จักรวรรดิโรมันตะวันตก

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
จักรวรรดิโรมันตะวันตก
IMPERIVM·ROMANVM·PARS·OCCIDENTALIS
การแบ่งแยกจักรวรรดิโรมัน

ค.ศ. 286ค.ศ. 476

Labarum

คำขวัญ
Senatus Populusque Romanus
จักรวรรดิโรมันตะวันตกใน ค.ศ. 395
เมืองหลวง มิลาน
(ค.ศ. 286-ค.ศ. 402)

ราเวนนา
(ค.ศ. 402-ค.ศ. 476)
ภาษา ละติน
ศาสนา ศาสนาของโรมัน และต่อมาคริสต์ศาสนา
รัฐบาล อัตตาธิปไตย,
จตุรธิปไตย
(ค.ศ. 293-313)
จักรพรรดิ
 - ค.ศ. 395–423 โฮโนริอัส
 - ค.ศ. 475-476 โรมิวลัส ออกัสตัส
กงสุล
 - ค.ศ. 395 เฟลวิอัส อันนิซิอัส เฮอร์โมเจนิอานัส โอลิบริอัส, เฟลวิอัส อันนิซิอัส โพรบินัส
 - ค.ศ. 476 บาซิลิสคัส, เฟลวิอัส อาร์มาตัส
สภา สภาซีเนตโรมัน
ยุคประวัติศาสตร์ ปลายยุคโบราณ
 - การแบ่งแยกโดย
ไดโอคลีเชียน
ค.ศ. 286
 - การปลดโรมิวลัส ออกัสตัส 4 กันยายน ค.ศ. 476 ค.ศ. 476
ขนาดพื้นที่
 - 395[1] 2,000,000 กม.2 (772,204 ตร. ไมล์)
เงินตรา ฟอลลิส สำหรับสำริด
ซิลิคา สำหรับเงิน
โซลิดัส สำหรับทอง
ก่อนหน้า
ถัดไป
จักรวรรดิโรมัน
ราชอาณาจักรโอโดเซอร์
จักรวรรดิแฟรงค์
บริเวณซอยซองส์
บริเตนสมัยหลังโรมัน
ราชอาณาจักรวิสิกอธ
ราชอาณาจักรเบอร์กันดี
ราชอาณาจักรซูบิค
ราชอาณาจักรแห่งชนแวนดาล

จักรวรรดิโรมันตะวันตก (อังกฤษ: Western Roman Empire) หมายถึงครึ่งตะวันตกของจักรวรรดิโรมันหลังจากการแบ่งโดยไดโอคลีเชียนในปีค.ศ. 285 อีกครึ่งหนึ่งเป็นจักรวรรดิโรมันตะวันออกที่ปัจจุบันเป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไปว่าจักรวรรดิไบแซนไทน์

โรมยุติความเป็นเมืองหลวงลงหลังจากการแบ่งแยก ในปี ค.ศ. 286 เมืองหลวงของจักรวรรดิโรมันตะวันตกย้ายไปตั้งอยู่ที่เมดิโอลานัม (ปัจจุบันคือมิลาน) และย้ายอีกครั้งไปยังราเวนนาในปี ค.ศ. 402

หลังจากการแยกตัวแล้วจักรวรรดิโรมันก็รุ่งเรืองอยู่เป็นช่วงๆ ระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 3 ถึงคริสต์ศตวรรษที่ 5 หลังจากระบบการปกครองแบบของจักรพรรดิไดโอคลีเชียน และการรวมตัวโดยจักรพรรดิคอนสแตนตินที่ 1 และจักรพรรดิจูเลียนเดอะอโพลเตท จักรพรรดิธีโอโดเซียสที่ 1 ทรงเป็นจักรพรรดิองค์สุดท้ายที่ทรงปกครองจักรวรรดิโรมันที่รวมตัวกัน แต่หลังจากการเสด็จสวรรคตของพระองค์ในปี ค.ศ. 395 จักรวรรดิโรมันก็แยกตัวกันอย่างเด็ดขาด จักรวรรดิโรมันตะวันตกสิ้นสุดลงเมื่อโรมิวลัส ออกัสตัสสละราชสมบัติโดยการบีบบังคับของโอโดเซอร์เมื่อวันที่ 4 กันยายน ค.ศ. 476 และอย่างเป็นทางการหลังจากการเสด็จสวรรคตของจักรพรรดิจูเลียส เนโพส (Julius Nepos) ในปี ค.ศ. 480

แม้ว่าจะได้รับการกู้คืนโดยจักรวรรดิโรมันตะวันออก, จักรวรรดิโรมันตะวันตกก็มิได้ฟื้นตัวขึ้นอีก เมื่อจักรวรรดิโรมันตะวันตกล่มสมัยประวัติศาสตร์ของยุโรปก็เข้าสู่สมัยต่อมาที่เรียกว่ายุคกลางหรือที่เรียกกันว่ายุคมืด อุดมการณ์และชื่อของจักรวรรดิโรมันตะวันตกได้รับการรื้อฟื้นมาใช้เป็นจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์จนกระทั่งมาสิ้นสุดลงในปี ค.ศ. 1806

เบื้องหลัง[แก้]

เมื่อสาธารณรัฐโรมันขยายตัวมาจนถึงจุดที่รัฐบาลกลางในกรุงโรมไม่สามารถปกครองดินแดนที่อยู่ไกลได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะปัญหาในด้านการติดต่อและการคมนาคมเพราะระยะทางที่ไกลจากจุดหมายต่างๆ ภายในจักรวรรดิ ข่าวสารการรุกราน, การปฏิวัติ, ความหายนะทางธรรมชาติ หรือโรคระบาดใช้การสื่อสารทางเรือหรือโดยระบบการสื่อสารโรมัน (Cursus publicus) ที่ใช้เวลานานกว่าจะมาถึงกรุงโรม หรือคำสั่งจากโรมไปยังดินแดนต่างๆ ฉะนั้นข้าหลวงโรมัน (Roman Governor) ในจังหวัดอาณานิคมก็มักจะปกครองในนามของสาธารณรัฐโรมันโดยปริยาย

ก่อนหน้าที่จะตั้งตัวเป็นจักรวรรดิดินแดนของสาธารณรัฐโรมันเป็นการปกครองของระบบสามประมุขครั้งที่สอง (Second Triumvirate) ที่แบ่งระหว่างอ็อคเตเวียน, มาร์ค แอนโทนี และ มาร์คัส เอเมลิอัส เลพิดัส

มาร์ค แอนโทนีครอบครองจังหวัดทางตะวันออก: จังหวัดอาเคีย (Achaea), จังหวัดมาเซโดเนีย และ บริเวณเอพิรัส (ทางตอนเหนือของกรีซ), บิธิเนีย (Bithynia), พอนทัส (Pontus) และ จังหวัดในเอเชียของโรมัน (ตุรกีปัจจุบัน), ซีเรีย, ไซปรัส, และไซเรนาอิคา (Cyrenaica) ดินแดนเหล่านี้เดิมพิชิตมาโดยอเล็กซานเดอร์มหาราช ฉะนั้นผู้ครอบครองบริเวณนั้นจึงมีเชื้อสายกรีก บริเวณทั้งหมดโดยเฉพาะในเมืองใหญ่ๆ รับวัฒนธรรมกรีกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมท้องถิ่น ภาษาที่ใช้จึงเป็นภาษาทางราชการ

The สาธารณรัฐโรมัน ก่อนการพิชิตของอ็อคเตเวียน

อ็อคเตเวียนได้จังหวัดทางตะวันตก: จังหวัดโรมันอิตาเลีย (อิตาลีปัจจุบัน), กอล (ฝรั่งเศสปัจจุบัน), กาลเลียเบลจิคา (ส่วนหนึ่งของเบลเยียม, เนเธอร์แลนด์ และ ลักเซมเบิร์กปัจจุบัน) และ ฮิลปาเนีย (สเปนและโปรตุเกสปัจจุบัน) และรวมทั้งอาณานิคมกรีกและคาร์เธจในบริเวณริมฝั่งทะเล

เลพิดัสได้รับดินแดนในอาฟริกาประมาณทางตอนเหนือของตูนิเซีย แต่อ็อคเตเวียนยึดอาฟริกาจากเลพิดัส และเพิ่มอาณานิคมซิลิคา (ซิซิลีปัจจุบัน) เข้ามาอยู่ในอำนาจการปกครอง

เมื่อได้รับชัยชนะต่อมาร์ค แอนโทนีแล้วอ็อคเตเวียนก็รวมดินแดนต่างๆ ก่อตั้งเป็นจักรวรรดิโรมัน แม้ว่าจักรวรรดิโรมันจะมีวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเองหลายอย่างแต่กระนั้นก็ยังประสบกับกระบวนการการเป็นโรมัน (Romanization) ทางตะวันออกเป็นวัฒนธรรมกรีกที่มีอิทธิพล และทางตะวันตกวัฒนธรรมละตินซึ่งทั้งสองวัฒนธรรมก็อยู่คู่กันอย่างมีประสิทธิภาพในรูปของการปกครองอย่างเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันทั้งทางการเมืองและทางการทหาร

อ้างอิง[แก้]

  1. Taagepera, Rein (1979). "Size and Duration of Empires: Growth-Decline Curves, 600 B.C. to 600 A.D". Social Science History 3 (3/4): 24. doi:10.2307/1170959. 

ดูเพิ่ม[แก้]