วิทยาลัยชุมชน (ประเทศไทย)
วิทยาลัยชุมชน เป็นวิทยาลัยในสังกัดสำนักบริหารงานวิทยาลัยชุมชน สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ (ยกเว้นวิทยาลัยชุมชนภูเก็ต)[1] มีหน้าที่จัดการศึกษาในระดับต่ำกว่าปริญญาตรีซึ่งบริหารจัดการโดยชุมชน[2]
เนื้อหา |
การจัดตั้งวิทยาลัยชุมชนในประเทศไทย [แก้]
การจัดตั้งวิทยาลัยชุมชนในประเทศไทย เกิดจากความจำเป็นในการผลิตกำลังคนเพื่อสนองความต้องการพัฒนาประเทศและมีแนวความคิดที่จะใช้การจัดการศึกษาตามหลักการวิทยาลัยชุมชนมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2513
แผนพัฒนาการศึกษาแห่งชาติ ฉบับที่ 3 กำหนดนโยบายการศึกษาระดับอุดมศึกษา ให้ส่งเสริมการศึกษาและทดลองการจัดการศึกษาแบบวิทยาลัยชุมชนเพื่อสนองความต้องการกำลังคนระดับกลางในแขนงวิชาที่ประเทศมีความต้องการมาก ตลอดจนปัญหาในระดับอุดมศึกษาที่จัดการศึกษาเป็นไปเพื่อคนส่วนน้อยไม่เกิดความเป็นธรรมในสังคม ปัญหาดังกล่าวเป็นอุปสรรคต่อความเจริญของประเทศ คณะรัฐมนตรีจึงเห็นชอบให้เตรียมการปฏิรูปการศึกษา
ปี พ.ศ. 2520 จัดตั้งวิทยาลัยชุมชนภูเก็ตขึ้นเป็นแห่งแรก โดยให้เป็นวิทยาเขตของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ต่อมาในปี พ.ศ. 2523 ได้จัดตั้งขึ้นอีกแห่งที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ในปี พ.ศ. 2527 ได้จัดตั้งวิทยาลัยชุมชนในสังกัดวิทยาลัยครู ขึ้น 4 แห่ง คือ วิทยาลัยชุมชนพิบูลสงคราม วิทยาลัยชุมชนอุบลราชธานี วิทยาลัยชุมชนนครราชสีมา และวิทยาลัยชุมชนนครศรีธรรมราช (แต่ในระหว่างที่เตรียมการดำเนินงานวิทยาลัยชุมชนนั้น มีการแก้ไขพระราชบัญญัติวิทยาลัยครูให้เปิดสอนถึงระดับปริญญาตรี ดังนั้น จึงไม่มีการดำเนินการวิทยาลัยชุมชนต่อ)
ในปี พ.ศ. 2537 คณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้กระทรวงศึกษาธิการจัดตั้งวิทยาลัยชุมชนขึ้น โดยให้สถาบันการศึกษาเฉพาะทาง ได้แก่ วิทยาลัยเกษตรกรรม วิทยาลัยพลศึกษา วิทยาลัยนาฏศิลป์ และวิทยาลัยช่างศิลป์ จำนวน 77 แห่งทั่วประเทศ เป็นวิทยาลัยชุมชน โดยขยายฐานวิชาการจากเดิมให้มีบทบาทการจัดการศึกษาและบริการชุมชนให้กว้างขวางขึ้นและให้มีคณะกรรมการบริหารวิทยาลัยชุมชนขึ้นในกระทรวงศึกษาธิการ (ซึ่งวิทยาลัยชุมชนดังกล่าวดำเนินการได้ถึงปี พ.ศ. 2539 จึงได้ยุติตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการในขณะนั้น)
วิทยาลัยชุมชนในปัจจุบัน [แก้]
เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2545 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบโครงการจัดตั้งวิทยาลัยชุมชน ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) และกระทรวงศึกษาธิการมีประกาศจัดตั้งวิทยาลัยชุมชน เมื่อวันที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2545 จำนวน 10 จังหวัด คือ จังหวัดแม่ฮ่องสอน พิจิตร ตาก บุรีรัมย์ มุกดาหาร หนองบัวลำภู สระแก้ว อุทัยธานี ระนอง และนราธิวาส และในปี พ.ศ. 2547 ได้ดำเนินการขยายจัดตั้งวิทยาลัยชุมชนเพิ่มเติมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ ยะลา และปัตตานี และวันที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2547 ได้มีการดำเนินการขยายการจัดตั้งวิทยาลัยชุมชนเพิ่มเติมอีก 5 แห่ง คือ จังหวัดยโสธร สมุทรสาคร ตราด สตูล และพังงา
ต่อมาได้มีการจัดตั้งวิทยาลัยชุมชนเพิ่มเติมขึ้นอีก 3 แห่ง คือ ในปีพ.ศ. 2549 จัดตั้งวิทยาลัยชุมชนแพร่ พ.ศ. 2550 จัดตั้งวิทยาลัยชุมชนสงขลา เพื่อรับผิดชอบการศึกษาในพื้นที่พิเศษ 4 อำเภอ
และเมื่อ พ.ศ. 2554 มีการจัดตั้งวิทยาชัยชุมชนน่าน เป็นวิทยาลัยล่าสุด
ตราสัญลักษณ์ของวิทยาลัยชุมชน[3] [แก้]
จุดกึ่งกลาง หมายถึง ศูนย์รวมความร่วมมือ ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวของชุมชน
ช่องว่าง หมายถึง การศึกษา ความรู้ การเติบโต โอกาสทางการศึกษา
รูปทรงทาง หมายถึง การบูรณาการ วิถีปัญญา และวิถีไทย สถาปัตยกรรมไทย
เส้นโค้ง หมายถึง การศึกษาตลอดชีวิต การสร้างบุคลากร รองรับด้านล่างที่มีคุณภาพให้แก่ชุมชนและประเทศชาติ
รายชื่อวิทยาลัยชุมชนในปัจจุบัน [แก้]
อ้างอิง [แก้]
- ↑ http://www.pcc.psu.ac.th/pcc/history/history.html
- ↑ กฎกระทรวงว่าด้วยการจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาต่ำกว่าปริญญารูปแบบวิทยาลัยชุมชน พ.ศ. 2546
- ↑ ข้อบังคับสำนักบริหารงานวิทยาลัยชุมชน ว่าด้วยเข็มวิทยฐานะ ตรา เครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ และเครื่องแบบ เครื่องหมาย เครื่องแต่งกาย เครื่องแบบผู้สำเร็จการศึกษาสำหรับนักศึกษาของวิทยาลัยชุมชน พ.ศ. 2549
แหล่งข้อมูลอื่น [แก้]
|
|||||||
