อำเภอเมืองบึงกาฬ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
อำเภอเมืองบึงกาฬ
แผนที่จังหวัดบึงกาฬ เน้นอำเภอเมืองบึงกาฬ
สองนางศาลศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์หลวงพ่อใหญ่
แหล่งน้ำใสหนองกุดทิง สุดใหญ่ยิ่งแข่งเรือยาว
หาดทรายขาวเป็นสง่า น่าทัศนาแก่งอาฮง
งามน้ำโขงที่บึงกาฬ สุขสำราญที่ได้ยล
ข้อมูลทั่วไป
อักษรไทย อำเภอเมืองบึงกาฬ
อักษรโรมัน Amphoe Mueang Bueng Kan
จังหวัด บึงกาฬ
รหัสทางภูมิศาสตร์ 3801
รหัสไปรษณีย์ 38000[1]
ข้อมูลสถิติ
พื้นที่ 791.9 ตร.กม.
ประชากร 90,971 คน (พ.ศ. 2556)
ความหนาแน่น 114.87 คน/ตร.กม.
ที่ว่าการอำเภอ
ที่ตั้ง ที่ว่าการอำเภอเมืองบึงกาฬ ถนนหนองคาย-นครพนม (ถนนชยางกูร) ตำบลบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ 38000
พิกัด 18°21′24″N 103°39′6″E / 18.35667°N 103.65167°E / 18.35667; 103.65167
หมายเลขโทรศัพท์ 0 4249 1797
หมายเลขโทรสาร 0 4249 1797

สารานุกรมประเทศไทย ส่วนหนึ่งของสารานุกรมประเทศไทย

อำเภอเมืองบึงกาฬ เป็นอำเภอซึ่งเป็นที่ตั้งของศูนย์กลางการบริหารราชการของจังหวัดบึงกาฬ มีสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่ง มีน้ำตก มีภูเขา เป็นอำเภอที่มีเขตพื้นที่ติดกับแม่น้ำโขง และอีกฝั่งตรงข้ามแม่น้ำโขงจะเป็นประเทศเพื่อนบ้าน (ลาว) มีการคมนาคมสะดวก

ประวัติ[แก้]

ในอดีตอำเภอเมืองบึงกาฬ มีชื่อเดิมว่า ชัยบุรี (เมืองไชยบุรี) ขึ้นกับจังหวัดนครพนม จนกระทั่งปี พ.ศ. 2460 ได้ถูกโอนย้ายให้ขึ้นต่อจังหวัดหนองคาย และถูกเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น บึงกาฬ ในปี พ.ศ. 2482 [2]

ต่อมา ในปี พ.ศ. 2537 ได้มีการร้องขอให้จัดตั้งเป็นจังหวัดบึงกาฬ ตามข้อเสนอของนายสุเมธ พรมพันห่าว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเสรีธรรม จังหวัดหนองคาย โดยแยกพื้นที่อำเภอบึงกาฬ อำเภอปากคาด อำเภอโซ่พิสัย อำเภอพรเจริญ อำเภอเซกา อำเภอบึงโขงหลง อำเภอศรีวิไล และอำเภอบุ่งคล้า ออกจากจังหวัดหนองคาย แต่กระทรวงมหาดไทย ยังไม่มีแผนที่จะยกฐานะอำเภอบึงกาฬขึ้นเป็นจังหวัด เพราะการจัดตั้งจังหวัดใหม่เป็นการเพิ่มภาระด้านงบประมาณ อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มกำลังคนภาครัฐซึ่งขัดมติคณะรัฐมนตรี[3]

จนกระทั่ง เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2553 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายเทวฤทธิ์ นิกรเทศ ส.ส.สัดส่วน พรรคกิจสังคมได้ตั้งกระทู้ถามสดต่อนายกรัฐมนตรี เรื่องการจัดตั้งจังหวัดบึงกาฬ และทางกระทรวงมหาดไทยเห็นด้วย กำลังอยู่ในกระบวนการนำเข้าเสนอต่อที่ประชุม ครม. เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ ก่อนส่งเรื่องเข้ามาสู่สภาผู้แทนราษฎร เพื่อเสนอเป็นกฎหมายพ.ร.บ.จัดตั้งจังหวัดบึงกาฬ[4] และในวันที่ 3 สิงหาคม ปีเดียวกัน คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบการจัดตั้งจังหวัดบึงกาฬ[5]

เมื่อมีการจัดตั้งจังหวัดบึงกาฬขึ้นตามพระราชบัญญัติตั้งจังหวัดบึงกาฬ พ.ศ. 2554 อำเภอบึงกาฬจึงได้เปลี่ยนชื่อเป็น "อำเภอเมืองบึงกาฬ" โดยเป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดบึงกาฬ ตามความในมาตรา 3 และ 4 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว อันมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2554 เป็นต้นไป [6]

ที่ตั้งและอาณาเขต[แก้]

อำเภอเมืองบึงกาฬมีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียงดังนี้

การแบ่งเขตการปกครอง[แก้]

การปกครองส่วนภูมิภาค[แก้]

อำเภอเมืองบึงกาฬแบ่งเขตการปกครองย่อยออกเป็น 12 ตำบล 131 หมู่บ้าน ได้แก่

1. บึงกาฬ (Bueng Kan) 11 หมู่บ้าน 7. นาสวรรค์ (Na Sawan) 9 หมู่บ้าน
2. โนนสมบูรณ์ (Non Sombun) 13 หมู่บ้าน 8. ไคสี (Khai Si) 10 หมู่บ้าน
3. โนนสว่าง (Non Sawang) 11 หมู่บ้าน 9. ชัยพร (Chaiyaphon) 13 หมู่บ้าน
4. หอคำ (Ho Kham) 14 หมู่บ้าน 10. วิศิษฐ์ (Wisit) 13 หมู่บ้าน
5. หนองเลิง (Nong Loeng) 13 หมู่บ้าน 11. คำนาดี (Kham Na Di) 8 หมู่บ้าน
6. โคกก่อง (Khok Kong) 9 หมู่บ้าน 12. โป่งเปือย (Pong Pueai) 7 หมู่บ้าน

การปกครองส่วนท้องถิ่น[แก้]

ท้องที่อำเภอเมืองบึงกาฬประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจำนวน 13 แห่ง ได้แก่

  • เทศบาลตำบลบึงกาฬ ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของตำบลบึงกาฬและบางส่วนของตำบลวิศิษฐ์
  • เทศบาลตำบลวิศิษฐ์ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลวิศิษฐ์ (เฉพาะนอกเขตเทศบาลตำบลบึงกาฬ)
  • เทศบาลตำบลโนนสว่าง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลโนนสว่างทั้งตำบล
  • เทศบาลตำบลหอคำ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลหอคำทั้งตำบล
  • เทศบาลตำบลโคกก่อง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลโคกก่องทั้งตำบล
  • เทศบาลตำบลไคสี ครอบคลุมพื้นที่ตำบลไคสีทั้งตำบล
  • เทศบาลตำบลหนองเลิง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลหนองเลิงทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลบึงกาฬ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลบึงกาฬ (เฉพาะนอกเขตเทศบาลตำบลบึงกาฬ)
  • องค์การบริหารส่วนตำบลโนนสมบูรณ์ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลโนนสมบูรณ์ทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลนาสวรรค์ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลนาสวรรค์ทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลชัยพร ครอบคลุมพื้นที่ตำบลชัยพรทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลคำนาดี ครอบคลุมพื้นที่ตำบลคำนาดีทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลโป่งเปือย ครอบคลุมพื้นที่ตำบลโป่งเปือยทั้งตำบล

อ้างอิง[แก้]