จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
- 1. เกยูร
- อยู่เมืองวานรฝ่ายเมืองขีดขิน ลักษณะ สีม่วงแก่ หรือ สีม่วงชาดแก่ หัวโล้น ปากอ้า ชาติเดิมคือท้าววิรุฬหก (ท้าวพญายมราช) จอมกุมภัณฑ์ จตุโลกบาลแห่งทิศใต้
| เกยูรนามเยี่ยงนี้ |
|
ในสกนธ์ นั้นฤๅ |
|
|
|
| วิรุณหกเวหน |
|
หากแบ่ง ภาคแฮ |
|
|
|
| ช่วยชูราเมศห้ำ |
|
หั่นเสี้ยนศึกอสูร |
|
|
|
| — กรมหมื่นอดิศรอุดมเดช |
- 2. โกมุท
- อยู่เมืองวานรฝ่ายเมืองขีดขิน สีบัวโรย มีลักษณะ หัวโล้น ปากหุบ ชาติเดิมคือพระหิมพานต์ เทพเจ้าแห่งป่าหิมพานต์ เมื่อครั้งเสร็จศึกลงกา ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเสนาฝ่ายซ้ายเมืองขีดขิน คู่กับไชยามพวาน
| คือองค์พระหิมพานต์ |
|
ปันภาคย์ มาแฮ |
|
|
|
| หวังรบราพฉลองใต้ |
|
บาทเบื้องอวตาร |
|
|
|
| — พระองค์เจ้าเกษมศรีศุภโยค |
- 3. ไชยามพวาน
- อยู่เมืองวานรฝ่ายเมืองขีดขิน สีเทา หรือสีมอหมึกอ่อน มีลักษณะ หัวโล้น ปากอ้า ชาติเดิมคือพระอีศาณ หรือพระวิศาลเทพบุตร ไชยามพวานได้รับพรจากพระอิศวรให้เป็นผู้ถือธงชัยนำกองทัพพระรามไปรบ เพราะมีชื่อเป็นมงคลข่มนามอสูร เมื่อเสร็จศึกลงกา ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเสนาฝ่ายขวาเมืองขีดขิน คู่กับโกมุท
| จุติจากสวรรค์ลี้ |
|
แบ่งเพี้ยงภาคย์ผัน |
|
|
|
| — พระเทพกระวี |
- 4. มาลุนทเกสร
- วานรฝ่ายเมืองขีดขินลักษณะ สีเมฆ หรือ สีม่วงครามอ่อน หัวโล้น ปากหุบ ชาติเดิมคือพระพฤหัสบดี เทวดานพเคราะห์ เทพเจ้าพระครู เทพแห่งครู วิทยาความรู้ นักบวช และฤษี ผู้เป็นพระอาจารย์ของพระอินทร์ และเป็นผู้นำสวดมนต์บนสวรรค์
- 5. วิมลพานร
- วิมลพานร หรือ พิมลพานร หรือ นิลพานร วานรฝ่ายเมืองขีดขิน ลักษณะ สีดำหมึก หัวโล้น ปากหุบ ชาติเดิมคือพระเสาร์ เทวดานพเคราะห์ เทพเจ้าแห่งการกสิกรรม
- 6. ไวยบุตร
- วานรฝ่ายเมืองขีดขิน ลักษณะ สีเมฆครึ้มฝน หรือ สีมอครามแก่ หัวโล้น ปากอ้า ชาติเดิมคือพระพิรุณ เทพเจ้าแห่งฝน
- 7. สัตพลี
- วานรฝ่ายเมืองขีดขิน ลักษณะ สีขาวผ่อง หัวโล้น ปากหุบ ชาติเดิมคือ พระจันทร์ เทวดานพเคราะห์ เทพเจ้าแห่งความรัก ความงาม ผู้ให้แสงสว่างเวลากลางคืน สัตพลีนอกจากมีหน้าที่จดความดีความชอบของเหล่าทหารแล้ว ยังมีบทบาทเด่นเป็นผู้เขียนสารส่งไปยังกรุงลงกา ภายหลังได้รับการแต่งตั้งเป็นอาลักษณ์แห่งเมืองขีดขิน
- 8. สุรกานต์
- วานรฝ่ายเมืองขีดขิน ลักษณะ สีเหลืองจำปา หรือ สีแดงชาด หัวโล้น ปากอ้า ชาติเดิมคือพระมหาชัย เทพเจ้าแห่งชัยชนะ สุรกานต์เป็นผู้คุมกำลัง 30 สมุทรมาช่วยพระรามรบ เมื่อเสร็จศึกแล้วได้ครองเมืองโรมคัล
- 9. สุรเสน
- วานรฝ่ายเมืองขีดขิน ลักษณะ สีแสด หรือ สีเขียว บางตำราว่าสีแดงเจือเขียว หัวโล้น ปากอ้า ชาติเดิมคือพระพุธ เทวดานพเคราะห์ เทพเจ้าแห่งวาจาและพาณิชย์ สุรเสนมีความเก่งกาจเกือบเทียบได้กับหนุมาน เมื่อเสร็จศึกได้ไปครองเมืองอัสดงค์ของสัทธาสูร
- 10. นิลขัน
- วานรฝ่ายเมืองชมพู ลักษณะ สีหงดิน หัวโล้น ปากอ้า ชาติเดิมคือพระพิฆเนศ พระวิฆเนศ เทพเจ้าแห่งศิลปะ
- 11. นิลปานัน
- วานรฝ่ายเมืองชมพู ลักษณะ สีสำริด หัวโล้น ปากอ้า ชาติเดิมคือพระราหู เทวดานพเคราะห์ เทพเจ้าผู้สถิตอยู่บนก้อนเมฆ
- 12. นิลปาสัน
- วานรฝ่ายเมืองชมพู ลักษณะ สีเลื่อมเหลือง หรือ สีหมากสุก หัวโล้น ปากอ้า ชาติเดิมคือพระศุกร์ เทวดานพเคราะห์ เทพเจ้าแห่งความบันเทิงและความสันติ
- 13. นิลราช
- วานรฝ่ายเมืองชมพู ลักษณะ สีน้ำไหล หรือ สีฟ้าอ่อนเจือเขียว หัวโล้น ปากหุบ ชาติเดิมคือพระสมุทร เทพเจ้าประจำมหาสมุทร นิลราชนอกจากมีบทบาทสำคัญในการรบแล้ว ยังมีหน้าที่เอาก้อนหินไปถมทะเลในตอนจองถนน เพราะต้องคำสาปของฤๅษีคาวิน ว่าเมื่อเอาสิ่งใดทิ้งน้ำให้จมอยู่กับที่ จึงต้องเป็นผู้อาสาเอาศิลาไปทิ้งทะเลแต่ผู้เดียวจึงจะพ้นคำสาป
- 14. นิลเอก
- วานรฝ่ายเมืองชมพู ลักษณะ สีทองแดง หัวโล้น ปากหุบ ชาติเดิมคือพระพินาย วินายก นิลเอกคือผู้ที่ไปช่วยพระลักษณ์ทำลายพิธีกุมภนิยาของอินทรชิต
- 15. วิสันตราวี
- วานรฝ่ายเมืองชมพู ลักษณะ สีลิ้นจี่ หัวโล้น ปากอ้า ชาติเดิมคือพระอังคาร เทวดานพเคราะห์ เทพเจ้าแห่งสงคราม
- 16. กุมิตัน
- ไม่ปรากฏว่าเป็นฝ่ายใด วานรพงศ์ ของ พระเทวาภินิมมิต (ฉายเทวาภินิมมิต) ว่าเป็นฝ่าย เมืองชมพู ลักษณะ สีทอง หรือ สีเหลืองรง หัวโล้น ปากหุบ ชาติเดิมคือพระเกตุ เทวดานพเคราะห์ เทพเจ้าผู้คุ้มครองสวัสดิมงคล
- 17. เกสรทมาลา
- ลิงตัวหอม ไม่ปรากฏว่าเป็นฝ่ายใด วานรพงศ์ของพระเทวาภินิมมิต (ฉายเทวาภินิมมิต) ว่าเป็นฝ่ายเมืองขีดขิน ลักษณะ สีเหลืองอ่อน หรือ สีเลื่อมเหลือง หัวโล้น ปากอ้า ชาติเดิมคือพระไพศรพณ์ พระพนัสบดี เทพเจ้าผู้เป็นใหญ่ในป่า คุณสมบัติพิเศษคือ มีกลิ่นกายหอมสดชื่น มีหน้าที่อยู่ใกล้ ๆ องค์พระราม ให้กลิ่นกายไปสร้างความสดชื่นให้กับพระองค์
- 18. มายูร
- ไม่ปรากฏว่าเป็นฝ่ายใด วานรพงศ์ของพระเทวาภินิมมิต (ฉายเทวาภินิมมิต) ว่าเป็นฝ่ายเมืองชมพู ลักษณะ สีม่วงอ่อน หัวโล้น ปากอ้า ชาติเดิมคือท้าววิรูปักษ์ (พระอินทร์) ราชาแห่งนาค จตุโลกบาล ประจำ ทิศตะวันออก
ระบำวานรพงศ์ของกรมศิลปากร
[แก้]
ระบำวานรพงศ์เป็นชุดการแสดงที่สร้างสรรค์ใหม่ โดยนาย เสรี หวังในธรรม ศิลปินแห่งชาติ พ.ศ. 2531 สาขาศิลปการละคร (ถึงแก่กรรม 2550) เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการกองการสังคีต กรมศิลปากร เป็นผู้ออกแบบและสร้างบท นำออกแสดงในโขนเรื่องรามเกียรติ์ ชุดหนุมานชาญสมร ณ โรงละครแห่งชาติ เมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2528 ผู้ประดิษฐ์ท่ารำ คือ นาย กรี วรศะริน ศิลปินแห่งชาติ พ.ศ. 2531 สาขานาฏศิลป์โขน (ถึงแก่กรรม 2541) ผู้รับถ่ายทอดท่ารำ คือ นาย ประสิทธิ์ ปิ่นแก้ว ผู้เชี่ยวชาญการสอนนาฏศิลป์ไทย อดีตผู้อำนวยการวิทยาลัยนาฏศิลป (เกษียณฯ 2545)
การแสดงชุดนี้เป็นการนำให้ผู้ชมทราบชื่อลิงสิบแปดมงกุฏและลิงพญาวานรที่เป็นกำลังสำคัญในกองทัพฝ่ายพลับพลาของพระราม และได้เห็นลักษณะการแต่งกายและสีประจำกายของลิงแต่ละตัว
ดนตรีที่ใช้ประกอบการแสดง ใช้วงปี่พาทย์เครื่องห้า หรือเครื่องคู่ หรือเครื่องใหญ่
การแต่งกายนั้นแต่งตามรูปแบบลิงสิบแปดมงกุฎ และลิงพญายืนเครื่องเต็มตัว พร้อมอาวุธประจำตัว สีเสื้อและศีรษะเป็นสีเดียวกันตามพงศ์ในเรื่องรามเกียรติ์
ส่วนลักษณะท่ารำนั้น ลิงสิบแปดมงกุฎออกท่าเพลงหน้าพาทย์รุกร้น แล้วตีบทในเพลงแขกโหม่งชั้นเดียว ต่อจากนั้นลิงพญาออกท่าเพลงหน้าพาทย์รัวสามลาและเพลงกราวกลาง โดยตีบทตามความหมายของบทร้อง ในกิริยาอาการของลิงผสมผสานกับลีลานาฏศิลป์เรียงตามลำดับตามชื่อด้วยความคล่องแคล่วว่องไวการแสดงชุดนี้ใช้เวลาแสดงประมาณ 12 นาที
เนื้อความจากบทร้องในระบำวานรพงศ์
[แก้]
- ชุดที่ 1 วานรสิบแปดมงกุฎ ปี่พาทย์ทำเพลงรุกร้น ร้องเพลงแขกโหม่งชั้นเดียว
| นำดัวยไชยามพวานทหารหน้า |
|
เกสรทมาลากล้ากลั่น |
|
|
|
| ถัดมานิลราชกาจฉกรรจ์ |
|
เคียงคู่นิลขันชาญชัย |
|
|
|
| นิลเอกฤทธิไกรดังไฟกัลป์ |
|
คู่นิลปานันทหารใหญ่ |
|
|
|
| วิมลรณรบว่องไว |
|
ถัดไปชื่อวิสันตราวี |
|
|
|
| มาลุนเริงแรงกำแหงหาญ |
|
เคียงขนานเกยูรกระบี่ศรี |
|
|
|
| ทั้งมายูรพูนพลังแข็งขันดี |
|
คู่กับสัตพลีมีเดชา |
|
|
|
| สุรเสนเจนจบรบรอนราญ |
|
คู่กับสุรกานต์ทหารกล้า |
|
|
|
| โกมุทวุฒิไกรไวปัญญา |
|
เคียงมากับกระบี่กุมิตัน |
|
|
|
| ไวยบุตรรำบาญราญแรง |
|
เคียงแข่งกับนิลปาสัน |
|
|
|
| ครบสิบแปดมงกุฎสุดฉกรรจ์ |
|
ทหารเอกทรงธรรม์รามราชา |
|
|
|
- ชุดที่ 2 เหล่าพญาวานร ปี่พาทย์ทำเพลงรัวสามลา ร้องเพลงกราวกลาง
| สุครีพโอรสพระสุริย์ฉาน |
|
คำแหงหนุมานทหารหน้า |
|
|
|
| นิลพัทฝ่ายชมพูนัครา |
|
องคตบุตรพญาพาลี |
|
|
|
| ชมพูพานศิวะโปรดประสาท |
|
ชามภูวราชชาติเชื้อพญาหมี |
|
|
|
| นิลนนท์ลูกพระอัคนี |
|
ล้วนกระบี่พงศ์พญาวานร |
|
|
|
ในหนังสือ "สำนวนไทย" ของ ขุนวิจิตรมาตรา (สง่า กาญจนาคพันธ์) เขียนไว้ว่า สิบแปดมงกุฎ นำมาใช้เป็นสำนวนในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อมีนักเลงการพนันใหญ่ลือชื่อพวกหนึ่ง กล่าวกันว่าเป็นนักเลงชั้นยอด สักตามตัวเป็นรูปมงกุฎ จึงเรียกว่า สิบแปดมงกุฎ ตามเรื่องราวในรามเกียรติ์ จากนั้นถ้าใครเป็นนักเลงการพนันก็เลยเรียกว่า สิบแปดมงกุฎ
ทุกวันนี้ สิบแปดมงกุฎมิใช่สำนวนที่ใช้เรียกพวกนักเลงพนันเท่านั้น แต่ใช้เรียกพวกมิจฉาชีพทั้งหลาย เป็นสำนวนที่พบเห็นบ่อยมากตามสื่อมวลชนต่าง ๆ ซิ่งมีความหมายถึงพวกที่ยักยอก ต้มตุ๋น หลอกลวงให้ผู้อื่นหลงเชื่อแล้วยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินผู้อื่นมาเป็นของตน
โครงกลอนที่แสดงถึงวานรสิบแปดมงกุฎ
[แก้]
เทวดา 18 องค์ที่อาสามาช่วยพระนารายณ์ตอนอวตารมาเป็นพระราม ปรากฏในในบทละครรามเกียรติ์[1] ที่กล่าวถึงตอนนี้ว่า
| เมื่อนั้น |
|
ฝูงเทพเทวาน้อยใหญ่ |
|
|
|
| ต่างทูลอาสาพระภูวไนย |
|
จะขอไปเป็นพลพระอวตาร |
|
|
|
| มาล้างเหล่าอสูรพาลา |
|
ที่หยาบช้าเบียนโลกทุกสถาน |
|
|
|
| — พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช |
เมื่อนางมณโฑเทวีผู้เคยเป็นนางฟ้าอยู่บนสวรรค์ออกไปดูทัพพระรามกับทศกัณฐ์ เมื่อเห็นทัพลิงก็ตกใจ แล้วกล่าวว่า
| อันทหารทั้งสองนคเรศ |
|
เลื่องชื่อลือเดชชาญสมร |
|
|
|
| ล้วนเทวามาเป็นพานร |
|
อาจจะช้อนพิภพเมืองอินทร์ |
|
|
|
| ถึงจะพลิกสี่มหาสุธาธาร |
|
ทั่วทุกจักรวาลก็ได้สิ้น |
|
|
|
|
|---|
|
| ฉบับ | |
|---|
| ตัวละคร | | มเหศวรพงศ์ | |
|---|
| พงศ์นารายณ์ | |
|---|
| พรหมพงศ์และอสุรพงศ์ | |
|---|
| วานรพงศ์ | |
|---|
| ฤาษีและคนธรรพ์ | |
|---|
|
|---|