เดฟ บอทิสตา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก เดฟ บาทิสตา)
เดฟ บาทิสตา
An image of เดฟ บาทิสตา.
ข้อมูล
ฉายา บาทิสตา
เดฟ บาทิสตา
ดีคอน บาทิสตา[1][2]
คาน[3]
ลีเวียธาน[3]
ความสูง 6 ft 6 in (1.98 เมตร)[4]
น้ำหนัก 290 ปอนด์ (130 กก.)[4]
เกิด 18 มกราคม ค.ศ. 1969 (47 ปี)[5]
วอชิงตัน ดี. ซี.[3]
พำนัก แทมปา, รัฐฟลอริดา
มาจาก วอชิงตัน ดี. ซี.[4]
ฝึกหัดโดย อฟา อานัวอี[6]
แมร์รีส ครัมป์
เปิดตัว 2000[6]

เดวิด ไมเคิล "เดฟ" บอทิสตา, จูเนียร์ (อังกฤษ: David Michael "Dave" Bautista, Jr.)[7] เกิดวันที่ 18 มกราคม ค.ศ. 1969[5] เป็นนักมวยปล้ำอาชีพเชื้อสายฟิลิปปินส์-อเมริกัน มีฉายาว่า "ดิ แอนิมอล" (The Animal) สังกัดสมาคม ดับเบิลยูดับเบิลยูอี เป็นที่รู้จักกันดีในชื่อว่า บาทิสตา (อังกฤษ: Batista) เป็นอดีต แชมป์โลกเฮฟวี่เวท 4 สมัย แชมป์ WWE 2 สมัย แชมป์แทคทีม 4 สมัย และเป็นผู้ชนะใน รอยัลรัมเบิล ประจำปี 2005 และ 2014

ประวัติในวงการมวยปล้ำ[แก้]

เวิลด์เรสต์ลิงเอ็นเตอร์เทนเมนต์ (2002–2010)[แก้]

ในรอยัลรัมเบิล 2005 บาทิสตาเอาชนะจอห์น ซีนาได้ในแมตช์รอยัลรัมเบิล จึงได้รับสิทธิ์เข้าไปชิงแชมป์โลกในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 21[8] โดยมีแชมป์โลกอีก 1 คนของค่ายสแมคดาวน์ คือ เจบีแอล นั่นเองซึ่งเป็นเจ้าของแชมป์ WWE ในขณะนั้นมาเสนอให้ท้าชิงแชมป์เพราะ JBL ขับรถชน บาติสตาแต่เขาก็รอดชีวิตจากการช่วยเหลือของทริปเปิลเอช[9] จนทำให้เขาแค้นมากแต่เขาก็ไม่ไว้ใจทริปเปิลเอชด้วยเช่นกัน เพราะทริปเปิลเอชใช้บาทิสตาเป็นเครื่องทุ่มแรงในการปล้ำอยู่เสมอ บาทิสตาจึงตัดสินใจทำสัญญาท้าชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวทจากทริปเปิลเอชในเรสเซิลเมเนีย 21[10] สุดท้ายบาทิสตาก็เป็นฝ่ายเอาชนะและคว้าแชมป์โลกเฮฟวี่เวทสมัยแรกได้สำเร็จ[4][11] ภายหลังจากล้างแค้นได้สำเร็จในเวลาต่อมา บาทิสตา ถูกให้ย้ายไปสังกัดสแมคดาวน์ สลับกับจอห์น ซีนา ซึ่งเป็นแชมป์ WWE ที่ได้แชมป์มาจาก JBL ในเรสเซิลเมเนีย 21 ไปสังกัดรอว์[12] ต่อมาในปลายปี 2005 เขาต้องรับการผ่าตัด จึงมีความจำเป็นต้องสละตำแหน่งแชมป์ให้กับเคิร์ต แองเกิล[13] พอเขากลับมาในปี 2006 เขาได้เอาชนะบูเกอร์ ที เขาก็ได้เข็มขัดกลับมาอย่างสมใจ[14]

ในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 23 บาทิสตาได้เสียแชมป์โลกเฮฟวี่เวทให้กับดิอันเดอร์เทเกอร์ (เป็นครั้งแรกที่เสียแชมป์โลก)[15] แต่เขาก็มีโอกาสกลับมาชิงแชมป์ได้จากเดอะเกรทคาลีอีกครั้ง ในอันฟอร์กิฟเว่น 2007[4][16] บาทิสตาก็เสียแชมป์โลกเฮฟวี่เวทให้กับเอดจ์ ในอาร์มาเกดดอน 2007[17] ต่อมาบาทิสตาได้เปิดศึกกับชอว์น ไมเคิลส์ เพราะชอว์นเป็นต้นเหตุที่ทำให้ริก แฟลร์ อดีตคู่หูกลุ่มเอฟโวลูชั่น และครูผู้ฝึกสอนของเขาต้องเลิกปล้ำ และท้าเจอกันในแบคแลช (2008) สุดท้ายบาทิสตาก็เป็นฝ่ายแพ้ไปให้กับชอว์น

ช่วงศึกไนท์ออฟแชมเปียนส์ (2008) บาทิสตาก็ได้มีโอกาสชิงแชมป์โลกคืนจากเอดจ์อีกครั้ง แต่เอดจ์ให้ด่านทดสอบ บาทิสตาว่าจะให้ปล้ำแทคทีม 8 คน โดย บาทิสตาไม่มีคู่ปล้ำ แต่วิคกี เกอร์เรโรอาสาเลือกคู่ปล้ำให้ โดยเลือก นุนซิโอ, ฟูนากิ และโคลิน เดลานีย์ ซึ่งเป็นนักมวยปล้ำรุ่นไลท์เฮฟวี่เวทล้วนๆ ฝั่งของเอดจ์มี ชาโว่ เกอร์เรโร่, เคิร์ท ฮอว์กินส์และแซค ไรเดอร์ สุดท้ายบาทิสตาก็สามารถเอาชนะทีมของเอดจ์ได้ทั้งหมด แม้ว่าจะเป็นรุ่นเฮฟวี่เวททั้งสิ้น ภายหลังนท์ออฟแชมเปียนส์นั้นทำให้บาทิสตามีความโกรธเคืองอย่างหนักจากที่เอดจ์ใช้กลโกง และไม่ทันได้แก้แค้นก็ถูกย้ายไปสังกัดค่ายรอว์ในทันทีจากการดราฟตัว ไม่นานโอกาสที่ได้แก้แค้นมาถึงเมื่อเอดจ์เดินทางไปประกาศชัยชนะ ณ เวทีของรอว์ บาทิสตาจึงออกมาลอบทำร้าย ทำให้เอดจ์ไม่อยู่ในสภาพที่จะลุกขึ้นได้ จึงจากเวทีไป เป็นโอกาสที่ทำให้ ซีเอ็ม พังก์ เจ้าของกระเป๋าเอกสารสิทธิ์ Money In The Bank เดินสวนทางออกมาโดยใช้สิทธิ์นั้นทันที เป็นผลกรรมที่ เอดจ์ เคยใช้สิทธิ์นี้ ต้องเสียแชมป์โลกเฮฟวี่เวทไป

บาทิสตาได้เปิดศึกกับ นักมวยปล้ำขั้นเทพที่มีฝีมือและดีกรีสูสีกับเขาในยุคนี้ คือ จอห์น ซีนา เนื่องจากมีปัญหาเข้าใจผิดที่ซีนาจะใช้เก้าอี้ตีใส่ JBL แต่ JBL หลบได้ เลยพลาดไปถูกบาทิสตา ทำให้คู่นี้กลายเป็นคู่กรณีกันโดย 2 คนนี้ถูกให้จับคู่กันเพื่อไปชิงแชมป์แทคทีมกับเดอะเลกาซี (โคดี โรดส์ และเท็ด ดิบิอาซี่) ซึ่งก็สามารถคว้าแชมป์มาครองได้สำเร็จ[18][19] แต่เป็นเพราะคู่นี้เป็นคู่กรณีกัน จึงไม่มีความสามัคคี ทำให้อีก 1 อาทิตย์ต่อมา ต้องเสียแชมป์กลับคืนให้กับเลกาซี[20] จากนั้นคู่นี้ก็ได้เจอกันอย่างสมใจ เมื่อศึกใหญ่อย่างซัมเมอร์สแลม (2008)มาถึง ผลปรากฏว่าซีนาโดนบาทิสตาบอมบ์ ท่าไม้ตายของบาทิสตาแพ้ไปอย่างหมดรูป ทำให้ซีนาต้องพักการปล้ำไปนานพอควรเลยทีเดียว แมตช์นี้ถือได้ว่าเป็นการพบกันของ 2 นักมวยปล้ำชั้นนำของ WWE ซึ่งไม่เคยได้เจอกันแบบตัวต่อตัว นับแต่พวกเขาได้เข้ามาในวงการถึง 6 ปี[21]

จากนั้นต่อมา บาทิสตาได้กลายมาเป็นคู่ปรับกับนักมวยปล้ำหนุ่มผู้กวาดล้างนักมวยปล้ำที่เป็นตำนานนามว่าแรนดี ออร์ตัน ซึ่งเคยเป็นเพื่อนเก่าของบาทิสตาในกลุ่มเอฟโวลูชั่น เนื่องจากมีความแค้นส่วนตัวที่ออร์ตันถูกหักหลังและโดนไล่ออกจากกลุ่มนั่นเอง ในเซอร์ไวเวอร์ ซีรีส์ (2008) คู่นี้ได้ปะทะกันในรูปแบบแทคทีม 5 คน ในชื่อ อิลิมิเนชั่นแทกแมตช์ ซึ่งใครแพ้ต้องถูกคัดออก ผลปรากฏว่าบาทิสตาเป็นฝ่ายแพ้ให้กับออร์ตัน โดยมีโคดี โรดส์ ลูกน้องของออร์ตัน คอยช่วยอยู่ในฐานะสมาชิกแทคทีมของเขา จนกระทั่งในศึกส่งท้ายปีอย่าง อาร์มาเกดดอน (2008) คู่นี้ก็ได้เจอกันอีกครั้ง คราวนี้ บาทิสตาได้เอาคืนออร์ตัน โดยการเอาชนะล้างตาไปได้ แต่ในรอว์ ออร์ตันก็ได้เล่นงานบาทิสตาสารพัดและจบด้วยการเตะศีรษะบาทิสตาจนต้องพักการปล้ำไปนานถึง 4 เดือน[22]

4 เดือนต่อมาหลังศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 25 บาทิสตาได้กลับมาเพื่อทวนแค้นกับ แรนดี ออร์ตัน ซึ่งแพ้ ทริปเปิล เอช มาหมาดๆ จากการชิงแชมป์ WWE ซึ่งคราวนี้ บาทิสตา จะได้จับคู่แทคทีมกับ ทริปเปิล เอช และ เชน แมคแมน เจอกับ ออร์ตัน และ เดอะเลกาซี ในการปล้ำแทคทีม 6 คน ในศึก แบคแลช (2009) ซึ่งหากทีมออร์ตัน ชนะ ไม่ว่าใครจะเป็นฝ่ายจับกดใครได้ก็ตาม ออร์ตัน จะกลายเป็นแชมป์ WWE ไปในทันที ผลปรากฏว่า บาทิสตาไม่อาจคุ้มครองลูกพี่เก่าเพื่อรักษาตำแหน่งแชมป์ไว้ได้จนต้องเสียแชมป์ WWE ให้กับ ออร์ตัน ในรอว์ บาทิสตาได้เจอกับ บิ๊กโชว์ เพื่อหาผู้ท้าชิงอันดับ 1 ในการชิงแชมป์ WWE ซึ่งบาทิสตา ได้เอาชนะ บิ๊กโชว์ ไปได้จากความช่วยเหลือของ จอห์น ซีนา ที่เข้ามารบกวน บิ๊กโชว์ ระหว่างแมตซ์ ทำให้บาทิสตา ได้ไปชิงแชมป์ WWE กับ ออร์ตัน เพื่อชำระแค้นกันอีกครั้ง ในศึก จัดจ์เมนท์เดย์ (2009) เมื่อถึงวันปล้ำ ออร์ตันได้ทำให้ตัวเองถูกจับแพ้ฟาวล์เพื่อรักษาตำแหน่งเอาไว้อีกครั้ง ในศึก เอ็กซ์ตรีมรูลส์ (2009) บาทิสตาก็สามารถกระชากแชมป์จากออร์ตัน ได้ในแมตช์การปล้ำในกรงเหล็ก[23] แต่บาทิสตาก็ต้องสละแชมป์ WWE และพักการปล้ำไปเนื่องจากอาการบาดเจ็บที่แขน[24]

บาทิสตาได้กลับมาอีกครั้งหลังจากเจ็บที่แขนไปยาวนาน และในแบรกกิ้ง ไรท์ส (2009) บาทิสตาได้ปล้ำในแมตช์ 4 เส้า ในการชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวท จาก ดิอันเดอร์เทเกอร์ ร่วมด้วย เรย์ มิสเตริโอ และซีเอ็ม พังก์ ซึ่ง อันเดอร์เทเกอร์ เป็นฝ่ายป้องกันแชมป์ไว้ได้ ทำให้บาทิสตาโมโห จึงทำร้ายเรย์ จากนั้นก็ประกาศตัดเพื่อนกับเรย์ และกลายเป็นฝ่ายอธรรม ในเซอร์ไวเวอร์ ซีรีส์ (2009) บาทิสตา กับเรย์ ก็ได้เจอกัน ผลปรากฏว่า บาทิสตาเป็นฝ่ายชนะ[25] ในทีแอลซี: เทเบิล แลดเดอร์ แอนด์ แชร์ (2009) บาทิสตาได้ขอท้าชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวท กับ อันเดอร์เทเกอร์ ผลปรากฏว่าในตอนแรก บาทิสตาชนะและได้แชมป์โลกเฮฟวี่เวท แต่ทีโอดอร์ ลองผู้จัดการทั่วไปของฝั่งสแมคดาวน์ ออกมาบอกว่าให้เริ่มใหม่อีกครั้ง และอันเดอร์เทเกอร์ก็สามารถป้องกันแชมป์โลกเฮฟวี่เวท เอาไว้ได้สำเร็จ[26]

ในอิลิมิเนชั่น แชมเบอร์ (2010) บาทิสตาได้กระชากแชมป์ WWE ไปจากจอห์น ซีนา หลังจากได้แชมป์จากเชมัส[27] ต่อมา บาทิสตาก็เล่นงานซีนาตลอดทั้งสัปดาห์และก็บอกว่า ซีนาไม่เคยชนะตนได้แม้แต่ครั้งเดียว แต่ว่าในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 26 บาทิสตาก็เสียแชมป์ WWE คืนให้กับซีนา และเป็นการพ่ายแพ้ให้กับซีนาครั้งแรกด้วย[28][29] ในเอ็กซ์ตรีมรูลส์ (2010) บาทิสตาได้ขอท้าซีนา ชิงแชมป์ WWE อีกครั้ง แต่บาทิสตา ก็แพ้ให้กับซีนาไปอีกเป็นครั้งที่ 2 ติดต่อกัน[30] ในโอเวอร์เดอะลิมิต (2010) บาทิสตาได้ขอท้าซีนา ชิงแชมป์ WWE อีกครั้ง สุดท้ายบาทิสตา ก็แพ้ไปอีกเป็นครั้งที่ 3 ติดต่อกัน แล้วก็อกหักอีกตามเคย[31] และบาทิสตาได้รับบาดเจ็บสาหัส ในรอว์คืนต่อมา (24 พฤษภาคม 2010) บาทิสตาได้ตัดสินใจประกาศลาออกจาก WWE[32]

ดับเบิลยูดับเบิลยูอี (2014)[แก้]

ในรอว์ (20 มกราคม 2014) บาทิสตาได้กลับมาใน WWE อีกครั้ง โดยเปิดตัวออกมาก้มลงจูบพื้นเวที จากนั้นก็สวมกอดกับ ทริปเปิล เอช บาทิสตา ทักทายออร์ตัน และบอกว่านายมีปัญหาสินะที่เขากลับมา เพราะฉะนั้นจะขอบอกให้ชัดๆ เลยว่าเขากลับมาเพื่อจะเป็น แชมป์โลกเฮฟวี่เวท WWE เขาไม่สนใจว่าหลังจบรอยัลรัมเบิล (2014) ใครจะเป็นแชมป์ระหว่าง ออร์ตัน, ซีนา หรือใครก็ช่าง เขากลับมาเพื่อชนะ รอยัลรัมเบิล และเป็นคู่เอก เรสเซิลเมเนีย จงทำใจซะเถอะ!![33][34] ในรอยัลรัมเบิล บาทิสตาก็ได้เป็นผู้ชนะในแมตช์รอยัลรัมเบิลอีกครั้ง และได้สิทธิ์ไปชิงแชมป์ ในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 30[35] ต่อมาได้เปิดศึกกับ อัลเบร์โต เดล รีโอ และได้ท้าเจอกันในอิลิมิเนชั่น แชมเบอร์ (2014) สุดท้ายบาทิสตาก็เป็นฝ่ายเอาชนะไปได้สำเร็จ[36][37] ในเรสเซิลเมเนีย บาทิสตาไม่สามารถคว้าแชมป์มาได้ โดยแดเนียล ไบรอันคว้าแชมป์ไปได้สำเร็จ[38]

1 วันหลังจากจบ เรสเซิลเมเนีย ในรอว์คืนต่อมา (7 เมษายน 2014) สเตฟานี แม็กแมน ได้ออกมาสั่งให้ออร์ตัน และบาทิสตา ให้ร่วมมือกันเป็นทีม เริ่มต้นจากแมตช์ชิงแชมป์แทคทีม กับ ดิ อูโซส์ ผลออกมาเป็น ดับเบิลเคาท์เอาท์[39] และได้สั่งให้ เคน, บาทิสตา และออร์ตัน ทำร้ายไบรอันก่อนการก่อนแข่งขันจะเริ่มต้น เป็นการสร้างจุดอ่อน และทำให้ ทริปเปิล เอช มีโอกาสในการชนะมากขึ้น จนเดอะชีลด์ได้ออกมาบนเวที และจัดการกับพวกกลุ่มของทริปเปิลเอช และได้ช่วยไบรอัน จากการกลั่นแกล้งจากกลุ่มทริปเปิลเอช[40] ในรอว์ (14 เมษายน 2014) เดอะชีลด์ ต้องปล้ำในแมตช์แฮนดิแคป 11 รุม 3 แต่กรรมการต้องยุติแมตช์ เนื่องจากทั้งสองฝ่ายอัดกันไม่หยุด ก่อนที่ ทริปเปิลเอช, ออร์ตัน และบาทิสตา จะออกมาในนามของกลุ่ม เอฟโวลูชั่น และมาจัดการอัดกลุ่มเดอะชีลด์จนหมดสภาพ[41] ก่อนที่จะประกาศแมตช์การปล้ำแทคทีมอย่างเป็นทางการ ในสแมคดาวน์ (18 เมษายน 2014) ระหว่าง เดอะชีลด์ เจอกับ เอฟโวลูชั่น ในเอ็กซ์ตรีมรูลส์ (2014) สุดท้ายเอฟโวลูชั่น เป็นฝ่ายแพ้[42] ในเพย์แบ็ค (2014) เอฟโวลูชั่น ได้เจอกับ เดอะชีลด์ อีกครั้ง ในแมตช์แทคทีม 6 คน ไม่มีกฎกติกา แบบคัดออก สุดท้ายเอฟโวลูชั่น แพ้รวด 3-0 ในรอว์คืนต่อมา (2 มิถุนายน 2014) บาทิสตา ได้ประกาศขอลาออกจาก WWE (ในบท) โดยไปโปรโมตภาพยนตร์เรื่อง Guardians of the Galaxy

ผลงานภาพยนตร์[แก้]

ปี ชื่อเรื่อง รับบท หมายเหตุ
2006 Relative Strangers Cameo role ฉายในรูปแบบ DVD
2009 My Son, My Son, What Have Ye Done? Police Officer ฉายในรูปแบบ DVD
2010 Wrong Side of Town Big Ronnie ฉายในรูปแบบ DVD
2011 House of the Rising Sun Ray ฉายในรูปแบบ DVD
2011 Scorpion King 3: Battle for Redemption, TheThe Scorpion King 3: Battle for Redemption Argomael ฉายในรูปแบบ DVD
2012 Man with the Iron Fists, TheThe Man with the Iron Fists Brass Body
2013 Riddick Diaz
2014 รวมพันธุ์นักสู้พิทักษ์จักรวาล Drax the Destroyer
2014 L.A. Slasher The Drug Dealer #1
2015 องค์กรลับดับพยัคฆ์ร้าย Mr. Hinx
2015 Heist Cox ถ่ายเสร็จสิ้นแล้ว
2016 Kickboxer: Vengeance Tong Po อยู่ในระหว่างรอการฉาย
2016 Marauders กำลังถ่ายทำ
TBA Warrior's Gate กำลังถ่ายทำ

เกี่ยวกับมวยปล้ำ[แก้]

บาทิสตาใช้ท่า Batista Bomb ใส่ ฟินเลย์
บาทิสตาใช้ท่า Spinebuster ใส่ เอดจ์
  • ฉายา
    • "The Animal"[4]
    • "The Altered Beast"

ผลงานมวยปล้ำ[แก้]

บาทิสตาในตอนเป็นแชมป์โลกเฮฟวี่เวท

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. "Rev. D-Von & Deacon Batista". Online World of Wrestling. สืบค้นเมื่อ November 1, 2015. 
  2. "Batista's WWE Debut". YouTube. สืบค้นเมื่อ October 2, 2015. 
  3. 3.0 3.1 3.2 3.3 3.4 3.5 "The Demon FAQ (Frequently Asked Questions)". Demon Wrestling. Archived from the original on October 16, 2007. สืบค้นเมื่อ November 13, 2007. 
  4. 4.0 4.1 4.2 4.3 4.4 4.5 4.6 4.7 "Batista bio". WWE. สืบค้นเมื่อ April 3, 2011. 
  5. 5.0 5.1 "About Dave". Demon Wrestling. สืบค้นเมื่อ 3 August 2008. 
  6. 6.00 6.01 6.02 6.03 6.04 6.05 6.06 6.07 6.08 6.09 6.10 6.11 "Batista's Online World of Wrestling profile". Online World of Wrestling. Black Pants. สืบค้นเมื่อ 2008-07-15. 
  7. Batista, Dave; Roberts, Jeremy (October 2007). Batista Unleashed. Simon & Schuster. p. 6. ISBN 978-1-4165-4410-4. 
  8. "Royal Rumble 2005 Main Event". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ 5 August 2008. 
  9. Tylwalk, Nick (15 February 2005). "Raw: Love is in the air". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ 5 August 2008. 
  10. Tylwalk, Nick (22 February 2005). "Raw: Batista makes his choice". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ 5 August 2008. 
  11. "Batista vs. Triple H – World Heavyweight Championship". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ 5 August 2008. 
  12. "Jackpot!". World Wrestling Entertainment. 30 June 2005. สืบค้นเมื่อ 5 August 2008. 
  13. Batista, Dave; Roberts, Jeremy (October 2007). Batista Unleashed. Simon & Schuster. pp. 224–228. ISBN 978-1-4165-4410-4. 
  14. Dee, Louie (26 November 2006). "Kingdom conquered". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ 6 August 2008. 
  15. Plummer, Dale; Tylwalk, Nick (1 April 2007). "Undertaker the champ, McMahon bald". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ 6 August 2008. 
  16. 16.0 16.1 Schwimmer, Ryan J. (17 September 2007). "9/16 WWE Unforgiven PPV Review: Schwimmer's "alt perspective" report on event". PWTorch. สืบค้นเมื่อ 25 October 2009. 
  17. McAvennie, Mike (17 December 2007). "Edge's "three-meditated" attack to perfection". World Wrestling Entertainment. Archived from the original on 31 March 2008. สืบค้นเมื่อ 4 August 2008. 
  18. Plummer, Dale (5 August 2008). "Raw: Rivalry grows between new tag champs". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ 6 August 2008. 
  19. Sitterson, Aubrey (5 August 2008). "Championship scramble". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ 5 August 2008. 
  20. Sitterson, Aubrey (11 August 2008). "Bracing for a SummerSlam". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ 12 August 2008. 
  21. Tello, Craig (17 August 2008). "Batista's blockbuster triumph". World Wrestling Entertainment. Archived from the original on 22 August 2008. สืบค้นเมื่อ 25 August 2008. 
  22. "Batista undergoes hamstring surgery". World Wrestling Entertainment. 27 December 2008. สืบค้นเมื่อ 27 December 2008. 
  23. Tello, Craig (7 June 2009). "Steel of fortune". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ 11 January 2011. 
  24. "Raw Results, Wounded Animal". World Wrestling Entertainment. 6 October 2009. สืบค้นเมื่อ 7 October 2009. 
  25. "Batista def. Rey Mysterio". WWE. 22 November 2009. สืบค้นเมื่อ 22 June 2012. 
  26. Passero, Mitch (13 December 2009). "Results: Deadman lays Batista to rest". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ 14 December 2009. 
  27. http://www.wwe.com/shows/eliminationchamber/matches/13372766/results/
  28. Adkins, Greg (22 February 2010). "Taking the bull by the horns". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ 29 March 2010. 
  29. Adkins, Greg (28 March 2010). "Results:Cena uncorks the "Champ pain"". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ 29 March 2010. 
  30. "WWE Champion John Cena def. Batista (Last Man Standing Match)". World Wrestling Entertainment. 25 April 2010. สืบค้นเมื่อ 5 June 2012. 
  31. Bishop, Matt (23 May 2010). "Batista quits to end disappointing Over The Limit". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ 26 May 2010. 
  32. = Batista reveals why he returned to WWE =
  33. 20-2014-26172685 "Batista returns to WWE on 20 January 2014". WWE.com. สืบค้นเมื่อ 8 January 2014. 
  34. "CALDWELL'S WWE RAW RESULTS 1/6: Complete "virtual-time" coverage of live "Old-School" Raw - Flair opens, major Legend return at show-end, Rumble hype, more". 
  35. "WWE ROYAL RUMBLE PPV RESULTS 1/26 (Hour 3): Royal Rumble vs. The Crowd main event match". 
  36. http://www.mstarz.com/articles/26770/20140225/wwe-spoilers-batista-comments-fans-reaction-plus-update-john-cenas.htm
  37. Nissim, Mayer. "WWE Superstar Batista responds to 'Bootista' taunts". Digital Spy. สืบค้นเมื่อ 31 March 2014. 
  38. "Daniel Bryan def. Randy Orton and Batista to become the new WWE World Heavyweight Champion". สืบค้นเมื่อ 12 April 2014. 
  39. "Raw Results: WWE Tag Team Champions The Usos def. Randy Orton & Batista via Count-out". WWE.com. สืบค้นเมื่อ 15 April 2014. 
  40. "Raw results: Triple H def WWE World Heavyweight Champion Daniel Bryan via Disqualification". WWE.com. สืบค้นเมื่อ 15 April 2014. 
  41. "Raw results: Evolution reforms to break The Shield; The Shield vs. Alberto Del Rio, Jack Swagger, Bad News Barrett, Alexander Rusev, Fandango, Rybaxel, Titus O’Neil went to a No Contest". WWE.com. สืบค้นเมื่อ 15 April 2014. 
  42. Clapp, John. "The Shield def. Evolution". WWE. สืบค้นเมื่อ May 4, 2014. 
  43. Middleton, Marc (May 19, 2010). "SmackDown Dark Matches, Batista's New Submission, McCool News & More". lordsofpain.net. Archived from the original on May 22, 2010. สืบค้นเมื่อ May 19, 2010. 
  44. Bishop, Matt. "Smackdown: A decade of memories". Slam! Wrestling. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ October 25, 2009. 
  45. "New Year's Revoulution 2005 Main Event". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ July 15, 2008. 
  46. "3/14 WWE SmackDown: Parks's Ongoing Coverage of Batista vs. MVP for U.S Title, No Holds Barred". PWTorch.com. สืบค้นเมื่อ 23 February 2015. 
  47. "Full WWE Unforgiven coverage". PWInsider.com. สืบค้นเมื่อ 23 February 2015. 
  48. "WWE SmackDown results - 4/18/14". wrestleview.com. สืบค้นเมื่อ 23 February 2015. 
  49. "WWE just passes on Judgment Day". Canoe.ca. สืบค้นเมื่อ 27 February 2015. 
  50. Tedesco, Mike (October 10, 2009). "Smackdown Results – 10/9/09". WrestleView. สืบค้นเมื่อ October 25, 2009. 
  51. "Saturday Night's Main Event a bore". Canoe.ca. สืบค้นเมื่อ 17 February 2015. 
  52. "Smackdown: Batista bloodies Khali". Canoe.ca. สืบค้นเมื่อ 17 February 2015. 
  53. "HHH reigns again after Backlash". Canoe.ca. สืบค้นเมื่อ 17 February 2015. 
  54. "Raw: Batista drops a bomb on Raw, Orton". Canoe.ca. สืบค้นเมื่อ 17 February 2015. 
  55. "WWE Smackdown TV report for August 10". f4wonline.com. สืบค้นเมื่อ 17 February 2015. 
  56. "Smackdown Results - 9/18/09". wrestleview.com. สืบค้นเมื่อ 17 February 2015. 
  57. "11/30 WWE Smackdown: Parks's Coverage of the Show". PWTorch.com. สืบค้นเมื่อ 17 February 2015. 
  58. "6/8 WWE Smackdown: Parks's Review of the Show". PWTorch.com. สืบค้นเมื่อ 17 February 2015. 
  59. Martin, Adam (August 20, 2006). "SummerSlam PPV Results – August 20, 2006 – Boston, MA (Edge/John Cen". WrestleView. สืบค้นเมื่อ October 25, 2009. 
  60. Passero, Mitch (June 13, 2008). "Survival instincts". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ August 5, 2008. 
  61. Adkins, Greg (July 4, 2008). "Four on the Floor". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ August 4, 2008. 
  62. "Batista vs. Eddie Guerrero for the World Heavyweight Championship". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ November 13, 2007. 
  63. "Animal (Legal Title)". BMI. สืบค้นเมื่อ March 13, 2013. 
  64. "O.V.W. Heavyweight Title". Wrestling-Titles.com. สืบค้นเมื่อ July 19, 2007. 
  65. "Wrestling Information Archive – Pro Wrestling Illustrated Award Winners – Most Improved Wrestler of the Year". Pro Wrestling Illustrated. สืบค้นเมื่อ July 19, 2007. 
  66. "Wrestling Information Archive – Pro Wrestling Illustrated Award Winners – Wrestler of the Year". Pro Wrestling Illustrated. สืบค้นเมื่อ July 19, 2007. 
  67. "Pro Wrestling Illustrated (PWI) 500 for 2005". The Internet Wrestling Database. สืบค้นเมื่อ September 30, 2013. 
  68. "Batista's first World Heavyweight Championship reign". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ September 19, 2007. 
  69. "Batista's second World Heavyweight Championship reign". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ September 19, 2007. 
  70. "Batista's third World Heavyweight Championship reign". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ September 19, 2007. 
  71. "Batista's fourth World Heavyweight Championship reign". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ October 28, 2008. 
  72. "Batista and Ric Flair's first World Tag Team Championship reign". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ September 19, 2007. 
  73. "Batista and Ric Flair's second World Tag Team Championship reign". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ September 19, 2007. 
  74. "Batista and John Cena's first World Tag Team Championship reign". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ August 5, 2008. 
  75. "Batista's first WWE Championship reign". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ January 26, 2009. 
  76. "Batista's second WWE Championship reign". 
  77. "Batista and Rey Mysterio's first WWE Tag Team Championship reign". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ September 19, 2007. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]