รามเกียรติ์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

ประวัติ[แก้]

ต้นเค้าของเรื่องรามเกียรติ์มาจากเรื่องรามายณะซึ่งเป็นนิทานที่แพร่หลายอยู่ทั่วไปในภูมิภาคเอเชียใต้ ต่อมาอารยธรรมอินเดียได้แพร่สู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พ่อค้าชาวอินเดียได้นำวัฒนธรรมและศาสนามาด้วย ทำให้รามายณะแพร่หลายไปทั่วภูมิภาค กลายเป็นนิทานที่รู้จักกันเป็นอย่างดี และได้ปรับเปลี่ยนเนื้อหาให้สอดคล้องกับวัฒนธรรมของประเทศนั้นจนกลายเป็นวรรณคดีประจำชาติไป ดังปรากฏในหลายชาติ เช่น ลาว พม่า เขมร มาเลเซีย อินโดนีเซีย

เนื้อเรื่อง[แก้]

หลังจากพระนารายณ์ปราบหิรันตยักษ์ได้แล้ว พระองค์บรรทมเหนือบัลลังก์นาคที่ลอยอยู่กลางเกษียรสมุทร บังเกิดดอกบัวขึ้นจากพระนาภี ภายในดอกบัวมีพระกุมารประทับอยู่ พระนารายณ์ทรงอุ้มกุมารนั้นเหาะมาถวายพระอิศวร พระอิศวรตรัสว่าพระกุมารจักเป็นต้นวงกษัตริย์อันประเสริฐผู้สามารถดับทุกข์เข็ญของโลก จึงมีเทวโองการให้ท้าวมัฆวานไปสร้างอยุธยาบุรีนครให้ครอบครอง พระราชทานนามกุมารว่าท้าวอโนมาตัน ในขณะเดียวกันท้าวสหบดีพรหมโปรดเกล้าให้สร้างเมืองลงกา แล้วทูลเชิญท้าวจตุรพักตร์ครองเมือง ท้าวจตุรพักตร์มีโอรสชื่อท้าวลัสเตียน ฝ่ายท้าวอโนมาตันมีโอรสชื่อท้าวอัชบาล ท้าวลัสเตียนมีมเหสี ๕ องค์ มเหสีองค์ที่ ๕ ให้กำเนิดโอรสคือ ทศกัณฐ์ ซึ่งอดีตชาติคือนนทกผู้สิ้นชีวิตด้วยฤทธิ์ของพระนารายณ์ พระอิศวรทรงเล็งเห็นว่าทศกัณฐ์จะสร้างความเดือดร้อนแก่โลก จงทรงบัญชาให้เวสสุญาณเทพบุตรจุติไปเกิดเป็นพิเภกน้องร่วมท้องกับทศกัณฐ์ เพื่อช่วยเหลือพระนารายณ์จึงช่วยอวตารลงไปปราบยักษ์ ต่อมาท้าวอัชบาลมีโอรสคือท้าวทศรถ ครองเมืองอยุธยาสืบต่อมา

ท้าวทศรถครองราชย์สมบัติมาเป็นเวลานาน ไม่มีพระโอรส จึงทรงนิมิตพระดาบส ๔ องค์ คือ พระวสิษฐ์ พระสวามิตร พระวัชอัคคี และพระภารทวาช มาทำพิธีขอพระราชโอรสผู้มีกฤธิ์เพื่อจะได้ปราบปรามเหล่ายักษ์ชั่วร้ายที่กำเริบรุกรานสามโลกให้เดือดร้อน พระดาบสทั้ง ๔ องค์ไปพบพระฤษีกไลโกฏ แล้วพากันไปเข้าเฝ้าพระอิศวร กราบทูลให้ทรงทราบ พระอิศวรทูลเชิญให้พระนารายณ์อวตารลงไปเป็นโอรสท้าวทศรถเมืองอยุธยาเป็นเพื่อปราบยักษ์ พร้อมให้พระลักษมีอวตารไปเป็นนางสีดา สังข์และบัลลังก์นาคบังเกิดเป็นพระลักษมณ์ จักรเป็นพระพรต คทาเป็นพระสัตรุด และเหล่าเทพเทวาขออาสาไปเกิดเป็นพลวานรช่วยปราบยักษ์ร้ายให้สิ้นเผ่าพันธุ์ จากนั้นจึงประสาทมนต์สญชีพให้พระกไลโกฏไปตั้งกาลาพิธีขอพระโอรส เมื่อทำพิธีได้บังเกิดกองอัคคี มีอสูรทูลถาดข้าว ๔ ปั้น ผุดขึ้นกลางกองไฟ กลิ่นข้าวทิพย์หอมไปจนถึงเมืองลงกา ทางนางมณโฑมเหสีทศกัณฐ์อยากเสวยข้าวทิพย์นั้นทศกัณฐ์จึงให้นางกากนาสูรบินมาโฉบข้าวทิพย์ไปได้ครึ่งปั้น ท้าวทศรถประทานข้าวทิพย์แก่นางเกาสุริยา นางไกยเกษี คนละ ๑ ปั้น ส่วนที่เหลือให้นางสมุทรชา นางเกาสุริยาประสูติพระราม กายสีเขียว นางไกยเกษีประสูติพระพรต กายสีแดง นางสมุทรชาเทวีประสูติพระลักษมณ์ กายสีเหลือง และพระสัตรุด กายสีม่วง ส่วนนางมณโฑประสูตินางสีดา แต่พระธิดาน้อยร้องว่า “ผลาญราพณ์” ขึ้นสามครั้ง โหรทำนายว่าเป็นกาลกิณี ทศกัณฐ์จึงบัญชาให้นำพระธิดาแรกประสูติใส่ผอบลอยน้ำไปท้าวชนกฤษีเก็บผอบได้ เปิดพบทารกน้อยจึงเลี้ยงไว้เป็นพระราชธิดาด้วยความรักเมื่อรำลึกได้พระองค์ละสมบัติออกบวชเป็นฤษีเพราะหวังบรรลุญาณ จึงนำทารกน้อยใส่ผอบฝังดินไว้ ฝากให้แม่พระธรณีคุ้มครอง ต่อมาเมื่อลาพรตกลับไปครองเมืองมิถิลา ได้ขุดผอบนำพระธิดาซึ่งเติบโตเป็นสาววัยสิบหกปีขึ้นมา ประทานชื่อว่าสีดา

ฝ่ายโอรสท้าวทศรถทั้ง ๔ องค์ ได้เล่าเรียนวิชาจากพระฤษีวสิษฐ์และฤษีสวามิตร เมื่อเรียนสำเร็จพระฤษีตั้งพิธีบูชาไฟ พระอิศวรประทานศรและลูกศร ๑๒ เล่มให้พระกุมารทั้ง ๔ พระองค์ พระกุมารทุกพระองค์จึงมีศรพรหมมาสตร์ อัคนิวาตและพลายวาตเป็นอาวุธ ต่อมาพระพรตและพระสัตรุดเสด็จไปประทับที่เมืองไกยเกษกับพระอัยกา พระรามและพระลักษมณ์ได้ปราบยักษ์มารเกเรที่สร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชน พระวสิษฐ์พระสวามิตรกราบทูลให้พระรามพระลักษมณ์ทรงทราบเรื่องท้าวชนกทำพิธีหาคู่ให้พระธิดา โดยให้แข่งขันยกมหาธนูโมลี ผู้ยกได้สำเร็จจะได้อภิเษกกับนางสีดา พระรามยกมหาธนูได้ ท้าวชนกเชิญท้าวทศรถมาร่วมพิธีอภิเษกพระรามนางสีดา แล้วพระรามพานาสีดาไปยังเมืองอยุธยา ระหว่างทางได้ปราบรามสูร

เมื่อท้าวทศรถทรงประทานเมืองอยุธยาให้พระราม นางไกยเกษีทวงสัญญาจากท้าวทศรถที่จะมอบราชบัลลังก์แก่พระพรต ท้าวทศรถจึงต้องทำตามคำสัตย์ที่ให้แก่นางไว้ นางไกยเกษีอ้างพระราชโองการจากท้าวทศรถให้พระรามทรงพรตเป็นดาบสแล้วเสด็จไปอยู่ป่าเป็นเวลาสิบสี่ปีจึงค่อยคืนเมือง พระรามกระทำตามเพื่อสัจวาจาของพระบิดา พระลักษมณ์และนางสีดาตามเสด็จไปด้วย เมื่อพระพรตทราบเรื่องจึงไม่ยอมครองเมือง ตามไปทูลเชิญให้เสด็จกลับ เมื่อพระรามไม่ยอม พระพรตจึงกลับไปรักษาพระนคร โดยเชิญฉลองพระบาทของพระรามไว้ในปราสาทแก้วแทนพระองค์ หลังจากนั้น พระราม พระลักษมณ์ และนางสีดา เสด็จเข้าป่าลึกไปอีก เพื่อมิให้ผู้ใดทราบว่าพระองค์ประทับอยู่ที่ไหนพระองค์จะได้เจริญภาวนาได้เต็มที่ตามพระประสงค์

กล่าวถึงนางสำนักขา น้องสาวของทศกัณฐ์เป็นม่ายเพราะชิวหาผู้เป็นสวามีถูกจักรของทศกัณฐ์สังหารด้วยความเข้าใจผิด เนื่องจากชิวหาแลบลิ้นปิดเมืองลงกานอนเฝ้าเมืองให้ทศกัณฐ์มาเจ็ดวันเจ็ดคืน นางสำมนักขาไปเที่ยวป่า ได้พบพระรามก็เกิดความใคร่อยากได้พระรามเป็นสามี นางจึงแปลงร่างเป็นสาวสวยเข้าเย้ายวนพระราม เมื่อเห็นนางสีดาก็หึงหวง จึงคืนร่างนางยักษ์เข้าทำร้ายนางสีดา พระรามพระลักษมณ์เข้าต่อสู้ พระลักษมณ์ตัดแขนขาหูจมูกนางแล้วปล่อยตัวไป นางสำมนักขากลับไปเมืองโรมคัล พญาขรผู้พี่ชายเห็นเข้าก็โกรธแค้น ยกทัพมารบกับพระรามพระลักษมณ์ พระรามปราบได้ราบคาบ ไพร่ทหารหนีกลับมาทูลพญาทูษณ์ พญาทูษณ์ยกทัพไปรบกับพระราม ก็ถูกสังหารสิ้นชีวิต ทหารที่รอดตายไปทูลพญาตรีเศียร พญาตรีเศียรยกทัพมาต่อสู้ ก็ถูกพระรามประหารสิ้นชีวิตเช่นกัน นางสำมนักขารีบเดินทางข้ามสมุทรไปยังเมืองลงกา แกล้งทูลทศกัณฐ์ผู้เป็นพี่ชายว่าจะจับนางสีดาถวายทศกัณฐ์ แต่พระรามพระลักษมณ์ขัดขวางไว้ อีกยังสังหารพญาขร ทูษณ์ ตรีเศียรถึงแก่ชีวิต นางสำมนักขาพรรนณาความงามของนางสีดาจนทศกัณฐ์หลงใหล ใคร่ได้นางเป็นชายา จึงบัญชาให้มารีศแปลงเป็นกวางทองไปล่อนาง เมื่อพระรามตามกวางไป กวางมารีศแกล้งร้องเป็นเสียงพระรามให้พระลักษมณ์ไปช่วย นางสีดาขับไล่พระลักษมณ์ให้รีบตามไป ทันใดนั้นทศกัณฐ์ก็เข้าลักตัวนางสีดาจากอาศรม

พระรามพระลักษมณ์เดินป่าติดตามหานางสีดาด้วยความโศกเศร้า พบนกสดายุบาดเจ็บปีกหักหางหักอยู่กลางป่า นกสดายุกราบทูลว่าขณะบินอยู่บนท้องฟ้า พบทศกัณฐ์ลักพานางสีดานั่งรถทรงเหาะมา จึงเข้าขัดขวาง ฆ่าไพร่พลยักษ์จำนวนมาก แต่ประมาทที่บอกแก่ทศกัณฐ์ว่าไม่แพ้อาวุธใดนอกจากแหวนที่พระอิศวรประทานแก่นางสีดา ทศกัณฐ์จึงถอดแหวนของนางสีดาขว้างมาประหารนกสดายุ หลังจากกราบทูลนกสดายุถวายแหวนแก่พระรามแล้วสิ้นชีวิต

พระรามและพระลักษมณ์เดินทางตามหานางสีดาต่อไป ระหว่างเดินทางพบหนุมานเป็นลิงเผือกเพศผู้ พระรามเห็นว่าหนุมานมีกุณฑลขนเพชรเขี้ยวแก้วในขณะที่พระลักษมณ์ไม่เห็น หนุมานจึงรู้ว่าพระรามคือนารายณ์อวตารเพราะเป็นบุคคลเดียวที่เห็นลักษณะกายของตน หนุมานจึงเข้าไปกราบพระบาท และกราบทูลถามมูลเหตุที่เสด็จอยู่ในป่าเพียงลำพัง ปราศจากไพร่พลกองทัพ เมื่อหนุมานทราบว่าพระรามจะเสด็จไปตามนางสีดาที่กรุงลงกาเมืองของทศกัณฐ์ จึงแนะนำให้พระรามจัดทัพ โดยไปตามสุครีพ ซึ่งเป็นน้าชายมาเข้าเฝ้า สุครีพกราบทูลให้พระรามช่วยปราบพาลี เนื่องจากพระอิศวรประทานนางดาราแก่สุครีพเป็นบำเหน็จที่ช่วยฉุดเขาพระสุเมรุให้ตรง พาลีรับนางดารามาและให้คำสัตย์ว่าหากว่าไม่มอบนางดาราแก่น้องชายขอให้ตายด้วยศรของพระนารายณ์ พาลีเสียสัตย์ผิดคำสาบานและยังขับไล่สครีพซึ่งเป็นน้องร่วมไส้ออกจากเมืองโดยไม่มีความผิด พระรามจึงให้สุครีพไปท้าสู้กับพาลีแล้งล่อหลอกให้มาหาพระองค์ พระรามแผลงศรฆ่าพาลีตาย สุครีพได้ครองเมืองขีดขินแล้วนำองคตและชมพูพานลูกของพาลีถวายตัวเป็นทหารของพระราม

พระรามเสด็จไปประทับที่เขาคันธมาทน์ ระหว่างทางพบพญานกยูงทองกราบทูลว่านางสีดาฝากความให้พระรามเสด็จไปทำสงครามผลาญยักษ์ พระนางจะครองกายครองชีวิตคอยพระราม พระรามยังพบฝูงวานรนำผ้าสไบของนางสีดามาถวาย พร้อมชี้ทางให้พระรามตามไปฆ่ายักษ์ พระรามและพระลักษมณ์ลาพรตที่เขาคันธมาทน์แห่งนี้เพื่อยกทัพวานรไปปราบยักษ์ พระอิศวรมีพระบัญชาให้พระเวสสุกรรมนำเครื่องภูษาผ้าทรงมงกุฎสังวาลธำมรงค์มาถวายสองพระองค์ พร้อมเนรมิตพลับพลาไว้ให้

พระรามได้สุครีพ หนุมาน องคต ชมพูพาน ท้าวมหาชมพูและนิลพัทผู้เป็นหลาน มาเป็นทหารเอก พร้อมวานรสิบแปดมงกุฎ และไพรพลวานรจากเมืองขีดขิน ๕๐ สมุทร เมืองชมพูอีก ๒๗ สมุทร เมื่อกองทัพพร้อมแล้ว พระรามให้หนุมาน องคต ชมพูพาน นำธำมรงค์กับผ้าสไบไปแจ้งข่าวแก่นางสีดาที่เมืองลงกาว่าพระองค์เสด็จยกทัพมาช่วยแล้ว

สามทหารเอกนำกองทหารมาถึงสระโบกขรณีกลางป่า พอยามดึกก็หลับใหลทุกตน ยักษ์ปักหลั่นขึ้นจากสระมาจับวานรกิน ปักหลั่นโจนถีบองคต องคตตื่นขึ้นมาสู้กับปักหลั่นและเอาชนะได้ ปักหลั่นเล่าว่าเดิมเป็นเทพ เมื่อเป็นชู้กับนางฟ้าชื่อเกสรมาลา พระอิทร์จึงสาปให้มาเป็นยักษ์เฝ้าสระ จนกว่าทหารพระรามลูบกายจึงจะพ้นสาป องคตสงสารจึงลูบกาย ปักหลั่นกลับเป็นเทพเหาะขึ้นสวรรค์ไป เมื่อหนุมานและชมพูพานตื่นก็เล่าความให้ฟัง

เมื่อสามทหารเอกเดินทางต่อไป พบเมืองร้างกลางป่ามีเพียงนางบุษมาลีอยู่คนเดียว นางเล่าให้หนุมานฟังว่าเดิมเป็นนางฟ้าอยู่บนสวรรค์ แต่เป็นแม่สื่อชักนำให้ท้าวตาวันลอบรักกับนางรำพา พระอิศวรสังหารท้าวตาวันแล้วสาปนางลงมาอยู่ในเมืองมายัน ซึ่งเป็นเมืองร้างนานสามหมื่นปี ต่อเมื่อพบทหารเอกพระนารายณ์จึงจะพ้นสาป หนุมานเกี้ยวนางเป็นเมียแล้วส่งนางขึ้นสวรรค์ไป เมื่อเดินทางต่อไปถึงมหาสมุทร พบนางสุวรรณมาลี ข้ารับใช้พระอิศวรมาคอยบอกทางแก่ทหารพระรามที่จะไปเฝ้านางสีดาที่เมืองลงกา หนุมานได้ฟังก็ยินดียิ่ง นิรมิตร่างกายใหญ่โต พาดหางข้ามสมุทรให้ไพร่พลวานรเดินข้ามไป ต่อมาพบฤษีชฎิล พระฤษีบอกว่าห่างจากที่นี้ไปอีก ๑๕ โยชน์ จะถึงเขาเหมติรัน ริมมหาสมุทร เป็นท่าข้ามไปยังเมืองลงกา ที่เขาเหมติรัน สามวานรพบนกยักษ์ไม่มีขนอาศัยอยู่ในถ้ำ เมื่อซักถามกันทราบว่าชื่อ สัมพาทีเป็นพี่ชายนกสดายุ เมื่อยังเล็กนกสดายุเห็นพระอาทิตย์ดวงกลมแดงฉาน คิดว่าเป็นผลไม้ จึงเหาะขึ้นไปจิกกิน สัมพาทีห้ามเท่าไรไม่ฟัง พระอาทิตย์กริ้วโกรธ เปล่งแสงแรงร้อน นกสัมพาทีเหาะขึ้นไปป้องกันน้องไว้ ขนจึงหลุดหมดทั้งตัว พระอาทิตย์สาปซ้ำให้ไปอยู่ที่ถ้ำเหมติรัน และขนไม่งอกขึ้นใหม่ จนกว่าพบกองทหารพระนารายณ์ กองทหารโห่ร้องสามครั้ง จึงจะพ้นคำสาป ขนงอกขึ้นตามเดิม หนุมานจึงให้กองทหารโห่ร้องพร้อมกัน นกสัมพาทีมีขนงอก บินได้ตามเดิม จึงอาสาพาหนุมานขึ้นหลังบินไปชี้บอกที่ตั้งกรุงลงกา ซึ่งเป็นเกาะกลางสมุทร มีภูเขาชื่อนิลกาลาเป็นหลักบอกตำแปหน่งที่ตั้ง เมื่อหนุมานทราบตำแหน่งที่ตั้งเมืองลงกา จึงให้องคตและชมพูพานอยู่ดูแลกองทัพอยู่ที่ถ้ำเหมติรัน แล้วเหาะไปเมืองลงกาตามลำพัง

ขณะหนุมานเหาะข้ามสมุทร นางผีเสื้อสมุทรซึ่งเป็นทหารหน้าด่านของทศกัณฐ์เหาะขึ้นไปขัดขวาง หนุมานฆ่านางผีเสื้อสมุทรตาย แล้วเหาะต่อไปจนถึงเขาโสฬสซึ่งอยู่เลยเมืองลงกาไป หนุมานเห็นอาศรมฤษีจึงแปลงร่างเป็นวานรน้อยเข้าไปถามทาง เมื่อพระนารทฤษีบอกทางให้ หนุมานขอพักคืนหนึ่งรุ่งเช้าจึงค่อยเดินทาง ตลอดทั้งคืนหนุมานลองฤทธิ์พระฤษีแต่กลับแพ้ ในตอนรุ่งเช้าเมื่อหนุมานไปล้างหน้า พระนารทฤษียังเสกไม้เท้าให้เป็นปลิงเกาะที่คาง หนุมานต้องขอให้พระฤษีช่วย

จากนั้นก็เหาะไปเมืองลงกา พบนางสีดาอยู่ในสวนขวัญ นางสีดากำลังจะผูกคอตายเพราะเจ็บแค้นที่ทศกัณฐ์เกี้ยวพาราสีโดยนางไม่ปลงใจ และเหล่านางอสุรีที่เฝ้าอยู่ยังด่าว่าซ้ำเติม หนุมานช่วยชีวิตนางสีดาไว้ และถวายแหวนกับผ้าสไบพร้อมกราบทูลว่าพระรามกำลังเสด็จมารบกับทศกัณฐ์และนำพระนางคืนกลับไปอย่างสมพระเกียรติ หลังจากเข้าเฝ้าแล้ว หนุมานแกล้งทำลายสวนขวัญแหลกยับเยิน ฆ่าสหัสกุมาร โอรสพันองค์ของทศกัณฐ์ ทศกัณฐ์ให้อินทรชิตไปปราบ หนุมานแกล้งยอมแพ้ให้อินทรชิตจับตัวได้ ทศกัณฐ์ให้ประหารหนุมานด้วยวิธีการต่างๆ แต่ไม่สำเร็จ จึงให้นำตัวเข้าเฝ้าซักถาม หนุมานหลอกว่าตายได้ด้วยไฟเผา ทศกัณฐ์ดีใจสั่งให้เผาหนุมาน หนุมานจึงเผ่นโผนเข้าตำหนัก เผาเมืองลงกาไหม้ทั้งเมือง แล้วสลัดไฟให้หลุดจากร่างของตน แต่เหลือไฟที่ปลายหางไม่ยอมดับ หนุมานจึงเหาะไปเฝ้าพระนารทฤษีถามวิธีดับไฟ พระฤษีให้นับด้วยน้ำบ่อน้อย หนุมานคิดได้ด้วยปัญญาจึงอมหางตัวเองไว้ในปาก ก็ดับไฟได้ ฝ่ายทศกัณฐ์ให้เชิญเหล่าเทพเทวามานิรมิตเมืองลงกาให้ใหม่

ทศกัณฐ์ฝันร้าย พิเภกทำนายฝันว่าเคราะห์ร้ายเป็นอันตรายถึงชีวิต แต่ผ่อนปรนได้ด้วยการถือมั่นในธรรมสุจริต และส่งตัวนางสีดาคืนให้พระราม ทศกัณฐ์เกรี้ยวโกรธ ประกาศตัดความเป็นพี่น้อง แล้วขับไล่พิเภกออกจากเมือง พิเภกเข้าเฝ้าพระรามขอสวามิภักดิ์ พระรามให้กระทำพิธีดื่มน้ำสาบานแล้วรับไว้เป็นที่ปรึกษาการทำศึก ทศกัณฐ์วางแผนพระรามยกทัพกลับไปโดยบัญชาให้นางเบญกายผู้เป็นหลานสาวแปลงร่างเป็นนางสีดาทำเป็นตายลอยน้ำผ่านหน้าพลับพลาของพระราม เมื่อพระรามเข้าใจว่านางสีดาสิ้นพระชนม์แล้ว ก็จะเลิกการทำศึก ยกทัพกลับไป แผนการของทศกัณฐ์ไม่สำเร็จเพราะหนุมานจับได้ หนุมานได้นางเบญกายเป็นชายา

ฝ่ายพระรามบัญชาให้เหล่าทหารวานรถมทะเลเป็นถนนเพื่อเดินทัพไปยังลงกา โดยให้หนุมานและนิลพัทเป็นหัวหน้าคุมไพร่พลดำเนินการ หนุมานและนิลพัทซึ่งมีเรื่องเคืองใจกันมาก่อนทะเลาะกัน พระรามลงโทษให้นิลพัทไปดูแลนครขีดขิน และให้หนุมานจัดการจองถนนให้เสร็จ ทศกัณฐ์ส่งนางสุพรรณมัจฉาพาบริวารมาขนหินที่ทำถนนไปทิ้งเสีย หนุมานจับนางสุพรรณมัจฉาได้และได้นางเป็นชายาอีกตน นางสุพรรณมัจฉามีลูกกับหนุมาน นางไปสำรอกลูกชายไว้ที่หาด ลูกของนางเป็นลิงเผือก มีหางเป็นปลา เหล่าเทพเทวาตั้งชื่อว่ามัจฉานุ นางทิ้งลูกชายไว้ ต่อมาไมยราพเจ้าบาดาลนำไปเลี้ยงเป็นลูกบุญธรรม

ฝ่ายพระรามยกทัพข้ามมหาสมุทรไปตั้งทัพที่เขามรกต แล้วส่งองคตเป็นทูตไปถวายสาสน์แก่ทศกัณฐ์ให้คืนนางสีดา ทศกัณฐ์กลับพูดจาท้าทายให้รบกัน ทศกัณฐ์ยกฉัตรแก้วสุรกานต์ของท้าวธาดาพรหม ทำให้บังแสงพระอาทิตย์จนมืดมิด ฝ่ายพระรามมองไม่เห็นเมืองลงกา แต่ฝ่ายทศกัณฐ์มองเห็นกองทัพพระราม สุครีพอาสาทำลายฉัตรพังพินาศ แล้วสู้รบกับทศกัณฐ์ เอาเท้าคีบมงกุฎทศกัณฐ์ไปถวายพระราม ทศกัณฐ์เป็นทุกข์เสียพระทัยอย่างยิ่งที่ศัตรูมีฤทธาอำนาจ จึงให้ตามท้าวไมยราพซึ่งเป็นสหายรักมาช่วย ไมยราพสะกดกองทัพวานรหลับใหลทุกตนแล้วอุ้มพระรามไปไว้ในเมืองบาดาล หนุมานตามไปช่วยได้ ฆ่าไมยราพตาย หนุมานได้พบมัจฉานุผู้เป็นบุตร

ทศกัณฐ์เสียพระทัยอย่างยิ่งที่ไมยราพสิ้นชีวิต จากนั้นให้ตามกุมภกรรณผู้เป็นน้องมาช่วยรบ กุมภกรรณเป็นยักษ์ที่อยู่ในศีลธรรม แต่จำเป็นต้องช่วยพี่ชาย พระรามให้สุครีพออกไปสู้รบ กุมภกรรณจับตัวสุครีพได้ หนุมานตามไปช่วยแก้ไข กุมภกรรณสู้สองวานรไม่ได้จึงหนีเข้าเมือง กุมภกรรณขึ้นไปขอหอกโมกขศักดิ์จากพระพรหมลงมาสู้รบ แล้วไปทำพิธีลับหอกที่ริมฝั่งมหานทีสันดร หนุมานกับองคตแปลงร่างเป็นกาจิกสุนัขเน่าลอยน้ำมาใกล้ ทำให้กุมภกรรณผู้รักความสะอาดอย่างยิ่งต้องเลิกทำพิธีลับหอกโมกขศักดิ์ เมื่อออกรบ พระรามส่งพระลักษมณ์ไปรบ พระลักษมณ์ถูกหอกโมกขศักดิ์ซึ่งหากไม่สามารถช่วยได้ทันก่อนพระอาทิตย์ขึ้น จะต้องสิ้นชีวิต หนุมานเหาะขึ้นไปหยุดรถพระอาทิตย์ไว้ พระอาทิตย์จึงชักรถทรงเข้ากลีบเมฆ ไม่ให้แสงอาทิตย์ส่องไปยังพระลักษมณ์ แล้วหนุมานรีบไปเก็บใบสรรพยาบนยอดเขา จากนั้นไปขอน้ำปัญจมหานทีจากพระพรตที่เมืองอยุธยา พิเภกประกอบใบยาแก้ไขให้พระลักษมณ์รอดชีวิต กุมภกรรณจึงใช้กลศึกเนรมิตกายกั้นน้ำไว้ ทำให้กองทัพของพระรามไม่มีน้ำกินน้ำใช้ ภายในเจ็ดวันจะต้องตายสิ้น หนุมานแปลงร่างไปสืบจนรู้ว่ากุมภกรรณซ่อนตัวทดน้ำอยู่ที่ใด แล้วตามไปทำลายพิธี กุมภกรรณยกทัพออกมาสู้อีกครั้ง พระรามเสด็จไปรบด้วยพระองค์เอง พระรามจึงแผลงศรสังหารกุมภกรรณได้ ทศกัณฐ์โศกเศร้าเสียพระทัยอย่างยิ่งที่สูญเสียอนุชาไป

ทศกัณฐ์ให้อินทรชิตผู้เป็นโอรสออกรบกับฝ่ายพระราม พระลักษมณ์ยกกองทัพวานรไปสู้ อินทรชิตสู้ไม่ได้ ถอยทัพเข้าเมืองแล้วไปทำพิธีชุบศรนาคบาศ บนยอดเขาคีรีเป็นเวลา ๗ วัน ทศกัณฐ์จึงให้มังกรกัณฐ์ซึ่งเป็นหลานออกรบขัดตาทัพไปก่อน พระรามปราบมังกรกัณฐ์ได้ พิเภกกราบทูลพระรามว่าอินทรชิตทำพิธีชุบศรนาคบาศอยู่ในโพรงไม้โรทันที่เขาอากาศคีรี นาคจะพากันมาคายพิษรดที่ศรทุกเวลา หากครบ ๗ ราตรี ศรนาคบาศจะมีฤทธิ์อำนาจจนไม่อาจปราบได้ วิธีทำลายพิธีคือให้หมีกัดไม้โรทันทำให้นาคตกใจหนีไป ชามพูวราชอาสาแปลงร่างเป็นหมีไปทำลายพิธี อินทรชิตจึงชุบศรนาคบาศไม่สำเร็จ อินทรชิตยกทัพออกมารบด้วยความโกรธแค้น แผลงศรนาคบาศเป็นนาครัดพระลักษมณ์และไพร่พลวานรสิ้นสติหมดสิ้น พระรามมาช่วยโดยแผลงศรพลายวาตไปเรียกพญาครุฑ เมื่อพญาครุฑเหาะมา เหล่านาคกลัวพากันคลายรัด แทรกหนีลงไปในดิน พระลักษมณ์และเหล่าวานรจึงฟื้นคืนสติ เมื่อทศกัณฐ์และอินทรชิตทราบเรื่อง อินทรชิตลาพระบิดาไปชุบศรพรหมาสตร์เป็นเวลา ๓ วัน ห้ามผู้ใดไปรบกวน ทศกัณฐ์ให้กำปั่นทหารเอกออกไปรบขัดตาทัพ กำปั่นถูกหนุมานฆ่าตาย ทศกัณฐ์ตกพระทัยส่งคนไปตามอินทรชิตโดยลืมความที่อินทรชิตสั่งไว้ ทำให้เสียพิธี อินทรชิตแปลงร่างเป็นพระอินทร์ยกไปรบกับพระลักษมณ์ พระลักษมณ์ตกตะลึงชมกองทัพพระอินทร์ อินทรชิตจึงแผลงศรถูกพระลักษมณ์และพลวานร หนุมานเหาะขึ้นไปสู้กับอินทรชิต ก็ถูกหวดด้วยศรตกลงมาสลบ พระรามเสด็จไปหาพระอนุชากลางสนามรบ เมื่อเห็นพระลักษมณ์สิ้นสมประดี พระองค์ก็เสียพระทัยจนสลบไป ทศกัณฐ์ได้ข่าวว่าทั้งพระราม พระลักษมณ์และไพร่พลวานรสิ้นชีวิตหมด ก็ดีพระทัยอย่างยิ่ง ให้นางสีดาและนางตรีชฎาชายาของพิเภกพาขึ้นบุษบกแก้วไปดูเหตุการณ์ด้วยตาของนางเอง นางสีดาเข้าพระทัยว่าพระรามสิ้นพระชนม์ จึงร้องไห้จนสิ้นสติไป นางตรีชฎาปลุกไห้ฟื้นแล้วกราบทูลยืนยันว่าพระรามไม่สิ้นพระชนม์แน่นอน เพราะบุษบกแก้วนี้เป็นที่เสี่ยงทาย หากผู้ใดเป็นหญิงหม้ายขึ้นประทับ บุษบกจะไม่ลอยขึ้น นางสีดาจึงขึ้นบุษบกแล้วอธิษฐานเสี่ยงทาย

เมื่อพิเภกทราบข่าวได้บอกวิธีแก้ไขพิษศรพรหมมาสตร์ โดยหนุมานไปเอายาที่เขาอาวุธซึ่งมีจักรกรดพัดหมุนอยู่ตลอดเวลา หนุมานแบกภูเขาอาวุธไปทางทิศอุดรลมพัดเอากลิ่นยาไปต้องพระลักษมณ์และพลวานร จึงฟื้นคืนสติกันทุกคน อินทรชิตไปทำพิธีกุมภนิยาที่ภูเขาจักวาลภายใน ๗ วันเพื่อให้ร่างกายเป็นกายสิทธิ์ ฆ่าไม่ตาย ในระหว่างนี้ให้ทศกัณฐ์สั่งให้สุขาจารแปลงร่างเป็นนางสีดา นำขึ้นรถไปถึงกองทัพพระราม แล้วตัดศีรษะโยนลงไป พระรามและพระลักษมณ์หลงเชื่อว่านางสีดาสิ้น แต่สุครีพ หนุมานและองคตพิสูจน์ได้ว่าเป็นนางสีดาแปลง พิเภกเล็งเห็นว่าอินทรชิตชะตาถึงฆาต จึงกราบทูลให้พระลักษมณ์ไปทำลายพิธีกุมภนิยาของอินทรชิต พระลักษมณ์ต่อสู้กับอินทรชิตเป็นเวลานาน ในที่สุดฆ่าอินทรชิตตายได้สำเร็จ พระลักษมณ์บัญชาให้องคตเหาะขึ้นไปขอพานแว่นฟ้าจากพระพรหมธาดามารับรองเศียรอินทรชิต เพราะอินทรชิตได้รับพรจากพระพรหมว่าหากสิ้นชีวิต เศียรตกถึงพื้นดิน จะเกิดไฟบรรลัยกัลป์ไหม้ไปทั่วจักรวาล

เมื่ออินทรชิตสิ้นชีวิต ทศกัณฐ์เสียพระทัยจนสั่งประหารนางสีดา แต่มีผู้ทูลทัดทานไว้ หลังเผาศพ อินทรชิต ทศกัณฐ์ออกรบกับพระราม จนสิ้นวันยังไม่สามารถเอาชนะได้ จึงเลิกทัพกลับเมือง สหัสเดชะและมูลพลัมสองพี่น้องผู้เป็นสหายรักของทศกัณฐ์ยกทัพมาช่วยรบ มูลพลัมถูกพระลักษมณ์ฆ่าตาย ส่วนสหัสเดชะได้รับพรจากพระพรหมให้ไพร่พลคู่ต่อสู้ขยาดกลัวหนีไป พิเภกแนะนำให้หนุมานปลอมตัวเป็นลิงน้อยไปสวามิภักดิ์ต่อสหัสเดชะแล้วล่อลวงเอาคฑาเพชรอาวุธคู่มือมาได้ หนุมาจับสหัสเดชะมัดประจานแล้วฆ่าให้ตาย ทศกัณฐ์ให้ตามแสงอาทิตย์ลูกพญาขรมาช่วยรบ แสงอาทิตย์มีแว่นแก้วเป็นอาวุธ ฝากไว้กับพระอินทร์ องคตอาสาปลอมตัวเป็นแสงอาทิตย์ไปขอรับแว่นแก้วมาได้ แสงอาทิตย์จึงถูกพระรามฆ่าตาย ทศกัณฐ์ออกรบกับพระราม แต่พ่ายแพ้ต้องยกทัพกลับ ทศกัณฐ์ให้ท้าวสัตลุงและตรีเมฆมาช่วยรบ สุครีพและหนุมานเข้าต่อสู้ แต่ไม่อาจเอาชนะได้ไพร่พลวานรตายสิ้น พระรามและพระลักษมณ์จึงแผลงศรฆ่าท้าวสัตลุงและชุบชีพพลวานร พญาตรีเมฆแทรกหนีลงไปใต้บาดาล หนุมานตามไปประหาร ทศกัณฐ์จึงทำพิธีอุโมงค์เพื่อชุบร่างให้เป็นกายสิทธิ์ฆ่าไม่ตาย สุครีพ นิลนนท์และหนุมานไปทำลายพิธีโดยนำน้ำล้างเท้านางเบญกายไปรดที่แผ่นหินปิดปากอุโมงค์ แล้วนำนางมณโฑมาลวนลาม ทำให้ทศกัณฐ์ตบะแตก ประกอบพิธีไม่สำเร็จ ทศกัณฐ์ให้ตามท้าวสัทธาสูรและวิรุญจำบังมาช่วยรบ หนุมานฆ่าท้าวสัทธาสูรตาย ส่วนวิรุญจำบังเสกผ้าพยนต์เป็นยักษ์จำแลง ส่วนตัวเองหนีไปซ่อนตัว โดยแปลงเป็นตัวไรซ่อนอยู่ในฟองมหาสมุทรในทะเลสีทันดร หนุมานตามพบโดยนางวานรินทร์บอกทางให้ จึงฆ่าวิรุญจำบังตาย

ทศกัณฐ์ไปทูลท้าวมาลีวราชผู้เป็นลุงมาช่วย เพราะเป็นผู้มีวาจาสิทธิ์ หากสาปแช่งพระรามพระลักษมณ์ทั้งสองก็ไม่สามารถเอาชนะได้ แต่ท้าวมาลีวราชมีความเที่ยงธรรมจึงได้ทูลเชิญพระราม นางสีดา และทศกัณฐ์ มาพิจารณาความพร้อมกันกลางสนามรบ แล้วตัดสินให้ทศกัณฐ์คืนนางสีดาไป ทศกัณฐ์ไม่ยอมและโกรธท้าวมาลีวราชไม่ยอมเข้าข้างตน ทศกัณฐ์ทำพิธีปลุกเสกหอกกบิลพัทที่หาดทรายกรด ปั้นรูปเทวดาทิ้งในกลองเพลิง หากทำพิธีครบ ๓ วัน หอกกบิลพัทจะสังหารเทวดาได้ทุกองค์รวมทั้งพระอินทร์ พระอิศวรจึงทรงบัญชาให้พาลีเทพบุตรทำลายพิธี ทศกัณฐ์ยกทัพออกมารบต้องการสังหารพิเภก แต่พระลักษมณ์เข้าช่วยจึงถูกหอกกบิลพัท หนุมานไปนำยาสังกรณีตรีชวาจากภูเขาสัญชีพสัญญี มูลโคอุสุภราชจากถ้ำอินทกาล นำหินบดยามาจากพญานาคใต้บาดาล และลูกหินซึ่งทศกัณฐ์ใช้หนุนนอน มาประกอบยาแก้ฤทธิ์หอกกบิลพัท ช่วยชีวิตพระลักษมณ์ได้ นอกจากนี้ในขณะที่ไปนำลูกหินบดยาหนุมานสะกดร่ายมนตร์สะกดผูกผมทศกัณฐ์กับนางมณโฑไว้ด้วยกัน ผมจะหลุดออกจากกันได้ก็ต่อเมื่อนางมณโฑตบเศียรทศกัณฐ์ ๓ ที ทศกัณฐ์จึงได้รับความอับอายและกริ้วโกรธพิเภกมากที่บอกความลับทุกอย่างแก่ศัตรู ทศกัณฐ์เชิญท้าวทัพนาสูรพี่ชายมาช่วยรบ ทัพนาสูรเนรมิตตนใหญ่เท่าจักรวาล แทรกพื้นดินลงไป เหลือแต่ศรีษะ อ้าปากแลบลิ้นบังดวงอาทิตย์ แล้วเอาสองมือโอบกองทัพวานรเข้าปากกิน ถูกสุครีพตัดแขนตัดขา แล้วพระรามแผลงศรสังหารพร้อมตัดไส้พุงให้วานรที่ถูกกินออกมา พระอินทร์พรหมน้ำทิพย์ให้เหล่าวานรคืนชีวิต ต่อมานางมณโฑช่วยสวามีโดยการทำพิธีสัญชีพ ทำให้เกิดน้ำทิพย์ เมื่อรดศพของทหารยักษ์จะกลับคืนชีวิตดังเดิม

ฝ่ายทศคีรีวันและทศคีรีธร ลูกของทศกัณฐ์เกิดจากนางช้าง ต่อมาท้าวอัศกรรณมาราขอไปเลี้ยง เมื่อทราบข่าวว่าทศกัณฐ์ทำศึกจึงยกทัพมาช่วย พระลักษมณ์ฆ่าตายทั้งสองตน พอดีนางมณโฑทำน้ำทิพย์สำเร็จส่งมาถวาย ทศกัณฐ์พรมน้ำทิพย์ในสนามรบทำให้ญาติพี่น้องเพื่อนฝูงรวมทั้งไพร่พลยักษ์ที่สิ้นชีวิตไปแล้ว กลับคืนมาใหม่เป็นปีศาจ ทศกัณฐ์ดีพระทัยสั่งกองทัพรุกรบหนุนเนื่องไม่ขาดสาย หากตายก็พรมน้ำทิพย์ให้ฟื้นใหม่ ฝ่ายพระรามสงสัยว่าเหตุใดกองทัพทศกัณฐ์กลับมีไพร่พลมากขึ้น เมื่อพิเภกกราบทูลให้ทรงทราบพระรามส่งหนุมานมาทำลายพิธีสัญชีพสำเร็จ

ต่อมาพระรามทำศึกกับทศกัณฐ์ แผลงศรตัดแขนตัดขาตัดเศียรทศกัณฐ์ได้ แต่ทศกัณฐ์ก็ไม่สิ้นชีวิต เศียรและแขนขากับต่อติดตามเดิม พิเภกกราบทูลว่าทศกัณฐ์ทำพิธีถอดดวงใจ ใส่แท่งแก้วฝากพระฤษีโคบุตรให้รักษา หนุมานพร้อมองคตอาสาไปขโมยแท่งศิลาแก้วใส่ดวงใจทศกัณฐ์มาได้ หนุมานให้องคตรักษาแท่งศิลาไว้แล้วเหาะไปรออยู่บนท้องฟ้า ส่วนตนลวงพระฤษีให้พาไปสมัครเป็นข้ารับใช้ทศกัณฐ์ ทศกัณฐ์หลงเชื่อจนถึงกับรับไว้เป็นโอรสและให้เป็นแม่ทัพยกไปรบกับฝ่ายพระราม หนุมานอาสารบเพียงตนเดียว ได้หวดซ้ายป่ายขวาทหารวานรหนีไปจนหมด แล้วพูดจาท้าทายพระลักษมณ์ก่อนยกทัพเข้าเมือง ทศกัณฐ์ทราบเรื่องยิ่งตายใจว่าหนุมานเป็นพวกตน รุ่งขึ้นพระรามยกทัพมารบด้วยพระองค์เพราะทราบว่าหนุมานทำอุบาย หนุมานอาสาออกรบและชักชวนให้ทศกัณฐ์เสด็จไปเป็นประธานในกองทัพ เมื่อถึงสนามรบหนุมานเหาะขึ้นไปพบองคตแล้วนำแท่งศิลาแก้วบรรจุดวงจิตทศกัณฐ์ถวายพระรามแล้วนัดแนะให้พระองค์เสด็จไปรบ เมื่อทศกัณฐ์รู้ตัวว่าพ่ายแพ้ ขอกลับไปลานางมณโฑและบ้านเมือง รุ่งขึ้นทศกัณฐ์ยกทัพมารบด้วยขัตติมานะ และสิ้นชีวิตด้วยศรพระราม

พระอินทร์ให้นางอัปสรนำเครื่องมูรธาภิเษกสำหรับสระสนานและเครื่องทรงมาให้นางสีดา นางขึ้นบุษบกแก้วไปเฝ้าพระรามพร้อมเหล่านางใน นางสีดาขอลุยไฟพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของนางว่ามิได้แปะเปี้อนราคีขณะอยู่ในเมืองยักษ์ ด้วยความสัตย์ซื่อตรงของนาง ทำให้เกิดดอกบัวรองรับทุกย่างก้าว พระรามมีราชโองการให้พิเภกครองเมืองลงกา พิเภกทำพิธีปลงพระศพทศกัณฐ์อย่างสมเกียรติ และรับเสด็จพระราม พระลักษมณ์ นางสีดา เข้าประทับที่เมืองลงกา

พระรามเสด็จกลับอยุธยาเพราะใกล้ครบ ๑๔ ปี หากพระองค์ไม่เสด็จกลับพระพรตและพระสัตรุดจะฆ่าตัวตายในกองไฟ เมื่อเสด็จข้ามมหาสมุทรแล้ว พระรามแผลงศรทำลายถนนที่จองข้ามมา จากนั้นก็เดินทางเข้าป่า กล่าวถึงบรรลัยกัลป์โอรสทศกัณฐ์กับนางกาลอัคคี พญานาคขอไปเลี้ยงเป็นลูกตั้งแต่อายุ ๕ ปี เกิดฝันร้ายจึงขอลาพญานาคไปเยี่ยมทศกัณฐ์ เมื่อทราบข่าวจากมารดา ได้ติดตามกองทัพพระรามไป พระรามให้หนุมานไปขัดขวาง หนุมานแปลงร่างเป็นมหิงสาติดหล่มดักทางไว้ ได้ต่อสู้กับบรรลัยกัลป์แต่จับตัวไม่ได้ ลื่นหลุดทุกครั้งเพราะอาบว่านยาไว้ หนุมานเหาะไปถามพระฤษีทิศไพถึงวิธีแก้ไข พระฤษีแสดงอุบายหนุมานเข้าใจ เหาะกลับไปต่อสู้โดยเอาฝุ่นทรายซัดเข้าต้องกายจึงจับตัวและฆ่าบรรลัยกัลป์ตายได้ พระรามเดินทางถึงอยุธยา ทำพิธีราชาภิเษกและพระราชทานบรรดาศักดิ์และสร้างรางวัลแก่เหล่าวานร พระรามตั้งเป็นพญาหนุมานเป็นพญาอนุชิตและพระราชทานเมืองอยุธยาให้ครึ่งหนึ่งตามสัญญา แต่พญาอนุชิตไม่มีความสุขเลย พระรามจึงสร้างเมืองให้ใหม่ ชื่อว่าเมืองนพบุรี

ฝ่ายท้าวมหาบาลสหายรักของทศกัณฐ์ยกทัพมาลงกา เมื่อรู้ข่าวว่าทศกัณฐ์สิ้นชีวิตและพิเภกได้ครองเมืองพระนามว่าท้าวทศคีรีวงศ์ จึงต้องการทำศึก พระรามส่งหนุมานช่วยรบหลังกลับไปครองเมืองนพบุรีไม่นาน หนุมานสละเมืองออกไปบำเพ็ญพรตโดยทำพิธีแปลงเพศเป็นมนุษย์ก่อน

ฝ่ายนางมณโฑคลอดโอรสที่เกิดแต่ทศกัณฐ์ ท้าวทศคีรีวงศ์เข้าใจว่าเป็นลูกของตน ตั้งชื่อว่าไพนาสุริวงศ์ ขณะเดียวกันนางเบญกายก็มีโอรสเกิดแต่หนุมานได้ชื่อว่า อสุรผัด เมื่อไพนาสุริวงศ์เติบโตขึ้น รู้ความจริง ได้ชักชวนพี่เลี้ยงหนีไปกราบทูลท้าวจักวรรดิเมืองมลิวัน ซึ่งเป็นสหายของทศกัณฐ์ให้มาแก้แค้นให้บิดาท้าวจักรวรรดิยกทัพมารบ จับตัวท้าวทศคีรีวงศ์ได้ ให้ไพนาสุริวงศ์ครองเมืองพระนามว่าท้าวทศพิน อสุรผัดเดินทางไปตามหาพญาอนุชิตผู้เป็นบิดาเพื่อบอกให้รู้ว่าท้าวจักรวรรดิยึดเมืองลงกาได้ พญาอนุชิตจึงลาพรตแล้วไปกราบทูลพระราม พระรามให้พระพรต พระสัตรุด เป็นแม่ทัพยกไปตีเมืองลงกาคืนได้ และยกไปตีเมืองมลิวันของท้าวจักรวรรดิ ศึกท้าวจักรวรรดิคล้ายคลึงกับศึกทศกัณฐ์ทุกอย่าง ในที่สุดท้าวจักรวรรดิก็พ่ายแพ้

วันหนึ่งเมื่อพระรามและพระลักษมณ์เสด็จประพาสป่า นางอดูลต้องการแก้แค้นที่พระรามฆ่าทศกัณฐ์ ได้หลอกให้นางสีดาวาดรูปทศกัณฐ์ให้ชม แล้วเข้าไปสิงในรูปนั้นทำให้ลบรูปไม่ได้ เมื่อพระรามพบรูปทศกัณฐ์ในห้องบรรทม จึงกริ้วโกรธสั่งให้พระลักษมณ์ประหารนางสีดาแล้วควักหัวใจมาให้ดู พระลักษมณ์ไม่อาจสังหารได้ จึงปล่อยนางเข้าป่า แล้วฆ่ากวางเอาดวงใจไปถวายพระราม นางสีดาไปอาศัยอยู่กับพระฤษีวัชรมฤค และคลอดโอรสชื่อพระมงกุฎ วันหนึ่งพระฤษีคิดว่าพระมงกุฎหายไปจึงวาดรูปกุมารขึ้นใหม่ เมื่อนางสีดาพาพระมงกุฎกลับมา พระฤษีจะลบรูปทิ้ง นางสีดาจึงขอให้พระฤษีชุบให้เป็นคนตามความตั้งใจเดิม แล้วเลี้ยงเป็นลูกให้ชื่อว่าพระลบ

วันหนึ่งพระมงกุฎและพระลบลองฤทธิ์ศรที่พระฤษีมอบให้เกิดเสียงก้องกัมปนาทไปถึงอยุธยา พระรามให้พระพรต พระสัตรุด และหนุมานยกทัพมาปราบ จับพระมงกุฎได้นำตัวไปถวายพระราม พระลบตามไปช่วยพี่ชายหลุดพ้นได้ พระรามตามไป เมื่อรบกันจึงทราบว่าเป็นโอรสพระรามจึงตามไปขอโทษนางสีดาและเชิญเข้าเมือง นางสีดาปฏิเสธ พระรามทำอุบายลวงว่าสิ้นพระชนม์ นางสีดาจึงยอมเสด็จมาปลงพระศพ แต่เมื่อทราบความจริงก็กริ้ว หนีลงไปยังเมืองบาดาล พิเภกกราบทูลให้พระรามเดินป่าเพื่อสะเดาะเคราะห์เป็นเวลา ๑ ปี ระหว่างเดินป่าทรงทำศึกกับพญายักษ์หลายตน เมื่อครบปีพระรามเสด็จกลับอยุธยา พระอิศวรไกล่เกลี่ยให้นางสีดายอมคืนดีกับพระราม แล้วทรงจัดการอภิเษกอีกครั้งหนึ่ง

ฝ่ายเมืองไกยเกษ ซึ่งเป็นเมืองของพระอัยกาของพระพรต เกิดมีพญายักษ์ชื่อท้าวคนธรรพ์นุราชกับโอรสชื่อวิรุณพัทยกทัพมายึดเมือง พระรามสั่งให้พระพรต พระสัตรุด พระมงกุฎและพระลบยกไปทำศึก พระลบฆ่าวิรุณพัท ส่วนพระมงกุฎฆ่าท้าวคนธรรพ์นุราช จากนั้นจึงทูลให้ท้าวไกยเกษกลับเมือง พระพรต พระสัตรุด พาพระมงกุฎและพระลบมาส่งที่เมืองอยุธยา จากนั้นพระพรต พระสัตรุด และท้าวพญาทั้งหลายแยกย้ายกลับเมืองของตน พระรามครองกรุงอยุธยาอย่างสงบสุข

ตัวละครหลัก[แก้]

ตัวละครหลักที่ปรากฏในเรื่อง มีดังนี้

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

หนังสืออ่านเพิ่ม[แก้]

  • Thai Ramayana (abridged) as written by King Rama I, ISBN 974-7390-18-3
  • The story of Ramakian - From the Mural Paintings along the Galleries of the Temple of the Emerald Buddha, ISBN 974-7588-35-8

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]