โรงเรียนดรุณสิกขาลัย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
โรงเรียนดรุณสิกขาลัย
ดรุณสิกขาลัย โรงเรียนนวัตกรรมแห่งการเรียนรู้
ดรุณสิกขาลัย มจธ. เลขที่ 126 ถนนประชาอุทิศ บางมด ทุ่งครุ กทม. 10140
สำนักงานห้องเรียนวิศว์-วิทย์
สรบ. มจธ. บางขุนเทียน เลขที่ 49 ซอยเทียนทะเล 25 แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กทม. 10150

ประเทศไทย
พิกัด13°39′01″N 100°29′42″E / 13.650149°N 100.495017°E / 13.650149; 100.495017พิกัดภูมิศาสตร์: 13°39′01″N 100°29′42″E / 13.650149°N 100.495017°E / 13.650149; 100.495017
ข้อมูล
ประเภทโรงเรียนสาธิตในกำกับสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา[1]
สถาปนา20 กรกฎาคม 2000
(21 ปีก่อน)
 (2000-07-20)
การกำกับดูแลมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
ผู้อำนวยการดรุณสิกขาลัย
นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา
2554-ปัจจุบัน
สำนักงานห้องเรียนวิศว์-วิทย์
ดร. ก้องกาญจน์ วชิรพนัง
ระดับชั้นชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 - ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 [n 1]
เพศโรงเรียนสหศึกษา
ภาษาภาษาที่โรงเรียนได้จัดสอน
ไทย ภาษาไทย
สหราชอาณาจักร ภาษาอังกฤษ
ญี่ปุ่น ภาษาญี่ปุ่น[n 2]
เว็บไซต์e-school.kmutt.ac.th
www.kmutt.ac.th/GiftEd/th/home
 

ดรุณสิกขาลัย โรงเรียนนวัตกรรมแห่งการเรียนรู้ (อังกฤษ: Darunsikkhalai School for Innovative Learning) เป็นโรงเรียนระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาในกำกับของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี จัดตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2543 และเปิดทำการเรียนการสอนในปี พ.ศ. 2544 โดยได้รับการสนับสนุนและความร่วมมือระหว่าง MIT Media Lab มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี มูลนิธิศึกษาพัฒน์ และมูลนิธิไทยคม[4] โดยมีหลักสูตรหลักที่ชื่อว่า "ชั้นเรียนโครงงาน" หรือ Project-based Learning เพื่อฝึกฝนและพัฒนาทักษะ รวมถึงกระบวนการสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง โดยเปิดโอกาสให้ผู้เรียนเลือกหัวข้อตามอัธยาศัย สอดคล้องตามวัยและความพร้อมของตัวผู้เรียน[5] ในปีการศึกษา 2551 กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และกระทรวงศึกษาธิการ ได้ดำเนินงานโครงการสนับสนุนการจัดตั้งห้องเรียนวิทยาศาสตร์ในโรงเรียน จึงได้เลือกมหาวิทยาลัยที่มีคณะและภาควิชาทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่มีความพร้อมมาทั้งสิ้น 4 แห่งเป็นโครงการนำร่อง ซึ่งหนึ่งในนั้นคือมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี - โรงเรียนดรุณสิกขาลัย[6] ต่อมาหลังจากลงนามร่วมมือกับรัฐบาลญี่ปุ่นในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2561 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้ตั้งสถาบันไทยโคเซ็น (Thai KOSEN) จำนวน 2 สถาบัน คือ สถาบันโคเซ็นแห่งสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และ สถาบันโคเซ็นแห่งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี[7]

ประวัติ[แก้]

ในปี พ.ศ. 2539 คณะศิษย์เก่าจากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ได้รวมตัวกันก่อตั้งมูลนิธิ FREE โดยมี ดร.เชาวน์ ณ ศีลวันต์ เป็นประธานมูลนิธิ และในปีเดียวกันได้รับพระราชทานนามใหม่ให้ว่า “มูลนิธิศึกษาพัฒน์” โดยมี นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา และ แบงกอก เชาว์ขวัญยืน ร่วมเป็นกรรมการและคณะผู้ก่อตั้งมูลนิธิ ร่วมกันพัฒนาการศึกษาแบบใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีเป็นสื่อการเรียนการสอน จึงได้ประสานงานติดต่อกับ MIT Media Lab และนำเอาทฤษฎี “Constructionism” มาปรับใช้ภายใต้โครงการความร่วมมือ Lighthouse Project ของมูลนิธิศึกษาพัฒน์ แต่เนื่องด้วยข้อจำกัดด้านหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการ และวิธีการบริหารจัดการ ตลอดจนวิธีคิด ในขณะนั้น เป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ไม่สามารถนำวิธีการ Constructionism ไปขยายผลในโรงเรียนได้ดีเท่าที่ควร จึงมีแนวคิดว่า ควรต้องมีโรงเรียนตัวอย่างของตัวเอง จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2544 นายพารณได้ดำรงตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี โดยมี ดร.หริส สูตะบุตร เป็นอุปนายกสภา และนายแบงกอกเป็นกรรมการสภา ได้ร่วมกันเสนอสภามหาวิทยาลัยให้พิจารณาการจัดตั้งโรงเรียนต้นแบบตามแนวคิดข้างต้น สภามหาวิทยาลัยจึงมีมติเห็นควรให้จัดตั้งโรงเรียนขึ้นภายในมหาวิทยาลัย โดยมีสถานะเทียบเท่าภาควิชาหนึ่งของมหาวิทยาลัยและมีการบริหารจัดการที่เป็นอิสระโดยไม่ใช้งบประมาณของรัฐ[8]

สำนักงานห้องเรียนวิศว์-วิทย์[แก้]

โครงการสนับสนุนการจัดตั้งห้องเรียนวิทยาศาสตร์ในโรงเรียน โดยการกำกับดูแลของมหาวิทยาลัย[แก้]

โครงการสนับสนุนการจัดตั้งห้องเรียนวิทยาศาสตร์ในโรงเรียน โดยการกำกับดูแลของมหาวิทยาลัย หรือ โครงการ วมว. เป็นโครงการจัดตั้งห้องเรียนวิทยาศาสตร์ในโรงเรียนสำหรับผู้เรียนที่มีความสามารถพิเศษทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยมีมหาวิทยาลัยเป็นผู้กำกับดูแลการดำเนินการ การเรียนการสอนของโครงการ วมว. ดรุณสิกขาลัย ยึดแนวคิดเดียวกันกับโรงเรียนดรุณสิกขาลัยในการให้ผู้เรียนเป็นศูนย์กลางและการเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติหลักสูตรที่ใช้ในการเรียนการสอนในโครงการฯ ตั้งอยู่บนแนวคิดแบบ Story Based Learning หรือร้อยเรียงเรื่องราวเพื่อการเรียนรู้ และประยุกต์ทฤษฎี Constructionism เข้ากับหลักสูตรแกนกลางของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาพื้นฐานในการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ โดยโครงการนี้มีวัตถุประสงค์คือ เพื่อสร้างนักคิดนักประดิษฐ์ที่มีพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์และวิศวกรรม โดยการเรียนนั้นจะไม่แยกเรียนเป็นรายวิชา[2]

KOSEN KMUTT[แก้]

ตามมติครม. เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2561 อนุมัติ "โครงการพัฒนากำลังคนด้านวิศวกรรมศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมสนับสนุนการลงทุนและเพิ่มขีดความสามารถภาคอุตสาหกรรมในประเทศและภูมิภาค" จัดตั้ง 2 สถาบันไทยโคเซ็น คือ KOSEN-KMITL และ KOSEN-KMUTT โดย KOSEN-KMUTT เป็นสถาบันไทยโคเซนแห่งที่ 2 ของประเทศไทย โดยมีหลักสูตรการเรียนที่เน้นการพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ สร้างสรรค์ และทักษะวิศวกรรมศาสตร์ ผ่านแนวคิด Story-based learning โดยหลักสูตรที่นำสอนมิใช่การยกหลักสูตรของประเทศญี่ปุ่นมาทั้งหมด แต่เป็นการนำมาปรับเพื่อให้เข้ากับวิถีชีวิตของนักเรียนไทยมากขึ้น[9] เริ่มเปิดทำการสอนตั้งแต่ปีการศึกษา 2563 ในหลักสูตรวิศวกรรมอัตโนมัติ (Automation Engineering) ส่วนหลักสูตรวิศวกรรมชีวภาพ (Bio Engineering) เริ่มทำการสอนในปีการศึกษา 2565[10] โดยมีคณะอาจารย์จากประเทศญี่ปุ่นร่วมทำการสอนดังนั้นในการเรียนบางวิชาจึงเรียนโดยใช้ภาษาอังกฤษ การเรียนนั้นจะไม่แยกเรียนเป็นรายวิชาเช่นเดียวกับของวมว. และ มีการสอนภาษาญี่ปุ่นให้กับนักเรียนด้วย

นักศึกษาเมื่อเรียนจบ 5 ปีแล้วนั้นจะได้วุฒิอนุปริญญา และ จำเป็นต้องมีการใช้ทุนเป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งเท่าของระยะเวลาที่ได้รับทุนไป โดยทำงานในหน่วยงานชดใช้ทุนตามที่สัญญาทุนกำหนดไว้

หมายเหตุ[แก้]

  1. ระดับชั้นของนักเรียนที่สำนักงานห้องเรียนวิศว์-วิทย์มีตั้งแต่
    ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 สำหรับนักเรียนโครงการ วมว. ดรุณสิกขาลัย[2]
    ชั้นมัธยมปลายปี 1 - 3 และอีก 2 ปี (เทียบเท่าหลักสูตรอนุปริญญา) สำหรับนักเรียนโครงการ KOSEN KMUTT [3]
  2. มีการเรียนเพิ่มเติมสำหรับนักเรียนโครงการ KOSEN KMUTT[3]

อ้างอิง[แก้]

  1. โรงเรียนสาธิตในกำกับสกอ. สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา.สืบค้นเมื่อ 9 ตุลาคม 2564
  2. 2.0 2.1 โครงการ วมว. สำนักงานห้องเรียนวิศว์-วิทย์. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี. สืบค้นเมื่อ 9 ตุลาคม 2564
  3. 3.0 3.1 KOSEN KMUTT. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี. สืบค้นเมื่อ 9 ตุลาคม 2564
  4. โรงเรียนดรุณสิกขาลัย. แนวคิดการจัดการเรียนการสอน. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี. สืบค้นเมื่อ 9 ตุลาคม 2564
  5. โรงเรียนดรุณสิกขาลัย. หลักสูตร. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี. สืบค้นเมื่อ 13 ตุลาคม 2564
  6. โครงการ วมว. . ความเป็นมาของโครงการ. สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. สืบค้นเมื่อ 9 ตุลาคม 2564
  7. Techsauce Team. (2018). ครม.เห็นชอบตั้งสถาบัน Thai KOSEN ที่ สจล. และ มจธ. สร้างคนทำงานด้าน Sci-Tech. สืบค้นเมื่อ 9 ตุลาคม 2564
  8. โรงเรียนดรุณสิกขาลัย. ความเป็นมาในการก่อตั้งโรงเรียน. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี. สืบค้นเมื่อ 13 ตุลาคม 2564
  9. แนวหน้า. (2563). KOSEN KMUTT ไม่ใช่เป็นการยกระบบ KOSEN ญี่ปุ่น เป็นรูปแบบใหม่ที่ตอบโจทย์การสร้างกำลังคนของประเทศ. สืบค้นเมื่อ 13 ตุลาคม 2564
  10. กรุงเทพธุรกิจ. (2563). KOSEN KMUTT ผลิตวิศวกรนักปฏิบัติ เคลื่อนอุตสาหกรรม 4.0. สืบค้นเมื่อ 13 ตุลาคม 2564