การบุกลงใต้ของจูกัดเหลียง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
การบุกลงใต้ของจูกัดเหลียง
เป็นส่วนหนึ่งของ สงครามในยุคสามก๊ก
Zhuge Liang's Southern Campaign.png
เส้นทางการเคลื่อนทัพลงใต้ของจ๊กก๊ก
วันที่ ฤดูใบไม้ผลิ — ฤดูหนาว ค.ศ. 225
สถานที่ น่านจง, (ปัจจุบันคือ ยูนนาน, กุ้ยโจว และทางใต้ของ เสฉวน),  จีน
ผลลัพธ์
คู่ขัดแย้ง
จ๊กก๊ก
  • กองทัพหลวงจากเซงโต๋
  • กองทัพแต่ละสังกัด

ชาวม่านที่เข้าด้วยขงเบ้ง
ทหารเบ้งเฮ็กที่แปรพักตร์

ทหารจ๊กก๊กที่ก่อกบฏ
ชาวน่านม่าน
  • กองทัพของเบ้งเฮ็ก
  • กองทัพชนเผ่าต่าง ๆ
  • กองทัพเกราะหวาย

สนับสนุน
วุยก๊ก

ผู้บัญชาการหรือผู้นำ
จูกัดเหลียง (ขงเบ้ง)
จูล่ง
อุยเอี๋ยน
อองเป๋ง
ม้าต้าย
เตียวหงี
ม้าตง
เอียวหอง
สุนา โทษประหารชีวิต
ห้วยหลำ โทษประหารชีวิต
ยงคี  
จูโพ
โกเตง
เบ้งเฮ็ก
เบ้งฮิว
นางจกหยง
โต้สู้ไต้อ๋อง 
บกล๊กไต๋อ๋อง 
ออโกก๊ก 
สนับสนุน
สุมาอี้

การบุกลงใต้ของจูกัดเหลียง (จีน: 諸葛亮南征) สงครามในที่เกิดขึ้นในช่วง ค.ศ. 225 ระหว่างช่วงต้น ยุคสามก๊ก ของจีน (220—280) นำโดย จูกัดเหลียง อัครมหาเสนาบดีแห่ง จ๊กก๊ก


เบื้องหลังและสาเหตุ[แก้]

หลังจากพระเจ้าเล่าปี่สิ้นพระชนม์ ขงเบ้งได้ค้ำชูพระเจ้าเล่าเสี้ยนขึ้นเป็นฮ่องเต้แห่งแคว้นจ๊กก๊ก สุมาอี้จึงใช้แผนกองทัพ 500,000 นาย โดยแบ่งเป็น 5 สาย คือ

สายที่ 1 คือโจจิ๋น บุกด่านแฮบังก๋วน แต่ขงเบ้งส่งจูล่งไปตั้งรับแต่ไม่ออกรบ จนกองทัพโจจิ๋นถอยไปเอง

สายที่ 2 คือเบ้งเฮ็ก ขงเบ้งสั่งอุยเอี๋ยนไปตั้งรับโดยใช้กลยุทธ์ และเป็นจุดกำเนิดการยกทัพปราบปรามเบ้งเฮ็กของขงเบ้ง

สายที่ 3 คือเผ่าเกี๋ยง ขงเบ้งส่งม้าเฉียวไปตั้งรับ ชาวเผ่าเกี๋ยงนับถือม้าเฉียวมาก จึงไม่รบด้วยกับม้าเฉียว

สายที่ 4 คือเบ้งตัด ขงเบ้งใช้ลิเงียมเกลี้ยกล่อมเบ้งตัดไม่ให้เคลื่อนพล

ส่วนสายที่ 5 คือซุนกวนแห่งง่อก๊ก ขงเบ้งส่งเตงจี๋ไปเชื่อมสัมพันธไมตรี

หลังจากขงเบ้งใช้กลอุบายสลายกองทัพ 500,000 นาย ของวุยก๊กสำเร็จ โดยการส่งเตงจี๋ไปเป็นทูตเพื่อคืนดีกับง่อก๊ก ได้เกิดการก่อกบฏของเบ้งเฮ็กขึ้น ทำให้ขงเบ้งต้องเรียกตัวจูล่งซึ่งกำลังยกทัพไปช่วยง่อก๊กทำศึกกับวุยก๊กซึ่งนำโดยโจผีกลับเพื่อรับศึกเบ้งเฮ็กและทหารจ๊กก๊กที่ก่อกบฏ

ยุทธการและการจับกุม[แก้]

การรบกับชาวม่านของขงเบ้ง มีทั้งหมด 7 ครั้งด้วยกันคือ

ครั้งที่ 1 เบ้งเฮ็กส่งกิมห้วน สุนา และห้วยหลำออกมา สู้รบกับกองทัพจ๊กก๊ก กิมห้วนถูกสังหารกลางสนามรบ ส่วนสุนากับห้วยหลำถูกจับเป็นเชลยและยอมเข้ากับขงเบ้ง ทำให้เบ้งเฮ็กยกทัพออกมาเอง อองเป๋งแกล้งรบแพ้เพื่อล่อเข้าวงซุ่ม ทำให้จับตัวเบ้งเฮ็กได้สำเร็จ

ครั้งที่ 2 เบ้งเฮ็กตั้งมั่นในค่ายไม่ออกรบ โดยใช้แม่น้ำลกซุยขวางกั้น ทำให้ทหารจ๊กก๊กซึ่งนำโดยม้าต้ายป่วยตายเกือบทั้งกองทัพ ห้วยหลำซึ่งเป็นไส้ศึกให้กับขงเบ้งขี่ม้าข้ามแม่น้ำมาบอกวิธีข้ามแม่น้ำ ทำให้ม้าตายนำกองทัพข้ามแม่น้ำสำเร็จ

เบ้งเฮ็กได้ส่งสุนานำทหารออกไปตั้งรับม้าต้าย แต่กลับแกล้งแพ้จึงถูกลงโทษ ทำให้สุนากับห้วยหลำเกิดความแค้น จึงนำทหารเข้าไปจับเบ้งเฮ็กส่งให้ขงเบ้ง(วรรณกรรมบางฉบับบอกว่าสุนากับห้วยหลำถูกสังหารโดยเบ้งเฮ็ก)

ครั้งที่ 3 หลังจากถูกปล่อยตัว เบ้งเฮ็กใช้กลอุบายให้เบ้งฮิวแกล้งสวามิภักดิ์ แต่ถูกซ้อนกลโดยขงเบ้ง ซึ่งขงเบ้งได้สั่งทหารมอมสุราเบ้งฮิวกับทหารทั้งหมด แล้วใช้กลยุทธ์ค่ายร้างเพื่อล่อเบ้งเฮ็กเข้าวงซุ่ม ทำให้ถูกจับได้ในที่สุด

ครั้งที่ 4 เบ้งเฮ็กได้รวบรวมกองทัพจากหลายชนเผ่าได้ 200,000 คน ออกมาท้ารบกับขงเบ้ง ขงเบ้งจึงยกทัพเข้าค่าย โดยตั้งค่ายร้างที่ริมแม่น้ำเซียงหยีเพื่อล่อเบ้งเฮ็กมาปล้นค่ายแล้วตีตลบหลัง ทำให้จับกุมได้สำเร็จ

ครั้งที่ 5 เบ้งเฮ็กใช้กลยุทธ์คล้าย ๆ ครั้งที่ 2 โดยการตั้งรับอยู่ในถ้ำของโต้สู้ไต้อ๋อง แล้วถมทางลำธารด้วยมูลสัตว์ที่ตายแล้ว ทำให้ทหารอองเป๋งที่ลาดตระเวนในป่าดื่มน้ำจากลำธารถูกพิษจนป่วยและเป็นใบ้ แต่ได้เบ้งเจียดพี่ชายของเบ้งเฮ็กช่วยเอาไว้ ทำให้กองทัพขงเบ้งรอดชีวิต

ในขณะที่เอียวหองซึ่งขงเบ้งได้เคยไว้ชีวิตและเป็นคู่อริกับเบ้งเฮ็ก ได้ใช้อุบายนำกองทัพ 30,000 นาย ทำทีว่ามาช่วยเบ้งเฮ็ก โดยใช้อุบายนางระบำมอมสุราแล้วจับเบ้งเฮ็กและพรรคพวกไปให้ขงเบ้ง

ครั้งที่ 6 หลังจากถูกปล่อยตัว ขงเบ้งยกทัพตีสำกั๋งแตก โต้สู้ไต้อ๋องเสียชีวิตกลางสนามรบ จากนั้นขงเบ้งได้ตั้งค่ายที่นั่น แล้วสั่งให้เตียวหงีและม้าตงนำทหารไปหน้าเมืองงินแข แต่ถูกนางจกหยงจับไปเป็นเชลย ขงเบ้งใช้อุบายให้อุยเอี๋ยนกับจูล่งแกล้งรบแพ้ เพื่อล่อเข้าหุบเขาแล้วสั่งทหารโยนตะข่ายเพื่อจับกุม ทำให้นางจกหยงถูกจับ ขงเบ้งจึงใช้นางเป็นตัวประกันเพื่อแลกกับเตียวหงีและม้าตงซึ่งถูกเชลย เบ้งเฮ็กจึงไปขอความช่วยเหลือจากบกล๊กไต้อ๋อง

ขงเบ้งสั่งให้จูล่งและอุยเอี๋ยนยกทัพไปตั้งรับบกล๊กไต้อ๋องนำทัพ บกล๊กไต้อ๋องซึ่งบัญชาการบนหลังช้างได้มนต์เรียกเสือออกมาเพื่อข่มขวัญทหารฝ่ายจ๊กก๊ก แล้วจากนั้นได้สั่งทหารต้อนฝูงวัวเข้าพุ่งชนจนทหารจ๊กก๊กแตกพ่าย เมื่อขงเบ้งนำทหารออกไปตั้งรับ โดยใช้ปีศาจยนต์ซึ่งขงเบ้งได้ประดิษฐ์ขึ้นพ่นไฟใส่กองทัพบกล๊กไต้อ๋องและฝูงวัวจนแตกทัพ บกล๊กไต้อ๋องเสียชีวิตในสนามรบ ทำให้เบ้งเฮ็กและพรรคพวกถอยทัพหนีเข้าป่า ตั้วไหลน้องชายของนางจกหยกออกอุบายให้เบ้งเฮ็กแสร้งทำเป็นสวามิภักดิ์ โดยการซ่อนอาวุธเพื่อรอจังหวะลอบสังหารขงเบ้ง ขงเบ้งได้ซึ่งยึดเมืองงินแขได้จึงซ้อนกลโดยซุ่มทหารไว้เพื่อจับกุมและยึดอาวุธได้สำเร็จ

ครั้งที่ 7 หลังจากถูกปล่อยตัว เบ้งเฮ็กได้ขอความช่วยเหลือจากออโกก๊ก ออโกก๊กจึงนำทหารเกราะหวายไปตั้งค่ายที่ท่าโท่ฮัวสุย ขงเบ้งสั่งให้อุยเอี๋ยนเป็นทัพหน้าไปตั้งรับแต่พ่ายแพ้ไม่เป็นท่า เพราะเกราะหวายชุบน้ำมัน 10 กว่าครั้ง และใช้เวลาครึ่งเดือนในการทำเกราะ และสามารถลอยน้ำได้ ทำให้มีด ทวน ดาบ และธนูไม่สามารถฟันแทงได้

ขงเบ้งจึงยกทัพไปที่ช่องเขาจัวกัวสก โดยสั่งให้ม้าต้ายนำรถเกวียนน้ำมันเชื้อเพลิงไปสุมไว้ที่ช่องเขา แล้วให้จูล่งนำเกวียนฟางไม้ขอนทำทีว่าเป็นถูกปล้นเสบียง แล้วไปตั้งรับที่สำกั๋ง อุยเอี๋ยนตั้งค่าย 7 ค่ายที่ท่าโท่ฮัวสุย แล้วแสร้งแพ้รบ 15 ครั้ง เพื่อล่อให้ออโกก๊กเข้าช่องเขา จัวกัวสก แล้วเผาทัพของออโกก๊กจนสิ้นทัพ ออโกก๊กถูกไฟครอกเสียชีวิต

เบ้งเฮ็กและพรรคพวกเห็นท่าไม่ดีจึงนำทัพสู้จนวินาทีสุดท้ายทำให้ถูกจับได้ทั้งหมด

ยอมแพ้และยอมจำนน[แก้]

หลังจากที่เบ้งเฮ็กและพรรคพวกถูกจับได้ เมื่อขงเบ้งปล่อยตัวทุกคน ทหารชาวม่านที่บาดเจ็บจากการสู้รบได้คุกเข่าร้องขอเบ้งเฮ็กไม่ให้สู้รบกับทัพจ๊กก๊กอีก เมื่อเบ้งเฮ็กและพรรคพวกยอมสวามิภักดิ์ ทำให้ชาวม่านยินดีเป็นอย่างยิ่ง ขงเบ้งจึงจัดงานเลี้ยงฉลองแล้วตั้งเบ้งเฮ็กเป็นอ๋องแห่งเผ่าม่านตามเดิมท่ามกลางความยินดีปรีดาของเหล่าราษฎรชาวม่าน ขงเบ้งจึงเลิกทัพกลับไปพักพลที่เซงโต๋เพื่อรอบุกขึ้นเหนือทำศึกกับวุยก๊กต่อ โดยไม่ทิ้งทหารจ๊กก๊กไว้ประจำการที่ภาคใต้ซักนายเดียว