ไกสอน พมวิหาน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
บทความนี้เกี่ยวกับผู้นำประเทศ สำหรับเขตปกครองระดับเมือง ดูที่ ไกสอน พมวิหาน (เมือง)
ไกสอน พมวิหาน
ໄກສອນ ພົມວິຫານ
ประธานประเทศลาว คนที่ 3
ดำรงตำแหน่ง
15 สิงหาคม 2534 – 21 พฤศจิกายน 2535
ก่อนหน้า พูมี วงวิจิด
ถัดไป หนูฮัก พูมสะหวัน
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 13 ธันวาคม พ.ศ. 2463
บ้านนาแซง เมืองคันธบุรี แขวงสุวรรณเขต
เสียชีวิต 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2535 (71 ปี)
เวียงจันทน์
พรรคการเมือง พรรคประชาชนปฏิวัติลาว
คู่สมรส ทองวิน พมวิหาน
ศาสนา พุทธนิกายเถรวาท

ไกสอน พมวิหาน (อังกฤษ: Kaysone Phomvihane, ลาว: ໄກສອນ ພົມວິຫານ; 13 ธันวาคม พ.ศ. 2463 — 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2535) เลขาธิการใหญ่คณะบริหารงานศูนย์กลางพรรคปฏิวัติประชาชนลาวคนแรก และนายกรัฐมนตรีคนแรกของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และต่อมาในปี พ.ศ. 2534 ได้เป็นประธานประเทศจนกระทั่งถึงแก่อสัญกรรมเมื่อ พ.ศ. 2535 ปัจจุบันมีอนุสรณ์สถานของท่านอยู่ทุกแขวงทุกเมืองทั่วประเทศ และมีรูปของท่านปรากฏบนธนบัตรสกุลเงินกีบของลาวด้วย

ประวัติ[แก้]

ไกสอน พมวิหาน มีชื่อภาษาเวียดนามว่า เหงียน ไก ซง (เวียดนาม: Nguyen Cai Song)[1] หรืออีกชื่อหนึ่งว่า เหงียน จี๊ มืว (เวียดนาม: Nguyễn Trí Mưu) เป็นบุตรของนายล้วน หรือ เหงียน จี๊ ลวน (เวียดนาม: Nguyễn Trí Loan) เป็นชาวลาวเชื้อสายเวียดนาม ข้าราชการแปลภาษาที่สำนักงานผู้สำเร็จรัฐการฝรั่งเศสประจำแขวงสุวรรณเขต กับนางดก มารดาชาวลาว[2][3] เกิดที่บ้านนาแซง เมืองคันธบุรี (ปัจจุบันคือเมืองไกสอน พมวิหาน) แขวงสุวรรณเขต ประเทศลาว มีน้องสาวสองคน คือ นางสุวรรณทอง อาศัยอยู่ในประเทศไทย และนางกองมณี อาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกา[4]

เมื่ออายุ 7 ปี ได้เข้าเรียนโรงเรียนประถมภาษาลาวที่บ้านเหนือ (ปัจจุบันคือบ้านไซยะพูม) ต่อมาเข้าเรียนโรงเรียนประถมภาษาฝรั่งเศสที่บ้านใต้ (บ้านท่าแฮ่) เมื่อเรียนจบชั้นประถมเมื่อปี 1934 ได้เข้าเรียนมัธยมที่โรงเรียนวิทยาลัยโปรเต็กโตรา (Lyceé du Protectorat) กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม เมื่อเรียนจบวิทยาลัยในปี 1942 ได้สอบเข้าเรียนมหาวิทยาลัยในสาขาวิชาแพทย์ตามคำแนะนำของพ่อ แต่เมื่อได้เรียน เนื่องจากวิชาดังกล่าวไม่ถูกกับบุคลิก และความชอบในวิชาชีพ ท่านจึงได้เปลี่ยนมาเรียนวิชากฎหมายแทน

การเรียนวิชากฎหมาย ทำให้ท่านได้เรียนรู้กลไกการปกครองแบบหัวเมืองขึ้นของฝรั่งเศส ได่เรียนรู้เกี่ยวกับขบวนการต่อสู้ของนักเรียนนักศึกษาที่รักชาติต้านลัทธิล่าเมืองขึ้น ในช่วงนั้น ขบวนการเวียดมินห์ ภายใต้การนำพาของพรรคคอมมิวนิสต์อินโดจีน โดยประธานโฮจิมินห์ ท่านไกสอนได้ศึกษาเอกสารสิ่งพิมพ์ที่เป็นเสียงของพรรคคอมมิวนิสต์อินโดจีน รวมทั้งเอกสารอื่นๆ เช่น เลอ ตราวาย (Le Travail), หนังสือทฤษฎีปฏิวัติ ซึ่งในนั้นรวมทั้งมติของกองประชุมสากลคอมมิวนิสต์ปี 1919 และหนังสืออื่นๆ เกี่ยวกับโซเวียต เงื่อนไข และสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งการต่อสู้ของเวียดมินห์ ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อแนวคิด และเส้นทางชีวิตของท่าน ท่านเคยมีความเห็นว่า "การเคลื่อนไหวของเวียดมินห์ ได้ทำให้เขาเกิดแนวคิดรักชาติ และอยากให้ประเทศเป็นเอกราช"

ปี 1944 ท่านไกสอนได้เข้าเป็นสมาชิกของสมาคมวัยหนุ่มกู้ชาติเวียดมินห์ ท่านได้ร่วมกิจกรรมของสมาคมนี้อย่างมากมาย ทำให้ท่านได้เรียนรู้การเคลื่อนไหวของเวียดมินห์ มาถึงเวลานี้ ท่านไกสอน พมวิหาน ไม่เพียงแต่เป็นนักรักชาติที่มีสติตื่นตัวแล้วเท่านั้น แต่หากยังมีแนวคิดปฏิวัติอีกด้วย

ปี 1945 สภาพการของโลกได้ผันแปรไปอย่างรวดเร็ว และส่งผลกระทบโดยตรงต่อชะตากรรมของบรรดาประชาชาติอินโดจีน ต้นเดือนมีนาคม 1945 ศูนย์กลางพรรคคอมมิวนิสต์อินโดจีนได้จัดกองประชุมขึ้น เพื่อตระเตรียมเงื่อนไขอันจำเป็นให้แก่การลุกฮือขึ้นยึดอำนาจการปกครอง เอาเอกราชแห่งชาติมาให้บรรดาประเทศในอินโดจีน

วันที่ 9 พฤษภาคม 1945 กองทัพแดงโซเวียตได้รับชัยชนะกองทัพฟาสซิสต์เยอรมัน ทำให้เป็นโอกาสอันอำนวยสำหรับการลุกฮือขึ้นยึดอำนาจได้เกิดขึ้นสำหรับประชาชนในแหลมอินโดจีน ประธานไกสอน ซึ่งก็มาถึงสะหวันนะเขตไม่กี่วันก็ได้เคลื่อนไหวค้นหานักรักชาติในขบวนการลาวอิสระ ทั้งดำเนินการปลุกระดม และจัดตั้งชาวหนุ่มลาว และเวียดนามต่างด้าวเข้าร่วมในขบวนการต่อสู้ยึดอำนาจที่สะหวันนะเขต

ตามบทเขียนของท่าน สีซะนะ สีสาน ซึ่งเป็นผู้หนึ่งที่ได้เข้าร่วมในขบวนนั้นให้รู้ว่า "ในขณะนั้น สหาย ไกสอน พร้อมด้วยคณะผู้แทนชาวสะหวันนะเขต ได้ไปหาพวกญี่ปุ่น และทวงให้ญี่ปุ่นมอบอำนาจให้แก่ชาวลาว ในที่สุดในวันที่ 31 สิงหาคม 1945 พวกญี่ปุ่นก็ได้ยอมมอบปืน 120 กระบอก พร้อมลูกปืนหลายหีบให้แก่ชาวสะหวันนะเขต กองกำลังประกอบอาวุธประชาชนได้รับการจัดตั้งขึ้นในทันที และพร้อมกันนั้น ประธาน ไกสอน และผู้เขียน (ท่าน สีซะนะเอง) ก็ได้พากันออกไปบ้านบอกให้บรรดากำลังประกอบอาวุธ "ลาวอิสระ" เข้ามาสะหวันนะเขต เพื่อสมทบกับกำลังประกอบอาวุธประชาชนที่ได้จัดตั้งไว้ก่อนแล้วให้เป็นกำลังประกอบอาวุธอันเดียวกัน ภายหลังที่การยึดอำนาจเรียบร้อยแล้ว ท่าน ไกสอน พมวิหาน ก็ได้รับผิดชอบแผนกแถลงข่าวของแขวง"

วันที่ 9 กันยายน 1945 พวกทหารฝรั่งเศสได้เปิดบั้นบุกโจมตีเข้าตัวเมืองสะหวันนะเขต พวกเขาได้ถูกตอบโต้คืนอย่างแข็งแรงจากกำลังประกอบอาวุธประชาชน ต้นเดือนตุลา 1945 ท่านได้เป็นเจ้าการเคลื่อนไหวปลุกระดม และจัดตั้งมวลชนชาวสะหวันนะเขตเกือบ 2,000 คนเข้าร่วมในพิธีต้อนรับเสด็จเจ้าสุภานุวงศ์ที่ได้เดินทางมาจากประเทศเวียดนาม ผ่านสะหวันนะเขต เพื่อไปเข้าร่วมในคณะรัฐบาลลาวอิสระที่เวียงจันทน์

ถึงเดือนธันวาคม 1945 ท่านได้ออกเดินทางจากสะหวันนะเขตไปฮานอย เพื่อรวบรวมชาวลาวที่อาศัยอยู่เวียดนามเข้าร่วมการต่อสู้ เวลาอยู่ฮานอย ท่านได้เข้าทำงานที่วิทยุกระจายเสียงเวียดนาม ภาคภาษาลาว ทำหน้าที่เขียนบทข่าวโฆษณา เขียนบทวิจารณ์ แปลข่าว จากภาษาเวียดนาม และภาษาฝรั่งเศสมาเป็นภาษาลาว บางครั้งท่านยังเป่าแคนออกทางวิทยุกระจายเสียงอีก ในระหว่างเดือนมีนาคมถึงเดือนธันวาคม 1946 ประธานไกสอน ได้เข้าร่วมทำงานในคณะติดต่อลาว-เวียดนามที่ฮานอย องค์การนี้เป็นองค์การรวบรวบคนลาวที่อยู่ฮานาย และแขวงต่างๆ ของเวียดนาม เพื่อจัดตั้งองค์การกู้ชาติของคนลาวที่อยู่ในเวียดนามหรือที่อพยพไปเวียดนาม

ประธานไกสอน ในยุคต่อสู้กับพวกจักรวรรดินิยมล่าเมืองขึ้นทั้งเก่าและใหม่ ร่วมกับผู้นำท่านอื่นๆ ได้แก่ ประธานสุพานุวง ประธานหนูฮัก พูมสะหวัน ประธานคำไต สีพันดอน ประธานไกสอนเป็นผู้นำในการต่อสู้ทางการทหารเข้ามาในภารกิจปลดปล่อยชาติ โดยใช้ยุทธวิธี "บัวไม่ให้ช้ำ น้ำไม่ให้ขุ่น" สร้างตั้งพรรคประชาชนลาว โดยท่านเป็นเลขาธิการใหญ่พรรคคนแรก โดยในช่วงนั้นพรรคดำเนินงานอย่างปิดลับ โดยแนวลาวฮักซาดเป็นตัวแทนให้กับพรรค จนสามารถปลดปล่อยประเทศชาติได้อย่างสมบูรณ์ จนประกาศสถาปนาสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวเมื่อ พ.ศ. 2518 พรรคจึงดำเนินงานอย่างเปิดเผย ท่านดำรงตำแหน่งนี้จนถึงแก่อสัญกรรม เมื่อปี พ.ศ. 2535

ประธาน ไกสอน พมวิหาน เคยเดินทางมาเยือนประเทศไทย อย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาล และพระราชอาคันตุกะ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และกราบบังคมทูลเชิญพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งแรก ที่จังหวัดหนองคาย และเสด็จพระราชดำเนินเยือน สปป ลาว ด้วย แต่ว่าท่านถึงแก่อสัญกรรมเสียก่อน ท่าน หนูฮัก พูมสะหวัน ประธานประเทศคนต่อมาจึงได้ร่วมพิธีเปิดสะพานมิตรภาพแทน

พ.ศ. 2553 เป็นปีที่ประธาน ไกสอน พมวิหาน มีอายุครบ 90 ปี พรรคและรัฐบาล สปป ลาว ได้จัดงานเฉลิมฉลอง โดยเฉพาะครอบครัวพมวิหาน นำโดยท่านนาง ทองวิน พมวิหาน ภรรยา ได้จัดพิธีอุทิศส่วนกุศล ที่บ้านของท่าน ในวันที่ 9 - 10 ธันวาคม พ.ศ. 2553 มีการสวดพระปริตมงคล ตอนเช้าถวายสังฆทานแด่พระสงฆ์ 9 รูป ส่วนงานที่เป็นรัฐพิธี จัดขึ้นในวันที่ 12 ธันวาคม

ปัจจุบันอัฐิของท่านได้ประดิษฐานไว้ร่วมกับการนำในอดีตท่านอื่นๆ ณ สุสานแห่งชาติ หลัก 24 เมืองไซทานี นครหลวงเวียงจันทน์[5]

อนุสรณ์สถานไกสอน พมวิหาร[แก้]

อนุสรณ์สถานไกสอน พมวิหาร ตั้งอยู่ห่างจากท่าเรือท่าด่านประมาณ 1 กิโลเมตร เป็นอนุสรณ์สถานของไกสอน พมวิหาน อดีตประธานประเทศลาวผู้ล่วงลับไปแล้ว และเป็นที่เคารพรักของประชาชนชาวลาว เพราะได้สร้างคุณประโยชน์แก่ประเทศลาวไว้เป็นจำนวนมาก โดยเป็นผู้นำในการปฏวัติต่อต้านการปกครองของฝรั่งเศสและการปกครองระบบอบกษัตริย์ที่มีสหรัฐอเมริกาหนุนหลัง และประกาศจัดตั้งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวเมื่อ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2518 ปัจจุบันมีประชาชนชาวลาว โดยเฉพาะในแขวงบ่อแก้วไปกราบไหว้อนุสรณ์สถานของท่านอย่างล้นหลาม

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. Asia & Pacific Review Published by World of Information, 1994, ISBN 0-7494-1069-8, pg 117
  2. http://www.pasaxon.org.la/articles/1-11-10/2.htm
  3. Arthur J. Dommen, The Indochinese Experience of the French and the Americans: Nationalism and Communism in Cambodia, Laos, and Vietnam, Indiana University Press, 2001, ISBN 0-253-33854-9, pg 181
  4. Arthur J. Dommen, The Indochinese Experience of the French and the Americans: Nationalism and Communism in Cambodia, Laos, and Vietnam, Indiana University Press, 2001, ISBN 0253338549, pg 181
  5. http://www.senotimes.com/textDetail.php?textID=1070
  6. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ นายไกสอน พมวิหาน, เล่ม ๑๐๙, ตอน ๑๒ ง, ๑๖ มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๕, หน้า ๖๓๒

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

ก่อนหน้า ไกสอน พมวิหาน ถัดไป
เจ้าสุวรรณภูมา 2leftarrow.png Emblem of Laos.svg
นายกรัฐมนตรีลาว
(8 ธันวาคม พ.ศ. 2518 - 15 สิงหาคม พ.ศ. 2534)
2rightarrow.png คำไต สีพันดอน
พูมี วงวิจิด
(รักษาการ)
2leftarrow.png Emblem of Laos.svg
ประธานประเทศลาว
(15 สิงหาคม พ.ศ. 2534 - 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2535)
2rightarrow.png หนูฮัก พูมสะหวัน