ประเทศออสเตรีย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

(เปลี่ยนทางมาจาก ออสเตรีย)
Republik Österreich
เรพูบลิค เอิสเทอร์ไรค์

สาธารณรัฐออสเตรีย

ธงชาติออสเตรีย

ตราแผ่นดินของออสเตรีย

ธงชาติ ตราแผ่นดิน
คำขวัญ: ไม่มี
เพลงชาติ: Land der Berge, Land am Strome
("ดินแดนแห่งภูเขา, ดินแดนบนแม่น้ำ")

แผนที่แสดงที่ตั้งของประเทศออสเตรีย

เมืองหลวง เวียนนา
48°12′N 16°21′E
เมืองใหญ่สุด เวียนนา
ภาษาราชการ ภาษาเยอรมัน¹
รัฐบาล สาธารณรัฐ
 - ประธานาธิบดี ไฮนซ์ ฟีเชอร์
 - นายกรัฐมนตรี อัลเฟรด กูเซนเบาเออร์

เอกราช
สนธิสัญญารัฐออสเตรีย


26 ตุลาคม พ.ศ. 2498
เข้าร่วม EU 1 มกราคม พ.ศ. 2538
เนื้อที่
 - ทั้งหมด
 - พื้นน้ำ (%)
 
83,872 กม.² (อันดับที่ 115)
1.3
ประชากร
 - 2550 ประมาณ
 - 2544
 - ความหนาแน่น
 
8,316,487 (อันดับที่ 93)
8,032,926
99/กม² (อันดับที่ 99)
GDP (PPP)
 - รวม
 - ต่อประชากร
2548 ค่าประมาณ
267 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (อันดับที่ 34)
32,962 ดอลลาร์สหรัฐ (อันดับที่ 8)
HDI (2546) 0.944 (อันดับที่ 17) – สูง
สกุลเงิน ยูโร² (EUR)
เขตเวลา
 - ฤดูร้อน (DST)
CET (UTC+1)
CEST (UTC+2)
รหัสอินเทอร์เน็ต .at
รหัสโทรศัพท์ +43
¹ภาษาราชการในระดับภูมิภาคได้แก่ ภาษาสโลวีเนีย ภาษาโครเอเชีย ภาษาฮังการี ส่วนภาษามือออสเตรียได้รับการคุ้มครองในฐานะภาษาของชนกลุ่มน้อย
²ก่อนหน้าปี พ.ศ. 2542: ชิลลิงออสเตรีย

ออสเตรีย (Austria) (ภาษาเยอรมัน: Österreich, ภาษาโครเอเชีย: Austrija, ภาษาฮังการี: Ausztria, ภาษาสโลวีเนีย: Avstrija) มีชื่อประเทศอย่างเป็นทางการว่า สาธารณรัฐออสเตรีย (Republic of Austria) เป็นประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเลในยุโรปกลาง มีอาณาเขตทางเหนือจรดประเทศเยอรมนีและสาธารณรัฐเช็ก ทางตะวันออกจรดสโลวาเกียและฮังการี ทางใต้จรดสโลวีเนียและอิตาลี และทางตะวันตกจรดสวิตเซอร์แลนด์และลิกเตนสไตน์ มีการปกครองแบบประชาธิปไตยแบบมีตัวแทนภายใต้หลักการของรัฐสภา

เนื้อหา

[แก้] ประวัติศาสตร์

ก่อนปลายศตวรรษที่ 8 ดินแดนซึ่งเป็นประเทศออสเตรียในปัจจุบัน ได้มีชนชาติต่างๆ อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐาน ที่สำคัญได้แก่ ชนเผ่าเยอรมัน ซึ่งได้ข้ามแม่น้ำดานูบลงมาทางใต้ และชาวสลาฟซึ่งได้อาศัยอยู่ทางตอนใต้ของออสเตรีย จนสิ้นสุดศตวรรษที่ 8 กษัตริย์ Charlemagne ได้ก่อตั้งเขตชายแดนระหว่างแม่น้ำอินส์ แรบ และดราวา เพื่อเป็นป้อมปราการป้องกันการรุกรานของชาวเอวาร์ และภายหลังจากที่ชาวโรมันได้อพยพออกไป นักบวชชาวไอริชและสก็อตจึงได้เข้ามาเผยแพร่คริสต์ศาสนาในดินแดนบริเวณเทือกเขาอัลไพน์แห่งนี้ ราชวงศ์บาเบินแบร์กของชาวรัฐบาวาเรียได้เข้าปกครองออสเตรียในปี ค.ศ. 976 ซึ่งยังมีประชาชนอยู่เพียงเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม ในศตวรรษต่อๆ มา ราชวงศ์บาเบินแบร์กได้ใช้ยุทธศาสตร์สร้างความแข็งแกร่งให้แก่อาณาจักร และขยายประเทศไปอย่างกว้างขวาง ภายหลังจากที่ราชวงศ์บาเบินแบร์ก ได้หมดอำนาจลงในกลางศตวรรษที่ 13 ราชวงศ์ฮับส์บูร์กได้เข้ามามีอำนาจในดินแดนนี้แทน และขยายอาณาเขตออกไปจนถึงแถบประเทศสเปน จนกระทั่ง ในปี 1522 ราชวงศ์ฮับส์บูร์กจึงได้แตกออกเป็นสายออสเตรีย และสายสเปน อย่างไรก็ตาม ราชวงศ์ Habsburg ยังคงขยายอาณาเขตต่อไป โดยในปี ค.ศ. 1526 ได้ผนวกดินแดนโบฮีเมียและฮังการี เข้าไว้ด้วย ทั้งนี้ ในช่วงศตวรรษที่ 16 และ 17 ออสเตรียต้องเผชิญหน้ากับอาณาจักรออตโตมัน แต่โดยที่ออสเตรียสามารถเอาชนะกองทัพของอาณาจักรออตโตมันได้ ออสเตรียจึงได้ครอบครองดินแดนเพิ่มขึ้น และกลายเป็นมหาอำนาจรายหนึ่งในยุโรป ในช่วงครึ่งหลังของศตวรรษที่ 18 จักรพรรดินีมาเรีย เทเรเซีย และโจเซฟที่สอง ได้ทำการปฏิรูป และวางรากฐานการปฏิรูปการบริหารจัดการของรัฐให้ทันสมัย แต่การปฏิวัติฝรั่งเศสและสงครามนโปเลียน ได้ทำให้สถานการณ์ทางการเมืองในขณะนั้นเปลี่ยนไป นอกจากนี้ หลังจากที่อิตาลีได้ก่อตั้งขึ้นเป็นประเทศ ราชวงศ์ฮับสบรูกส์ต้องต้องยินยอมต่อการเคลื่อนไหวของนักชาตินิยมที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และในปี ค.ศ . 1867 จักรพรรดิฟรานซ์ โจเซฟ จึงได้ยอมตั้งราชวงศ์ร่วม (double monarchy) ออสเตรีย - ฮังการี ราชวงศ์ออสเตรีย - ฮังการี เป็นผู้เริ่มต้นสงครามโลกครั้งที่ 1 ระหว่างปี ค.ศ. 1914-1918 อันมีสาเหตุเนื่องมากจากการลอบสังหารเจ้าชาย Francis-Ferdinand ซึ่งเป็นทายาทของราชวงศ์ออสเตรีย - ฮังการี โดยนักชาตินิยมชาวเซิร์บ โดยออสเตรียเป็นฝ่ายแพ้สงคราม และเมื่อสงครามโลกครั้งที่ 1 สิ้นสุดลง ออสเตรียจึงได้ประกาศตัวเป็นสาธารณรัฐ แต่ในขณะนั้น ออสเตรียมิได้มีอำนาจดังเช่นในอดีตแล้ว ในปี ค.ศ. 1938 ออสเตรียถูกกดดันจากเยอรมนีภายใต้การนำของฮิตเลอร์ และประสบกับภาวะการขาดเสถียรภาพภายในประเทศในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 จนกระทั่ง ในปี ค.ศ. 1945 เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง ประเทศพันธมิตรได้ช่วยออสเตรียให้ฟื้นตัวขึ้นสู่ความเป็นประเทศสาธารณรัฐอีกครั้ง แต่ออสเตรียยังคงถูกยึดครองโดยกองทัพฝรั่งเศส อังกฤษ สหภาพโซเวียต และสหรัฐอเมริกาจนถึงปี 1955 ซึ่งได้มีการลงนามในสนธิสัญญาประเทศออสเตรีย และในปีเดียวกัน รัฐสภาออสเตรียได้ออกกฎหมายให้ออสเตรียเป็นประเทศที่มีสถานะเป็นกลางอย่างถาวร รวมทั้งได้เข้าเป็นสมาชิกสหประชาชาติด้วย ออสเตรียได้เข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปเมื่อวันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 1995 และได้เป็นประธานสภาสหภาพยุโรปเป็นครั้งแรกในครึ่งหลังของปี ค.ศ. 1995

ประวัติศาสตร์ของประเทศออสเตรียมีมายาวนานก่อนคริสตกาล ในการจะอธิบายให้เกิดความกระจ่างต้องแยกออกเป็นทั้งหมด 10 ช่วงตามความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของประเทศออสเตรียคือ

[แก้] การเมือง

ออสเตรียปกครองในระบอบประชาธิปไตยแบบมีรัฐสภา มีประธานาธิบดีเป็นประมุข รัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีเป็นฝ่ายบริหาร ประธานาธิบดีได้รับเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชน ดำรงตำแหน่งเป็นเวลา 6 ปี และอาจดำรงตำแหน่งต่ออีกวาระ ประธานาธิบดีแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีจากหัวหน้าพรรคที่ได้รับเลือกด้วยคะแนนเสียงข้างมากในสภาเพื่อทำหน้าที่บริหารประเทศ มีวาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปี รัฐสภาประกอบด้วยสภาล่าง (Nationalsrat) มีสมาชิก 183 คน ได้รับเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชนทุก 4 ปี และสภาสูง (Bundesrat) มีสมาชิก 64 คน ได้รับเลือกตั้งจากสภาจังหวัด (Provincial Diet)

ออสเตรียแบ่งเขตการปกครองเป็น 9 จังหวัด (federal province) ได้แก่ Lower Austria, Upper Austria, Salzburg, Styria, Carinthia, Tirol, Vorarlberg, Burgenland และ Vienna ซึ่งมีสถานะเป็นมหานคร แต่ละจังหวัดมีอำนาจปกครองเป็นอิสระยกเว้นการต่างประเทศและการป้องกันประเทศ แต่ละจังหวัดมี Governor ซึ่งได้รับเลือกจากสภาผู้แทนราษฎรของจังหวัดเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร

พรรคการเมืองออสเตรีย ตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ออสเตรียเป็นประเทศที่มีเสถียรภาพทางการเมืองมาโดยตลอด โดยมีพรรคการเมืองที่สำคัญดังนี้คือ พรรค Austrian People's Party- ÖVP เป็นพรรคใหญ่ และเคยเป็นพรรคร่วมรัฐบาลกับพรรค Social Democratic Party - SPÖ มา 3 สมัย ก่อนที่จะหันมาร่วมมือกับพรรค Alliance for the Future of Austria (BZ) ที่ได้แยกตัวออกมาจากพรรค Freedom Party-FPÖ ในเดือนเมษายน 2548 มีนาย Wolfgang Schüssel เป็นหัวหน้าพรรค พรรค Social Democratic Party - SPÖ เป็นพรรคใหญ่ที่สุดของออสเตรีย และเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลตั้งแต่ทศวรรษ 60 ในการเลือกตั้งในปี 2543 พรรค SPÖ ได้รับคะแนนเสียงมากที่สุดแต่ไม่สามารถโน้มน้าวพรรคอื่นร่วมจัดตั้งรัฐบาล จึงต้องกลับเป็นฝ่ายค้าน ประธานาธิบดีคนปัจจุบันสังกัดพรรคการเมืองนี้ พรรค Alliance for the Future of Austria - BZÖ เป็นพรรคที่แยกตัวออกมาจากพรรค FPO นำโดยนาย Jörg Haider พรรค Freedom Party - FPÖ เป็นพรรคที่มีแนวนโยบายขวาจัด ปัจจุบัน นาย Herbert Haupt ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค พรรค Greens เป็นพรรคฝ่ายค้าน มีนโยบายอนุรักษ์นิยม นอกจากนี้ ยังมีพรรคการเมืองอื่นๆ อีก อาทิ พรรคคอมมิวนิสต์ พรรค Liberal Reform พรรค Democrats พรรค Christian Election Community และ พรรค Socialist Left แต่ไม่คะแนนมีเสียงที่จะมีที่นั่งในสภา

[แก้] การแบ่งเขตการปกครอง

ออสเตรียเป็นประเทศสหพันธรัฐที่ประกอบด้วย 9 รัฐ (states - Bundesländer) รัฐเหล่านี้แบ่งเขตการปกครองย่อยออกเป็น เขต (districts - Bezirke) และ นคร (cities - Statutarstädte) ซึ่งในเขตแต่ละแห่งยังแบ่งออกเป็นเทศบาล (municipalities- Gemeinden)

รัฐทั้ง 9 แห่งของออสเตรีย ได้แก่

[แก้] ภูมิศาสตร์

ประเทศออสเตรียในปัจจุบัน ตามแผนที่ประเทศออสเตรียมีความกว้างจากทิศตะวันออกจรดทิศตะวันตกมากกว่า 575 กิโลเมตร มีความยาวจากทิศเหนือจรดทิศใต้มากกว่า 294 กิโลเมตร

ประมาณ 60% ของสภาพภูมิประเทศของประเทศออสเตรียมีลักษณะเป็นภูเขาและเนินเขา ซึ่งได้รับการขานนามให้เป็น "ดินแดนแห่งขุนเขา" ประเทศออสเตรียมีการพาดผ่านของเส้นทาง "แม่น้ำดานูบ (Donau)" โดยผ่านรัฐโลว์เออร์ออสเตรีย หรือ นีเดอเริสเทอร์ไรค์ (Lower Austria; Niederösterreich) และ รัฐอัปเปอร์ออสเตรีย หรือ โอเบอเริสเทอร์ไรค์ (Upper Austria; Oberösterreich) เพื่อไหลต่อไปยังสาธารณรัฐเช็ก (Czech Republic)ภูมิประเทศของประเทศออสเตรียแบ่งออกเป็น 3 ลักษณะคือ

  • 1. ภูเขา (Berge) ภูเขาสูงในประเทศออสเตรียมีความสูงจากระดับน้ำทะเลกว่า 3,000 เมตร ยอดเขาที่สูงที่สุดในประเทศออสเตรียตั้งอยู่ทางเทือกเขาด้านตะวันออก (Ostalpen)ด้วยความสูง 3,798 เมตร มีชื่อว่า โกรสซ์กล็อกเนอร์ (Großglockner) ยอดเขาที่สูงรองลงมาคือ ไวล์ดชะปิทซ์ (Wildspitze)ด้วยความสูง 3,774 เมตร และยอดเขาที่สูงเป็นอันดับที่สามของประเทศออสเตรยคือ ไวสซ์กูเกิล (Weißkugel)ด้วยความสูง 3,738 เมตร ด้วยลักษณะของภูเขาเป็นจุดสำคัญในการดึงดูดนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบกีฬาฤดูหนาว (Wintersport)ยกตัวอย่างเช่น สกี สโนว์บอร์ด เป็นต้น ส่วนในฤดูร้อน ก็ยังสามารถที่จะท่องเที่ยวชื่นชมสภาพป่า และการปีนเขา อีกด้วย
  • 2. ทะเลสาบ (Seen) ทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดของประเทศออสเตรียมีชื่อว่า นอยซิดเลอร์ ซี(Neusiedler See)โดยมีพื้นที่ประมาณ 77% หรือประมาณ 315 ตารางกิโลเมตร อยู่ที่รัฐบูร์เกนลันด์ (Burgenland) ส่วนพื้นที่อีกประมาณ 33% ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ของประเทศฮังการี และยังมีทะเลสาบอื่นๆ ที่มีความสำคัญคือ อาทเทอร์ซี (Attersee)ด้วยพื้นที่ประมาณ 46 ตารางกิโลเมตร และ ทรอนซี(Traunsee)อยู่ในพื้นที่รัฐ โอเบอเริสเทอร์ไรค์ (Upper Austria; Oberösterreich)และทะเลสาบอื่นๆ อีกมากมายที่มีความสำคัญมากสำหรับดึงดูดนักท่องเที่ยวในช่วงฤดูร้อน เช่น โบเดนซี(Bodensee), ซาล์ซคามเมอร์กูทส์ (Salzkammerguts), โวทเฮอร์ซี(Wörthersee), มิลล์ชะเททเทอร์ ซี(Millstätter See), ออสเซียเชอร์ ซี(Ossiacher See), ไวส์เซ่นซี(Weißensee), โมนด์ซี (Mondsee), โวล์ฟกังซี(Wolfgangsee) เป็นต้น

[แก้] เศรษฐกิจ

เป็นแบบเสรีนิยมผสมสังคมนิยม โดยรัฐมีบทบาทในอุตสาหกรรม และวิสาหกิจหลัก เช่น อุตสาหกรรมขั้นปฐม การผลิตกระแสไฟฟ้า ธนาคาร และกิจการสาธารณูปโภค สาเหตุที่รัฐได้เข้ามาจัดการบริหารแบบรวมศูนย์ ก็เพื่อป้องกันการครอบครองจากโซเวียตภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 จนกระทั่งในช่วงต้นทศวรรษที่ 90 ออสเตรียจึงเริ่มแปรรูปรัฐวิสาหกิจ และได้พัฒนาเศรษฐกิจแบบตลาดได้สำเร็จ ซึ่งทำให้ประชาชนมีมาตรฐานความเป็นอยู่สูง รัฐบาลชุดที่ผ่านมา ซึ่งเป็นพรรคขวา ได้มีแผนที่จะแปรรูปรัฐวิสาหกิจการของรัฐเพิ่มเติม อันจะทำให้รัฐบาลออสเตรียมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจลดลง และในช่วงเวลาที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างและลูกจ้างแบบ Social Partnership ในช่วงทศวรรษที่ 60 และ 70 ได้ลดน้อยลงตามเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองที่เปลี่ยนไป รัฐบาลชุดปัจจุบันซึ่งนำโดยพรรคฝ่ายซ้ายสังคมนิยมจึงมีนโยบายชะลอการแปรรูปรัฐวิสาหกิจลง และเป็นที่คาดว่า จะมีนโนบายที่ทำให้ความสัมพันธ์ของนายจ้างและลูกจ้างในภาคอุตสาหกรรมเป็นไปแบบ Social Partnership ต่อไป

[แก้] ประชากร

จากการสำรวจในปี 2549 ประเทศออสเตรียมีประชากรโดยประมาณ 8,260,000 คน อายุขัยเฉลี่ยของประชากรหญิงสูงกว่าประชากรชาย

ประชากรหญิงออสเตรียมีอายุเฉลี่ย 82.1 ปี ส่วนประชากรชายออสเตรีย 76.4 ปี ในประเทศออสเตรียส่วนใหญ่ประชากรจะเป็นผู้สูงอายุ และเนื่องจากค่าครองชีพในประเทศออสเตรียอยู่ในอัตราสูงมาก จึงมีผลในการส่งผลให้อัตราการเกิดใหม่ของประชากรลดลงเป็นอย่างมาก ซึ่งอัตราการเกิดใหม่ของประชากรอยู่ที่ 0.45% ซึ่งถือว่าเป็นอัตราที่ต่ำมาก

[แก้] วัฒนธรรม

ศาสนา คริสต์นิกายโรมันคาทอลิกร้อยละ 73.6 คริสต์นิกายโปรเตสแตนท์ร้อยละ 4.7 มุสลิมร้อยละ 4.2 อื่นๆ ร้อย ละ 3.5 ไม่ระบุร้อยละ2 ไม่นับถือศาสนาร้อยละ 12

[แก้] ศาสนา

74.1% ของจำนวนประชากรนับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก, 4.6% ของจำนวนประชากรนับถือศาสนาคริสต์นิกายโปรแตสแตนท์, ประชากรจำนวนประมาณ 180,000 คน นับถือนิกายคริสต์นิกายออโธด็อกส์, ประชากรจำนวนประมาณ 8,140 คนนับถือนิกายยิว, ประชากรจำนวนระหว่าง 15,000-338,998 คนนับถือศาสนาอิสลาม (ประเทศเริ่มมีศาสนาอิสลามมาตั้งแต่ปีคริสต์ศักราช 1912), ประชากรจำนวนมากกว่า 10,000 คนนับถือศาสนาพุทธ และประชากรจำนวน 20,000 คนเลือกที่จะไม่นับถือศาสนาใด ยึดหลักความเป็นกลาง (จากผลสำรวจในปีพุทธศักราช 2544 หรือปีคริสต์ศักราช 2001)


ประเทศออสเตรีย เป็นบทความเกี่ยวกับ ประเทศ เมือง หรือเขตการปกครองต่าง ๆ ที่ยังไม่สมบูรณ์ ต้องการตรวจสอบ เพิ่มเนื้อหา หรือเพิ่มแหล่งอ้างอิง คุณสามารถช่วยเพิ่มเติมหรือแก้ไข เพื่อให้สมบูรณ์มากขึ้น
ข้อมูลเกี่ยวกับ ประเทศออสเตรีย ในภาษาอื่น อาจสามารถหาอ่านได้จากเมนู ภาษาอื่น ด้านซ้ายมือ

เครื่องมือส่วนตัว