เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นมงคลยิ่งราชมิตราภรณ์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เครื่องราชอิสริยาภรณ์
อันเป็นมงคลยิ่ง
ราชมิตราภรณ์
เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นมงคลยิ่งราชมิตราภรณ์
อักษรย่อ ร.ม.ภ.
ประเทศ ไทย ประเทศไทย
ข้อมูลทั่วไป
วันสถาปนา 12 มิถุนายน 2505
ผู้สถาปนา พระบาทสมเด็จพระปรมินทร
มหาภูมิพลอดุลยเดช
ประธาน พระมหากษัตริย์แห่งประเทศไทย
ประเภท สายสะพายและดารา (ชั้นเดียว)
ผู้สมควรได้รับ ประมุขแห่งรัฐต่างประเทศ
มอบเพื่อ การเจริญสันถวไมตรีกับต่างประเทศ
สถิติการมอบ
จำนวนสำรับ ไม่จำกัดจำนวน
รายแรก สมเด็จพระราชาธิบดีซยิดปุตราอิบนิ
อัล-มาร์ฮุมซยิดฮัสซัมจามาลุลลีล
แห่งมาเลเซีย
20 มิถุนายน 2505
รายล่าสุด สมเด็จพระราชาธิบดี สุลตาน มีซาน ไซนัล อาบิดีน
สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งมาเลเซีย
9 มีนาคม 2552
ทั้งหมด 33 ราย
ลำดับเกียรติ
รองมา มหาจักรีบรมราชวงศ์

เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นมงคลยิ่งราชมิตราภรณ์ (อังกฤษ: Knight and Dame of the Most Auspicious Order of the Rajamitrabhorn) เรียกโดยย่อว่า "ร.ม.ภ." เป็นเครื่องราชอิสริยาภรณ์แห่งประเทศไทยที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2505 โดยเหตุที่ว่าได้มีการผูกสัมพันธไมตรีกับประเทศต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้น ดังนั้น จึงสมควรที่จะมีเครื่องราชอิสริยาภรณ์สำหรับพระราชทานแก่ประมุขแห่งรัฐต่างประเทศ[1] โดยเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นมงคลยิ่งราชมิตราภรณ์จัดเป็นเครื่องราชอิสริยภรณ์ที่มีลำดับเกียรติสูงที่สุดของไทย[2]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นมงคลยิ่งราชมิตราภรณ์ มีพระมหากษัตริย์เป็นประธานของเครื่องราชอิสริยาภรณ์ และมีพระราชอำนาจที่จะพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์นี้แก่ประมุขของรัฐต่างประเทศ

องค์ประกอบของ ร.ม.ภ.[แก้]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นมงคลยิ่งราชมิตราภรณ์ กรมศิลปากรเป็นผู้รับผิดชอบในการออกแบบ มีนายสนิท ดิษฐพันธุ์เป็นช่างผู้เขียนแบบและหม่อมเจ้ายาใจ จิตรพงศ์ทรงควบคุม[3] โดย 1 สำรับ ประกอบด้วย[1]

  1. ดวงตราสำหรับสายห้อยสร้อย มีรูปจักรและตรีศูลขัดกัน ประดับเพชรอยู่ในวงกลมบนพื้นสีขาบ ขอบวงกลม เป็นเพชรสร่งเงินมีรัศมีทองแปดแฉก ด้านหลังมีอักษรพระปรมาภิไธยย่อ "ภ.ป.ร." อยู่ในวงกลมบนพื้นลงยาสีขาว ขอบวงกลมสีน้ำเงิน เบื้องบนด้านหน้ามีอุณาโลมและพระมหามงกุฎทองมีรัศมีทองห้อยกับสายสร้อยทองรูปดอกชัยพฤกษ์สลับกนกเกลียว ตรงที่ห้อยดวงตรามีอักษรพระปรมาภิไธยย่อ "ภ.ป.ร." ประดับเพชร อยู่ในรูปปทุมลงยาสีเหลือง ใช้สำหรับสวมคอ
  2. ดวงตราสำหรับห้อยสายสะพาย มีลักษณะเช่นเดียวกับดวงตราสำหรับห้อยสายสร้อย แต่มีขนาดเล็กกว่า รูปจักรและตรีศูลลงยาสีขาวด้านหลังไม่มีอักษรพระปรมาภิไธยย่อ ห้อยกับสายสะพายแพรแถบสีเหลืองขนาดกว้าง 10 เซนติเมตร มีริ้วสีขาวกว้าง 5 มิลลิเมตรใกล้ขอบทั้งสองข้าง ริมริ้วสีขาวทั้ง 2 ข้าง มีเส้นสีน้ำเงิน สะพายบ่าขวางเฉียงลงทางซ้าย
  3. ดารา มีรูปนารายณ์ทรงครุฑทองอยู่ในวงกลมบนพื้นลงยาสีขาบขอบวงกลมเป็นเพชนสร่งเงินมีรัศมีทองแปดแฉก ประดับที่อกเสื้อด้านซ้าย

สำหรับประมุขของรัฐต่างประเทศที่เป็นสตรีดวงตรา ดารา และสายสร้อยจะมีขนาดเล็กกว่า รวมทั้ง ใช้สายสะพานขนาดกว้าง 7 เซนติเมตร

นอกจากนี้ ยังมีเครื่องหมายสำหรับประดับแพรแถบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ โดยมีลักษณะเป็นรูปนารายณ์ทรงครุฑทองอยู่ในวงกลมบนพื้นลงยาสีขาบ[4] และเครื่องหมายที่ใช้เป็นดุมเสื้อเป็นรูปดอกไม้จีบด้วยแพรแถบของเครื่องราชอิสริยาภรณ์ มีสิทธิใช้ประดับเป็นดุมเสื้อเวลาแต่งเครื่องสากลโดยให้ประดับที่รังดุมคอพับของเสื้อชั้นนอกเบื้องซ้าย[5] และสามารถใช้ประดับเมื่อสวมชุดไทย โดยบุรุษมีสิทธิใช้ประดับเป็นดุมเสื้อเวลาแต่งเสื้อชุดไทยสีสุภาพ โดยประดับที่อกเสื้อเบื้องซ้าย บริเวณปากระเป๋าเสื้อ ส่วนสตรีนั้น มีสิทธิใช้ประดับเป็นดุมเสื้อเวลาแต่งเสื้อชุดไทยเรือนต้น ชุดไทยจิตรลดา ชุดไทยอมรินทร์ และชุดไทยบรมพิมาน โดยประดับที่อกเสื้อเบื้องซ้าย[6]

ประธานแห่งเครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

รายพระนามและรายนามผู้ได้รับ ร.ม.ภ.[แก้]

ประมุขของประเทศที่ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตระกูลนี้ จนถึง พ.ศ. 2552 มีทั้งสิ้น 33 สำรับ

     ผู้ได้รับถวายหรือรับพระราชทาน ร.ม.ภ. ที่ยังทรงพระชนม์และยังมีชีวิตอยู่

วันที่ ประเทศ พระนาม / นาม อ้างอิง
20 มิถุนายน พ.ศ. 2505  มาเลเซีย สมเด็จพระราชาธิบดีตวนกู ซัยยิด ปุตรา [7]
21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2505  เยอรมนี ดร. ไฮน์ริช ลุบเก [8]
14 ธันวาคม พ.ศ. 2505  พม่า พลเอกเน วิน [9]
14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2506  กรีซ สมเด็จพระเจ้าปอลที่ 1 แห่งเฮล์ลีนส์ [10]
22 มีนาคม พ.ศ. 2506  ลาว สมเด็จพระเจ้าศรีสว่างวัฒนา [11]
27 พฤษภาคม พ.ศ. 2506  ญี่ปุ่น สมเด็จพระจักรพรรดิโชวะ [12]
5 มิถุนายน พ.ศ. 2506  สาธารณรัฐจีน (2455-2492) เจียงไคเช็ค [13]
9 กรกฎาคม พ.ศ. 2506  ฟิลิปปินส์ ดิออสดาโด มากาปากัล [14]
15 ตุลาคม พ.ศ. 2506  เนเธอร์แลนด์ สมเด็จพระราชินีนาถยูเลียนาแห่งเนเธอร์แลนด์ [15]
3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2507  เบลเยียม สมเด็จพระราชาธิบดีโบดวง
29 กันยายน พ.ศ. 2507  ออสเตรีย อดอล์ฟ ชาร์ฟ
15 มกราคม พ.ศ. 2508  นอร์เวย์ สมเด็จพระเจ้าโอลาฟที่ 5
10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2509  เกาหลีใต้ ปักจุงฮี
17 มกราคม พ.ศ. 2510  ออสเตรีย ฟรานซ์ โยนาส [16]
15 มกราคม พ.ศ. 2511  ฟิลิปปินส์ เฟอร์ดินันด์ อี มากอส [17]
22 มกราคม พ.ศ. 2511  อิหร่าน พระเจ้าชาห์ โมฮัมหมัด เรซา ปาห์ลาวี
19 มีนาคม พ.ศ. 2513  อินโดนีเซีย ซูฮาร์โต
1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2516  มาเลเซีย สมเด็จพระราชาธิบดีสุลต่านตวนกู อับดุล ฮาลิม มูอัซซัม ชาห์
3 กรกฎาคม พ.ศ. 2524  เกาหลีใต้ เชิน ดู ฮวาน [18]
29 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2527  เยอรมนี คาร์ล คาร์สเทนส์ [19]
17 ธันวาคม พ.ศ. 2528  มาเลเซีย สมเด็จพระราชาธิบดีอิสกันดาร์ [20]
2 พฤษภาคม พ.ศ. 2529  เนปาล สมเด็จพระราชาธิบดีพีเรนทระแห่งเนปาล [21]
28 ตุลาคม พ.ศ. 2530  ปากีสถาน พลเอก โมฮัมหมัด เซีย อุล ฮัก [22]
15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2530  สเปน สมเด็จพระราชาธิบดีควน การ์โลสที่ 1 แห่งสเปน [23]
31 ตุลาคม พ.ศ. 2531  บรูไน สมเด็จพระราชธิบดีฮัจจี ฮัสชานัล โบลเกียห์ [24]
15 ธันวาคม พ.ศ. 2533  มาเลเซีย สมเด็จพระราชาธิบดี อัชลัน ชาห์ [25]
21 กันยายน พ.ศ. 2534  ญี่ปุ่น สมเด็จพระจักรพรรดิอะกิฮิโตะ [26]
27 ธันวาคม พ.ศ. 2534  ลาว ไกสอน พมวิหาร [27]
24 มีนาคม พ.ศ. 2543  มาเลเซีย สมเด็จพระราชาธิบดีซาลาฮุดดีน อับดุล อาซิซ [28]
3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2544  เดนมาร์ก สมเด็จพระราชินีนาถมาร์เกรเธอที่ 2 แห่งเดนมาร์ก [29]
23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2546  สวีเดน สมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ลที่ 16 กุสตาฟแห่งสวีเดน [30]
26 ธันวาคม พ.ศ. 2546  เนเธอร์แลนด์ สมเด็จพระราชินีนาถเบียทริกซ์แห่งเนเธอร์แลนด์ [31]
9 มีนาคม พ.ศ. 2552  มาเลเซีย สมเด็จพระราชาธิบดี สุลตาน มีซาน ไซนัล อาบิดีน [32]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 ราชกิจจานุเบกษา, พระราชบัญญัติเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นมงคลยิ่งราชมิตราภรณ์ พ.ศ. ๒๕๐๕, เล่ม ๗๙, ตอน ๕๒ ก, ๑๒ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๐๕, หน้า ๖๗๔
  2. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ลำดับเกียรติเครื่องราชอิสริยาภรณ์ไทย, เล่ม ๑๑๐, ตอน ๒๙ง ฉบับพิเศษ, ๑๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๖, หน้า ๑
  3. ธงทอง จันทรางศุ , เครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่สถาปนาในรัชกาลปัจจุบัน, สารานุกรมไทย ฉบับกาญจนาภิเษก
  4. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชกฤษฎีกากำหนดเครื่องหมายสำหรับประดับแพรแถบเครื่องราชอิสริยาภรณ์และที่ใช้เป็นดุมเสื้อ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๐๕, เล่ม ๗๙, ตอน ๕๓ ก ฉบับพิเศษ, ๑๓ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๐๕, หน้า ๑
  5. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชกฤษฎีกากำหนดเครื่องหมายสำหรับประดับแพรแถบเครื่องราชอิสริยาภรณ์และที่ใช้เป็นดุมเสื้อ พ.ศ. ๒๔๙๘, เล่ม ๗๒, ตอน ๙๐ ก, ๒๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๙๘, หน้า ๑๕๗๑
  6. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชกฤษฎีกากำหนดเครื่องหมายสำหรับประดับแพรแถบเครื่องราชอิสริยาภรณ์และที่ใช้เป็นดุมเสื้อ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๒๘, เล่ม ๑๐๒, ตอน ๙๖ ก ฉบับพิเศษ, ๒๖ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๒๘, หน้า ๑
  7. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ถวายเครื่องราชอิสริยาภรณ์แด่พระมหากษัตริย์และสมเด็จพระราชินีแห่งสหพันธ์มลายา, เล่ม ๗๙, ตอน ๗๑ง, ๗ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๐๕, หน้า ๑๗๒๔
  8. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ราชมิตราภรณ์, เล่ม ๗๙, ตอน ๑๑๓ง, ๒๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๐๕, หน้า ๒๗๒๘
  9. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ราชมิตราภรณ์, เล่ม ๘๐, ตอน ๔ง, ๘ มกราคม พ.ศ. ๒๕๐๖, หน้า ๔๓
  10. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ถวายเครื่องราชอิสริยาภรณ์แด่พระมหากษัตริย์และสมเด็จพระราชินีแห่งประเทศกรีซ, เล่ม ๘๐, ตอน ๓๕ง, ๙ เมษายน พ.ศ. ๒๕๐๖, หน้า ๑๑๐๓
  11. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ถวายเครื่องราชอิสริยาภรณ์แด่พระมหากษัตริย์แห่งราชอาณาจักรลาว, เล่ม ๘๐, ตอน ๓๕ง, ๙ เมษายน พ.ศ. ๒๕๐๖, หน้า ๑๑๐๔
  12. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ถวายเครื่องราชอิสริยาภรณ์แด่สมเด็จพระจักรพรรดิแห่งประเทศญี่ปุ่น, เล่ม ๘๑, ตอน ๒๒ง, ๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๐๗, หน้า ๕๗๑
  13. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์, เล่ม ๘๑, ตอน ๒๒ ง, ๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๐๗, หน้า ๕๗๒
  14. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์, เล่ม ๘๑, ตอน ๗๐ ง, ๒๘ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๐๗, หน้า ๒๐๒๖
  15. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ถวายเครื่องราชอิสริยาภรณ์แด่สมเด็จพระราชินีนาถแห่งเนเทอร์แลนด์, เล่ม ๘๑, ตอน ๙ง, ๒๘ มกราคม พ.ศ. ๒๕๐๗, หน้า ๒๓๓
  16. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี, เล่ม ๘๔, ตอน ๑๐ ง, ๓๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๑๐ ๓๗, ตอน ๓๗๗
  17. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์, เล่ม ๘๕, ตอน ๓๒ ง ฉบับพิเศษ ๑๔ เมษายน พ.ศ. ๒๕๑๑, หน้า ๑๔
  18. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์, เล่ม ๑๐๐, ตอน ๑๐๒ ง ฉบับพิเศษ, ๒๒ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๒๖, หน้า ๑๑
  19. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์, เล่ม ๑๐๑, ตอน ๔๕ ง ฉบับพิเศษ, ๕ เมษายน พ.ศ. ๒๕๒๗, หน้า ๔๗
  20. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ถวายเครื่องราชอิสริยาภรณ์ราชมิตราภรณ์ แด่ สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งประเทศมาเลเซีย, เล่ม ๑๐๓, ตอน ๔ง ฉบับพิเศษ, ๘ มกราคม พ.ศ. ๒๕๒๙, หน้า ๘
  21. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ สมเด็จพระราชาธิบดี สมเด็จพระราชินี แห่งเนปาล พร้อมด้วยคณะ, เล่ม ๑๐๓, ตอน ๘๐ง, ๑๓ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๒๙ , หน้า ๒๐๒๓
  22. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ แก่ชาวต่างประเทศ พลเอก โมฮัมหมัด เซีย อุล ฮัก ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐอิสลามปากีสถาน, เล่ม ๑๐๔, ตอน ๒๒๓ ง, ๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๓๐, หน้า ๗๕๕๘
  23. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ แก่ชาวต่างประเทศ สมเด็จพระราชาธิบดี สมเด็จพระราชินี แห่งสเปนและคณะ, เล่ม ๑๐๔, ตอน ๒๕๗ง, ๑๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๐, หน้า ๘๓๗๐
  24. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ จำนวน ๗ ราย, เล่ม ๑๐๕, ตอน ๑๘๙ ง, ๑๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๓๑. หน้า ๘๔๗๑
  25. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ สมเด็จพระราชาธิบดีและสมเด็จพระราชินีแห่งมาเลเซีย, เล่ม ๑๐๗, ตอน ๒๕๖ง, ๒๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๓, หน้า ๑๑๐๔๔
  26. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ (แด่ สมเด็จพระจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่นราชมิตราภรณ์), เล่ม ๑๐๘, ตอน ๑๗๔ ง, ๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๓๔, หน้า ๙๗๒๔
  27. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ นายไกสอน พมวิหาน, เล่ม ๑๐๙, ตอน ๑๒ ง, ๑๖ มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๕, หน้า ๖๓๒
  28. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์แด่สมเด็จพระราชาธิบดี สุลต่านซาลาฮุดดิน อับดุล อาซิซ ชาห์ และสมเด็จพระราชินี ตอนกูซีตี ไอซาห์, เล่ม ๑๑๗, ตอน ๑๖ข, ๑๘ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๓, หน้า ๑
  29. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์แด่สมเด็จพระราชินีนาถมาร์เกรเธอที่ ๒ แห่งเดนมาร์ก เจ้าชายเฮนริก แห่งเดนมาร์ก พระราชสวามี และเจ้าชายเฟรเดอริก มกุฎราชกุมารแห่งเดนมาร์ก, เล่ม ๑๑๘, ตอน ๒ข ฉบับทะเบียนฐานันดร, ๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๔, หน้า ๑
  30. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์แด่สมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ลที่ ๑๖ กุสตาฟ และสมเด็จพระราชินีซิลเวียแห่งราชอาณาจักรสวีเดน, เล่ม ๑๒๐, ตอน ๔ข ฉบับทะเบียนฐานันดร, ๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๖, หน้า ๑
  31. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์แด่สมเด็จพระราชินีนาถเบียทริกซ์และเจ้าชายวิลเลม-อเล็กซานเดอร์แห่งเนเธอร์แลนด์, เล่ม ๑๒๑, ตอน ๖ข ฉบับทะเบียนฐานันดร, ๒๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๗, หน้า ๑
  32. ราชกิจจานุบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์แด่สมเด็จพระราชาธิบดีและสมเด็จพระราชินีแห่งมาเลเซีย, เล่ม ๑๒๖, ตอน ๔ ข, ๑๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๒, หน้า ๑

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]