ข้ามไปเนื้อหา

กลุ่มโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล
ประเภทมหาชน
การซื้อขาย
LSE: MDO
SGX: M04
BSX: MOIBD.BH
ISINBMG578481068 Edit this on Wikidata
อุตสาหกรรมการบริการ, การท่องเที่ยว
ก่อตั้งพ.ศ. 2506; 63 ปีที่แล้ว (2506) ที่ฮ่องกง
ผู้ก่อตั้งแอตคินส์ ไดเออร์ และวิลเลียม เวสต์ (พ.ศ. 2406; โรงแรมแห่งแรกเปิดให้บริการในประเทศไทย)
สำนักงานใหญ่
จำนวนที่ตั้ง42
บุคลากรหลักเบนจามิน เคสวิก
(Chairman)
จอห์น วิท
(Managing Director)
เจมส์ ไรลีย์
(Group Chief Executive)
แมทธิว บิชอป
(Chief Financial Officer)
ผลิตภัณฑ์โรงแรม
รายได้
  • ลดลง 183 ล้านเหรียญสหรัฐ (2563)
  • 567 ล้านเหรียญสหรัฐ (2562)
[1]
รายได้จากการดำเนินงาน
  • ลดลง 205 ล้านเหรียญสหรัฐ (2563)
  • 41 ล้านเหรียญสหรัฐ (2562)
รายได้สุทธิ
  • ลดลง 680 ล้านเหรียญสหรัฐ (2563)
  • 56 ล้านเหรียญสหรัฐ (2562)
พนักงาน
12,000
บริษัทแม่จาร์ดีน แมธทีสัน
เว็บไซต์http://www.mandarinoriental.com

กลุ่มโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล (อังกฤษ: Mandarin Oriental Hotel Group ตัวย่อ: MOHG) เป็นกลุ่มบริษัทในเครือ Jardine Matheson Group ลงทุนและจัดการธุรกิจโรงแรมระดับนานาชาติ โดยมีกิจการโรงแรม รีสอร์ต และที่พักอาศัยหรูหราในเอเชีย ยุโรป และอเมริกา[2] ได้รับรางวัลต่าง ๆ หลายรางวัลในด้านบริการและการจัดการที่เป็นแบบอย่างที่ดี และด้านสปาและภัตตาคารที่ตั้งอยู่ในโรงแรมและรีสอร์ต[3]

ประวัติ

[แก้]

กลุ่มบริษัทเริ่มขึ้นจากการเปิดตัว The Mandarin โรงแรมซึ่งเป็นเรือธงของกลุ่มบริษัท ในฮ่องกงเมื่อ พ.ศ. 2506 ซึ่งสร้างชื่อเสียงจากบริการอันหรูหราได้อย่างรวดเร็ว เมื่อ พ.ศ. 2517 Mandarin International Hotels Limited ได้ก่อตั้งขึ้นเพื่อเป็นบริษัทจัดการโรงแรม ความมุ่งหมายของกลุ่มบริษัทคือเพื่อขยายกิจการสู่เอเชีย และดำเนินกิจการโรงแรมที่จะแสดงให้เห็นมาตรฐานบริการในระดับเดียวกับโรงแรมที่ฮ่องกง[2]

เมื่อ พ.ศ. 2517 บริษัทได้เข้าไปถือครองส่วนปันผล 49% ของโรงแรมโอเรียนเต็ล ซึ่งสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2419 และเป็นโรงแรมระดับตำนานที่ถูกจัดให้เป็นโรงแรมที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในโลก ด้วยการจัดการทั้ง The Mandarin ในฮ่องกง และ The Oriental, Bangkok ทำให้กลุ่มบริษัทมีโรงแรมที่เป็น"เรือธง"และจัดอยู่ในบรรดาโรงแรมที่ต้อนรับแขกได้เป็นเลิศถึงสองแห่ง[2]

เมื่อ พ.ศ. 2528 บริษัทได้ปรับปรุงโครงสร้างภายในโดยรวมกิจการโรงแรมทั้งสองแห่งเข้าด้วยกันภายใต้ชื่อ Mandarin Oriental Hotel Group เมื่อ พ.ศ. 2530 Mandarin Oriental Group ได้เปิดขายหุ้นต่อสาธารณชนใน Stock Exchange of Hong Kong ภายใต้ชื่อ "Mandarin Oriental International Limited" ซึ่งก่อตั้งเป็นบริษัทที่เบอร์มิวดา และจดทะเบียนในลอนดอน สิงคโปร์ และเบอร์มิวดา ขณะที่ Mandarin Oriental Hotel Group Limited ที่ดำเนินงานจากฮ่องกงจะจัดการกิจการโรงแรมต่าง ๆ ของกลุ่มบริษัท[2]

ปัจจุบัน Mandarin Oriental Hotel Group ดำเนินกิจการโรงแรมทั้งที่แล้วเสร็จและอยู่ในระหว่างการพัฒนารวมแล้ว 48 แห่ง มีจำนวนห้องพักมากกว่า 10,000 ห้องใน 28 ประเทศ ประกอบด้วยในทวีปเอเชีย 22 แห่ง ทวีปยุโรปและแอฟริกาเหนือ 21 แห่ง และทวีปอเมริกา 5 แห่ง นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทยังมีกิจการที่พักอาศัยทั้งที่แล้วเสร็จและอยู่ระหว่างพัฒนารวมแล้ว 22 แห่ง[2]

โรงแรม

[แก้]

ปัจจุบัน Mandarin Oriental Hotel Group ดำเนินกิจการโรงแรมในกรุงเทพมหานคร ปักกิ่ง เดซารู กว่างโจว ฮ่องกง จาการ์ตา กัวลาลัมเปอร์ มาเก๊า ซานย่า เซี่ยงไฮ้ เชินเจิ้น สิงคโปร์ ไทเป โตเกียว อาบูดาบี โดฮา ดูไบ มัสกัต รียาด มาร์ราคิช อัมสเตอร์ดัม บาร์เซโลนา โบดรุม กอร์ตีนา นาวาริโน เจนีวา อิสตันบูล ลอมบาร์เดีย ลอนดอน ลูเซิร์น มาดริด มาจอร์กา มิลาน มิวนิก ปารีส ปราก เวียนนา ซือริช บอสตัน คานูอัน ไมแอมี นิวยอร์ก และซันติอาโก

แมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ

[แก้]

โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ เป็นโรงแรมระดับห้าดาวในกรุงเทพมหานคร ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เดิมเป็นโรงแรม The Oriental ซึ่งเป็นโรงแรมแห่งแรกในไทย เปิดเมื่อ พ.ศ. 2422 ปัจจุบันเป็นหนึ่งในสองกิจการเรือธงของ Mandarin Oriental Hotel Group และมีชื่อเสียงในด้านบริการระดับโลกซึ่งทำให้ได้รับการขนานนามเป็นโรงแรมที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก[2][4]

แมนดาริน โอเรียนเต็ล บาร์เซโลนา

[แก้]

แมนดาริน โอเรียนเต็ล บาร์เซโลนา เปิดให้บริการเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 ตั้งอยู่บน Passeig de Grácia ซึ่งจัดเป็นถนนสายสำคัญในบาร์เซโลนา และมักจะถูกเทียบเคียงกับ Fifth Avenue ในนิวยอร์ก Bond Street ในลอนดอน Rue du Faubourg Saint-Honoré ในปารีส และ Via Veneto ในโรม[5] เดิมเคยเป็นที่ตั้งของ Barcelona head office of the Banco Hispanico Americano ก่อนที่จะสร้างโรงแรมในปัจจุบัน ประกอบด้วยห้องพักและห้องชุดรวม 98 ห้อง สปาและศูนย์ Fitness เนื้อที่ 1,000 ตารางเมตร พร้อมด้วยสระว่ายน้ำในร่ม ห้องอาหาร Moments ระเบียงดาดฟ้าที่มีสระว่ายน้ำ[6][5]

แมนดาริน โอเรียนเต็ล บอสตัน

[แก้]

หนึ่งในโรงแรมที่ใหม่ที่สุดของ Mandarin Oriental ตั้งอยู่บน Boylston Street ในย่าน Back Bay เปิดเมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2551 ถูกจัดให้อยู่ในระดับ AAA five-diamond ประกอบด้วยห้องพัก 136 ห้อง ห้องชุด 12 ห้อง ห้องอาหาร Asana และ M Bar & Lounge

แลนด์มาร์ก แมนดาริน โอเรียนเต็ล ฮ่องกง

[แก้]
แมนดาริน โอเรียนเต็ล ฮ่องกง

ตั้งอยู่ใน The Landmark ในฮ่องกง ได้รับการจัดอันดับจากนิตยสาร ฟอร์บส ให้เป็นโรงแรมระดับห้าดาว มีห้องพักและห้องชุดที่ใหญ่ที่สุดในฮ่องกงจำนวน 113 ห้อง มีพื้นที่โดยเฉลี่ยห้องละ 540 ม² นอกจากนี้ ยัง Oriental Spa ซึ่ง Forbes จัดให้อยู่ในระดับห้าดาวเช่นกัน และห้องอาหาร Amber ซึ่งนิตยสาร มิชลินไกด์ ให้คะแนนสองดาว[7]

โรงแรมแกรนด์ลาปา มาเก๊า

[แก้]

โรงแรมแกรนด์ลาปา มาเก๊า เป็นโรงแรมระดับห้าดาวที่ดำเนินกิจการโดย Mandarin Oriental Hotel Group[8]

แมนดาริน โอเรียนเต็ล ไมอามี

[แก้]

เป็นโรงแรมของ Mandarin Oriental Hotel Group ในไมอามี ตั้งอยู่บนเกาะ Brickell Key ขนาด 44 เอเคอร์ในอ่าว Biscayne มีห้องพักและห้องชุดรวม 326 ห้องที่มองเห็นทิวทัศน์มหาสมุทรแอตแลนติก อ่าว Biscayne และไมอามี มีห้องอาหาร Azul และ Café Sambal บาร์มาร์ตินี หาดส่วนบุคคล และสปาเพียงแห่งเดียวในรัฐฟลอริดาที่นิตยสาร Forbes ให้คะแนนระดับห้าดาว[9][10]

แมนดาริน โอเรียนเต็ล สิงคโปร์

[แก้]

แมนดาริน โอเรียนเต็ล สิงคโปร์ เป็นโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของ Mandarin Oriental Hotel Group ด้วยห้องพักและห้องชุดรวม 527 ห้อง ตั้งอยู่ที่ Marina Centre ติดกับ Marina Shopping Mall สามารถเดินไปยัง Suntec City ได้ มีห้องอาหารห้าแห่ง บาร์สองแห่ง สปา, Fitness center, Grand ballroom และห้องประชุมสิบสามแห่ง เปิดครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2530 ต่อมาได้ปิดปรับปรุงและเปิดอีกครั้งเมื่อ พ.ศ. 2548[11]

แมนดาริน โอเรียนเต็ล โตเกียว

[แก้]

แมนดาริน โอเรียนเต็ล โตเกียว ตั้งอยู่บนชั้น 30-36 ของอาคารนิฮมบะชิมิทซึอิ ประกอบด้วยห้องพักและห้องชุด 179 ห้องที่มองเห็นอุทยานของพระราชวังหลวงโตเกียวทางทิศตะวันตก และอ่าวโตเกียวทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ และยังมีห้องอาหารสามแห่ง บาร์ ห้องนั่งเล่นรับรอง มุมน้ำชา และร้านเค้ก ห้องอาหาร Sense จัดเป็นห้องอาหารแนะนำโดยนิตยสาร Michelin Guide บริการอาหารกวางตุ้งแบบต้นตำรับ[12]

แมนดาริน โอเรียนเต็ล วอชิงตัน ดีซี

[แก้]

แมนดาริน โอเรียนเต็ล วอชิงตัน ดีซี ตั้งอยู่ที่ SW quadrant มีห้องพัก 347 ห้อง และห้องชุด 53 ห้อง หลายห้องสามารถมองเห็นทิวทัศน์แม่น้ำ Potomac, Tidal Basin, Jefferson Memorial หรืออนุสาวรีย์วอชิงตัน ในโรงแรมเคยมีห้องอาหาร Café MoZU แต่ถูกเปลี่ยนเป็น Sou’Wester แทน ซึ่งมี Chesapeake- and Southern-inspired fare[13]

กิจการที่อยู่ระหว่างพัฒนา

[แก้]

โรงแรมที่ปัจจุบันอยู่ระหว่างพัฒนา ตั้งอยู่ที่แอตแลนตา ชิคาโก คอสตาริกา มัลดีฟส์ มาร์เบยา และมอสโก

อ้างอิง

[แก้]
  1. ↑ อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ "MOHG-finance"
  2. 1 2 3 4 5 6 "Corporate Information Press Kit". Mandarin Oriental Hotel Group. 2009. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 31 ธันวาคม 2009. สืบค้นเมื่อ 20 มกราคม 2010.
  3. ↑ "Awards and Accolades". Mandarin Oriental Hotel Group. 2009. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 26 มกราคม 2010. สืบค้นเมื่อ 20 มกราคม 2010.
  4. ↑ "Mandarin Oriental, Bangkok - Overview". Mandarin Oriental Hotel Group. 2009. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 24 ตุลาคม 2009. สืบค้นเมื่อ 20 มกราคม 2010.
  5. 1 2 "Mandarin Oriental, Barcelona - Fact Sheet". Mandarin Oriental Hotel Group. 2009. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 26 มีนาคม 2010. สืบค้นเมื่อ 20 มกราคม 2010.
  6. ↑ "Mandarin Oriental, Barcelona - Did You Know". Mandarin Oriental Hotel Group. 2009. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 26 มีนาคม 2010. สืบค้นเมื่อ 20 มกราคม 2010.
  7. ↑ "The Landmark Mandarin Oriental, Hong Kong". Mandarin Oriental Hotel Group. 2009. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 28 มีนาคม 2010. สืบค้นเมื่อ 20 มกราคม 2010.
  8. ↑ "Grand Lapa Official Website". ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 3 กุมภาพันธ์ 2010. สืบค้นเมื่อ 28 มกราคม 2010.
  9. ↑ "Overview - Mandarin Oriental, Miami". ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 28 มีนาคม 2010. สืบค้นเมื่อ 29 มกราคม 2010.
  10. ↑ "Mobil Travel Guide Four-Star and Five-Star Awards for 2009 - Five Star Spas". ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2 มกราคม 2010. สืบค้นเมื่อ 24 มีนาคม 2026.
  11. ↑ "Mandarin Oriental, Singapore - General Information". ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 12 เมษายน 2010. สืบค้นเมื่อ 1 กุมภาพันธ์ 2010.
  12. ↑ "Mandarin Oriental, Tokyo - Fact Sheet". ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 28 มีนาคม 2010. สืบค้นเมื่อ 23 มกราคม 2010.
  13. ↑ "Zagat". Sou'Wester Blows Into Town. 11 กันยายน 2009.{{cite web}}: CS1 maint: deprecated archival service (ลิงก์)

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]