ถนนสี่พระยา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
แผนที่เขตบางรัก ถนนสี่พระยาปรากฏอยู่ในช่วงบนของเขตในชื่อ Si Phraya Road
ถนนสี่พระยา

ถนนสี่พระยา (อักษรโรมัน: Thanon Si Phraya) ถนนสายหนึ่งในพื้นที่เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร ถือเป็นถนนสายรองของพื้นที่ เป็นถนนเชื่อมระหว่างถนนเจริญกรุงกับถนนพระราม 4 มีจุดเริ่มต้นที่แขวงสี่พระยา บริเวณหน้าโรงแรมรอยัลออร์คิดเชอราตัน และศูนย์การค้าริเวอร์ซิตี้ไปสิ้นสุดที่แยกสามย่าน บริเวณหน้าวัดหัวลำโพง อันเป็นจุดตัดของถนนพระราม 4 และถนนพญาไท

ถนนสี่พระยา มีที่มาจาก การที่ขุนนางซึ่งมีบรรดาศักดิ์เป็นพระยา 4 คน ได้แก่ พระยาอินทราธิบดีสีหราชรองเมือง (ม.ร.ว.ลพ สุทัศน์), พระยาพิพัฒโกษา (เซเรสติโน ซาเวียร์), พระยานรฤทธิ์ราชหัช (ทองดี โชติกเสถียร) และพระยานรนารถภักดี (สุด บุนนาค) รวมถึงหลวงมนัศมานิต (เถียน โชติกเสถียร) ได้ร่วมกันซื้อที่ดินระหว่างถนนสุรวงศ์กับคลองผดุงกรุงเกษมและสร้างผ่านที่ดินเชื่อมต่อกับถนนเจริญกรุง คือ วัดหัวลำโพงไปตกท่าน้ำ คือ ท่าน้ำสี่พระยา พระยาทั้ง 4 คนได้น้อมเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามว่า "ถนนสี่พระยา" เมื่อ พ.ศ. 2449 ตามที่พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสวัสดิประวัติ กรมพระสมมตอมรพันธ์ ทรงกราบบังคมทูลถวายความเห็น แต่มีพระราชกระแสว่า ถนนสี่พระยานี้เจ้าของมิได้ตัดเพื่อสาธารณประโยชน์ แต่ทำเพื่อผลประโยชน์ โดยทรงเทียบว่าไม่เหมือนกับวัดสามพระยา แต่ก็ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามดังกล่าว และเสด็จพระราชดำเนินเปิดถนนสี่พระยาเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน ปีเดียวกัน

ถนนสี่พระยา เป็นถนนที่แยกออกจากตรอกกัปตันบุช (ซอยเจริญกรุง 30) ซึ่งอยู่ระหว่างตรอกฮ่องกงกับที่ทำการไปรษณีย์กลางบางรัก ไปจนถึงวัดหัวลำโพง พื้นที่บริเวณนี้ในอดีตเป็นแหล่งการค้าขายสำคัญที่ต่อเนื่องมาจากย่านเยาวราช, สำเพ็ง และตลาดน้อย ในเขตสัมพันธวงศ์ เป็นที่ตั้งของบริษัทห้างร้านใหญ่ ๆ หลายแห่ง เช่น ห้างเซ็ลทรัลสาขาแรก (บริเวณปากตรอก) , โรงพิมพ์หมอบรัดเลย์ (โรงพิมพ์แห่งแรกของประเทศไทย), สถานทูตโปรตุเกส (สถานทูตแห่งแรกในกรุงเทพมหานคร ตัวอาคารสถานทูตเป็นสถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียล), อาคารศุลกสถาน (โรงภาษีที่เก็บภาษีจากเรือสินค้าต่างชาติ ตัวอาคารเป็นสถาปัตยกรรมแบบปัลลาดีโอ), ที่ทำการหอการค้าไทย (แรกเริ่มก่อตั้ง คือ บริษัทเอ็กซอนโมบิล (ESSO)) เป็นต้น และยังมีบ้านเรือนของชาวต่างประเทศ โดยเฉพาะชาวตะวันตกอีกมากด้วย ซึ่งปัจจุบันหลายหลังก็ยังปรากฏอยู่ [1]

อ้างอิง[แก้]

  1. อรณี แน่นหนา. นามนี้มีที่มา. กรุงเทพฯ : ประพันธ์สาส์น, 2545. 216 หน้า. หน้า 52–53. ISBN 9789742308483

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

พิกัดภูมิศาสตร์: 13°43′52″N 100°31′17″E / 13.731094°N 100.521347°E / 13.731094; 100.521347