ม้าเจ๊ก

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ม้าเจ๊ก
Ma Su Portrait.jpg
ภาพวาดม้าเจ๊ก สมัยราชวงศ์ชิง
ที่ปรึกษาแห่งจ๊กก๊ก
เกิด ค.ศ. 190
ถึงแก่กรรม ค.ศ. 228
ชื่อ
อักษรจีนตัวเต็ม 馬謖
อักษรจีนตัวย่อ 马谡
พินอิน Mǎ Sù
สำเนียงจีนกลาง หม่าซู่
สำเนียงจีนฮกเกี้ยน ม้าเจ๊ก
สัทอักษรแบบเวด-ไจลส์ Ma Su
ชื่อรอง อิ้วฉาง

ม้าเจ๊ก (อังกฤษ: Ma Su; จีนตัวย่อ: 马谡; จีนตัวเต็ม: 馬謖; พินอิน: Mǎ Sù; ค.ศ. 190ค.ศ. 228 [1]) เป็นหนึ่งในที่ปรึกษาหรือกุนซือและแม่ทัพคนหนึ่งของจ๊กก๊ก

ประวัติ[แก้]

ม้าเจ๊กเป็นกุนซือและแม่ทัพหนุ่มที่ติดตามขงเบ้งมานาน เป็นน้องชายของม้าเลี้ยง ช่วยขงเบ้งวางแผนการรบมีความชอบหลายครั้ง เป็นผู้ที่หลังศึกเซ็กเพ็ก เมื่อโจโฉแตกพ่ายทัพง่อก๊กของจิวยี่แล้ว ขงเบ้งได้ถามถึงสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นภายภาคหน้ากับม้าเจ๊ก ม้าเจ๊กสามารถตอบได้อย่างตรงใจขงเบ้ง ขงเบ้งถึงกับกล่าวยกย่องว่า ท่านทำให้ข้าพเจ้าทึ่ง แต่เป็นผู้ที่ก่อนพระเจ้าเล่าปี่จะสิ้นพระชนม์ได้ถามขงเบ้งว่า ท่านว่า ม้าเจ๊กผู้นี้ท่านเห็นเป็นเช่นไร ขงเบ้งตอบว่า เป็นคนที่อัจฉริยะที่สุดในโลก แต่พระเจ้าเล่าปี่ไม่เห็นด้วยและเตือนขงเบ้งว่า ม้าเจ๊ก เป็นคนที่พูดจาใหญ่โตเกินจริง ให้ทำงานใหญ่ไม่ได้ ให้พึงระวัง

ม้าเจ๊กเป็นผู้ที่แนะนำขงเบ้งว่าเมื่อจับตัวเบ้งเฮ็กแล้วให้ปล่อยตัวทุกครั้ง จนสามารถเอาชนะใจเบ้งเฮ็กและชาวเผ่าม่าน และม้าเจ๊กผู้นี้ยังเป็นผู้คิดอุบายที่จะยุยงพระเจ้าโจยอยให้ระแวงสุมาอี้จนสุมาอี้ถูกปลดจากตำแหน่งไปพักใหญ่ ก่อนที่จะได้คืนตำแหน่งในเวลาต่อมา

เมื่อครั้งที่ขงเบ้งนำทัพบุกกิสาน ม้าเจ๊กต้องการสร้างความชอบจึงอาสาไปรักษาเมืองเกเต๋งซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ โดยเอาชีวิตของตนเองเป็นประกัน ซึ่งก่อนออกรบขงเบ้งกำชับให้ม้าเจ๊กตั้งค่ายคร่อมทางเข้าเมืองเกเต๋ง แต่ม้าเจ๊กไม่ฟังคำขงเบ้งถือตัวเองว่าชำนาญพิชัยสงคราม เลยถูกสุมาอี้ตัดทางลำเลียงน้ำ และจุดไฟเผาทำให้แตกพ่ายเสียเมืองเกเต็ง จึงถูกขงเบ้งสั่งประหาร เมื่อได้ประหารไปแล้ว ขงเบ้งร่ำไห้ บรรดาขุนนางและนายทหารปลอบขงเบ้งว่า ท่านอย่าได้เสียใจไปเลย คนทำผิดถูกประหารก็เห็นชอบแล้ว ขงเบ้งตอบว่า ข้าพเจ้ามิได้เสียใจที่ประหารม้าเจ๊ก แต่เสียใจตัวเองที่ครั้งพระเจ้าเล่าปี่ก่อนสวรรคตได้เตือนถึงเรื่องม้าเจ๊กแล้ว แต่ตนไม่ฟังเอง จึงเสียการใหญ่ จากนั้นจึงได้ขอพระราชทานเงินเลี้ยงดูครอบครัวม้าเจ็กไปตลอดชีพ และทูลขอพระเจ้าเล่าเสี้ยนลดตำแหน่งตัวเองลง 3 ขั้น เพื่อเป็นการลงโทษ แต่ก็ยังคงกุมอำนาจทางการสั่งการอยู่

ครอบครัว[แก้]

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. de Crespigny, Rafe (2007). A biographical dictionary of Later Han to the Three Kingdoms (23–220 AD). Brill. p. 649. ISBN 978-90-04-15605-0. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]