ข้ามไปเนื้อหา

เดฟ บอทิสตา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก เดฟ บาทิสตา)
เดฟ บอทิสตา
เกิดDavid Michael Bautista Jr.
(1969-01-18) มกราคม 18, 1969 (57 ปี)
Washington, D.C., U.S.
อาชีพ
  • Actor
  • professional wrestler
  • mixed martial artist
ปีปฏิบัติงาน1999–2019 (wrestling)
2006–present (acting)
2012 (MMA)
คู่สมรส
  • Glenda Bautista (สมรส 1990; หย่า 1998)
  • Angie Bautista (สมรส 1998; หย่า 2006)
  • Sarah Jade (สมรส 2015; แยก 2019)
บุตร3
นักมวยสากล
ชื่อบนสังเวียนBatista
Dave Batista
Deacon Batista
Khan
Leviathan
ส่วนสูง6 ฟุต 6 นิ้ว (198 เซนติเมตร)[1]
น้ำหนัก290 ปอนด์ (132 กิโลกรัม)[1]
มาจากWashington, D.C.
ฝึกหัดโดยProfessional wrestling:
Afa Anoaʻi
Jim Cornette
Muay Thai and Eskrima:
Marrese Crump
เปิดตัวOctober 30, 1999
รีไทร์April 8, 2019
อาชีพศิลปะการต่อสู้
ส่วนสูง6 ฟุต 4 นิ้ว (193 เซนติเมตร)
น้ำหนัก265 lb (120 kg; 18 st 13 lb)
รุ่นHeavyweight
ทีมGracie Fighter Tampa
Cesar Gracie Jiu-Jitsu
อันดับBrown belt in Brazilian Jiu-Jitsu under Cesar Gracie
ช่วงปี2012
สถิติการต่อสู้แบบผสม
คะแนนรวม1
ชนะ1
โดยการน็อก1
แพ้0
ข้อมูลอื่น
สถิติการต่อสู้แบบผสม จากเชอร์ด็อก
ลายมือชื่อ

เดวิด ไมเคิล บาติสตา จูเนียร์ เกิดวันที่ 18 มกราคม 1969 เป็นนักแสดงชาวอเมริกันและอดีตนักมวยปล้ำอาชีพ เขาได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในนักมวยปล้ำอาชีพที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในยุครัทเลส แอกเกรสชัน โดยมีชื่อเสียงจากการทำงานกับดับเบิลยูดับเบิลยูอีหลายช่วงระหว่างปี 2002 ถึง 2019

บาติสตาเริ่มต้นอาชีพนักมวยปล้ำในปี 1999 และเซ็นสัญญากับดับเบิลยูดับเบิลยูอีในปี 2000 ซึ่งในขณะนั้นยังใช้ชื่อสหพันธ์มวยปล้ำโลก หรือดับเบิลยูดับเบิลยูเอฟ เขาเข้าฝึกที่โอไฮโอ แวลลีย์ เรสต์ลิง ซึ่งเป็นเขตพัฒนานักมวยปล้ำของบริษัทในขณะนั้น หลังเข้าสู่รอสเตอร์หลักในปี 2002 เขาเริ่มมีชื่อเสียงภายใต้ชื่อบนสังเวียนว่า บาติสตา โดยเริ่มต้นจากการเป็นสมาชิกของกลุ่มอีโวลูชัน เขาคว้าแชมป์หลายรายการ รวมถึงแชมป์ดับเบิลยูดับเบิลยูอี 2 สมัย และแชมป์โลกเฮฟวีเวต 4 สมัย โดยการครองแชมป์โลกเฮฟวีเวตครั้งแรกของเขาเป็นการครองแชมป์ที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ของเข็มขัดรุ่นนี้ ด้วยระยะเวลา 282 วัน นอกจากนี้เขายังชนะการแข่งขันรอยัลรัมเบิลในปี 2005 และ 2014 และได้เป็นคู่เอกของเรสเซิลเมเนีย 21 ในปี 2005 และเรสเซิลเมเนีย 30 ในปี 2014 โดยเรสเซิลเมเนีย 21 เป็นหนึ่งในห้าอีเวนต์แบบจ่ายต่อการรับชมที่ทำรายได้สูงที่สุดในประวัติศาสตร์มวยปล้ำ บาติสตาปล้ำแบบเต็มเวลาในช่วงปี 2002 ถึง 2010 ก่อนพักจากวงการและกลับมาในฐานะนักมวยปล้ำแบบไม่เต็มเวลาในปี 2014 ก่อนจะพักอีกครั้งในช่วงปลายปีเดียวกัน หลังจากกลับมาปรากฏตัวร่วมกับกลุ่มอีโวลูชันในปี 2018 เขากลับมาอีกครั้งในช่วงต้นปี 2019 เพื่อเข้าสู่เนื้อเรื่องสุดท้ายของเขา ก่อนประกาศเลิกมวยปล้ำอาชีพหลังแพ้การแข่งขันในเรสเซิลเมเนีย 35 ในปีเดียวกัน

ในฐานะนักแสดง บาติสตาเป็นที่รู้จักจากการรับบท แดร็กซ์ ในจักรวาลภาพยนตร์มาร์เวล ตั้งแต่ปี 2014 ถึง 2023 และรับบท แรบบาน ในภาพยนตร์เรื่อง ดูน ในปี 2021 และภาคต่อ ดูน ภาคสอง ในปี 2024 นอกจากนี้เขายังแสดงใน สเปกเตอร์ ในปี 2015, เบลด รันเนอร์ 2049 ในปี 2017, ไฟนอล สกอร์ ในปี 2018, มาสเตอร์ ซี: ยิปมัน เลกาซี ในปี 2018, อาร์มี ออฟ เดอะ เดด ในปี 2021, กลาส โอนเนียน: อะ ไนฟส์ เอาต์ มิสเทอรี ในปี 2022, น็อค แอท เดอะ เคบิน และ พาราชูต ในปี 2023 รวมถึง เดอะ ลาสต์ โชว์เกิร์ล ในปี 2024[2] เพื่อนร่วมวงการและบุคคลในวงการบันเทิงหลายคนมองว่าบาติสตาเป็นนักมวยปล้ำที่ผันตัวมาเป็นนักแสดงที่ดีที่สุดตลอดกาล[3][4]

ชีวิตวัยเยาว์

[แก้]

เดวิด ไมเคิล บาติสตา จูเนียร์ เกิดที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อวันที่ 18 มกราคม 1969[5] เป็นบุตรของดอนนา เรย์ นามสกุลเดิม มัลลินส์ และเดวิด ไมเคิล บาติสตา ผู้เป็นช่างทำผม มารดาของเขามีเชื้อสายกรีก ส่วนบิดาเกิดจากครอบครัวผู้อพยพชาวฟิลิปปินส์[6][7][8] ปู่ฝ่ายบิดาของเขาเคยรับราชการในกองทัพฟิลิปปินส์ ทำงานเป็นคนขับแท็กซี่และช่างตัดผม รวมถึงทำงานอื่น ๆ เพื่อหาเลี้ยงครอบครัว ต่อมามารดาของบาติสตาเปิดเผยว่าตนเองเป็นเลสเบียน[9] บาติสตาเคยกล่าวว่าเขาเติบโตมาในความยากจนและมีชีวิตวัยเด็กที่ลำบาก[10] โดยได้พบเห็นอาชญากรรมรุนแรงตั้งแต่อายุยังน้อย ก่อนอายุครบ 9 ปี มีการพบศพสองศพบนสนามหญ้าหน้าบ้านของเขา และพบอีกหนึ่งศพอยู่บริเวณใกล้เคียง[11] เมื่ออายุเพียง 13 ปี เขาเริ่มขโมยรถยนต์ และเมื่ออายุ 17 ปี เขาเหินห่างจากพ่อแม่และออกมาใช้ชีวิตด้วยตัวเอง[12] อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมาเขากล่าวว่าเขาภูมิใจในตัวพ่อแม่ เพราะทั้งคู่เป็นคนดี ซื่อสัตย์ และขยันทำงาน และเป็นผู้สอนให้เขาเห็นคุณค่าของการทำงานหนัก[13]

บาติสตาทำงานเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยในไนต์คลับ จนกระทั่งถูกจับกุมหลังจากมีเรื่องทะเลาะวิวาทที่ทำให้ลูกค้าสองคนได้รับบาดเจ็บ โดยหนึ่งในนั้นถูกทำร้ายจนหมดสติ หลังจากขึ้นศาล เขาถูกตัดสินให้คุมประพฤติเป็นเวลา 1 ปี ต่อมาเขาทำงานเป็นไลฟ์การ์ด[14] ก่อนตัดสินใจเข้าสู่วงการเพาะกาย ซึ่งเขาให้เครดิตว่าวงการนี้ช่วยรักษาชีวิตของเขาเอาไว้[15] เมื่ออายุ 30 ปี หลังจากเกิดภาวะพังทลายทางอารมณ์จากความรู้สึกอับอายที่ต้องขอให้เพื่อนร่วมงานยืมเงินเพื่อซื้อของขวัญคริสต์มาสให้ลูก ๆ เขาได้มองเห็นว่าอาชีพนักมวยปล้ำอาชีพสามารถสร้างรายได้มากเพียงใด และตัดสินใจเดินหน้าสู่อาชีพนักมวยปล้ำอาชีพอย่างจริงจัง[9]

เส้นทางมวยปล้ำอาชีพ

[แก้]

ช่วงแรกเริ่ม

[แก้]

บาติสตาได้เข้าทดสอบฝีมือที่พาวเวอร์แพลนต์ของเวิลด์แชมเปียนชิปเรสต์ลิง ซึ่งดีเวย์น บรูซ ผู้ฝึกสอนบอกกับเขาว่า เขาจะไม่มีวันประสบความสำเร็จในวงการมวยปล้ำได้[16] จากนั้นเขาจึงไปที่เวิลด์เรสต์ลิงเฟเดอเรชัน ซึ่งแนะนำให้เขาไปฝึกกับอาฟา อโนอาอีที่ไวลด์ซามัวเทรนนิงเซ็นเตอร์ ที่นั่นเขาได้ฝึกฝนและต่อมาได้ขึ้นปล้ำในสมาคมเวิลด์เอ็กซ์ตรีมเรสต์ลิงของอาโนอาอี[17] เขาขึ้นปล้ำแมตช์แรกเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 1999 ภายใต้ชื่อบนสังเวียนว่า ข่าน[18] ซึ่งเกิดขึ้นไม่ถึงสามเดือนก่อนวันเกิดครบรอบ 31 ปีของเขา[19] นอกจากนี้ เขายังฝึกมวยไทยและเอสคริมากับมาเรเซ ครัมป์อีกด้วย[20]

เส้นทางกับ WWE

[แก้]

หลังเซ็นสัญญากับ WWF ในปี 2000 บาติสตาถูกส่งไปฝึกที่ OVW และเปิดตัวภายใต้ชื่อ Leviathan เขาเข้าร่วมกลุ่ม Disciples of Synn และไม่แพ้ใครจนถูก Kane เอาชนะที่ Christmas Chaos ต่อมาเขาคว้าแชมป์ OVW Heavyweight จาก Doug Basham ก่อนเสียแชมป์ให้ The Prototype หรือ John Cena และถูกเลื่อนขึ้นสู่ WWE ชุดใหญ่ในเวลาต่อมา[21] บาติสตาเปิดตัวทางโทรทัศน์ในวันที่ 9 พฤษภาคม 2002 ใน SmackDown! ภายใต้ชื่อ Deacon Batista ในฐานะลูกน้องของ Reverend D-Von[22] เขาแท็กทีมกับ D-Von ก่อนมีปัญหากันและเอาชนะ D-Von ในเดือนพฤศจิกายน[23] หลังจากนั้นเขาย้ายไป Raw เปลี่ยนชื่อเป็น Batista ร่วมทีมกับ Ric Flair[24] และมีเรื่องกับ Kane ซึ่งเขาเอาชนะได้ใน Armageddon 2002[25]

ในเดือนมกราคม 2003 Batista ร่วมกับ Triple H, Ric Flair และ Randy Orton ก่อตั้ง Evolution[26] แต่ต้องพักเกือบทั้งปีเนื่องจากอาการบาดเจ็บที่กล้ามเนื้อไตรเซปส์[27] เขากลับมาในเดือนตุลาคม[28] และใน Armageddon 2003 เขากับ Ric Flair คว้าแชมป์โลกแท็กทีม[29] ขณะที่สมาชิก Evolution คนอื่น ๆ ต่างก็ถือแชมป์เช่นกัน[30] Batista กับ Flair เสียแชมป์ในปี 2004 ก่อนคว้ากลับมาได้และเสียอีกครั้งในเวลาต่อมา[31][32][33] ช่วงปลายปี ความสัมพันธ์ระหว่าง Batista กับ Triple H เริ่มแย่ลง แม้เขายังคงอยู่กับ Evolution แต่พฤติกรรมของ Batista เริ่มเปลี่ยนไปเป็นฝ่ายธรรมะ และเริ่มไม่เห็นด้วยกับการกระทำของ Triple H และ Ric Flair ถึงอย่างนั้นเขายังช่วยเหลือสมาชิก Evolution ในการแข่งขันต่าง ๆ อยู่เสมอ[34]

ในรอยัลรัมเบิล 2005 บาทิสตาเอาชนะจอห์น ซีนาได้ในแมตช์รอยัลรัมเบิล จึงได้รับสิทธิ์เข้าไปชิงแชมป์โลกในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 21[35] โดยมีแชมป์โลกอีก 1 คนของค่ายสแมคดาวน์คือเจบีแอล นั่นเองซึ่งเป็นเจ้าของแชมป์ WWE ในขณะนั้นมาเสนอให้ท้าชิงแชมป์เพราะ JBL ขับรถชน บาติสตาแต่เขาก็รอดชีวิตจากการช่วยเหลือของทริปเปิลเอช[36] จนทำให้เขาแค้นมากแต่เขาก็ไม่ไว้ใจทริปเปิลเอชด้วยเช่นกัน เพราะทริปเปิลเอชใช้บาทิสตาเป็นเครื่องทุ่มแรงในการปล้ำอยู่เสมอ บาทิสตาจึงตัดสินใจทำสัญญาท้าชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวทจากทริปเปิลเอชในเรสเซิลเมเนีย 21[37] สุดท้ายบาทิสตาก็เป็นฝ่ายเอาชนะและคว้าแชมป์โลกเฮฟวี่เวทสมัยแรกได้สำเร็จ[1][38] ภายหลังจากล้างแค้นได้สำเร็จในเวลาต่อมา บาทิสตา ถูกให้ย้ายไปสังกัดสแมคดาวน์ สลับกับจอห์น ซีนา ซึ่งเป็นแชมป์ WWE ที่ได้แชมป์มาจาก JBL ในเรสเซิลเมเนีย 21 ไปสังกัดรอว์[39] ต่อมาในปลายปี 2005 เขายังคว้าแชมป์แท็กทีมร่วมกับเรย์ มิสเตริโอ[40] ก่อนที่ในช่วงต้นปี 2006 เขาต้องรับการผ่าตัด จึงมีความจำเป็นต้องสละตำแหน่งแชมป์ให้กับเคิร์ต แองเกิล[41] พอเขากลับมาในช่วงกลางปี 2006 เขาได้เอาชนะบูเกอร์ ที เขาก็ได้เข็มขัดกลับมาอย่างสมใจในศึกเซอร์ไวเวอร์ซีรีส์[42]

ในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 23 บาทิสตาเสียแชมป์โลกเฮฟวี่เวทให้กับดิอันเดอร์เทเกอร์ (เป็นครั้งแรกที่เสียแชมป์โลก)[43] แต่เขาก็มีโอกาสกลับมาชิงแชมป์ได้จากเดอะเกรตคาลีอีกครั้ง ในอันฟอร์กิฟเว่น 2007[1][44] บาทิสตาก็เสียแชมป์โลกเฮฟวี่เวทให้กับเอดจ์ ในอาร์มาเกดดอน 2007[45] ต่อมาบาทิสตาได้เปิดศึกกับชอว์น ไมเคิลส์ เพราะชอว์นเป็นต้นเหตุที่ทำให้ริก แฟลร์ อดีตคู่หูกลุ่มเอฟโวลูชั่น และครูผู้ฝึกสอนของเขาต้องเลิกปล้ำ และท้าเจอกันในแบคแลช (2008) สุดท้ายบาทิสตาก็เป็นฝ่ายแพ้ไปให้กับชอว์น

ช่วงศึกไนท์ออฟแชมเปียนส์ (2008) บาทิสตาก็ได้มีโอกาสชิงแชมป์โลกคืนจากเอดจ์ แต่เอดจ์ให้ด่านทดสอบว่าจะให้ปล้ำแท็กทีม 8 คน โดยบาทิสตาไม่มีคู่ปล้ำ แต่วิกกี เกร์เรโรอาสาเลือกคู่ปล้ำให้ โดยเลือกให้จับคู่กับนักมวยปล้ำจ็อบเบอร์ล้วนๆ ฝั่งของเอดจ์มีชาโว เกร์เรโร, เคิร์ต ฮอว์กินส์และแซค ไรเดอร์ แต่บาทิสตาก็เอาชนะทีมของเอดจ์ได้ทั้งหมด ภายหลังไนท์ออฟแชมเปียนส์นั้นทำให้บาทิสตามีความโกรธเคืองอย่างหนักจากที่เอดจ์ใช้กลโกง และไม่ทันได้แก้แค้นก็ถูกย้ายไปสังกัดค่ายรอว์ในทันทีจากการดราฟท์ตัว ไม่นานโอกาสที่ได้แก้แค้นมาถึงเมื่อเอดจ์เดินทางไปประกาศชัยชนะ ณ เวทีของรอว์ บาทิสตาจึงออกมาอัด ทำให้เอดจ์ไม่อยู่ในสภาพที่จะลุกขึ้นได้ จึงลงจากเวทีไป เป็นโอกาสให้ซีเอ็ม พังก์ เจ้าของกระเป๋า Money In The Bank เดินสวนทางออกมาใช้สิทธิ์นั้นทันที เป็นผลกรรมที่เอดจ์เคยใช้สิทธิ์นี้ต้องเสียแชมป์โลกเฮฟวี่เวทไป

บาทิสตาได้เปิดศึกกับ นักมวยปล้ำขั้นเทพที่มีฝีมือและดีกรีสูสีกับเขาในยุคนี้ คือ จอห์น ซีนา เนื่องจากมีปัญหาเข้าใจผิดที่ซีนาจะใช้เก้าอี้ตีใส่ JBL แต่ JBL หลบได้ เลยพลาดไปถูกบาทิสตา ทำให้คู่นี้กลายเป็นคู่กรณีกันโดย 2 คนนี้ถูกให้จับคู่กันเพื่อไปชิงแชมป์แทคทีมกับเดอะเลกาซี (โคดี โรดส์ และเท็ด ดิบิอาซี่) ซึ่งก็สามารถคว้าแชมป์มาครองได้สำเร็จ[46][47] แต่เป็นเพราะคู่นี้เป็นคู่กรณีกัน จึงไม่มีความสามัคคี ทำให้อีก 1 อาทิตย์ต่อมา ต้องเสียแชมป์กลับคืนให้กับเลกาซี[48] จากนั้นคู่นี้ก็ได้เจอกันอย่างสมใจ เมื่อศึกใหญ่อย่างซัมเมอร์สแลม (2008)มาถึง ผลปรากฏว่าซีนาโดนบาทิสตาบอมบ์ ท่าไม้ตายของบาทิสตาแพ้ไปอย่างหมดรูป ทำให้ซีนาต้องพักการปล้ำไปนานพอควรเลยทีเดียว แมตช์นี้ถือได้ว่าเป็นการพบกันของ 2 นักมวยปล้ำชั้นนำของ WWE ซึ่งไม่เคยได้เจอกันแบบตัวต่อตัว นับแต่พวกเขาได้เข้ามาในวงการถึง 6 ปี[49]

จากนั้นต่อมา บาทิสตาได้กลายมาเป็นคู่ปรับกับนักมวยปล้ำหนุ่มผู้กวาดล้างนักมวยปล้ำที่เป็นตำนานนามว่าแรนดี ออร์ตัน ซึ่งเคยเป็นเพื่อนเก่าของบาทิสตาในกลุ่มเอฟโวลูชั่น เนื่องจากมีความแค้นส่วนตัวที่ออร์ตันถูกหักหลังและโดนไล่ออกจากกลุ่มนั่นเอง ในเซอร์ไวเวอร์ ซีรีส์ (2008) คู่นี้ได้ปะทะกันในรูปแบบแทคทีม 5 คน ในชื่อ อิลิมิเนชั่นแทกแมตช์ ซึ่งใครแพ้ต้องถูกคัดออก ผลปรากฏว่าบาทิสตาเป็นฝ่ายแพ้ให้กับออร์ตัน โดยมีโคดี โรดส์ ลูกน้องของออร์ตัน คอยช่วยอยู่ในฐานะสมาชิกแทคทีมของเขา จนกระทั่งในศึกส่งท้ายปีอย่าง อาร์มาเกดดอน (2008) คู่นี้ก็ได้เจอกันอีกครั้ง คราวนี้ บาทิสตาได้เอาคืนออร์ตัน โดยการเอาชนะล้างตาไปได้ แต่ในรอว์ ออร์ตันก็ได้เล่นงานบาทิสตาสารพัดและจบด้วยการเตะศีรษะบาทิสตาจนต้องพักการปล้ำไปนานถึง 4 เดือน[50]

4 เดือนต่อมาหลังศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 25 บาทิสตาได้กลับมาเพื่อทวนแค้นกับ แรนดี ออร์ตัน ซึ่งแพ้ ทริปเปิล เอช มาหมาดๆ จากการชิงแชมป์ WWE ซึ่งคราวนี้ บาทิสตา จะได้จับคู่แทคทีมกับ ทริปเปิล เอช และ เชน แมคแมน เจอกับ ออร์ตัน และ เดอะเลกาซี ในการปล้ำแทคทีม 6 คน ในศึก แบคแลช (2009) ซึ่งหากทีมออร์ตัน ชนะ ไม่ว่าใครจะเป็นฝ่ายจับกดใครได้ก็ตาม ออร์ตัน จะกลายเป็นแชมป์ WWE ไปในทันที ผลปรากฏว่า บาทิสตาไม่อาจคุ้มครองลูกพี่เก่าเพื่อรักษาตำแหน่งแชมป์ไว้ได้จนต้องเสียแชมป์ WWE ให้กับ ออร์ตัน ในรอว์ บาทิสตาได้เจอกับ บิ๊กโชว์ เพื่อหาผู้ท้าชิงอันดับ 1 ในการชิงแชมป์ WWE ซึ่งบาทิสตา ได้เอาชนะ บิ๊กโชว์ ไปได้จากความช่วยเหลือของ จอห์น ซีนา ที่เข้ามารบกวน บิ๊กโชว์ ระหว่างแมตซ์ ทำให้บาทิสตา ได้ไปชิงแชมป์ WWE กับ ออร์ตัน เพื่อชำระแค้นกันอีกครั้ง ในศึก จัดจ์เมนท์เดย์ (2009) เมื่อถึงวันปล้ำ ออร์ตันได้ทำให้ตัวเองถูกจับแพ้ฟาวล์เพื่อรักษาตำแหน่งเอาไว้อีกครั้ง ในศึก เอ็กซ์ตรีมรูลส์ (2009) บาทิสตาก็สามารถกระชากแชมป์จากออร์ตัน ได้ในแมตช์การปล้ำในกรงเหล็ก[51] แต่บาทิสตาก็ต้องสละแชมป์ WWE และพักการปล้ำไปเนื่องจากอาการบาดเจ็บที่แขน[52]

บาทิสตาได้กลับมาอีกครั้งหลังจากเจ็บที่แขนไปยาวนาน และในแบรกกิ้ง ไรท์ส (2009) บาทิสตาได้ปล้ำในแมตช์ 4 เส้า ในการชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวท จาก ดิอันเดอร์เทเกอร์ ร่วมด้วย เรย์ มิสเตริโอ และซีเอ็ม พังก์ ซึ่ง อันเดอร์เทเกอร์ เป็นฝ่ายป้องกันแชมป์ไว้ได้ ทำให้บาทิสตาโมโห จึงทำร้ายเรย์ จากนั้นก็ประกาศตัดเพื่อนกับเรย์ และกลายเป็นฝ่ายอธรรม ในเซอร์ไวเวอร์ ซีรีส์ (2009) บาทิสตา กับเรย์ ก็ได้เจอกัน ผลปรากฏว่า บาทิสตาเป็นฝ่ายชนะ[53] ในทีแอลซี: เทเบิล แลดเดอร์ แอนด์ แชร์ (2009) บาทิสตาได้ขอท้าชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวท กับ อันเดอร์เทเกอร์ ผลปรากฏว่าในตอนแรก บาทิสตาชนะและได้แชมป์โลกเฮฟวี่เวท แต่ทีโอดอร์ ลองผู้จัดการทั่วไปของฝั่งสแมคดาวน์ ออกมาบอกว่าให้เริ่มใหม่อีกครั้ง และอันเดอร์เทเกอร์ก็สามารถป้องกันแชมป์โลกเฮฟวี่เวท เอาไว้ได้สำเร็จ[54]

ในอิลิมิเนชั่น แชมเบอร์ (2010) บาทิสตาได้กระชากแชมป์ WWE ไปจากจอห์น ซีนา หลังจากได้แชมป์จากเชมัส[55] ต่อมา บาทิสตาก็เล่นงานซีนาตลอดทั้งสัปดาห์และก็บอกว่า ซีนาไม่เคยชนะตนได้แม้แต่ครั้งเดียว แต่ว่าในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 26 บาทิสตาก็เสียแชมป์ WWE คืนให้กับซีนา และเป็นการพ่ายแพ้ให้กับซีนาครั้งแรกด้วย[56][57] ในเอ็กซ์ตรีมรูลส์ (2010) บาทิสตาได้ขอท้าซีนา ชิงแชมป์ WWE อีกครั้ง แต่บาทิสตา ก็แพ้ให้กับซีนาไปอีกเป็นครั้งที่ 2 ติดต่อกัน[58] ในโอเวอร์เดอะลิมิต (2010) บาทิสตาได้ขอท้าซีนา ชิงแชมป์ WWE อีกครั้ง สุดท้ายบาทิสตา ก็แพ้ไปอีกเป็นครั้งที่ 3 ติดต่อกัน แล้วก็อกหักอีกตามเคย[59] และบาทิสตาได้รับบาดเจ็บสาหัส ในรอว์คืนต่อมา (24 พฤษภาคม 2010) บาทิสตาได้ตัดสินใจประกาศลาออกจาก WWE[60] ต่อมาเขากล่าวในการให้สัมภาษณ์ว่า เขาออกจากดับเบิลยูดับเบิลยูอีเพราะเขา “ไม่ชอบทิศทางที่บริษัทกำลังมุ่งหน้าไป”[61]

กลับสู่ WWE และรีไทร์

[แก้]

ในรอว์ 20 มกราคม 2014 บาทิสตาได้กลับมาใน WWE อีกครั้ง โดยเปิดตัวออกมาก้มลงจูบพื้นเวที จากนั้นก็สวมกอดกับ ทริปเปิล เอช บาทิสตา ทักทายออร์ตัน และบอกว่านายมีปัญหาสินะที่เขากลับมา เพราะฉะนั้นจะขอบอกให้ชัดๆ เลยว่าเขากลับมาเพื่อจะเป็นแชมป์ WWE เขาไม่สนใจว่าหลังจบรอยัลรัมเบิล (2014) ใครจะเป็นแชมป์ระหว่าง ออร์ตัน, ซีนา หรือใครก็ช่าง เขากลับมาเพื่อชนะ รอยัลรัมเบิล และเป็นคู่เอก เรสเซิลเมเนีย จงทำใจซะเถอะ!![62] ในรอยัลรัมเบิล บาทิสตาก็ได้เป็นผู้ชนะในแมตช์รอยัลรัมเบิลอีกครั้ง และได้สิทธิ์ไปชิงแชมป์ ในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 30[63] ต่อมาได้เปิดศึกกับอัลเบร์โต เดล รีโอ และได้ท้าเจอกันในอิลิมิเนชั่น แชมเบอร์ (2014) สุดท้ายบาทิสตาก็เป็นฝ่ายเอาชนะไปได้สำเร็จ[64][65] ในเรสเซิลเมเนีย บาทิสตาไม่สามารถคว้าแชมป์มาได้ โดยแดเนียล ไบรอันคว้าแชมป์ไปได้สำเร็จ[66]

1 วันหลังจากจบเรสเซิลเมเนีย ในรอว์คืนต่อมา สเตฟานี แม็กแมนได้ออกมาสั่งให้ออร์ตันและบาทิสตาร่วมมือกันเป็นทีม เริ่มต้นจากแมตช์ชิงแชมป์แทกทีมกับดิ อูโซส์ ผลออกมาเป็นดับเบิลเคาท์เอาท์[67] และได้สั่งให้เคน, บาทิสตา และออร์ตันทำร้ายไบรอันก่อนการก่อนแข่งขันจะเริ่มต้นเป็นการสร้างจุดอ่อน และทำให้ทริปเปิลเอชมีโอกาสในการชนะมากขึ้น จนเดอะชีลด์ได้ออกมาบนเวที และจัดการกับพวกกลุ่มของทริปเปิลเอช และได้ช่วยไบรอัน จากการกลั่นแกล้งจากกลุ่มทริปเปิลเอช[68] ในรอว์ 14 เมษายน เดอะชีลด์ต้องปล้ำแฮนดิแคป 11 รุม 3 แต่กรรมการต้องยุติแมตช์ เนื่องจากทั้งสองฝ่ายอัดกันไม่หยุด ก่อนที่ ทริปเปิลเอช, ออร์ตัน และบาทิสตา จะออกมาในนามของกลุ่ม เอฟโวลูชั่น และมาจัดการอัดกลุ่มเดอะชีลด์จนหมดสภาพ[69] ก่อนที่จะประกาศแมตช์แทกทีมอย่างเป็นทางการ ในสแมคดาวน์ 18 เมษายน ระหว่างเดอะชีลด์กับเอฟโวลูชั่นในเอ็กซ์ตรีมรูลส์ (2014) สุดท้ายเอฟโวลูชั่นเป็นฝ่ายแพ้ ในเพย์แบ็ค (2014) เอฟโวลูชั่นได้เจอกับเดอะชีลด์ในแมตช์แทกทีม 6 คน ไม่มีกฎกติกา แบบคัดออก สุดท้ายเอฟโวลูชั่น แพ้รวด 3-0[70][71] ในรอว์คืนต่อมา บาทิสตาได้ประกาศขอลาออกจาก WWE[72][73][74][75]

วันที่ 16 ตุลาคม 2018 ในสแมคดาวน์ครบรอบตอนที่ 1000 บาทิสตาได้ปรากฏตัวในฐานะกลุ่มเอฟโวลูชั่นก่อนจะมีการท้าทายทริปเปิลเอชเล็กน้อย[76] ในรอว์ 25 กุมภาพันธ์ 2019 บาทิสตาได้ทำร้ายริก แฟลร์ในงานฉลองวันเกิดครบรอบ 70 ปีของแฟลร์เป็นการท้าทายทริปเปิลเอช[77] ในรอว์ 11 มีนาคม บาทิสตาและทริปเปิลเอชได้ออกมาะทะฝีปากกันก่อนที่บาทิสตาจะท้าทริปเปิลเอชให้เจอกันในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 35โดยทริปเปิลเอชได้เพิ่มรูปแบบการปล้ำเป็นแมตช์ไม่มีกฏกติกา[78] ซึ่งบาทิสตาเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ไป[79] ก่อนจะประกาศรีไทร์อำลาสังเวียนอย่างเป็นทางการในเวลาต่อมา[80][81]

รูปแบบการปล้ำและบุคลิก

[แก้]

เมื่อบาติสตากลับมาที่ดับเบิลยูดับเบิลยูอีในปี 2014 เขาถูกแฟน ๆ โห่อย่างหนักหลังจากคว้าชัยชนะในการแข่งขันรอยัลรัมเบิล แม้ในขณะนั้นเขาจะรับบทเป็นฝ่ายธรรมะก็ตาม[82] ในการให้สัมภาษณ์กับดับเบิลยูดับเบิลยูอีดอตคอม เขากล่าวถึงปฏิกิริยาของแฟน ๆ ว่า มันเป็นเรื่องแปลกและไม่เหมือนเสียงตอบรับตามปกติ แต่ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นการโจมตีตัวเขาเป็นการส่วนตัว โดยเขามองว่ามันเกิดจากปัจจัยหลายอย่างที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของเขา รวมถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่กำลังเกิดขึ้นภายในบริษัทและเกี่ยวข้องกับคนอื่น ซึ่งแทบไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับตัวเขาเลย เขายอมรับว่ามันทำให้รู้สึกหงุดหงิดและสับสน และแม้จะไม่อยากบอกว่าเขาเก็บเรื่องนี้มาเป็นเรื่องส่วนตัวทั้งหมด แต่ก็ยอมรับว่าส่วนหนึ่งเขารู้สึกเช่นนั้น[83] กระแสตอบรับจากแฟน ๆ ทำให้เนื้อเรื่องต้องมีการเปลี่ยนแปลง และบาติสตาถูกเปลี่ยนบทบาทให้กลายเป็นฝ่ายอธรรม ตำนานนักมวยปล้ำอย่างมิก โฟลีย์แสดงความคิดเห็นว่า บาติสตาเป็นเพียงคนที่ผิดที่ ผิดเวลา เพราะการกลับมาของเขาเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่แฟนดับเบิลยูดับเบิลยูอีต้องการให้แดเนียล ไบรอันชนะรอยัลรัมเบิลปี 2014 และไม่ยอมรับผลลัพธ์อื่น[84][85]

ในปี 2012 บทความของดับเบิลยูดับเบิลยูอียกให้บาติสตาเป็นตัวร้ายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาลอันดับที่ 50[86] นอกจากนี้ ดับเบิลยูดับเบิลยูอียังจัดอันดับให้เขาเป็นแชมป์โลกเฮฟวีเวตที่ดีที่สุดตลอดกาลอันดับที่ 2[87] ดับเบิลยูดับเบิลยูอีเคยประชาสัมพันธ์ว่าบาติสตาสูง 6 ฟุต 6 นิ้ว และหนัก 290 ปอนด์ แต่ข้อมูลดังกล่าวแตกต่างจากส่วนสูงจริงของเขาที่ 6 ฟุต 4 นิ้ว และน้ำหนักจริงที่ไม่ทราบแน่ชัด[88][1]

เส้นทาง MMA

[แก้]

หลังจากออกจากดับเบิลยูดับเบิลยูอี บาติสตาเข้าชมการแข่งขันสไตรก์ฟอร์ซ ลอสแอนเจลิส เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2010 หลังจากก่อนหน้านี้เคยแสดงความสนใจที่จะเข้าแข่งขันในกีฬาศิลปะการต่อสู้แบบผสม[89] ห้าวันต่อมา เขาประกาศว่าเขาจะเริ่มต้นอาชีพในวงการศิลปะการต่อสู้แบบผสม[90] บาติสตาได้รับสายสีน้ำตาลในบราซิลเลียนยิวยิตสูภายใต้การฝึกสอนของซีซาร์ เกรซี[91] ต่อมาบาติสตาและสไตรก์ฟอร์ซตกลงเรื่องค่าตัวกันได้และอยู่ระหว่างการเจรจาสัญญา อย่างไรก็ตาม ในเดือนเมษายน 2011 บาติสตาเปิดเผยว่าการเจรจาล้มเหลวหลังจากองค์กรถูกซื้อกิจการโดยบริษัทซัฟฟา[92]

เดิมบาติสตาคาดว่าจะประเดิมการแข่งขันศิลปะการต่อสู้แบบผสมกับราชิด อีแวนส์ ในวันที่ 6 ตุลาคม 2012 ในรายการซีอีเอส เอ็มเอ็มเอ: เรียล เพน ที่เมืองพรอวิเดนซ์ รัฐโรดไอแลนด์[93][94] แต่เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2012 อีแวนส์ถูกถอนตัวจากการแข่งขัน หลังจากละเมิดเงื่อนไขการคุมประพฤติจนต้องกลับเข้าเรือนจำ เขาจึงถูกแทนที่โดยวินซ์ ลูเซโร นักสู้มากประสบการณ์ที่ผ่านการแข่งขันมาแล้ว 40 ไฟต์ บาติสตาคว้าชัยชนะในการแข่งขันด้วยการชนะน็อกทางเทคนิคในเวลา 4 นาที 5 วินาทีของยกแรก[95]

อาชีพนักแสดง

[แก้]

บาติสตาเคยแสดงในรายการโทรทัศน์หลายเรื่อง ทั้งในฐานะตัวเขาเองและในฐานะตัวละครนักมวยปล้ำของเขา เขาปรากฏตัวรับเชิญในตอนที่ 8 ของฤดูกาลที่ 6 ของสมอลวิลล์ รับบทเป็นอัลดาร์ สิ่งมีชีวิตจากต่างดาวที่หลบหนีออกมาจากแฟนทอมโซน และดูดกระดูกของมนุษย์เพื่อเป็นอาหาร[96] ในเดือนมิถุนายน 2009 เขาปรากฏตัวรับเชิญในฐานะตัวเขาเองในละครโทรทัศน์ออสเตรเลียเรื่องเนเบอร์ส ในปี 2010 เขาปรากฏตัวในตอนหนึ่งของชัค[97] และยังปรากฏตัวรับเชิญในเรื่องเรลาทีฟ สเตรนเจอร์ส นอกจากนี้เขายังแสดงนำในภาพยนตร์แอ็กชันเรื่องรอง ไซด์ ออฟ ทาวน์ ในปี 2010[98] และรับบทเป็นบราส บอดี ตัวร้ายในภาพยนตร์ของยูนิเวอร์แซล สตูดิโอส์ เรื่องเดอะ แมน วิธ เดอะ ไอรอน ฟิสต์ส[99]

บาติสตารับบทแดร็กซ์ เดอะ เดสทรอยเยอร์ ในภาพยนตร์ของมาร์เวล สตูดิโอส์เรื่องการ์เดียนส์ ออฟ เดอะ แกแล็กซี ในปี 2014 ซึ่งประสบความสำเร็จทั้งด้านคำวิจารณ์และรายได้[100] เขารับบทมิสเตอร์ ฮิงซ์ ในภาพยนตร์เจมส์ บอนด์เรื่องสเปกเตอร์ ในปี 2015[101] และรับบทเป็นตัวร้ายตง โป ในภาพยนตร์ศิลปะการต่อสู้เรื่องคิกบ็อกเซอร์: เวนเจนซ์ ในปี 2016[102] ต่อมาเขาได้รับเสียงชื่นชมอย่างกว้างขวางจากบทสมทบในภาพยนตร์เบลด รันเนอร์ 2049 ในปี 2017[103][104] เขากลับมารับบทแดร็กซ์อีกครั้งในการ์เดียนส์ ออฟ เดอะ แกแล็กซี ภาค 2 ในปี 2017[105], อเวนเจอร์ส: อินฟินิตี วอร์ ในปี 2018 และอเวนเจอร์ส: เอนด์เกม ในปี 2019[106]

ในปี 2018 บาติสตาและนักแสดงร่วมจากการ์เดียนส์ ออฟ เดอะ แกแล็กซี ออกมาให้การสนับสนุนเจมส์ กันน์ ผู้กำกับภาพยนตร์ หลังจากกันน์ถูกไล่ออกจากตำแหน่งเนื่องจากข้อความเก่าในสื่อสังคมออนไลน์ที่ล้อเลียนเรื่องการมีเพศสัมพันธ์กับเด็กและการข่มขืน[107] บาติสตาเรียกการไล่กันน์ออกว่าเป็นเรื่องน่าขยะแขยง และประกาศว่าเขาจะขอให้เปลี่ยนนักแสดงที่รับบทแดร็กซ์ หากดิสนีย์ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของมาร์เวล สตูดิโอส์ ไม่นำบทภาพยนตร์ของกันน์มาใช้สำหรับการ์เดียนส์ ออฟ เดอะ แกแล็กซี ภาค 3[108] ต่อมากันน์ได้รับการแต่งตั้งกลับมาเป็นผู้กำกับภาพยนตร์อีกครั้งในเดือนมีนาคม 2019[109] ในเดือนพฤษภาคม 2021 บาติสตายืนยันว่าการ์เดียนส์ ออฟ เดอะ แกแล็กซี ภาค 3 จะเป็นการปรากฏตัวครั้งสุดท้ายของเขาในบทแดร็กซ์[110]

บาติสตาแสดงนำในอาร์มี ออฟ เดอะ เดด ในปี 2021[111] และรับบทเป็นตัวร้ายในดูน ในปีเดียวกัน[112] ซึ่งภาพยนตร์ประสบความสำเร็จทั้งด้านคำวิจารณ์และรายได้[113][114] นอกจากนี้เขายังรับบทเป็นดยุคในกลาส โอนเนียน: อะ ไนฟส์ เอาต์ มิสเทอรี ในปี 2022 และแสดงนำในภาพยนตร์สยองขวัญของเอ็ม. ไนท์ ชยามาลาน เรื่องน็อค แอท เดอะ เคบิน ในปี 2023[115] เขาปรากฏตัวในภาพยนตร์แฟนตาซีผจญภัยเรื่องอิน เดอะ ลอสต์ แลนด์ส ในปี 2025[116][117] และให้เสียงพากย์ตัวละครทากาห์ในแอนิเมชันเรื่องอวตาร แอง: เดอะ ลาสต์ แอร์เบนเดอร์

ชีวิตส่วนตัว

[แก้]

บาติสตาแต่งงานกับภรรยาคนแรกของเขา เกลนดา ในปี 1990 ทั้งคู่มีลูกสาวด้วยกันสองคน คือ ไคเลนี เกิดปี 1990 และเอธีนา เกิดปี 1992 ก่อนหย่าร้างกันในปี 1998[118] บาติสตาแต่งงานกับภรรยาคนที่สอง แองจี เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 1998 ทั้งคู่มีลูกชายด้วยกันหนึ่งคนชื่อ โอลิเวอร์[119] และหย่าร้างกันในปี 2006[120] ก่อนอายุครบ 40 ปี บาติสตามีหลานชายสองคนผ่านทางไคเลนีแล้ว[121][122] ในเดือนตุลาคม 2015 เขาแต่งงานกับซาราห์ เจด นักเต้นโพลแดนซ์มืออาชีพ ทั้งคู่แยกทางกันในช่วงต้นปี 2019[123]

บาติสตาสูง 6 ฟุต 4 นิ้ว หรือ 1.93 เมตร และในเดือนสิงหาคม 2020 มีน้ำหนักประมาณ 275 ปอนด์ หรือ 125 กิโลกรัม ก่อนจะลดน้ำหนักลงเหลือประมาณ 240 ปอนด์ หรือ 110 กิโลกรัมในเดือนกันยายน 2024[124] เขามีรอยสักจำนวนมาก รวมถึงมังกรขนาดใหญ่บนแผ่นหลัง ตัวอักษรคันจิสีแดงบนกล้ามเนื้อไบเซ็ปส์ด้านซ้าย ซึ่งเขียนว่า แองเจิล เพื่อเป็นเกียรติแก่แองจี ลวดลายประจำตัวบนกล้ามเนื้อไบเซ็ปส์ด้านขวา และรูปดวงอาทิตย์ขนาดเล็กบนหน้าท้องล้อมรอบสะดือ[125] นอกจากนี้เขายังมีรอยสักธงชาติกรีซและฟิลิปปินส์บนแขนอีกด้วย ระหว่างพักจากการปล้ำเนื่องจากอาการบาดเจ็บในปี 2009 เขาสักลายชนเผ่าขนาดใหญ่เต็มต้นแขนทั้งสองข้าง และเพิ่มคำว่า ดีซี โซลเจอร์ บนกล้ามเนื้อไบเซ็ปส์ด้านขวา[126] เดิมเขาเคยมีรอยสักรูปอุกกาบาตบนแขน ซึ่งเป็นโลโก้ที่เกี่ยวข้องกับแมนนี ปาเกียว อดีตเพื่อนของเขา แต่ภายหลังได้สักทับด้วยลวดลายหัวกะโหลกน้ำตาล หลังจากปาเกียวแสดงความคิดเห็นในเชิงเหยียดคนรักเพศเดียวกัน[127] ตั้งแต่ปี 2010 บาติสตาเริ่มรับประทานอาหารที่เน้นพืชเป็นหลักและรับประทานปลาเป็นหลัก และในปี 2021 เขาวางแผนที่จะเปลี่ยนไปรับประทานอาหารวีแกนอย่างสมบูรณ์ในอนาคตอันใกล้[128]

บาติสตาเป็นโรคหอบหืด และเขาเคยยอมรับว่าในอดีตต้องซ่อนยาพ่นไว้ตามจุดต่าง ๆ ใต้เวทีระหว่างการแข่งขันมวยปล้ำของเขา[129]

บาติสตาเป็นแฟนกีฬาเบสบอล โดยเติบโตมากับการติดตามทีม นิวยอร์ก แยงกีส์ แม้ภายหลังเขาจะหันมาเชียร์ทีม วอชิงตัน เนชันแนลส์ ซึ่งสนามเนชันแนลส์ พาร์ก ตั้งอยู่ห่างจากบ้านในวัยเด็กของเขาเพียงไม่กี่ช่วงตึก[130]

บาติสตาสนับสนุนเบอร์นี แซนเดอร์ส ในการเลือกตั้งขั้นต้นของพรรคเดโมแครตเพื่อชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐในปี 2020[131] เขาสนับสนุนโจ ไบเดนในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในปี 2020 และปรากฏตัวในโฆษณาหาเสียงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีของไบเดน[132][133] ในปี 2024 บาติสตาซึ่งสนับสนุนรองประธานาธิบดีสหรัฐและผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดี กมลา แฮร์ริส ได้ถ่ายวิดีโอที่กล่าวโจมตีโดนัลด์ ทรัมป์ คู่แข่งของเธอ เพื่อออกอากาศในรายการ จิมมี คิมเมล ไลฟ์![134][135][136]

แชมป์และรางวัล

[แก้]

รางวัลและการเสนอชื่อ

[แก้]
Year Award Category Work Result Ref.
2011 Action On Film International Film Festival Performer of the year House of the Rising Sun ชนะ [151]
2014 Nevada Film Critics Society Best Ensemble Cast Guardians of the Galaxy ชนะ [152]
Detroit Film Critics Society Awards ชนะ [153]
Phoenix Film Critics Society Awards เสนอชื่อเข้าชิง [154]
2015 Central Ohio Film Critics Association เสนอชื่อเข้าชิง [155]
2023 Gold Derby Awards Glass Onion เสนอชื่อเข้าชิง [156]
CinEuphoria Awards Best Supporting Actor - International Competition เสนอชื่อเข้าชิง [157]
2024 Critics Choice Super Awards Best Actor in a Horror Moivie Knock at the Cabin เสนอชื่อเข้าชิง [158]
2024 Fangoria Chainsaw Awards Best Supporting Performance เสนอชื่อเข้าชิง [159]
2025 Gold Derby Awards Best Ensemble Cast Dune: Part Two เสนอชื่อเข้าชิง [160]

สถิติการต่อสู้แบบผสม

[แก้]
Res. สถิติ คู่ต่อสู้ Method Event วันที่ รอบ เวลา สถานที่ หมายเหตุ
Win 1–0 Vince Lucero TKO (punches) CES MMA: Real Pain ตุลาคม 6, 2012 1 4:05 Providence, Rhode Island, United States

อ้างอิง

[แก้]
  1. 1 2 3 4 5 6 "Batista bio". WWE. สืบค้นเมื่อ เมษายน 3, 2011.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  2. ↑ "Dave Bautista". Rotten Tomatoes. สืบค้นเมื่อ 2 มกราคม 2024.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  3. ↑ "10 Wrestlers Turned Actor Ranked". Hollywood Reporter. สืบค้นเมื่อ 4 กุมภาพันธ์ 2026.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  4. ↑ "Rian Johnson Says Dave Bautista Is The Best Wrestler Turned Actor". Esquire. สืบค้นเมื่อ 5 กุมภาพันธ์ 2026.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  5. ↑ Rose, Mike (มกราคม 18, 2023). "Today's famous birthdays list for January 18, 2023 includes celebrities Kevin Costner, Dave Bautista". The Plain Dealer. สืบค้นเมื่อ มกราคม 18, 2023.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  6. ↑ "Actor David Bautista hits a Nats game, recalls poor childhood in DC". The Washington Post. พฤษภาคม 15, 2017. สืบค้นเมื่อ พฤษภาคม 12, 2021.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  7. ↑ Batista, Dave; Roberts, Jeremy (ตุลาคม 2007). Batista Unleashed. Simon & Schuster. น. 6. ISBN 978-1-4165-4410-4.{{cite book}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  8. ↑ Batista, Dave (ตุลาคม 16, 2007). Batista Unleashed. Simon and Schuster. น. 8. ISBN 9781416554202. สืบค้นเมื่อ สิงหาคม 4, 2014.{{cite book}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  9. 1 2 "Give Me What I Want with Dave Bautista". The Darkest Timeline. ตอน 15. พฤษภาคม 30, 2020. YouTube. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ ตุลาคม 27, 2021. สืบค้นเมื่อ ตุลาคม 27, 2020.{{cite episode}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  10. ↑ Uy, Ed Richelle (กันยายน 16, 2006). "Pinoy hospitality tames 'The Animal'". The Manila Times. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ ตุลาคม 21, 2007. สืบค้นเมื่อ สิงหาคม 5, 2008.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  11. ↑ Batista, Dave; Roberts, Jeremy (ตุลาคม 2007). Batista Unleashed. Simon & Schuster. น. 16–17. ISBN 978-1-4165-4410-4.{{cite book}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  12. ↑ Agostino, David (สิงหาคม 17, 2005). "Batista's SummerSlam homecoming". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ มิถุนายน 4, 2008.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  13. ↑ Ramos, NRJ (กันยายน 23, 2006). "Who's afraid of Batista?". Manila Standard Today. Kamahalan Publishing Corporation. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ ตุลาคม 4, 2017. สืบค้นเมื่อ สิงหาคม 4, 2008.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  14. ↑ Batista, Dave; Roberts, Jeremy (ตุลาคม 2007). Batista Unleashed. Simon & Schuster. น. 50–51. ISBN 978-1-4165-4410-4.{{cite book}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  15. ↑ Batista, Dave; Roberts, Jeremy (ตุลาคม 2007). Batista Unleashed. Simon & Schuster. น. 42. ISBN 978-1-4165-4410-4.{{cite book}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  16. ↑ Batista, Dave; Roberts, Jeremy (ตุลาคม 2007). Batista Unleashed. Simon & Schuster. น. 61–62. ISBN 978-1-4165-4410-4.{{cite book}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  17. ↑ Batista, Dave; Roberts, Jeremy (ตุลาคม 2007). Batista Unleashed. Simon & Schuster. น. 72–93. ISBN 978-1-4165-4410-4.{{cite book}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  18. ↑ "The Demon FAQ (Frequently Asked Questions)". Demon Wrestling. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ ตุลาคม 16, 2007. สืบค้นเมื่อ พฤศจิกายน 13, 2007.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  19. ↑ Kreikenbohm, Philip. "Batista: Matches (archived)". Cagematch.net. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ กรกฎาคม 25, 2020. สืบค้นเมื่อ ตุลาคม 18, 2018.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  20. ↑ "Marrese Crump". Martial Arts Entertainment. พฤศจิกายน 15, 2011. สืบค้นเมื่อ ตุลาคม 21, 2016.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  21. ↑ Milner, John; Kamchen, Richard. "Dave Bautista – Slam! Sports profile". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ มิถุนายน 17, 2015. สืบค้นเมื่อ กันยายน 11, 2007.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  22. ↑ Batista, Dave; Roberts, Jeremy (ตุลาคม 2007). Batista Unleashed. Simon & Schuster. น. 95. ISBN 978-1-4165-4410-4.{{cite book}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  23. ↑ McAvennie, Michael (เมษายน 2003) [2003]. WWE The Yearbook: 2003 Edition. Simon & Schuster. น. 203. ISBN 0-7434-6373-0.{{cite book}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  24. ↑ McAvennie, Michael (เมษายน 2003) [2003]. WWE The Yearbook: 2003 Edition. Simon & Schuster. น. 334. ISBN 0-7434-6373-0.{{cite book}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  25. ↑ McAvennie, Michael (เมษายน 2003) [2003]. WWE The Yearbook: 2003 Edition. Simon & Schuster. น. 328–330. ISBN 0-7434-6373-0.{{cite book}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  26. ↑ Batista, Dave; Roberts, Jeremy (ตุลาคม 2007). Batista Unleashed. Simon & Schuster. น. 138. ISBN 978-1-4165-4410-4.{{cite book}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  27. ↑ Batista, Dave; Roberts, Jeremy (ตุลาคม 2007). Batista Unleashed. Simon & Schuster. น. 140–142. ISBN 978-1-4165-4410-4.{{cite book}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  28. ↑ Batista, Dave; Roberts, Jeremy (ตุลาคม 2007). Batista Unleashed. Simon & Schuster. น. 143–144. ISBN 978-1-4165-4410-4.{{cite book}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  29. 1 2 "Batista and Ric Flair's first World Tag Team Championship reign". World Wrestling Entertainment. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ พฤษภาคม 15, 2007. สืบค้นเมื่อ กันยายน 19, 2007.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  30. ↑ Batista, Dave; Roberts, Jeremy (ตุลาคม 2007). Batista Unleashed. Simon & Schuster. น. 139–140. ISBN 978-1-4165-4410-4.{{cite book}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  31. 1 2 "Batista and Ric Flair's second World Tag Team Championship reign". World Wrestling Entertainment. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ พฤศจิกายน 3, 2007. สืบค้นเมื่อ กันยายน 19, 2007.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  32. ↑ Tylwalk, Nick (มีนาคม 23, 2004). "Raw: Draft day an unpredictable night". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ กรกฎาคม 4, 2015. สืบค้นเมื่อ สิงหาคม 5, 2008.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  33. ↑ "WWE Raw Results (April 19, 2004)". Online World of Wrestling.
  34. ↑ Batista, Dave; Roberts, Jeremy (ตุลาคม 2007). Batista Unleashed. Simon & Schuster. น. 156. ISBN 978-1-4165-4410-4.{{cite book}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  35. ↑ "Royal Rumble 2005 Main Event". Wwe. World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ สิงหาคม 5, 2008.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  36. ↑ Tylwalk, Nick (กุมภาพันธ์ 15, 2005). "Raw: Love is in the air". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ มกราคม 7, 2016. สืบค้นเมื่อ สิงหาคม 5, 2008.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  37. ↑ Tylwalk, Nick (กุมภาพันธ์ 22, 2005). "Raw: Batista makes his choice". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ มกราคม 7, 2016. สืบค้นเมื่อ สิงหาคม 5, 2008.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  38. ↑ "Batista vs. Triple H – World Heavyweight Championship". World Wrestling Entertainment. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ ธันวาคม 26, 2007. สืบค้นเมื่อ สิงหาคม 5, 2008.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  39. ↑ "Jackpot!". World Wrestling Entertainment. 30 มิถุนายน 2005. สืบค้นเมื่อ 5 สิงหาคม 2008.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  40. 1 2 "Batista and Rey Mysterio's first WWE Tag Team Championship reign". World Wrestling Entertainment. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ ตุลาคม 11, 2007. สืบค้นเมื่อ กันยายน 19, 2007.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  41. ↑ Batista, Dave; Roberts, Jeremy (ตุลาคม 2007). Batista Unleashed. Simon & Schuster. น. 224–228. ISBN 978-1-4165-4410-4.{{cite book}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  42. ↑ Dee, Louie (พฤศจิกายน 26, 2006). "Kingdom conquered". World Wrestling Entertainment. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ มีนาคม 26, 2017. สืบค้นเมื่อ สิงหาคม 6, 2008.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  43. ↑ Plummer, Dale; Tylwalk, Nick (1 เมษายน 2007). "Undertaker the champ, McMahon bald". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ 6 สิงหาคม 2008.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)[ลิงก์เสียถาวร]
  44. ↑ Schwimmer, Ryan J. (17 กันยายน 2007). "9/16 WWE Unforgiven PPV Review: Schwimmer's "alt perspective" report on event". PWTorch. สืบค้นเมื่อ 25 ตุลาคม 2009.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  45. ↑ McAvennie, Mike (17 ธันวาคม 2007). "Edge's "three-meditated" attack to perfection". World Wrestling Entertainment. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 2008-03-31. สืบค้นเมื่อ 4 สิงหาคม 2008.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  46. ↑ Plummer, Dale (5 สิงหาคม 2008). "Raw: Rivalry grows between new tag champs". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ 6 สิงหาคม 2008.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)[ลิงก์เสียถาวร]
  47. ↑ Sitterson, Aubrey (5 สิงหาคม 2008). "Championship scramble". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ 5 สิงหาคม 2008.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  48. ↑ Sitterson, Aubrey (11 สิงหาคม 2008). "Bracing for a SummerSlam". World Wrestling Entertainment. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2008-09-16. สืบค้นเมื่อ 12 สิงหาคม 2008.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  49. ↑ Tello, Craig (17 สิงหาคม 2008). "Batista's blockbuster triumph". World Wrestling Entertainment. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 2008-08-22. สืบค้นเมื่อ 25 สิงหาคม 2008.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  50. ↑ "Batista undergoes hamstring surgery". World Wrestling Entertainment. 27 ธันวาคม 2008. สืบค้นเมื่อ 27 ธันวาคม 2008.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  51. ↑ Tello, Craig (7 มิถุนายน 2009). "Steel of fortune". World Wrestling Entertainment. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2023-02-23. สืบค้นเมื่อ 11 มกราคม 2011.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  52. ↑ "Raw Results, Wounded Animal". World Wrestling Entertainment. 6 ตุลาคม 2009. สืบค้นเมื่อ 7 ตุลาคม 2009.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  53. ↑ "Batista def. Rey Mysterio". WWE. 22 พฤศจิกายน 2009. สืบค้นเมื่อ 22 มิถุนายน 2012.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  54. ↑ Passero, Mitch (13 ธันวาคม 2009). "Results: Deadman lays Batista to rest". World Wrestling Entertainment. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2016-05-30. สืบค้นเมื่อ 14 ธันวาคม 2009.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  55. ↑ "สำเนาที่เก็บถาวร". ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2010-07-30. สืบค้นเมื่อ 2014-07-24.
  56. ↑ Adkins, Greg (22 กุมภาพันธ์ 2010). "Taking the bull by the horns". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ 29 มีนาคม 2010.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  57. ↑ Adkins, Greg (28 มีนาคม 2010). "Results:Cena uncorks the "Champ pain"". World Wrestling Entertainment. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2010-04-01. สืบค้นเมื่อ 29 มีนาคม 2010.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  58. ↑ "WWE Champion John Cena def. Batista (Last Man Standing Match)". World Wrestling Entertainment. 25 เมษายน 2010. สืบค้นเมื่อ 5 มิถุนายน 2012.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  59. ↑ Bishop, Matt (23 พฤษภาคม 2010). "Batista quits to end disappointing Over The Limit". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2015-04-19. สืบค้นเมื่อ 26 พฤษภาคม 2010.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  60. ↑ "Raw: Batista quits WWE after loss to John Cena at Over the Limit". WWE.com. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ ตุลาคม 26, 2012. สืบค้นเมื่อ ตุลาคม 21, 2016.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  61. ↑ WrestlingNewsWorld.com. "Batista Makes First Public Comments Since Leaving WWE". Wrestlingnewsworld.com. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ ตุลาคม 19, 2014. สืบค้นเมื่อ สิงหาคม 4, 2014.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  62. ↑ "CALDWELL'S WWE RAW RESULTS 1/6: Complete "virtual-time" coverage of live "Old-School" Raw - Flair opens, major Legend return at show-end, Rumble hype, more".
  63. ↑ "WWE ROYAL RUMBLE PPV RESULTS 1/26 (Hour 3): Royal Rumble vs. The Crowd main event match".
  64. ↑ "สำเนาที่เก็บถาวร". ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2014-07-05. สืบค้นเมื่อ 2014-07-24.
  65. ↑ Nissim, Mayer. "WWE Superstar Batista responds to 'Bootista' taunts". Digital Spy. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2014-06-07. สืบค้นเมื่อ 31 มีนาคม 2014.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  66. ↑ "Daniel Bryan def. Randy Orton and Batista to become the new WWE World Heavyweight Champion". ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2015-02-15. สืบค้นเมื่อ 12 เมษายน 2014.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  67. ↑ "Raw Results: WWE Tag Team Champions The Usos def. Randy Orton & Batista via Count-out". WWE.com. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2014-10-22. สืบค้นเมื่อ 15 เมษายน 2014.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  68. ↑ "Raw results: Triple H def WWE World Heavyweight Champion Daniel Bryan via Disqualification". WWE.com. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2016-01-07. สืบค้นเมื่อ 15 เมษายน 2014.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  69. ↑ "Raw results: Evolution reforms to break The Shield; The Shield vs. Alberto Del Rio, Jack Swagger, Bad News Barrett, Alexander Rusev, Fandango, Rybaxel, Titus O'Neil went to a No Contest". WWE.com. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2016-03-04. สืบค้นเมื่อ 15 เมษายน 2014.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  70. ↑ Clapp, John. "The Shield def. Evolution". WWE. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2016-03-03. สืบค้นเมื่อ พฤษภาคม 4, 2014.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  71. ↑ Murphy, Ryann. "The Shield def. Evolution (No Holds Barred Elimination Match)". WWE. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2016-03-03. สืบค้นเมื่อ มิถุนายน 1, 2014.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  72. ↑ Caldwell, James. "Caldwell's WWE Raw Results 6/2: Complete "virtual-time" coverage of live Raw – PPV fall-out, huge angle at the end of Raw, post-Raw coverage, MITB hype, more". PWTorch.com. สืบค้นเมื่อ มิถุนายน 3, 2014.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  73. ↑ "Batista and Bo Dallas on NXT 6/12/2014 HD *BEST QUALITY*". YouTube.com. YouTube. มิถุนายน 12, 2015. สืบค้นเมื่อ มิถุนายน 13, 2014.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  74. ↑ "Batista Leaves WWE Before 'Payback 2014' PPV! 'The Animal' Quits Wrestling Again Due To Creative Differences And Payment Issues With The Company! CM Punk Scenario All Over Again?". K Drama Stars. พฤษภาคม 12, 2014. สืบค้นเมื่อ 16 กุมภาพันธ์ 2015.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  75. ↑ Paglino, Nick (พฤษภาคม 5, 2014). "Update: The Very Latest on Batista's WWE Status, Why He and Other WWE Talents Are Currently Upset". Wrestlezone. สืบค้นเมื่อ เมษายน 11, 2015.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  76. ↑ "Evolution reunites: Triple H, Batista, Randy Orton & Ric Flair to appear at SmackDown 1000". WWE. สืบค้นเมื่อ กันยายน 29, 2018.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  77. ↑ "WWE RAW REPORT: GOOD NEWS FROM ROMAN REIGNS, ARE BIRTHDAY CELEBRATIONS THE NEW CONTRACT SIGNINGS?, A REUNION?, AND MORE". PWInsider. สืบค้นเมื่อ กุมภาพันธ์ 25, 2019.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  78. ↑ Johnson, Mike (มีนาคม 11, 2019). "New WrestleMania Match Confirmed". PWInsider. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ มีนาคม 13, 2019. สืบค้นเมื่อ มีนาคม 13, 2019.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  79. ↑ Benigno, Anthony (เมษายน 7, 2019). "Triple H def. Batista (No Holds Barred Match)". WWE. สืบค้นเมื่อ เมษายน 8, 2019.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  80. ↑ Gartland, Dan (เมษายน 8, 2019). "Dave Bautista Retires From Wrestling After Loss to Triple H". Sports Illustrated. สืบค้นเมื่อ เมษายน 9, 2019.{{cite magazine}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  81. ↑ Bautista, Dave (เมษายน 8, 2019). "Dave Bautista on Twitter: WWEUniverse Thank you for letting me entertain you. I love this business and whether you cheered me or jeered me, I'm grateful for being a small part of your life. I am officially retired from sports entertainment and I am grateful for every second of my amazing journey". สืบค้นเมื่อ เมษายน 9, 2019 – โดยทาง Twitter.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  82. ↑ Plummer, Dale; Tylwalk, Nick (มกราคม 27, 2014). "Upset fans overshadow Batista's big win at uneven 2014 Royal Rumble". Slam! Wrestling. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ พฤษภาคม 29, 2015.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  83. ↑ "Exclusive interview: Batista tells all on his wild return". WWE. มิถุนายน 17, 2014. สืบค้นเมื่อ มกราคม 13, 2019.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  84. ↑ "Mick Foley Says Batista Deserved Better, Fans Were Wrong For Taking Their Anger Out On Him". Wrestling Inc. กรกฎาคม 14, 2014. สืบค้นเมื่อ มิถุนายน 8, 2025.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  85. ↑ "Mick Foley Says "Batista Deserved Better" Upon His Return to WWE". WrestleZone. กรกฎาคม 14, 2014. สืบค้นเมื่อ มิถุนายน 8, 2025.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  86. ↑ "Top 50 villains in wrestling history". WWE. กรกฎาคม 26, 2012. สืบค้นเมื่อ สิงหาคม 20, 2018.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  87. ↑ Laboon, Jeff (สิงหาคม 24, 2012). "WWE's 15 best World Heavyweight Champions". WWE. สืบค้นเมื่อ มกราคม 13, 2019.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  88. ↑ Barasso, Justin (สิงหาคม 10, 2020). "Dave Bautista's Role as Ex-Wrestler on HBO's 'Room 104' Goes to Unexpected Depths". Sports Illustrated. สืบค้นเมื่อ พฤษภาคม 17, 2021.{{cite magazine}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  89. ↑ "Dave Bautista". Sherdog.com. สืบค้นเมื่อ ตุลาคม 21, 2016.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  90. ↑ "Batista – I'm Fighting for REAL Now!". TMZ.com. มิถุนายน 21, 2010. สืบค้นเมื่อ มกราคม 8, 2014.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  91. ↑ de Souza, Diogo (มิถุนายน 17, 2023). "Actor And WWE Star Dave 'Batista' Bautista Promoted To BJJ Brown Belt". Jitsmagazine. สืบค้นเมื่อ มิถุนายน 17, 2023.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  92. ↑ "Batista: Strikeforce deal dead due to UFC buyout". mixedmartialarts.com. เมษายน 25, 2011. สืบค้นเมื่อ ตุลาคม 28, 2011.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  93. ↑ "Former WWE champ 'Batista' books pro MMA debut against Rashid Evans for October 6 in Providence". mmamania.com. กรกฎาคม 13, 2012. สืบค้นเมื่อ กรกฎาคม 13, 2012.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  94. ↑ "Former WWE Wrestler Bautista Inks MMA Deal". ResSports.com. สิงหาคม 13, 2012. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ ธันวาคม 25, 2013. สืบค้นเมื่อ สิงหาคม 13, 2012.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  95. ↑ "Dave Bautista will face Vince Lucero in MMA debut". mmafighting.com. ตุลาคม 1, 2012. สืบค้นเมื่อ ตุลาคม 2, 2012.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  96. ↑ Medalis, Kara A. (ตุลาคม 25, 2006). "The Animal tames Smallville". WWE. สืบค้นเมื่อ สิงหาคม 4, 2014.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  97. ↑ WrestlingNewsWorld.com. "Dave Batista To Guest Star On Chuck This Fall". Wrestlingnewsworld.com. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ มกราคม 8, 2014. สืบค้นเมื่อ มกราคม 8, 2014.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  98. ↑ "Wrong Side of Town". MovieSet. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ พฤษภาคม 27, 2009.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  99. ↑ "Dave Bautista". tapology.com. สืบค้นเมื่อ มกราคม 18, 2017.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  100. ↑ Kit, Borys (มีนาคม 14, 2013). "Marvel Signs WWE's Dave Bautista for 'Guardians of the Galaxy' (Exclusive)". The Hollywood Reporter. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ มีนาคม 16, 2013. สืบค้นเมื่อ มีนาคม 14, 2013.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  101. ↑ "Bautista will star in next James Bond movie". latino-review.com. ตุลาคม 13, 2014. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ ตุลาคม 13, 2014. สืบค้นเมื่อ ตุลาคม 13, 2014.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  102. ↑ Tartaglione, Nancy (พฤษภาคม 9, 2014). "Cannes Briefs: 'Kickboxer' Reboots With Georges St Pierre, Dave Bautista, Alain Moussi; Warner International Takes 'Relatos Salvajes' To France, Spain, Lat Am; More". Deadline. สืบค้นเมื่อ พฤษภาคม 9, 2014.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  103. ↑ Sharf, Zack (พฤษภาคม 13, 2021). "Dave Bautista: 'Blade Runner 2049' Opened a Lot of Doors That 'Guardians' did not". IndieWire. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ พฤษภาคม 13, 2021. สืบค้นเมื่อ กุมภาพันธ์ 6, 2022.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  104. ↑ Jang, Meena (กันยายน 29, 2017). "'Blade Runner 2049': What the Critics Are Saying". The Hollywood Reporter. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ กุมภาพันธ์ 6, 2022. สืบค้นเมื่อ กุมภาพันธ์ 6, 2022.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  105. ↑ Siegel, Lucas (พฤศจิกายน 4, 2015). "Dave Bautista Says James Gunn Making Guardians of the Galaxy Vol. 2 Different". Comicbook.com. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ พฤศจิกายน 6, 2015. สืบค้นเมื่อ พฤศจิกายน 5, 2015.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  106. ↑ "Dave Bautista just revealed an Avengers 4 spoiler, is ready to reveal more". Hindustan Times. กันยายน 2, 2018.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  107. ↑ Auty, Dan (กรกฎาคม 30, 2018). "Guardians Of The Galaxy's Dave Bautista "Not OK" With James Gunn's Firing". GameSpot.com. สืบค้นเมื่อ สิงหาคม 13, 2018.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  108. ↑ Desta, Yohana (สิงหาคม 6, 2018). "Dave Bautista: What Disney Did to James Gunn Is "Nauseating"". VanityFair.com. สืบค้นเมื่อ สิงหาคม 13, 2018.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  109. ↑ Fleming, Mike Jr. (มีนาคม 15, 2019). "Disney Reinstates Director James Gunn For 'Guardians Of The Galaxy 3'". Deadline Hollywood. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ มีนาคม 15, 2019. สืบค้นเมื่อ มีนาคม 21, 2019.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  110. ↑ "Dave Bautista won't star as Drax the Destroyer character after 'Guardians of the Galaxy Vol. 3'". Fox News. พฤษภาคม 24, 2021. สืบค้นเมื่อ พฤษภาคม 27, 2021.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  111. ↑ "Dave Bautista To Star In Zack Snyder-Directed 'Army Of The Dead'". Deadline. เมษายน 5, 2019. สืบค้นเมื่อ พฤษภาคม 27, 2021.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  112. ↑ Holub, Christian (ตุลาคม 19, 2021). "Dave Bautista, Stellan Skarsgard discuss their roles as Harkonnens in Dune". Entertainment Weekly. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ ตุลาคม 19, 2021. สืบค้นเมื่อ กุมภาพันธ์ 6, 2022.{{cite magazine}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  113. ↑ Richwine, Lisa (กันยายน 3, 2021). "Critics say 'Dune' movie will thrill ardent fans, may mystify others". Reuters. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ กันยายน 12, 2021. สืบค้นเมื่อ กุมภาพันธ์ 6, 2022.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  114. ↑ Childress, Erik (ตุลาคม 24, 2021). "Weekend Box Office Results: Dune Debuts at $40 Million, but Is It Enough to Secure Part Two?". Rotten Tomatoes. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ พฤศจิกายน 5, 2021. สืบค้นเมื่อ กุมภาพันธ์ 6, 2022.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  115. ↑ Kroll, Justin (ธันวาคม 6, 2021). "Dave Bautista To Star In M. Night Shyamalan's Next Film 'Knock At The Cabin'". Deadline Hollywood.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  116. ↑ "Dave Bautista Joins Knives Out 2". Empire. พฤษภาคม 10, 2021. สืบค้นเมื่อ พฤษภาคม 10, 2021.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  117. ↑ Wiseman, Andreas (กุมภาพันธ์ 5, 2021). "'Resident Evil' Duo Paul W.S. Anderson & Milla Jovovich Team With Dave Bautista For George R.R. Martin Adaptation 'In The Lost Lands' — EFM". Deadline Hollywood.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  118. ↑ Batista, Dave; Roberts, Jeremy (ตุลาคม 2007). Batista Unleashed. Simon & Schuster. น. 43–44. ISBN 978-1-4165-4410-4.{{cite book}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  119. ↑ Spata, Christopher (กุมภาพันธ์ 26, 2019). "Dave Bautista does not want to be a movie star". Tampa Bay Times. สืบค้นเมื่อ มีนาคม 22, 2019.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  120. ↑ "Animal's House". WWE Magazine. World Wrestling Entertainment: 54–58. สิงหาคม 2006.{{cite journal}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  121. ↑ Batista, Dave; Roberts, Jeremy (ตุลาคม 2007). Batista Unleashed. Simon & Schuster. น. 212. ISBN 978-1-4165-4410-4.{{cite book}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  122. ↑ Batista, Dave; Roberts, Jeremy (ตุลาคม 2007). Batista Unleashed. Simon & Schuster. น. 235–238. ISBN 978-1-4165-4410-4.{{cite book}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  123. ↑ Lee, Ben (ตุลาคม 10, 2015). "Guardians of the Galaxy star Dave Bautista gets married". Digital Spy. สืบค้นเมื่อ มีนาคม 22, 2019.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  124. ↑ "Dave Bautista reveals he lost 75 pounds. These are his go-to workouts and diet tips". TODAY.com (ภาษาอังกฤษ). 2024-09-13. สืบค้นเมื่อ 2024-09-16.
  125. ↑ "Tattoos". Angelfire.
  126. ↑ "Batista – Big Arms, Big Tattoos". Celebrity Tattoo Design. สืบค้นเมื่อ กุมภาพันธ์ 16, 2015.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  127. ↑ Ellis, Jordan (มกราคม 8, 2023). "WWE legend and actor Dave Bautista got rid of Manny Pacquiao tattoo when he found out boxing legend was 'extreme homophobe'". Talksport. สืบค้นเมื่อ มิถุนายน 1, 2024.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  128. ↑ Rajneesh (ตุลาคม 14, 2021). "David Bautista Shares His Diet and Training Routine, Plans To Go Vegan". Fitness Volt. สืบค้นเมื่อ มิถุนายน 25, 2023.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  129. ↑ "Dave Bautista Hid Inhalers Under Wrestling Rings to Deal With His Asthma". IGN. ตุลาคม 6, 2020. สืบค้นเมื่อ มิถุนายน 8, 2025.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  130. ↑ Steinberg, Dan (พฤษภาคม 15, 2017). "'Guardians of the Galaxy' star guarantees the Nationals will never have a giant racing Trump". The Washington Post. สืบค้นเมื่อ มกราคม 4, 2023.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  131. ↑ @DaveBautista (มีนาคม 17, 2020). "For what it's worth I am in complete support of @SenSanders. I have been for a long time. I believe he is the only candidate that can get us back on track. I think he is the most honest Candidate. I think his biggest concern is the well-being of all Americans. My 2 cents" (ทวีต). สืบค้นเมื่อ มีนาคม 26, 2020 – โดยทาง ทวิตเตอร์.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  132. ↑ Mazza, Ed (ตุลาคม 26, 2020). "'Guardians Of The Galaxy' Star Dave Bautista Gives Biden A Ringing Endorsement". HuffPost. สืบค้นเมื่อ ตุลาคม 26, 2020.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  133. ↑ Lambert, Jeremy (ตุลาคม 25, 2020). "Batista Appears In Political Ad Endorsing Joe Biden For President". Fightful. สืบค้นเมื่อ ตุลาคม 26, 2020.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  134. ↑ Ucchino, Rick (ตุลาคม 17, 2024). "Dave Bautista Eviscerates Donald Trump In Hilarious Video Appearance On Jimmy Kimmel". Sports Illustrated. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2026-03-06. สืบค้นเมื่อ ตุลาคม 17, 2024.{{cite magazine}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  135. ↑ "Trump Gets His Masculinity Checked by the Manliest Avenger of All!". Jimmy Kimmel Live!. ตุลาคม 16, 2024. สืบค้นเมื่อ ตุลาคม 17, 2024.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  136. ↑ Bendix, Trish (ตุลาคม 16, 2024). "Jimmy Kimmel Bashes Trump's Bizarre Town Hall". The New York Times. สืบค้นเมื่อ ตุลาคม 17, 2024.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  137. ↑ Eck, Kevin (ธันวาคม 30, 2007). "2007 Awards". The Baltimore Sun. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ ตุลาคม 26, 2020. สืบค้นเมื่อ กันยายน 25, 2020.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  138. ↑ "O.V.W. Heavyweight Title". Wrestling-Titles.com. สืบค้นเมื่อ กรกฎาคม 19, 2007.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  139. 1 2 "PWI Awards". Pro Wrestling Illustrated. Kappa Publishing Group. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ มกราคม 21, 2016. สืบค้นเมื่อ มกราคม 18, 2017.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  140. ↑ "Pro Wrestling Illustrated (PWI) 500 for 2005". The Internet Wrestling Database. สืบค้นเมื่อ กันยายน 30, 2013.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  141. ↑ "PPW Television Championship « Titles Database « CAGEMATCH - The Internet Wrestling Database". www.cagematch.net.
  142. ↑ "Batista's first WWE Championship reign". World Wrestling Entertainment. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ มิถุนายน 11, 2009. สืบค้นเมื่อ มกราคม 26, 2009.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  143. ↑ "Batista's second WWE Championship reign". ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ กุมภาพันธ์ 25, 2010.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  144. ↑ "Batista's first World Heavyweight Championship reign". World Wrestling Entertainment. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ ตุลาคม 11, 2007. สืบค้นเมื่อ กันยายน 19, 2007.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  145. ↑ "Batista's second World Heavyweight Championship reign". World Wrestling Entertainment. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ ตุลาคม 11, 2007. สืบค้นเมื่อ กันยายน 19, 2007.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  146. ↑ "Batista's third World Heavyweight Championship reign". World Wrestling Entertainment. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ พฤศจิกายน 23, 2007. สืบค้นเมื่อ กันยายน 19, 2007.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  147. ↑ "Batista's fourth World Heavyweight Championship reign". World Wrestling Entertainment. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ ตุลาคม 30, 2008. สืบค้นเมื่อ ตุลาคม 28, 2008.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  148. ↑ "Batista and John Cena's first World Tag Team Championship reign". World Wrestling Entertainment. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ สิงหาคม 8, 2008. สืบค้นเมื่อ สิงหาคม 5, 2008.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  149. ↑ "Superstars". World Xtreme Wrestling. สืบค้นเมื่อ กันยายน 24, 2020.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  150. 1 2 3 Meltzer, Dave (มกราคม 26, 2011). "Biggest issue of the year: The 2011 Wrestling Observer Newsletter Awards Issue". Wrestling Observer Newsletter. Campbell, CA. น. 1–40. ISSN 1083-9593.{{cite magazine}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  151. ↑ "2011 Action On Film Official Film And Video Award Nominees" (PDF). www.aoffest.com. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ (PDF) เมื่อ 2012-04-09. สืบค้นเมื่อ 2025-11-06.
  152. ↑ "The Nevada Film Critics Society's 2014 Awards for Achievement in Film". www.nevadafilmcriticssociety.org. สืบค้นเมื่อ 2025-11-06.
  153. ↑ Haskell, Christopher (2014-12-20). "Oscars Watch: 2014 Detroit Film Critics Society Awards". No Bad Movie (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). สืบค้นเมื่อ 2025-11-06.
  154. ↑ Society, Phoenix Film Critics. "Phoenix Film Critics Society". Phoenix Film Critics Society (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). สืบค้นเมื่อ 2025-11-06.
  155. ↑ "Awards 2015". COFCA (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). สืบค้นเมื่อ 2025-11-06.
  156. ↑ Montgomery, Daniel; Beachum, Chris; Dixon, Marcus James; Davidson, Denton; Richmond, Ray; Rosen, Christopher; Eng, Joyce; Ford, Latasha (2023-08-16). "2023 Gold Derby TV Awards ceremony: 'Succession' wins 7, 'The Bear' takes 4, Pedro Pascal is Performer of the Year [WATCH]". Gold Derby (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). สืบค้นเมื่อ 2025-11-06.
  157. ↑ "Awards and Nominations". Mark Bliss ACS (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). สืบค้นเมื่อ 2025-11-06.
  158. ↑ Davis, Clayton (2024-04-04). "Tom Cruise, Pedro Pascal, Emma Stone and 'Godzilla Minus One' Among Critics Choice Super Awards Winners". Variety (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). สืบค้นเมื่อ 2025-11-06.
  159. ↑ Melanson, Angel (2024-10-13). "What A Bloodbath: Here Are The 2024 Fangoria Chainsaw Awards Winners" (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). สืบค้นเมื่อ 2025-11-06.
  160. ↑ Beachum, Chris (2025-08-18). "2025 Gold Derby TV Awards: 'Squid Game,' 'Agatha All Along,' 'Adolescence' dominate winners' list". Gold Derby (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). สืบค้นเมื่อ 2025-11-06.

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]