จักรวรรดิกาสนาวิยะห์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
จักรวรรดิกาสนาวิยะห์
غزنویان
Ghaznavian
จักรวรรดิ

ค.ศ. 963ค.ศ. 1187
 

จักรวรรดิกาสนาวิยะห์ในสมัยที่รุ่งเรืองที่สุด
เมืองหลวง กาสนี (จนถึง ค.ศ. 1151)
ลาฮอร์ (ตั้งแต่ ค.ศ. 1151)
ศาสนา ซุนนีย์
การปกครอง จักรวรรดิ
ชาห์
 - ค.ศ. 963-977 Alptigin
 - ค.ศ. 1160-1187 Khusrau Malik
ยุคประวัติศาสตร์ ยุคกลาง
 - สถาปนา ค.ศ. 963
 - ยึดโดยจักรวรรดิกอร์ ค.ศ. 1187 ค.ศ. 1187
Faravahar background
ประวัติศาสตร์เกรตเตอร์อิหร่าน
พระมหากษัตริย์แห่งเปอร์เชีย
ก่อนสมัยใหม่
สมัยใหม่

กาสนาวิยะห์ (เปอร์เซีย: غزنویان, อังกฤษ: Ghaznavids) เป็นราชวงศ์อิสลามและเปอร์เชียของชนเตอร์กิกมามลุค[1] ผู้รุ่งเรืองระหว่าง ค.ศ. 975 จนถึง ค.ศ. 1187 และปกครองส่วนใหญ่ของเปอร์เชีย, ทรานสอ็อกซาเนียและทางตอนเหนือของอนุทวีปอินเดีย[2][3][4] จักรวรรดิกาสนาวิยะห์มีศูนย์กลางอยู่ที่กาสนีที่ตั้งอยู่ในอัฟกานิสถานปัจจุบัน การที่มีอิทธิพลทั้งทางการเมืองและวัฒนธรรมจากอาณาจักรก่อหน้านั้น - จักรวรรดิซามานิยะห์ - กาสนาวิยะห์เตอร์กิกจึงกลายมาเป็นเปอร์เชีย[2][4][5][6][7][8][9]

ราชวงศ์ก่อตั้งโดยเซบุค ทิจิน (Sebük Tigin) หลังจากที่ได้รับดินแดนที่มีศูนย์กลางที่กาสนีจากพ่อตาอัลฟ์ ทิจิน (Alp Tigin) ผู้ที่แยกตัวมาจากสุลต่านของราชวงศ์ซามานิยะห์[10] พระราชโอรสของพระองค์มาห์มุดแห่งกาสนี (Mahmud of Ghazni) ขยายดินแดนของจักรวรรดิที่ครอบคลุมตั้งแต่แม่น้ำอ็อกซัสไปจนถึงหุบเขาสินธุ และ มหาสมุทรอินเดีย ทางด้านตะวันตกไปจนจรดราวี และฮามาดาน เมื่อมาถึงรัชสมัยของมาซุดที่ 1 แห่งกาสนี (Mas'ud I of Ghazni) กาสนาวิยะห์ก็สูญเสียดินแดนไปเป็นอันมาก ทางด้านตะวันตกเสียให้แก่เซลจุค ที่ทำให้ลำบากต่อการครอบครองอัฟกานิสถาน, บาโลคิสถาน และ ปัญจาบ ในปี ค.ศ. 1151 สุลต่านบาห์รัมชาห์ก็เสียกาสนีแก่ อลาอุดดิน ฮุสเซนแห่งจักรวรรดิกอร์จนต้องย้ายเมืองหลวงไปอยู่ที่ลาฮอร์จนกระทั่งจักรวรรดิถูกยึดโดยจักรวรรดิกอร์ในปี ค.ศ. 1186.

อ้างอิง[แก้]

  1. "Encyclopedia Britannica - Ghaznavid Dynasty"
  2. 2.0 2.1 C.E. Bosworth: The Ghaznavids. Edinburgh, 1963
  3. C.E. Bosworth, "Ghaznavids", in Encyclopaedia Iranica, Online Edition 2006, (LINK)
  4. 4.0 4.1 C.E. Bosworth, "Ghaznavids", in Encyclopaedia of Islam, Online Edition; Brill, Leiden; 2006/2007
  5. M.A. Amir-Moezzi, "Shahrbanu", Encyclopaedia Iranica, Online Edition, (LINK): "... here one might bear in mind that non-Persian dynasties such as the Ghaznavids, Saljuqs and Ilkhanids were rapidly to adopt the Persian language and have their origins traced back to the ancient kings of Persia rather than to Turkish heroes or Muslim saints ..."
  6. Encyclopaedia Iranica, Iran: Islamic Period - Ghaznavids, E. Yarshater
  7. B. Spuler, "The Disintegration of the Caliphate in the East", in the Cambridge History of Islam, Vol. IA: The Central islamic Lands from Pre-Islamic Times to the First World War, ed. by P.M. Holt, Ann K.S. Lambton, and Bernard Lewis (Cambridge: Cambridge University Press, 1970). pg 147: One of the effects of the renaissance of the Persian spirit evoked by this work was that the Ghaznavids were also Persianized and thereby became a Persian dynasty.
  8. Anatoly M Khazanov, André Wink, "Nomads in the Sedentary World", Routledge, 2padhte padhte to pagla jayega aadmi, "A History of Russia, Central Asia and Mongolia", Blackwell Publishing, 1998. pg 370: "Though Turkic in origin and, apparently in speech, Alp Tegin, Sebuk Tegin and Mahmud were all thoroughly Persianized"
  9. Robert L. Canfield, Turko-Persia in historical perspective, Cambridge University Press, 1991. pg 8: "The Ghaznavids (989-1149) were essentially Persianized Turks who in manner of the pre-Islamic Persians encouraged the development of high culture"
  10. Encyclopedia Britannica, Ghaznavid Dynasty, Online Edition 2007 (LINK)

ดูเพิ่ม[แก้]