระพิฆเนศ มีแท่นตั้งมีเทวรูปรูปหล่อลอยองค์พร้อมแท่นวางมีห่วงเหล็กที่สร้างไว้สำหรับอัญเชิญออกแห่ในงานพิธีหรือเทศกาลต่างๆของเทวสถาน อันได้แก่ พระพิฆเนศ พระศิวะ พระกฤษณะ พระวิษณุ พระลักษมี พระขันทกุมาร พระแม่มารีอัมมัน พระแม่กาลี พระสรัสวดีและมีพระพุทธรูปขนาดใหญ่ เป็นพระพุทธชินราชจำลองตั้งวางอยู่ด้านข้างประตูโบสถ์ด้านใน ส่วนด้านขวาของโบสถ์หน้าซุ้มเทวรูปศิลา พระขันทกุมาร มีซุ้มพระนาฎรายาและพระแม่ศิวะกามี เทวรูปพระหนุมาน , ตู้เก็บใบคำทำนายเซียมซีของวัด ทางเข้าด้านหน้าโบสถ์ทั้งซ้ายขวา เป็นสถานที่สำหรับจำหน่ายเครื่องบูชาและเทวรูปวัตถุมงคลต่างๆของทางเทวสถาน

ด้านนลานเทวสถานด้านหน้าโบสถ์มีเสาสีทองขนาดใหญ่สูงเท่าหลังคาโบสถ์ ตั้งอยู่ตรงกลางระหว่างประตูหน้าของเทวสถานและช่องกลางโบสถ์ซึ่งมีซุ้มใหญ่ตรงกลาง ที่ประดิษฐานพระศรีมหามารีอัมมันอยู่ด้านในสุด ด้านบนสุดของเสาเป็นโยนีลิงก์ขนาดใหญ่ ซึ่งจะถูกตกแต่งประดับประดาและชักธงรูปสิงห์ประจำองค์พระแม่ ขึ้นในช่วงสัปดาห์เทศกาลนวราตรี

บนลานหน้าเทวสถานมีเทวาลัยขนาดเล็กอีก 3 เทวาลัย เทวาลัยแรกอยู่บริเวณกลางลานหน้าโบสถ์ด้านขวา (ด้านถนนสีลม) เป็นเทวาลัยประดิษฐานศิวลึงค์อันเป็นสัญญลักษณ์แทนองค์พระศิวะ อีก 2 เทวาลัยอยู่ที่มุมริมสุดด้านหน้าของเทวสถานด้านถนนปั้นตัดกับถนนสีลม เป็นเทวาลัยประดิษฐานพระพรหม และเทวาลัยประดิษฐานเทวรูปเทวดานพเคราะห์ริมรั้วด้านถนนสีลมระหว่าเทวาลัยพระพรหมและศิวลึงค์ มีหอระฆังที่ต้องตีตลอดเวลาขณะที่พราหมณ์ทำพิธีบูชาเทพเจ้า

ส่วนด้านข้างของเทวสถานริมซ้ายติดกับบ้านเรือนของเอกชนในถนนปั้น ใกล้รั้วเป็นซุ้มใหญ่ประดิษฐานเทวรูปอีก 3 ซุ้มซึ่งเป็นเทพท้องถิ่นของชาวอินเดียใต้ ได้แก่พระอัยนาร์ พระแม่สัปตกรรณี พระแม่เปชายี พระอัคนีวิรัน พระเปริยาจี พระมาดูไรวีรั่น พระกัตตราวรายัน ถัดเข้าไปข้างในเป็นแผ่นสลักรูป ศรียันตรา ซึ่งหันหน้าเข้าหาถนนสีลมถัดเข้าอีกเป็นอาคารสำนักงานของทางวัด

เทศกาลนวราตรี[แก้]

ในช่วงวันขึ้น 1-9 ค่ำ เดือน 11 รวม 9 วัน 9 คืนนั้น เป็นเป็นช่วงเวลาของเทศกาลดูเซร่า หรือนวราตรี ของชาวฮินดู ซึ่งเป็นงานแห่พระแม่อุมา และเชื่อกันว่าในช่วงเวลานี้เป็นช่วงที่พระแม่และขบวนเทพจะเสด็จมายังโลกเพื่อประทานพรให้กับมนุษย์

อ้างอิง[แก้]

แผนที่[แก้]

พิกัดภูมิศาสตร์: 13°43′27″N 100°31′22″E / 13.7242°N 100.5228961°E / 13.7242; 100.5228961{{#coordinates:}}: cannot have more than one primary tag per page

  1. https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=2198380970426241&id=100007630781298