เหรียญลูกเสือสรรเสริญ
| เหรียญลูกเสือสรรเสริญ | |
|---|---|
| มอบโดย พระมหากษัตริย์ไทย | |
| ประเภท | เหรียญราชอิสริยาภรณ์ประเภทบำเหน็จในราชการ |
| วันสถาปนา | 27 ตุลาคม พ.ศ. 2482 |
| ประเทศ | |
| จำนวนสำรับ | ไม่จำกัดจำนวน |
| ผู้สมควรได้รับ | ลูกเสือและบุคลากรทางการลูกเสือที่ได้เสียสละตนเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นหรือได้บำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์เป็นที่น่าสรรเสริญ |
| สถานะ | ยังพระราชทานอยู่ |
| ผู้สถาปนา | คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ในพระปรมาภิไธยพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร |
| ประธาน | พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว |
| สถิติการมอบ | |
| รายแรก | เล็กซัน วิเศษรัตน์ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2483 |
| รายล่าสุด | 9 มิถุนายน พ.ศ. 2569 |
| ลำดับเกียรติ | |
| สูงกว่า | เหรียญจักรมาลา เหรียญจักรพรรดิมาลา |
| รองมา | เหรียญลูกเสือสดุดี |
| หมายเหตุ | เดิมเหรียญลูกเสือสรรเสริญ เป็นเหรียญที่ระลึกลูกเสือ ในปัจจุบันเป็นเหรียญที่ออกตามพระราชบัญญัติลูกเสือ พ.ศ. 2551 |
เหรียญลูกเสือสรรเสริญ เป็นเหรียญสำหรับพระราชทานเป็นบำเหน็จความชอบในราชการ สำหรับพระราชทานแก่ลูกเสือ ผู้บังคับบัญชาลูกเสือ ผู้ตรวจการลูกเสือ กรรมการลูกเสือและเจ้าหน้าที่ลูกเสือ
ประวัติของเหรียญลูกเสือสรรเสริญ
[แก้]ต้นแบบของเหรียญลูกเสือสรรเสริญ มาจาก "เหรียญที่ระลึกลูกเสือ" ซึ่งพระราชทานให้ลูกเสือที่ออกจากประจำการไปเป็นเสือป่า ต่อมาได้พัฒนาเป็นต้นเค้าของเหรียญลูกเสือสรรเสริญซึ่งมีสามชั้นคือทอง นาค เงิน ก่อนที่จะมาสู่เหรียญลูกเสือสรรเสริญในปัจจุบัน
ลูกเสือที่ได้รับพระราชทานเหรียญลูกเสือสรรเสริญครั้งแรก เป็นเหรียญลูกเสือสรรเสริญชั้นที่ 2 ได้แก่ ลูกเสือตรีเล็กซัน วิเศษรัตน์[1] เลขประจำตัว 887 สังกัดกองลูกเสือเสนาจังหวัดหนองคายที่ 1 (หนองคายวิทยาคาร) ซึ่งได้ช่วยเหลือเด็กหญิงอรรตพนธ์ สงกะศิริ ให้พ้นอันตรายจากการจมน้ำตายที่ท่าวัดหายโศก อำเภอเมืองหนองคาย จังหวัดหนองคาย
ลักษณะและชนิดของเหรียญ
[แก้]ลักษณะของเหรียญ
[แก้]ตามพระราชบัญญัติลูกเสือ พ.ศ. 2551[2] มาตรา 56 ได้กำหนดลักษณะของเหรียญลูกเสือสรรเสริญ ไว้ว่า
"เหรียญลูกเสือสรรเสริญเป็นเหรียญเงินมีลักษณะกลมรี ขนาดกว้าง 2.5 เซนติเมตร ยาว 3.2 เซนติเมตร ด้านหน้าตรงกลางมีตราหน้าเสือประกอบวชิระ ริมขอบส่วนบนมีอักษรว่า “ลูกเสือ” และส่วนล่างมีอักษรว่า “เสียชีพอย่าเสียสัตย์” ตราหน้าเสือประกอบวชิระและตัวอักษรให้ทำเป็นลายดุน ด้านหลังเป็นพื้นเกลี้ยงจารึกนาม เลขหมายประจำตัวของผู้ซึ่งได้รับพระราชทานนามหน่วยลูกเสือที่สังกัด และวันที่พระราชทาน ที่ขอบส่วนบนของเหรียญมีห่วงห้อยแพรแถบ ขนาดกว้าง 2.4 เซนติเมตร มีริ้วสีดำกว้าง 1.2 เซนติเมตร อยู่กลาง ริมทั้งสองข้างมีริ้วสีเหลือง กว้าง 6 มิลลิเมตร ประดับที่อกเสื้อเหนือปกกระเป๋าเบื้องซ้าย"
ชนิดของเหรียญ
[แก้]ตามพระราชบัญญัติลูกเสือ พ.ศ. 2551[2] มาตรา 56 ได้แบ่งชนิดของเหรียญลูกเสือสรรเสริญ เป็น 3 ชั้น คือ
เหรียญลูกเสือสรรเสริญ ชั้นที่ 1 มีเฟลอร์เดอลีส์ทำด้วยโลหะเงินประดับที่แพรแถบ 2 ดอกตามแนวนอน
เหรียญลูกเสือสรรเสริญ ชั้นที่ 2 มีเฟลอร์เดอลีส์ทำด้วยโลหะเงินประดับที่แพรแถบตรงกึ่งกลาง 1 ดอก
เหรียญลูกเสือสรรเสริญ ชั้นที่ 3 ไม่มีเฟลอร์เดอลีส์ประดับที่แพรแถบ
การขอพระราชทาน
[แก้]ตามพระราชบัญญัติลูกเสือ พ.ศ. 2551[2] มาตรา 57 ได้กำหนดเงื่อนไขการขอพระราชทานของเหรียญลูกเสือสรรเสริญแต่ละชั้น ดังนี้
เหรียญลูกเสือสรรเสริญ ชั้นที่ 1
[แก้]จะพระราชทานแก่ผู้มีความดี ความชอบซึ่งได้ทำการรักษาความปลอดภัยหรือสันติสุขเพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์หรือได้ช่วยชีวิตผู้ตกอยู่ในอันตราย ทั้งนี้ โดยตนเองได้ฝ่าอันตรายจนถึงขนาดที่สมควรได้รับพระราชทานเหรียญนี้ หรือตนเองได้ประสบอันตรายถึงทุพพลภาพหรือถึงเสียชีวิต
เหรียญลูกเสือสรรเสริญ ชั้นที่ 2
[แก้]จะพระราชทานแก่ผู้มีความดีความชอบซึ่งได้ช่วยชีวิตผู้ตกอยู่ในอันตรายโดยตนเองได้ประสบอันตรายหรือฝ่าอันตราย หรือแก่ผู้ซึ่งได้ทำความดีความชอบในข้อต่อไปนี้ ทุกข้อรวมกันไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยครั้ง และในแต่ละข้อไม่น้อยกว่าสิบครั้ง คือ
- ช่วยเหลือผู้ได้รับทุกข์ยากลำบากที่ควรช่วย
- ช่วยเหลือหรือป้องกันผู้อื่นหรือทรัพย์สินของผู้อื่นให้พ้นอันตราย
- ช่วยสัตว์ให้พ้นจากการทรมานหรือพ้นทุกขเวทนา
- ทำการปฐมพยาบาล
- ช่วยเหลือราชการ
- ช่วยเหลือกิจการอันเป็นสาธารณกุศล
- ช่วยเหลือผู้ปกครอง
- ช่วยเหลือกิจการต่าง ๆ ของโรงเรียน หรือสถานที่ทำงานซึ่งไม่ใช่หน้าที่ตามปกติ
เหรียญลูกเสือสรรเสริญ ชั้นที่ 3
[แก้]จะพระราชทานแก่ผู้มีความดีความชอบซึ่งได้ช่วยชีวิตผู้ตกอยู่ในอันตรายแม้เพียงครั้งเดียว หรือแก่ผู้ซึ่งได้ทำความดีความชอบตามเกณฑ์สำหรับเหรียญลูกเสือสรรเสริญชั้นที่ 2 ทุกข้อรวมกันไม่น้อยกว่าห้าสิบครั้งและในแต่ละข้อไม่น้อยกว่าห้าครั้ง