จักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
อาณาจักรโรมันอันศักดิ์สิทธ์เป็นการรวมตัวของรัฐต่างๆในยุโรปกลางในสมัยยุคกลางภายใต้การปกครองของจักรพรรดิ จักรพรรดิองค์แรกแห่งอาณาจักรคือชาร์เลอมาญสถาปนาพระองค์เป็นจักพรรค์เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม ค.ศ. 800 และสืบเนื่องมาถึงจักรพรรดิองค์สุดถ้ายคือจักพรรดิฟรานซิสที่ 2 อาณาจักรได้สลายลงระหว่างสงคราม นโปเลียน จักรวรรดินี้ได้เป็นที่รู้จักในนามเต็มว่า จักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์แห่งชาติเยอรมัน
จักรวรรดิได้รวบรวมรัฐต่างๆที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบัญเช่นเยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ ลิกเตนสไตน์ ลักเซมเบิร์ก สาธารณรัฐเชก สโลวิเนีย เบลเยียม และเนเธอร์แลนด์ และพื้นที่บางส่วนของออสเตรีย โปแลนด์ ฝรั่งเศสและอิตาลี จักรวรรดิได้รวมอาณาจักรเล็กๆไว้มากมายมากกว่าหนึ่งร้อยอาณาจักร (เนื่องจากอาณาจักรเหล่านั้นซึ่งอยู่ในเยอรมนียังไม่ได้รวมตัวกัน) แต่ไม่ได้รวมกรุงโรมเอาไว้ตามชื่ออาณาจักร
เนื้อหา |
[แก้] ที่มาของชื่อ
จักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ได้รับการฟื้นฟูใหม่อีกครั้งต่อจากจักรวรรดิโรมันตะวันตกที่ได้ล่มสลายลงในปี ค.ศ. 476 แต่จักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับจักรวรรดิโรมันในยุคโบราณเหมือนกับจักรวรรดิไบแซนไทน์ที่เป็นจักรวรรดิโรมันที่แท้จริงในสมัยกลาง โดยหลังจากการสละราชสมบัติของโรมิวลุส ออกัสตุลุส จักรพรรดิโรมันตะวันตกองค์สุดท้าย ในปี ค.ศ. 476 สมเด็จพระสันตะปาปาลีโอที่ 3ได้สวมมงกุฎแด่ชาร์เลอมาญในตำแหน่ง "อิพีเรเตอร์ ออกัสตัส" เมื่อวันที่25 ธันวาคม ค.ศ.800 และสถาปนา หลุยส์ ผู้ทรงศีล พระราชโอรส ขึ้นเป็นสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ แต่หลังจากนั้นก็ไม่ได้มีการจัดระเบียบเรื่องเจ้าขุนนายมูลเป็นเวลากว่าทศวรรษ ต่อมาในสมัยสมเด็จพระสันตะปาปาสตีเฟนที่ 5 ได้กำหนดไว้ว่าผู้ที่จะเป็นจักรพรรดิได้ ต้องได้รับการสวมมงกุฎจากสมเด็จพระสันตะปาปาเท่านั้น
การใช้คำว่า "จักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์" นั้นมีหลากหลายในช่วงต้นๆ ในแผ่นดินของจักรพรรดิออตโตที่ 1นั้นเรียกว่า "Regnum Francorum Orientalium" หรือ "Regnum Francorum" ซึ่งหมายความว่า "อาณาจักรแห่งชาวแฟรงตะวันออก" หรือ "อาณาจักรแฟรง" คำว่า จักรวรรดิโรมัน นั้นได้ใช้เมื่อปี ค.ศ. 1034 เพื่อแสดงดินแดงของจักรพรรดิคอนราดที่ 2 แห่งจักรวรรดิโรมัน
[แก้] ความเป็นอยู่ของจักรวรรดิ
จักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์นั้นตั้งอยู่ในความไม่สงบของเหล่าขุนนางในแต่ละท้องที่ ที่พยายามจะแยกออกจากจักรวรรดิ เพื่อที่จะไปตั้งอำนาจของรัฐปกครองตนเองแบบฝรั่งเศสและอังกฤษ จักรพรรดิไม่มีอำนาจที่จะควบคุมท้องที่ ที่มีแหล่าขุนนางปกครอง จักรพรรดิจึงอนุญาตให้เหล่าขุนนางและเหล่าบิชอปปกครองอย่างอิสระได้ในคริสต์ศตวรรษที่ 11
[แก้] ดินแดนของจักรวรรดิ
ดินแดนที่ถูกปกครองต่างๆในจักรวรรดิถูกตัดสินโดยระบบฟิวดัล มีรูปแบบดังนี้:
- ดินแดนถูกปกครองโดยเจ้าชายหรือดยุค
- ดินแดนของพระสงฆ์, พระฐานันดรศักดิ์ (อาร์ชบิชอป)
- รัฐอิสระต่างๆ
ดินแดนทั้งหมดมีจำนวนมากถึง 300 รัฐ บางรัฐมีพื้นที่ไม่กี่ตารางไมล์เท่านั้น
[แก้] สภา
สภามีหน้าที่ออกกฎหมาย ทำการเลือกตั้ง แบ่งได้เป็น 3 สภาคือ:
- สภาผู้ออกเสียง ได้แก่ ผู้ออกเสียงทั้ง 7 แห่งอาณาจักร
- สภาเจ้าชาย ได้แก่ ผู้ขุนนางต่างๆ
- สภาแห่งรัฐอิสระ
[แก้] ศาล
ศาลแห่งจักรวรรดิมี 2 ประเภทได้แก่ Reichshofrat หรือ ศาลตุลาการ Reichskammergericht หรือ ศาลของจักรวรรดิ ซึ่งก่อตั้งพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงจักรวรรดิเมื่อปี ค.ศ.1495
[แก้] สมาคม
สมาคมเกิดขึ้นหลังจากการปฏิรูปจักรวรรดิ ซึ่งตอนนี้ก่อตั้งเพียงหกสมาคม (Reichskreise) ในปี ค.ศ. 1500 และขยายเป็น 10 สมาคมในปี ค.ศ.1512 แต่ละสมาคมมีหน้าที่ดูแลเฉพาะแคว้นที่อยู่ของแต่หละสมาคม มีหน้าที่คล้ายรัฐบาลท้องถิ่น
[แก้] ประวัติศาสตร์
[แก้] ต้นกำเนิด
ตามขนบธรรมเนียมของชาวแฟรงค์ เมื่อจักรพรรดิชาร์เลอมาญสิ้นพระชนม์ ได้แบ่งปันส่วนของดินแดนให้กับราชบุตรราชวงศ์แคโรลีเจี้ยนทั้ง 3 พระองค์ ตามสนธิสัญญาแห่งแวดังร์ในปี ค.ศ. 843 จึงกลายเป็น 3 ดินแดนแห่งอาณาจักรแฟรงค์ และดำเนินเอกราชจนกระทั่งดินแดนฝั่งตะวันออกพ่ายแก่หลุยส์ ชาวเยอรมัน
แหล่าผู้นำแห่ง อาลีแมนเนีย บาวาเรีย ฟรานเซีย และแซกซอนี ได้เลือก Conrad I เป็นหัวหน้าในปี ค.ศ. 911และผู้สืบทอดตำแหน่งของเขาคือ เฮนรี่ที่ 1 ชาวแซ็กซอนได้ยอมรับส่วนที่เหลือของอาณาจักรแฟรงค์ตะวันออกในปี ค.ศ. 919 (แต่อาณาจักรตะวันตกยังถูกปกครองโดยราชวงศ์แคโรลีเจี้ยน) และสถาปนาตนเองเป็น กษัตริย์แห่งแฟรงค์ตะวันออก และกำเนิดราชวงศ์ออตโตเนียน
จักรพรรดิเฮนรี่ที่ 1 ต้องการให้พระราชโอรส ออตโต เป็นผู้สืบพระราชสมบัติ และทำการพระราชอภิเษกกับราชินีหม้ายแห่งอิตาลี เพื่อที่จะได้เป็นกษัตริย์ทั้ง 2 อาณาจักร (แฟรค์ตะวันออก และ อิตาลี) และต่อมา พระราชโอรสออตโตได้สถาปนาตนเองขึ้นครองราชย์เป็น "จักรพรรดิออตโตที่ 1 มหาราชแห่งจักรวรรดิ์โรมันอันศักดิ์สิทธิ์"
[แก้] ส่วนที่เหลือในปัจจุบัญ
ในปัจจุบัญนี้ยังมีรัฐที่เป็นส่วนที่เหลือของจักรวรรดิคือประเทศลิกเตนสไตน์ ซึ่งอยู่ระหว่างสวิตเซอร์แลนด์ และออสเตรีย
ในปัจจุบันยังมีผู้ที่มีสิทธิ์ครองบัลลังก์ตามเชื้อสายของจักรวรรดิ คือออตโต ฟอน ฮับส์บูร์ก แต่ตำแหน่งจักรพรรดินั้นได้ยกเลิกไปแล้ว
[แก้] อาณาจักรที่สืบทอดอำนาจต่อ
หลังจากการสิ้นสุดสงครามนโปเลียนสภาเยอรมันได้ก่อตั้งขึ้นในปี 1815 และสิ้นสุดในปี 1866 เมื่ออาณาจักรปรัสเซียได้รวบรวมเยอรมันได้ในปี 1871
[แก้] ประวัติศาสตร์
- ประวัติศาสตร์เยอรมนี
- ประวัติศาสตร์ออสเตรีย
- ประวัติศาสตร์ลิคเท่นสไตน์
- ประวัติศาสตร์เนเธอร์แลนด์
- ประวัติศาสตร์สวิสเซอร์แลนด์
- ประวัติศาสตร์อิตาลี
- ประวัติศาสตร์โปแลนด์
- ประวัติศาสตร์สโลวเนีย
[แก้] ลิงก์เพิ่มเติม
- The constitutional structure of the Reich
- Das Heilige Reich (German Museum of History, Berlin)
- List of Wars of the Holy Roman Empire
- Deutschland beim Tode Kaiser Karls IV. 1378 (Germany at the death of emperor Charles IV.) taken from "Meyers Kleines Konversationslexikon in sechs Bänden. Bd. 2. Leipzig u. Wien : Bibliogr. Institut 1908", map inserted after page 342
- Books and articles on the Reich
- The Holy Roman Empire
[แก้] แผนที่
- The Holy Roman Empire, 1138-1254
- The Holy Roman Empire in 1398
- The Holy Roman Empire in 1547
- The Holy Roman Empire in 1648
- The Holy Roman Empire in 1789 (Interactive map)
แม่แบบ:Free Imperial Cities แม่แบบ:HRE imperial circles แม่แบบ:German Reich

