ราชวงศ์หยวน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ต้าหยวน
大元
จักรวรรดิ

 

พ.ศ. 18141911
 

เขตแดนราชวงศ์หยวนประมาณ พ.ศ. 1837 (ค.ศ. 1294)
เมืองหลวง ต้าตู (ปักกิ่ง)
ภาษา ภาษามองโกล
ภาษาจีน
ศาสนา ลัทธิเต๋า ศาสนาพุทธ ลัทธิขงจื๊อ ฯลฯ
รัฐบาล ราชาธิปไตย
จักรพรรดิ
 -  พ.ศ. 1803 - 1837 กุบไลข่าน
 -  พ.ศ. 1837 - 1850 เตมูร์ ข่าน
 -  พ.ศ. 1850 - 1854 จักรพรรดิหยวนหวู่จง
ประวัติศาสตร์
 -  การสถาปนาราชวงศ์หยวน พ.ศ. 1814 (ค.ศ. 1271) พ.ศ. 1814
 -  การล่มสลายของต้าตู (ปักกิ่ง) 14 กันยายน พ.ศ. 1911 1911
ราชวงศ์หยวนยังคงปกครองมองโกเลียต่อมาหลังการเปลี่ยนราชวงศ์ ภายใต้ชื่อว่า "หยวนเหนือ" (北元)[ต้องการอ้างอิง].
เขตแดนของจักรวรรดิจีนสมัยราชวงศ์หยวน
เครื่องปั้นดินเผา สมัยราชวงศ์หยวน

ราชวงศ์หยวน (จีน: 元朝; พินอิน: Yuáncháo; หยวนเฉา) (พ.ศ. 1814 - 1911) คือหนึ่งในราชวงศ์ของจักรวรรดิจีน ก่อตั้งขึ้นเมื่อกุบไลข่านโค่นอำนาจราชวงศ์ซ่งลง แล้วเปิดศักราชชาวมองโกลครองประเทศจีน ตั้งกรุงปักกิ่งเป็นเมืองหลวง (สมัยนั้นชื่อว่า เมืองต้าตู) ทรงตั้งความหวังจะเป็นกษัตริย์ที่ดี จึงปกครองอย่างสุขุมรอบคอบ เอาใจใส่ประชาชน จึงสามารถชนะใจชาวจีนได้ และเป็นจักรพรรดิมองโกลพระองค์เดียว ที่ชาวจีนยอมรับ (เดิมทีนั้น พวกมองโกลขึ้นชื่อลือชามากในเรื่องความโหด ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากวิถีชีวิตเดิม ที่อยู่ในทุ่งหญ้า ทะเลทราย เร่ร่อนไปเรื่อย ๆ) นอกจากนี้ กุบไลข่านยังพยายามขยายดินแดนไปกว้างไกลมาก ถึงกับยกทัพเรือจะไปตีญี่ปุ่น แต่เรือถูกมรสุมจึงไม่สำเร็จ

กุบไลข่านสนใจทางอักษรศาสตร์และวรรณกรรมมาก จึงส่งเสริมบทประพันธ์ต่างๆ ปรากฏว่า บทงิ้วในสมัยกุบไลข่านดีมาก จนไม่มีบทงิ้วสมัยใดเทียบได้ การติดต่อกับต่างประเทศ ก็เป็นไปด้วยดี ไม่ว่าจะเป็นมาร์โคโปโลและเอกอัครสมณทูตจากสันตะสำนักก็ได้มาเยือนแดนจีนในยุคของกุบไลข่านนี่เอง

พอสิ้นยุคของกุบไลข่าน ก็ไม่มีกษัตริย์มองโกลพระองค์ใดเด่นเหมือนพระองค์อีก ต่อมาจึงมีการพยายามโค่นล้มราชวงศ์หยวนอยู่ตลอดเวลา จักรพรรดิพระองค์ต่อ ๆ มาของราชวงศ์หยวน ส่วนใหญ่ครองราชย์ได้ไม่นาน และได้ครองราชย์โดยการแย่งชิงอำนาจกัน สาเหตุก็มาจากสาเหตุที่ว่ามองโกลไม่มีกฎแน่นอนเกี่ยวกับการสืบราชบัลลังก์ จวบจนจักรพรรดิหยวนฮุ่ยจง ประมุขพระองค์สุดท้ายซึ่งครองราชย์นานกว่าองค์ก่อน ๆ ในยุคนี้ได้มีความวุ่นวายเกิดขึ้นมาก เกิดภัยพิบัติขึ้นหลายที่ เชื้อพระวงศ์กับขุนนางต่างร่วมกันข่มเหงชาวบ้าน จึงมีกบฏเกิดขึ้นทั่วไป

ครั้งนั้น มีชายผู้หนึ่งชื่อ จูหยวนจาง ตอนอายุได้ 17 ปี ครอบครัวได้ตายหมดจากโรคระบาด จึงไปบวชที่วัดหวงเจี๋ย ต่อมา ไปเร่ร่อนต่ออีก 3 ปี เนื่องจากเสบียงอาหารหมด แล้วจึงกลับมาที่วัดดังเดิม ครั้นสาวกลัทธิบัวขาวก่อกบฏโพกผ้าแดงขึ้น เขาก็เดินทางไปสมทบกับพวกกบฏ เริ่มนำทัพออกตีก๊กต่างๆ ในแผ่นดิน แล้วในที่สุดก็ได้ส่งแม่ทัพชื่อสีต๋า ไปตีเมืองปักกิ่งได้สำเร็จ เป็นการโค่นล้มราชวงศ์หยวนลงได้ จากนั้นเขาก็ได้ตั้งราชวงศ์หมิงขึ้น สถาปนาตนเองเป็นจักรพรรดิหงหวู่ ใช้เมืองหนานจิงเป็นเมืองหลวง

วรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง[แก้]