พลเดช ปิ่นประทีป

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
พลเดช ปิ่นประทีป
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
ดำรงตำแหน่ง
7 มีนาคม พ.ศ. 2550 – 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551
นายกรัฐมนตรี พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 2 มิถุนายน พ.ศ. 2498 (63 ปี)
จังหวัดพิษณุโลก
พรรคการเมือง พลังประชารัฐ
คู่สมรส วณี ปิ่นประทีป
ศาสนา พุทธ

พลเดช ปิ่นประทีป สมาชิก วุฒิสภาไทย ชุดที่ 12 เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ เลขาธิการสถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา และอดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ เป็นอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในรัฐบาลพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ อดีตกรรมการนโยบายองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย และอดีตผู้ปฏิบัติหน้าที่ประธานกรรมการนโยบายองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ชั่วคราว)

ประวัติ[แก้]

พลเดช ปิ่นประทีป เกิดเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2498 เป็นบุตรของนายเสงี่ยม กับนางกาญจนา ปิ่นประทีป[1] สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีวิทยาศาสตรบัณฑิต ระดับปริญญาโท แพทยศาสตร จากมหาวิทยาลัยมหิดล และวุฒิบัตรด้านเวชศาสตร์ แพทยสภา

พลเดช ปิ่นประทีป สมรสกับนางวณี ปิ่นประทีป (สกุลเดิม สุขอารมณ์) มีบุตรทั้งหมด 3 คน คือ พิชญา ปิ่นประทีป, วศิน ปิ่นประทีป, สวรรยา ปิ่นประทีป

การทำงาน[แก้]

นายแพทย์ พลเดช ปิ่นประทีป รับราชการในกระทรวงสาธารณสุข และเคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลในจังหวัดพิษณุโลก ต่อมาได้เข้ามาทำงานการเมืองในตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม) ซึ่งภายหลังได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์[2] ในปี พ.ศ. 2550 เพื่อช่วยงานของไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม ซึ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นรองนายกรัฐมนตรีอีกตำแหน่งหนึ่ง

หลังจากพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีในปี พ.ศ. 2551 เขาได้ไปดำรงตำแหน่งเลขาธิการสถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา และ กรรมการนโยบายองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย

พลเดช ปิ่นประทีป ได้เข้ามามีบทบาททางการเมืองอีกครั้ง ภายหลังการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง พ.ศ. 2553 ยุติลง โดยเข้ามาทำหน้าที่เป็นคณะกรรมการสมัชชาปฏิรูปประเทศ ซึ่งประกอบด้วยคณะกรรมการ จำนวน 27 คน เพื่อรวบรวมข้อมูล รับฟังความคิดเห็น และนำไปสู่นโยบายในการปฏิรูปประเทศไทย [3]

หลังรัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2557 พลเดช ได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ และในปี พ.ศ. 2559 เขาได้รับแต่งตั้งเป็นเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ[4]

ในวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2560 ได้รับแต่งตั้งเป็น กรรมการในคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการในคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุข [5]

ใน พ.ศ. 2561 ได้ร่วมก่อตั้ง พรรคพลังประชารัฐ แต่นายแพทย์พลเดชขอเป็นเพียงผู้ก่อตั้ง ไม่ขอเป็นผู้บริหารพรรค และไม่ขอลงสมัคร ส.ส.

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

อ้างอิง[แก้]