วิญญาณนิยม

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
Jump to navigation Jump to search

วิญญาณนิยม (จาก ภาษาลาติน ละติน: anima, "ลมหายใจ, วิญญาณ, ชีวิต")[1][2] คือ ความเชื่อทางศาสนาที่ว่า วัตถุสิ่งของ สถานที่ หรือ สัตว์ทั้งหลาย ต่างมีสารัตถะทางจิตวิญญาณ (spiritual essence) ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตน [3][4][5][6]

ลัทธิวิญญาณนิยมเชื่อว่าสรรพวัตถุและสรรพสัตว์ (ซึ่งรวมถึง ต้นไม้ ก้อนหิน ลำธาร สภาพอากาศ งานหัตถกรรมของมนุษย์ และแม้แต่คำพูด) ล้วนแต่มีวิญญาณ มีชีวิต และ/หรือมีเจตจำนง (agency) เป็นของตัวเอง ลัทธิวิญญาณนิยมเป็นศาสนาที่เก่าแก่ที่สุดในโลก โดยมีอยู่ก่อนศาสนาจัดตั้งทุกรูปแบบ และถือกันว่าเป็นมุมมอง/ทัศนคติทางจิตวิญาณ หรือของความเชื่อเหนือธรรมมชาติอย่างแรกที่เกิดขึ้นในโลก ซึ่งพบหลักฐานเกี่ยวกับความเชื่อนี้ย้อนหลังไปถึงยุคหินเก่า ซึ่งเป็นสมัยมนุษย์ยังท่องเที่ยวไปตามพื้นที่ต่างๆเพื่อล่าสัตว์ หรือเก็บรวมรวบของป่า และสื่อสารกับจิตวิญญาณของธรรมชาติ[7] ในแง่นี้ความเชื่อแบบศาสนาเชมัน (shaman) หรือลัทธิที่นับถือพ่อมดหมอผีว่าเป็นผู้ที่สื่อสารกับธรรมชาติได้ จึงมีความเกี่ยวข้องและเป็นส่วนหนึ่งของระบบความเชื่อแบบวิญญาณนิยม ในวิชามานุษยวิทยาว่าด้วยศาสนาวิญญาณนิยม เป็นคำที่ถูกใช้เพื่อสื่อถึงระบบความเชื่อดั้งเดิมของชาวพื้นเมือง[8] โดยเฉพาะเวลาที่นำไปเปรียบเทียบกับระบบความเชื่อทางจิตวิญญาณ หรือศาสนาจัดตั้งที่เกิดขึ้นภายหลัง[9] เนื่องจากแต่ละวัฒนธรรมจะมีตำนานความเชื่อ นิทานเทพปกรณัม และพิธีกรรมที่แตกต่างกันไป แนวคิด "วิญญาณนิยม" จึงใช้สื่อถึงสายใยความต่อเนื่องในระดับรากฐานของทัศนคติทางจิตวิญญาณ หรือในเรื่องเหนือธรรมชาติของชนพื้นเมือง ที่ไม่ได้รับอิทธิพลจากความคิดความเชื่อ หรือคำสอนของลัทธิที่มาจากภายนอก จนถึงขนาดว่าบางครั้งทัศนคติทางวิญญาณดังกล่าวอาจจะฝังรากลึกลงไปในระบบความเชื่อของชนพื้นเมืองนั้นมาแต่ปฐมกาล จนทำให้ชนพื้นเมืองดังกล่าวไม่มีคำที่ใช้เรียกระบบความเชื่อนั้นในภาษาของตน[10]


บรรณานุกรม[แก้]

  • Abram, David (1996). The Spell of the Sensuous: Perception and Language in a More-than-Human World. New York: Pantheon Books. 
  • Adler, Margot (2006) [1979]. Drawing Down the Moon: Witches, Druids, Goddess-Worshippers and Other Pagans in America (Revised ed.). London: Penguin. ISBN 978-0-14-303819-1. 
  • "Animism". The Columbia Encyclopedia (6th ed.). Bartleby.com Inc. 2007. Archived from the original on 9 February 2007. 
  • Armstrong, Karen (1994). A History of God: The 4,000-Year Quest of Judaism, Christianity and Islam. Ballantine Books. 
  • Bird-David, Nurit (2000). ""Animism" Revisited: Personhood, Environment, and Relational Epistemology". Current Anthropology 41 (S1): 67–91. doi:10.1086/200061. 
  • Dean, Bartholomew (2009). Urarina Society, Cosmology, and History in Peruvian Amazonia. Gainesville: University Press of Florida. ISBN 978-0-8130-3378-5. 
  • Fernandez-Armesto, Felipe (2003). Ideas that Changed the World. Dorling Kindersley. 
  • Guthrie, Stewart (2000). "On Animism". Current Anthropology 41 (1): 106–107. JSTOR 10.1086/300107. PMID 10593728. doi:10.1086/300107. 
  • Harvey, Graham (2005). Animism: Respecting the Living World. London: Hurst & Co. ISBN 978-0-231-13701-0. 
  • Insoll, Timothy (2004). Archaeology, Ritual, Religion. London: Routledge. ISBN 978-0-415-25312-3. 
  • Forbes, Andrew; Henley, David (2012). "Lamphun's Little-Known Animal Shrines (Animist traditions in Thailand)". Ancient Chiang Mai 1. Chiang Mai: Cognoscenti Books. 
  • Lonie, Alexander Charles Oughter. Animism 2. pp. 55–57. 
  • Segal, Robert (2004). Myth: A Very Short Introduction. Oxford University Press.