นางกวัก (เทพปกรณัม)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
นางกวัก
Wat Phra That Ruang Rong-018.jpg
รูปปั้นนางกวักในวัดพระธาตุเรืองรอง จังหวัดศรีสะเกษ
ตำแหน่ง เทพีแห่งโชคลาภ
จำพวก เทพพื้นเมือง
บิดา ปู่เจ้าเขาเขียว
นับถือใน ประเทศไทย
ศาสนา/ลัทธิ ศาสนาผี, ศาสนาพุทธ

นางกวัก เป็นเทพีแห่งโชคลาภตามคติไทย มีลักษณะเป็นรูปศักดิ์สิทธิ์ทำเป็นรูปหญิงสวมเครื่องแต่งกายและเครื่องประดับอย่างธรรมเนียมไทย นั่งพับเพียบ มือซ้ายวางลงแตะข้างลำตัวหรือวางบนตัก ส่วนมือขวายกขึ้นระดับไหล่ทำท่ากวักมือหรือเรียกเข้ามาหา[1] เชื่อว่าเทพีองค์นี้จะกวักมือเรียกทรัพย์ เป็นที่นับถืออย่างยิ่งในหมู่พ่อค้าแม่ขายชาวไทยเพราะถือว่าเทพีองค์นี้จะเรียกลูกค้าเข้ามาอุดหนุนสินค้าในร้าน[2][3]

ประวัติ[แก้]

คติการนับถือนางกวักพัฒนาการนับถือผีผู้หญิงของคนไทย ซึ่งนับถือเพศหญิงเป็นใหญ่ เช่นคติการนับถือแม่โพสพ[4] กล่าวคือนางกวักคือผีที่พัฒนาเป็นเทพที่คอยกวักเงินกวักทองมาให้[5] ปรากฏการหล่อปั้นนางกวักครั้งแรกราวยุคกรุงศรีอยุธยา โดยมากพบเป็นขนาดบูชา สร้างจากเนื้อโลหะ, ดินเผา หรือสลักจากไม้[6][7]

ต่อมาในยุครัตนโกสินทร์คติการนับถือนางกวักปรากฏชัดเจนขึ้นในช่วงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เพราะในช่วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วงที่สยามมีเศรษฐกิจเฟื่องฟู มีการขยายตัวของกิจการร้านในกรุงเทพมหานครและตามหัวเมืองใหญ่ ๆ[4][8] นอกจากนี้ในประเทศญี่ปุ่นยังมีการนับถือแมวกวักหรือมะเนะกิเนะโกะ โดยแมวกวักเกิดขึ้นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2395 ซึ่งตรงกับรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นช่วงที่เศรษฐกิจญี่ปุ่นกำลังเฟื่องฟู[9][8]

คติชน[แก้]

คติไทยเดิม[แก้]

ที่มาที่ไปของนางกวักนั้นไม่เป็นที่แน่ชัดนัก และคาดว่าน่าจะเกิดจากพัฒนาการนับถือผีของคนไทย ตาม บทสวดคาถาบูชานางกวัก กล่าวว่านางกวักเป็นบุตรของปู่เจ้าเขาเขียว ดังปรากฏความว่า[10]

"โอม มหาสิทธิโชคอุดม โอมปู่เจ้าเขาเขียว มีลูกสาวคนเดียว ชื่อแม่นางกวัก ชายเห็นชายรัก หญิงเห็นหญิงรัก รู้จักทุกตำบล คนรักทุกถ้วนหน้า โอมพวกพานิชชา พากูไปค้าถึงเมืองแมน ค้าหัวแหวน ก็ได้แสนทะนาน กูค้าสารพัดการ ก็ได้กำไรคล่อง ๆ กูจะค้าเงินก็เต็มกอง กูจะค้าทองก็เต็มหาบ กลับมาเรือนสามเดือน เลื่อนเป็นเศรษฐี สามปีเป็นพ่อค้าสำเภา โอมปู่เจ้าเขาเขียว ประสิทธิแก่กูคนเดียว สวาหะ"

ส่วน โองการไหว้ครูช่าง มีการกล่าวถึงเทพสตรีองค์หนึ่งชื่อนิลบรรพตเทพสุดา แปลว่า "ลูกสาวของเทพยดาแห่งเขาเขียว" ซึ่งชื่อใกล้เคียงกัน ทั้งนี้ในคติของครูช่างเชื่อว่านิลบรรพตเทพสุดาเป็นเทพแห่งการเย็บปักถักร้อย และเป็นพระภาคหนึ่งของพระวิศวกรรม ทว่านิลบรรพตเทพสุดากลับมีลักษณะเหมือนกันกับนางกวักคือ "กวัก" ทรัพย์สมบัติมาให้ ดังปรากฏใน โองการไหว้ครูช่าง ความว่า[10]

"...อนึ่งไซร้ข้าขอเคารพนบนางนามปรากฏ นิลบรรพตเทพสุดา กวักมาซึ่งสุวรรณรัตน์ สรรพสมบัติโอฬาร จะแจ้งการพิธี มารับพลีทั้งหลายไซร้ แล้วให้พระศรีสวัสดิ์ ปัดสรรพภัยทุกประการ นำศฤงคารโภคาทั่วทุกสิ่งมา เพิ่มพูนประมูลมากธนสาร นานมาโดยเนืองนิตย์ ประสิทธิแต่ปวงข้าพเจ้า ตามขนบเค้าแบบบรรพ์..."

อรุณศักดิ์ กิ่งมณี นักโบราณคดีกรมศิลปากร ไม่ยืนยันว่านางกวักกับนิลบรรพตเทพสุดาเป็นเทพีองค์เดียวกัน[10]

นิทานพื้นบ้านลพบุรี[แก้]

นางกวักปรากฏอยู่ในนิทานพื้นบ้านลพบุรีที่รับอิทธิพลจากรามเกียรติ์ฉบับพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช[11] โดยมีเนื้อเรื่องว่าพระรามได้ต่อสู้กับท้าวกกขนาก (รามเกียรติ์ฉบับพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 1 เรียกท้าวอุณาราช) เจ้าเมืองสิงขรผู้มีใจอยุติธรรม ด้วยการแผลงศรพรหมมาสตร์ตรึงท้าวกกขนากไว้บนเขาวงพระจันทร์และสาปว่าท้าวกกขนากจะออกไปได้ก็ต่อเมื่อถึงยุคพระศรีอาริย์เท่านั้นหรือลูกศรถูกรดด้วยน้ำส้มสายชู นางนงประจันทร์ธิดาท้าวกกขนากจึงเพียรทอผ้าไตรจีวรจากใยบัวเตรียมถวายพระศรีอาริย์ในอนาคต มิหนำซ้ำวันดีคืนดีนางนงประจันทร์จะแปลงกายเป็นหญิงสาวมาซื้อน้ำส้มสายชูหวังใจจะทำน้ำส้มนั้นไปราดรดศรพรหมมาสตร์[11] ชาวบ้านที่ทราบดังนั้นก็โกรธและรังเกียจนางนงประจันทร์ด้วยเกรงว่าหากท้าวกกขนากหลุดพ้นออกมาก็จะทำร้ายผู้คนอีก ด้วยเหตุนี้ปู่เจ้าเขาเขียวซึ่งเป็นสหายสนิทของท้าวกกขนากก็เกิดมีใจสงสารนางนงประจันทร์ จึงส่งนางกวักซึ่งเป็นธิดาไปอยู่เป็นเพื่อนนางนงประจันทร์ หลังจากนั้นเป็นต้นมา จากเดิมที่เคยมีผู้คนรังเกียจนางนงประจันทร์ ก็กลับมีแต่คนรักใคร่ นำลาภมาให้ นางนงประจันทร์จึงยกย่องนางกวักว่าเป็นหญิงผู้นำความสมบูรณ์ในโภคทรัพย์[12]

การทำให้เป็นอินเดีย[แก้]

หลังการรับศาสนาฮินดูและศาสนาพุทธ ได้มีการนำเสนอที่มาของนางกวักว่ามีต้นกำเนิดในประเทศอินเดียมาแต่ยุคพุทธกาล นางกวักมีนามเดิมว่าสุภาวดี เกิดที่เมืองมิจฉิกาสัณฑนคร เป็นธิดาของสุจิตต์พราหมณ์ กับมารดาชื่อสุมณฑา ครั้นจำเริญวัยได้เดินทางไปค้าขายกับบิดา ระหว่างทางได้พบกับพระอรหันต์สองคือพระมหากัสสปะและพระสีวลี ซึ่งได้ประสาทพรให้นางสุภาวดีให้เป็นผู้เจริญร่ำรวยจากการค้าขาย ทำให้ครอบครัวของนางร่ำรวยขึ้น โดยสุภาวดีและครอบครัวมักทำบุญและบริจาคทานอยู่เป็นนิจ หลังนางสุภาวดีเสียชีวิตจึงมีการสร้างรูปขึ้นมาเคารพบูชา[13]

ทว่าคติการนับถือนางกวักไม่เคยมีในประเทศอินเดีย เข้าใจว่าคงแต่งเรื่องให้นางกวักมีความเป็นมายาวนาน และเพิ่มความศักดิ์สิทธิ์แก่นางกวักมากกว่า[13]

ลักษณะ[แก้]

ศาลนางกวักแห่งหนึ่งในฮ่องกง

นางกวักตามคติไทยมีลักษณะเป็นรูปหญิงสวมเครื่องแต่งกายและเครื่องประดับอย่างธรรมเนียมไทย นั่งพับเพียบ มือซ้ายวางลงแตะข้างลำตัวหรือวางบนตัก หรืออาจถือถุงเงินที่มีการจดจารคาถาหัวใจสีวลี (พระสงฆ์ผู้เป็นเลิศด้านโชคลาภ) ส่วนมือขวายกขึ้นระดับไหล่ทำท่ากวักมือหรือเรียกเข้ามาหา[1] ซึ่งมือขวาที่ยกนั้นหากอยู่สูงกว่าปากมีความหมายว่า "กินไม่หมด" ถ้าหากต่ำกว่าปากจะมีความหมายว่า "กินไม่พอ"[5] แต่ปัจจุบันได้มีการพัฒนาให้นางกวักมีทรวดทรงหรือท่าทางที่ต่างไปจากเดิม อาทิ มีรูปพรรณอวบอ้วน, ยกมือกวักทั้งสองข้าง หรือการเพิ่มมือกวักให้มีจำนวนมากขึ้น[2][5][14] บ้างก็เสริมแต่งให้มีเครื่องแต่งกายที่หลากหลาย อาทิ สวมแว่นกันแดดหรือถือกระเป๋ามียี่ห้อ[15]

ส่วนนางกวักในคติล้านนาจะเป็นรูปหญิงสวมเครื่องแต่งกายพื้นเมืองล้านนา รูปพรรณงดงามสมส่วน ยกมือซ้ายขึ้นกวักโดยยกสูงขึ้นเหนือใบหู สะพายถุงเงินถุงทองไว้ด้านหลัง[16]

การบูชา[แก้]

แม้นางกวักจะมีพื้นฐานมาจากศาสนาผีซึ่งเป็นศาสนาพื้นเมืองดั้งเดิมของไทย แต่ก็ได้รับการเคารพนับถือยิ่งโดยเฉพาะในหมู่พ่อค้าแม่ค้าที่เป็นพุทธศาสนิกชน เพราะเชื่อว่านางกวักจะกวักเรียกลูกค้าให้เข้ามาอุดหนุนสินค้าเปรียบดั่งการกวักเงินกวักทองมาให้[2][3] รวมไปถึงคติเมตตามหานิยม ดลบันดาลให้คนที่เกลียดกลับมารัก[6][7]

ผู้คนที่นับถือจะนำรูปปั้นนางกวักตั้งไว้บนหิ้งหรือมุมใดมุมหนึ่งของร้านค้า มีการถวายน้ำแดงและพวงมาลัยไปเซ่นไหว้[5]

วัฒนธรรมร่วมสมัย[แก้]

  • ในปี พ.ศ. 2560 ธนาคารไทยพาณิชย์ได้รณรงค์โฆษณาเอสซีบีอีซีเพย์ แม่มณีมันนี่โซลูชันบริการคิวอาร์โค้ดชำระแทนเงินสด โดยมีตัวละคร "แม่มณี" หรือนางกวักสีสันสดใสเป็นตัวนำโชค เพราะถือว่าเป็นสิ่งมงคลเรียกลูกค้า และผู้คนสามารถจดจำได้ง่าย[17]

อ้างอิง[แก้]

เชิงอรรถ
  1. 1.0 1.1 ทิพยประติมา, หน้า 201
  2. 2.0 2.1 2.2 ทิพยประติมา, หน้า 203
  3. 3.0 3.1 โรสิตา แสงสกุล. "รายงานวิจัยเรื่อง “อิทธิพลของเครื่องรางของขลังที่มีต่อชาวพุทธในสังคมไทยปัจจุบัน”". วิทยาลัยศาสนวิทยา มหาวิทยาลัยมหิดล. http://www.crs.mahidol.ac.th/thai/rosita.htm. เรียกข้อมูลเมื่อ 4 กุมภาพันธ์ 2561. 
  4. 4.0 4.1 ทิพยประติมา, หน้า 209
  5. 5.0 5.1 5.2 5.3 นายกบแดง (26 มกราคม 2561). "วิวัฒนาการนางกวัก.. . จากรูปปั้นสตรี “ผอมบาง” สู่ร่าง “ตุ้ยนุ้ย” สัญลักษณ์แห่งความมั่งมี - ความรักใคร่เมตตา". มิวเซียมสยาม. http://www.museumsiam.org/da-detail.php?MID=3&CID=176&CONID=2618. เรียกข้อมูลเมื่อ 4 กุมภาพันธ์ 2561. 
  6. 6.0 6.1 นุ เพชรัตน์ (20 มิถุนายน 2554). "ชั่วโมงเซียน-นางกวักมหาเสน่ห์". คมชัดลึก. http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/100881. เรียกข้อมูลเมื่อ 4 กุมภาพันธ์ 2561. 
  7. 7.0 7.1 ไตรเทพ ไกรงู (1 มกราคม 2556). "แม่นางกวักมาแรงในยุคเศรษฐกิจดิ่งเหว". คมชัดลึก. http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/148390. เรียกข้อมูลเมื่อ 4 กุมภาพันธ์ 2561. 
  8. 8.0 8.1 "“นางกวัก” ไทย – “แมวกวัก” ญี่ปุ่น เกิดขึ้นเมื่อใด เกี่ยวข้องกันไหม?". มิวเซียมเพรส. 23 พฤศจิกายน 2560. http://www.museum-press.com/content-“นางกวัก”ไทย–“แมวกวัก”ญี่ปุ่นเกิดขึ้นเมื่อใดเกี่ยวข้องกันไหม-4-5600-117351-1.html. เรียกข้อมูลเมื่อ 4 กุมภาพันธ์ 2561. 
  9. ทิพยประติมา, หน้า 210-211
  10. 10.0 10.1 10.2 ทิพยประติมา, หน้า 204-205
  11. 11.0 11.1 ลพบุรี, หน้า 96-97
  12. ทิพยประติมา, หน้า 206-207
  13. 13.0 13.1 ทิพยประติมา, หน้า 207
  14. "นางกวัก 5 มือ". เดลินิวส์. 30 ธันวาคม 2556. https://www.dailynews.co.th/article/205225. เรียกข้อมูลเมื่อ 4 กุมภาพันธ์ 2561. 
  15. "“มิสเวลคัม” นางกวักยุค 4G มหาเลิฟ-มหารวย-มหาไลก์". เส้นทางเศรษฐีออนไลน์. 18 พฤศจิกายน 2560. https://www.sentangsedtee.com/exclusive/article_54767. เรียกข้อมูลเมื่อ 4 กุมภาพันธ์ 2561. 
  16. Thanwa (18 ธันวาคม 2559). "แม่นางกวัก ล้านนาโบราณ". เชียงใหม่นิวส์. http://www.chiangmainews.co.th/page/archives/548414. เรียกข้อมูลเมื่อ 4 กุมภาพันธ์ 2561. 
  17. "“ไทยพาณิชย์” ควง “ใหม่ – ดาวิกา” พรีเซ็นเตอร์คนใหม่ ร่วมเผยโฉมคาแรคเตอร์ “แม่มณี” นางกวักยุคดิจิทัล มัดใจร้านค้าทั่วประเทศ พร้อมเปิดตัวแคมเปญ “SCB Easy Pay – แม่มณี Money Solution” ดันสังคมไทยไร้เงินสด". ข่าวสด. 13 พฤศจิกายน 2560. https://www.khaosod.co.th/pr-news/news_631438. เรียกข้อมูลเมื่อ 4 กุมภาพันธ์ 2561. 
บรรณานุกรม
  • สุดารา สุจฉายา (บรรณาธิการ). ลพบุรี. กรุงเทพฯ : สารคดี, 2542
  • อรุณศักดิ์ กิ่งมณี. ทิพยประติมา. นนทบุรี : มิวเซียมเพรส, 2560

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]