จักรวรรดิรัสเซีย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
จักรวรรดิรัสเซีย
Российская империя
จักรวรรดิ

ค.ศ. 1721–1917
ธงชาติ¹ ตราแผ่นดิน
คำขวัญ
Съ нами Богъ!
God is with us
พระเจ้าทรงอยู่กับเรา
เพลงชาติ
โบเช ซาร์ยาครานี
(เพลงสรรเสริญพระบารมีแห่งรัสเซีย)
อาณาเขตของรัสเซียในปี ค.ศ. 1866
  จักรวรรดิรัสเซีย
เมืองหลวง เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก
ภาษา รัสเซีย
รัฐบาล ราชาธิปไตย
จักรพรรดิแห่งรัสเซีย
 - พ.ศ. 2264 - 2268 พระเจ้าซาร์ปีเตอร์มหาราช (พระองค์แรก)
 - พ.ศ. 2437 - 2460 พระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2
(พระองค์สุดท้าย)
ประวัติศาสตร์
 - สถาปนา 22 ตุลาคม ค.ศ. 1721
 - การปฏิวัติเดือนกุมภาพันธ์ 2 เมษายน 1917
ขนาดพื้นที่
 - 2440 21,799,825 กม.2 (8,416,959 ตร. ไมล์)
ประชากร
 - 2440 ประเมิน 128,200,000 
     ความหนาแน่น 5.9 /km2  (15.2 /sq mi)
เงินตรา รูเบิลรัสเซีย
¹ ดูธงที่ใช้ในปี พ.ศ. 1914-1917[1].

จักรวรรดิรัสเซีย (รัสเซีย: Российская империя; อังกฤษ: Russian Empire) คืออดีตประเทศรัสเซียก่อนที่จะมีการปฏิวัติการปกครองของซาร์นิโคลัสที่ 2 เป็นสหภาพสาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียตใน 1917 จักรวรรดิรัสเซียสถาปนาขึ้นในปี ค.ศ. 1721 โดยพระเจ้าซาร์ปีเตอร์มหาราชสถาปนาขึ้นแทนที่อาณาจักรซาร์แห่งรัสเซีย จักรวรรดิรัสเซียมีพื้นที่กว้างใหญ่ครอบคลุมยุโรปตะวันออก เอเชีย จนไปถึงอเมริกา นับได้ว่าเป็นหนึ่งในจักรวรรดิที่ใหญ่ที่สุดในโลกและเป็นจักรวรรดิหนึ่งที่เจริญรุ่งเรืองที่สุดในประวัติศาสตร์รัสเซีย

ประวัติศาสตร์[แก้]

ธงแห่งจักรวรรดิรัสเซียในวาระแห่งการเฉลิมฉลอง ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1858 ถึง 1883.[2][3][4][5][6] อย่างไรก็ตาม ธงนี้ก็ไม่ได้รับความนิยมเท่ากับธงชาติรัสเซียแถบสีขาว-น้ำเงิน-แดง
ตราประจำพระองค์แห่งสมเด็จพระจักรพรรดิ ถูกใช้ในช่วงปี ค.ศ. 1858 - 1917

จักรวรรดิรัสเซีย สถาปนาขึ้นแทนอาณาจักรซาร์แห่งรัสเซีย (tsardom of muskovy) เป็นจักรวรรดิหนึ่งที่โดดเดี่ยวและไม่เป็นที่รู้จักในยุโรป จนกระทั่งพระเจ้าซาร์ปีเตอร์มหาราชทรงปฏิรูปจักรวรรดิให้ทันสมัย และเป็นการเปิดประตูต้อนรับยุโรปอย่างแท้จริง พระองค์ทรงปฏิรูปจักรวรรดิใหม่หมด ทั้งการแต่งกาย การศึกษา ฯลฯ จักรวรรดิรัสเซียหลังรัชสมัยของพระเจ้าซาร์ปีเตอร์มหาราชจึงกลายเป็นจักรวรรดิมหาอำนาจชั้นแนวหน้าของโลกในสมัยนั้น

ศตวรรษที่ 18[แก้]

พระเจ้าซาร์ปีเตอร์มหาราชทรงรวบรวมอำนาจในรัสเซียให้มีความเป็นปึกแผ่นแล้วนำพาจักรวรรดิรัสเซียในขณะนั้นไปสู่ระบบรัฐของยุโรปพระองค์ทรงเปลี่ยนจากอาณาจักรเล็กๆเริ่มแรกในศตวรรษที่ 14 ให้กลายเป็นจักรวรรดิที่ใหญ่ที่สุดในโลกในรัชสมัยของพระองค์ มันขยายเข้าไปในแผ่นดินใหญ่ยูเรเซีย ตั้งแต่ทะเลบอลติกจรดมหาสมุทรแปซิฟิคมันขยายออกไปมากในช่วงศตวรรษที่ 17 อย่างไรก็ตามนี้คือแผ่นดินที่กว้างใหญ่ไพศาล และมีประชากร 14 ล้านคน ส่วนใหญ่ที่อยู่ตามชนบทและทำกสิกรรมทางตะวันตกของประเทศ ส่วนน้อยที่อยู่ในเมือง ปีเตอร์ได้ทำการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี การปกครอง และการทำศึกสงครามเสียใหม่ เพื่อให้เจริญก้าวหน้าโดยรับแนวคิดมาจากตะวันตกมาโดยทั้งสิ้น พระองค์ทรงเรียนรู้กลยุทธ์และการป้องกันมากมายจากตะวันตก แล้วยังสร้างกองทัพที่เข้มแข็ง ซึ่งมาจากการเกณฑ์ทหาร พระองค์ยังเป็นพระเจ้าซาร์พระองค์แรกที่เสด็จประพาสยุโรปด้วย พระองค์ทรงทำสงครามกับสวีเดนเพื่อชิงแผ่นดินส่วนที่ติดกับทะเลบอลติกให้มีทางออกสู่ทะเลอีกทั้งยังให้เป็นประตูสู่ยุโรปด้วย และสร้างเมืองหลวงใหม่ชื่อว่า เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก และเมื่อนโปเลียนที่ 1บุกรัสเซียรัสเซียก็มีชัยเหนือนโปเลียนที่ 1นั้นเป็นการแสดงให้โลกรู้ว่าจักรวรรดิรัสเซียนั้นยังคงเป็นมหาอำนาจที่ไม่อาจโค่นล้มได้ง่ายๆ

ศตวรรษที่ 19[แก้]

เมื่อล่วงเข้าศตวรรษที่ 19 จักรวรรดิอยู่ภายใต้การนำของพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 1 ซึ่งทรงทำสงครามพิชิตแหลมไครเมียร์กับจักรวรรดิออตโตมันเมื่อล่วงเข้ารัชสมัยของ สมเด็จพระจักพรรดินีนาถแคทเธอรีน รัสเซียก็พิชิตแหลมไครเมียร์ได้สำเร็จซึ่งในขณะนั้นเองจักรวรรดิก็ก้าวเข้าสูการปฏิรูปประเทศอีกครั้ง ทาสเริ่มได้รับสิทธิมากขึ้น เริ่มมีการเผยแพร่ความรู้ และเริ่มมีแผนที่จะร่างรัฐธรรมนูญขึ้นด้วย แต่ก็ล้มเลิกความคิดไป

สิ้นสุดจักรวรรดิรัสเซีย[แก้]

เมื่อเริ่มเข้าสู่ศตวรรษที่ 20 ก็เริ่มมีกระแสการปฏิวัติไปทั่วโลก ในขณะนั้นเองจักรวรรดิรัสเซียก็เริ่มเข้าสู่สภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ผู้คนอดยากทั่วรัสเซีย ฤดูหนาวที่โหดร้าย และการพ่ายแพ้สงคราม ภายใต้อำนาจของพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2เริ่มมีชนกลุ่มเล็กภายในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กเริ่มคิดก่อการปฏวัติ เมื่อเหตุการณ์ทวีความรุนแรงขึ้น ในปีค.ศ. 1905 ประชาชนได้รวมตัวกันชุมนุมกัน ณ จัตุรัสแดง ที่พระราชวังฤดูหนาว ในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กเพื่อยื่นข้อเรียกร้องต่อพระเจ้าซาร์ และเมื่อพระเจ้าซาร์เสด็จออกมา ปืนและปืนใหญ่ของทหารม้ารัสเซียก็ระดมยิงใส่ผู้ชุมนุมประท้วง จนทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก เหตุการณ์นี้รู้จักกันดีในชื่อว่า bloody sunday หรือ อาทิตย์ทมิฬ ต่อมาเมื่อรัสเซียเมื่อแพ้สงครามรัสเซีย - ญี่ปุ่นและสงครามโลกครั้งที่ 1 ในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1917 เกิดการปฏิวัติขึ้น (การปฏิวัติเดือนกุมภาพันธ์) นำโดย วลาดิมีร์ เลนิน ซึ่งพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 ก็ต้องทรงสละราชบัลลังก์และถูกกักกันตัวไว้ หลังจากการปฏิวัติไม่นาน ราชวงศ์ก็ทรงประทับอยู่ ณ พระราชวังอเล็กซานเดอร์ และระหว่างเมษายน และ พฤษภาคมปีค.ศ. 1918 ก็ทรงถูกย้ายจากพระราชวังอเล็กซานเดอร์มาประทับ ณ เมืองเยคาเทียรินเบิร์ก เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม เวลา 1:30 นิโคลัส อเล็กซานดร้า โอรสและธิดา ถูกหลอกให้ลงมาชั้นใต้ดิน แต่เมื่อทั้งหมดลงมา ก็ถูกขังไว้ในห้องพร้อมกับทหารกลุ่มบอลเชวิค โดยทั้งหมดสิ้นพระชนม์จากการถูกยิงเป้าหมู่ ภายหลังได้มีการฝังพระศพทั้งหมดร่วมกัน เป็นการปิดฉากราชวงศ์โรมานอฟและจักรวรรดิรัสเซีย

อ้างอิง[แก้]

  1. http://flagspot.net/flags/ru_1914.html
  2. Bonnell, p. 92
  3. Condee, p. 49
  4. Saunders, p. 129
  5. National Museum of Science and Technology (Canada). Material history review. Canada Science and Technology Museum, 2000, p46
  6. CRWflags.com. K. Ivanov argues, that Russia has changed her official flag in 1858