สโมสรฟุตบอลฉะเชิงเทรา ไฮ-เทค

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ฉะเชิงเทรา ไฮ-เทค
สโมสรฉะเชิงเทรา ไฮ-เทค
ชื่อเต็ม สโมสรฟุตบอลฉะเชิงเทรา ไฮ-เทค
ฉายา ปลากัดนักสู้
ก่อตั้ง พ.ศ. 2542
'
สนาม ไฟท์ติ้ง ฟิช สเตเดี้ยม
(สนามกีฬาเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา)
(ความจุ: 5,000 ที่นั่ง)
เจ้าของ บริษัท ฉะเชิงเทรา เอฟซี จำกัด
ประธานสโมสร ไทย ชนะวิทย์ ฉายแสง
ผู้จัดการทีม ไทย ชนะวิทย์ ฉายแสง
ผู้ฝึกสอน ไทย ไตรรงค์ เรืองศิริ
ลีก ไทยลีก 3
2560 อันดับ 7
เว็บไซต์ เว็บไซต์สโมสร
สีชุดเหย้า
สีชุดเยือน

สโมสรฟุตบอลฉะเชิงเทรา ไฮ-เทค เป็นสโมสรฟุตบอลอาชีพในประเทศไทย ตั้งอยู่ที่อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา ปัจจุบันแข่งขันอยู่ในระดับ ไทยลีก 3

ประวัติสโมสร[แก้]

ในปี พ.ศ. 2548 มีการจัดฟุตบอลโปรลีก ดิวิชั่น2 เป็นการแข่งแบบทัวร์นาเมนต์ มี 10 ทีมเข้าร่วมการแข่งขัน คือ ทีมที่ตกชั้นจากปี 2546 จำนวน 2 ทีมคือสงขลา และสตูล นอกจากนั้นคือกับแชมป์และรองแชมป์จากรอบคัดเลือก 4 ภาค คือ ภาคเหนือ, ภาคอีสาน, ภาคใต้, ภาคกลางและภาคตะวันออก จากนั้นแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ทีมสมาคมกีฬาจังหวัดฉะเชิงเทราอยู่ในกลุ่มที่ 2 และสามารถผ่านการแข่งขันฟุตบอล “โปรลีก” ดิวิชั่น 2 ได้เข้าแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศที่สนามกีฬาเทศบาลเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร ทีมสมาคมกีฬาจังหวัดฉะเชิงเทราสามารถผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศได้ ก่อนที่จะแพ้สกลนครเจ้าภาพ จากการดวลจุดโทษ 5-6 หลังเสมอกันในเวลา 1-1 และแพ้ขอนแก่นในนัดชิงอันดับสาม 2-5 ทำให้ทีมสมาคมกีฬาจังหวัดฉะเชิงเทราคว้าอันดับสี่ ในการแข่งขันครั้งนี้ และได้เลื่อนชั้นขึ้นมาแข่งขันฟุตบอล “โปรลีก” ดิวิชั่น 1 ในปี พ.ศ. 2549

โปรลีก 2549 มีมติให้เปลี่ยนชื่อการแข่งขันฟุตบอลโปรวินเชียล ลีก เป็น การแข่งขันฟุตบอลโปรเฟสขันนัล ลีก เพื่อพัฒนาเป็นการแข่งขันฟุตบอลอาชีพอย่างเต็มรูปแบบ

ทีมชนะเลิศ ได้เงินรางวัล 10,000,000 บาท ในการแข่งขันครั้งนี้ ทีโอที และ การท่าเรือฯ 2 ได้รับเชิญมาจากทีมที่เป็นสมาชิกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย โดยหลังจบการแข่งขันได้มีการยุบรวมโปรลีก ดิวิชั่น 1 เข้ากับไทยแลนด์พรีเมียร์ลีก ไทยลีกดิวิชั่น 1 ไทยลีกดิวิชั่น 2 โดยทีโอที และ นครปฐม ได้เล่นไทยแลนด์พรีเมียร์ลีก ปี 2550 นครสวรรค์ นราธิวาส พิษณุโลก สุราษฏร์ธานี จันทบุรี กรุงเทพมหานคร นครราชสีมา ขอนแก่น ศรีสะเกษ สกลนคร ฉะเชิงเทรา ได้เล่นไทยลีกดิวิชั่น 1 ปี 2550 สตูลและเชียงใหม่ ได้เล่นไทยลีกดิวิชั่น 2 ปี 2550

ในปี พ.ศ. 2550 การกีฬาแห่งประเทศไทยและสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูประถัมภ์ ได้จัดการรวมการแข่งขัน “ไทยลีก” และ “โปรลีก” เข้าด้วยกัน ส่งผลให้ทีมสมาคมกีฬาจังหวัดฉะเชิงเทรา ได้เข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลลีก ดิวิชั่น 1 มีทีมเข้าร่วมการแข่งขัน 24 ทีม แบ่งออกเป็น 2 สาย หาทีมเลื่อนชั้นสู่พรีเมียร์ลีก 4 ทีม และตกชั้นสู่ดิวิชัน 2 10 ทีม เปิดฤดูกาลตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2550 สิ้นสุดวันอาทิตย์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2550 สโมสรฉะเชิงเทรา เอฟซี อยู่สายB ร่วมกับจุฬา-สินธนา,สมุทรสงคราม,ทหารอากาศ,จันทบุรี,พิษณุโลก,ศรีราชา-สันนิบาต,นครสวรรค์,นอร์ทกรุงเทพ-เซ็นทรัล,นครราชสีมา,ศรีสะเกษ,หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน สิ้นสุดฤดูกาลฉะเชิงเทรา เอฟซี จบอันดับที่ 11 ทำให้ทีมตกชั้นสู่ไทยลีกดิวิชั่น2

ในปี พ.ศ. 2551 ไทยลีกดิวิชั่น2 มี22ทีมเข้าร่วมแข่งขัน แบ่งออกเป็น2สาย หาทีมเลื่อนชั้นขึ้นลีกดิวิชั่น1สายละ2ทีม รวมเป็น 4ทีม และตกชั้นลงโปรวินเชียลลีกสายละ4ทีม รวมเป็น8ทีม โดยฉะเชิงเทรา เอฟซี อยู่สายA ร่วมกับเมืองปราจิณ,สงขลา,นราธิวาส,นครสมุทรปราการ,ราชประชา,นครราชสีมา,ราชบุรี,เชียงใหม่,สตูล,สกลนคร สิ้นสุดฤดูกาล ฉะเชิงเทรา เอฟซี จบอันดับที่ 8 ทำให้ทีมตกชั้นสู่โปรวินเชียลลีก

ในปี พ.ศ. 2552 เป็นฤดูกาลแรกที่แบ่งการแข่งขันเป็น 5 ลีกตามภูมิภาคของประเทศไทย เพื่อความสะดวกในการเดินทางแข่งขันของแต่ละสโมสร และเป็นการกระจายการแข่งขันฟุตบอลไปทั่วประเทศ โดยจะคัดเลือกทีมชนะเลิศของแต่ละภูมิภาค เพื่อนำ 5 สโมสร มาแข่งในระบบมินิลีกอีกครั้ง โดยอันดับ 1-3 จะได้เลื่อนชั้นไปสู่ดิวิชัน 1 ฉะเชิงเทรา เอฟซี อยู่ในโซนภาคกลางและตะวันออก ซึ่งมี12สโมสรเข้าร่วมแข่งขันในโซนนี้ ดังนี้ อยุธยา เอฟซี,ฉะเชิงเทรา เอฟซี,ลพบุรี เอฟซี,นครนายก เอฟซี,ประจวบคีรีขันธ์ เอฟซี,ราชบุรี เอฟซี,ระยอง เอฟซี,โรสเอเชีย ปทุมธานี,สมุทรปราการ เอฟซี,ขุนศึกสระบุรี เอฟซี,สิงห์บุรี เอฟซี,ไทยซัมมิท สมุทรปราการ ทำการแข่งขันในระหว่างเดือนมีนาคมถึงเดือนตุลาคม ทุกวันเสาร์ และ วันอาทิตย์ ใช้ระบบลีกเหย้า-เยือนสโมสรละ 22 นัด โดยสิ้นสุดฤดูกาลฉะเชิงเทรา เอฟซีจบในอันดับที่ 7

ในปี พ.ศ. 2553 ฟุตบอลลีกภูมิภาค ดิวิชัน 2 ฉะเชิงเทรา เอฟซี อยู่ในภาคกลางและภาคตะวันออก ประจำปี 2553 ฤดูกาลนี้มีสโมสรเข้าร่วมทั้งหมด 16 สโมสร จาก 15 จังหวัด โดยฉะเชิงเทรา เอฟซี จบในอันดับที่ 12

ในปี พ.ศ. 2554 ฟุตบอลลีกภูมิภาค ดิวิชัน 2 ฉะเชิงเทรา เอฟซี อยู่ในภาคกลางและภาคตะวันออก ประจำปี 2554 ฤดูกาลนี้มีสโมสรเข้าร่วมทั้งหมด 16 สโมสร จาก 15 จังหวัด โดยฉะเชิงเทรา เอฟซี จบในอันดับที่ 7

ในปี พ.ศ. 2555 ฟุตบอลลีกภูมิภาค ดิวิชัน 2 ฉะเชิงเทรา เอฟซี อยู่ในภาคกลางและภาคตะวันออก ประจำปี 2555 ฤดูกาลนี้มีสโมสรเข้าร่วมทั้งหมด 18 สโมสร จาก 15 จังหวัด โดยฉะเชิงเทรา เอฟซี จบในอันดับที่ 12

ในปี พ.ศ. 2556 ฟุตบอลลีกภูมิภาค ดิวิชัน 2 ฉะเชิงเทรา เอฟซี อยู่ในภาคกลางและภาคตะวันออก ประจำปี 2556 ฤดูกาลนี้มีสโมสรเข้าร่วมทั้งหมด 14 สโมสร จาก 10 จังหวัด โดยฉะเชิงเทรา เอฟซี จบในอันดับที่ 7

ในปี พ.ศ. 2557 ฟุตบอลลีกภูมิภาค ดิวิชัน 2 ฉะเชิงเทรา เอฟซี อยู่ในภาคกลางตะวันออก ประจำปี 2557 ฤดูกาลนี้มีสโมสรเข้าร่วมทั้งหมด 14 สโมสร จาก 10 จังหวัด โดยฉะเชิงเทรา เอฟซี จบในอันดับที่ 6

ในปี พ.ศ. 2558 ฟุตบอลลีกภูมิภาค ดิวิชัน 2 ฉะเชิงเทรา เอฟซี อยู่ในภาคกลางตะวันออก ประจำปี 2558 ฤดูกาลนี้มีสโมสรเข้าร่วมทั้งหมด 14 สโมสร จาก 11 จังหวัด โดยฉะเชิงเทรา เอฟซี จบในอันดับที่ 2 ได้ผ่านเข้าไปเล่นในรอบแชมป์เปี้ยนส์ลีก โดยฉะเชิงเทรา เอฟซี อยู่ในสายA และทำคะแนนจบในอันดับที่4 ของสาย

ในปี พ.ศ. 2559 ฟุตบอลลีกภูมิภาค ดิวิชัน 2 ฉะเชิงเทรา ไฮเทค เอฟซี อยู่ในภาคกลางตะวันออก ประจำปี 2559 ฤดูกาลนี้มีสโมสรเข้าร่วมทั้งหมด 12 สโมสร จาก 9 จังหวัด โดยฉะเชิงเทรา ไฮเทค เอฟซี จบในอันดับที่ 2 ได้ผ่านเข้าไปเล่นในรอบแชมป์เปี้ยนส์ลีก ผ่านเข้ารอบ 16 ทีม และได้เลื่อนชั้นไปเล่นใน ยูโรเค้ก ลีกโปร (ไทยลีก 3)

ในปี พ.ศ. 2560 ฟุตบอลยูโรเค้ก ลีกโปร (ไทยลีก 3) ฉะเชิงเทรา ไฮเทค เอฟซี อยู่ในโซนตอนบน ประจำปี 2560 ฤดูกาลนี้มีสโมสรเข้าร่วมทั้งหมด 14 สโมสร จาก 13 จังหวัด โดยฉะเชิงเทรา ไฮเทค เอฟซี จบในอันดับที่ 7

โดยในปัจจุบันฉะเชิงเทรา ไฮเทค เอฟซี เข้าร่วมแข่งขันฟุตบอลออมสิน ลีกโปร (ไทยลีก 3) ในฤดูกาล 2561

สนามเหย้า[แก้]

สโมสรฟุตบอลจังหวัดฉะเชิงเทรา ใช้สนามเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา (Fighting Fish Stadium) ซึ่งตั้งอยู่บนถนนสวนสมเด็จฯ เส้นศาลากลางจังหวัดฉะเชิงเทรา สนามแห่งนี้จะมีอัฒจันทร์ 2 ฝั่ง โดยที่ฝั่งอัฒจรรย์ปูน สามารถรองรับแฟนบอลได้ประมาณ 800 คน อัฒจรรย์น๊อคดาวน์ข้างอัฒจรรย์ปูน รองรับแฟนบอลได้ 800 คน ส่วนฝั่งมีหลังคาตรงข้ามรองรับแฟนบอลได้ประมาณ1,000คนเช่นกัน และอัฒจรรย์หลังประตูฝั่งทิศเหนือรองรับแฟนบอลได้ประมาณ600คน ซึ่งล่าสุดจะมีการต่อเติมทั้งสองฝั่งให้สามารถรองรับแฟนบอลได้ประมาณ 3,500 ~ 4,000 คน ด้านความพร้อมของห้องต่างๆ ที่จะใช้สำหรับความสะดวกให้กับนักกีฬา เจ้าหน้าที่ ผู้ตัดสิน มีพร้อม ไม่ว่าจะเป็นห้องพักนักกีฬา ที่สะอาดสะอ้าน มีพัดลม และห้องอาบน้ำ ห้องสุขา อยู่ในตัวทั้งทีมเหย้า-เยือน, ห้องผู้ตัดสินที่แยกออกเป็นสัดส่วน, ห้องประฐมพยาบาล, ห้องประชุม รวมไปถึงห้องฟิตเนสและห้องเก็บตัวนักฟุตบอลของสโมสร

ผู้เล่นชุดปัจจุบัน[แก้]

ออมสิน ลีกโปร (ไทยลีก 3) ปี 2561

หมายเหตุ: ธงชาติที่ปรากฏบ่งบอกให้ทราบว่าผู้เล่นคนนั้นสามารถเล่นให้กับชาติใดตามกฎของฟีฟ่าตามความเหมาะสม เพราะผู้เล่นบางคนอาจถือสองสัญชาติ

No. ตำแหน่ง ผู้เล่น
1 ไทย GK พิษณุ เพิ่มทรัพย์ (ย้ายมาจาก สายมิตร กบินทร์ UTD)
2 ไทย DF กิตติคุณ บุญเจริญธรรม
3 แคเมอรูน MF Nyamsi Jacques Dominique
4 ไทย MF กิตติชัย มาตรศาลา (มาจาก ฉะเชิงเทรา FC U-19)
5 ไทย MF กฤษกร กระสายเงิน
6 ไทย DF สุขุม สิมะขจรเกียรติ
7 ไทย FW ณัฐพล ผาวันดี
9 ไทย FW นครินทร์ เทพอักษร
10 ไทย MF วรินทร ดงงาม
11 ไทย MF ผดุงศักดิ์ โพธินาค
12 ไทย DF สหรัฐ ช้อยนิยม
15 ไทย DF ชนินทร์ ประเสริฐ
17 ไทย MF กรรชัย ต.วัฒนผล
18 ไทย FW ชนะภัย ภูจิระ
19 ไทย MF กิตติพันธ์ พ่วงจุ้ย
No. ตำแหน่ง ผู้เล่น
20 ไทย DF โชคดี ปราบแก้ว (มาจาก ฉะเชิงเทรา FC U-19)
21 ญี่ปุ่น DF Naoto Kidoku (ย้ายมาจาก SC Sagamihara)
24 ไทย MF ทิวา แสงสมบูรณ์ (ย้ายมาจาก MOF ศุลกากร UTD)
25 ไทย DF ชาญวิทย์ ศรีธรรม
27 ไทย MF มานพ ศรีสำราญ Captain sports.svg
28 ไทย DF กิตติศักดิ์ ศรีสมบัติ
30 ไทย GK รัตติกร นิเดง
32 เบลเยียม FW Ndebi Berlin (ย้ายมาจาก นครปฐม UTD)
35 ไทย MF เชาวสิทธิ์ ทรัพย์สกุลผล
36 ไทย MF ณัทธภณ วรทญานันทน์ (ย้ายมาจาก PTT ระยอง)
37 ไทย GK จิรภัทร กามนต์
38 อัฟกานิสถาน MF Mustafa Zazai (ย้ายมาจาก LSK Hansa)
40 ไทย FW ภาณุพงศ์ พุฒวันดี
99 ไทย FW จิราวุฒิ สารนันต์ (ย้ายมาจาก กระบี่ FC)

ผลงาน[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]