ข้ามไปเนื้อหา

เหรียญลูกเสือยั่งยืน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เหรียญลูกเสือยั่งยืน
มอบโดย พระมหากษัตริย์ไทย
ประเภทเหรียญราชอิสริยาภรณ์ประเภทบำเหน็จในราชการ
วันสถาปนา26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551
ประเทศประเทศไทย ราชอาณาจักรไทย
จำนวนสำรับไม่จำกัดจำนวน
แพรแถบ
ผู้สมควรได้รับบุคคลากรทางการลูกเสือที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 15 ปี
สถานะยังพระราชทานอยู่
ผู้สถาปนาพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
ประธานพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว
สถิติการมอบ
รายแรก14 ธันวาคม พ.ศ. 2564
รายล่าสุด9 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ลำดับเกียรติ
สูงกว่าเหรียญลูกเสือสดุดี ชั้นที่ 3
รองมาไม่มี (เหรียญบำเหน็จในราชการลำดับต่ำสุด)

เหรียญลูกเสือยั่งยืน เป็นเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่สร้างขึ้นตามพระราชบัญญัติลูกเสือ พ.ศ. 2551 หมวด 5 เหรียญลูกเสือและการยกย่องเชิดชูเกียรติ[1] จัดสร้างขึ้นสำหรับพระราชทานเป็นบำเหน็จความชอบในราชการให้แก่บุคคลากรทางการลูกเสือ

ลักษณะของเหรียญ

[แก้]

พระราชบัญญัติลูกเสือ พ.ศ. 2551 มาตรา 62[1] ได้กำหนดลักษณะของเหรียญลูกเสือยั่งยืนไว้ดังนี้

"เหรียญลูกเสือยั่งยืน มีลักษณะเป็นเหรียญเงินรูปหกเหลี่ยมตัวเหรียญหมุนได้ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 3.3 เซนติเมตร มีมุมแหลมอยู่ด้านบนติดกับห่วงห้อยร้อยแพรแถบมีขอบสองชั้น ด้านหน้ากลางเหรียญมีหน้าเสือประกอบวชิระทำเป็นลายดุน ภายในกรอบเป็นวงกลม ยกระดับพ่นทรายด้าน ด้านหลังเป็นตราคณะลูกเสือแห่งชาติ ขอบเหรียญเบื้องล่างมีข้อความว่า “บำเหน็จแห่งความยั่งยืน” อยู่บนพื้นพ่นทรายด้าน ด้านบนแพรแถบเป็นเข็มกลัดมีลักษณะเป็นแถบโลหะสีเงิน ภายในมีข้อความว่า “เสียชีพอย่าเสียสัตย์” ล้อมด้วยรูปเกลียวเชือกผูกเป็นปมเงื่อนพิรอด แพรแถบกว้าง 3 เซนติเมตร มีริ้วสีแดงกว้าง 11 มิลลิเมตร อยู่กลาง ริมทั้งสองข้างมีริ้วสีดำกว้าง 3 มิลลิเมตร ถัดจากริ้วสีดำเป็นริ้วสีขาวกว้าง 2 มิลลิเมตร และริ้วสีเหลืองอยู่ริมแพรแถบกว้าง 4.5 มิลลิเมตร ประดับที่อกเสื้อเหนือปกกระเป๋าเบื้องซ้าย"

การขอพระราชทาน

[แก้]

ตามพระราชบัญญัติลูกเสือ พ.ศ. 2551 มาตรา 61[1] และระเบียบคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ ว่าด้วยหลักเกณฑ์การขอพระราชทานเหรียญลูกเสือยั่งยืน พ.ศ.2561[2] ข้อ 4 กำหนดเงื่อนไขการรับพระราชทานว่าต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้

  1. เป็นผู้บังคับบัญชาลูกเสือ ผู้ตรวจการลูกเสือ กรรมการลูกเสือ อาสาสมัครลูกเสือ และเจ้าหน้าที่ลูกเสือ
  2. ปฏิบัติหน้าที่ในกิจการลูกเสือโดยมีผลงานอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่าสิบห้า (15) ปี
  3. ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความวิริยะอุตสาหะทำงานด้วยความเรียบร้อยไม่เกิดความเสียหายก่อให้เกิดผลดีต่อกิจการลูกเสือ
  4. ไม่เคยถูกลงโทษทางวินัยหรือไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเว้นแต่โทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำไปโดยโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

อ้างอิง

[แก้]
  1. 1 2 3 พระราชบัญญัติลูกเสือ พ.ศ. 2551 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 125 ตอนที่ 42 ก หน้า 111 4 มีนาคม พ.ศ. 2551
  2. "ระเบียบคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ ว่าด้วยหลักเกณฑ์การขอพระราชทานเหรียญลูกเสือยั่งยืน พ.ศ.2561" (PDF).