จักรวรรดิออสเตรีย
Kaisertum Österreich
จักรวรรดิออสเตรีย (อังกฤษ: Austrian Empire; เยอรมัน: Kaisertum Österreich) เป็นจักรวรรดิที่ก่อตั้งจากอาณาบริเวณที่เหลือจากจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์[1] ที่ตั้งอยู่ในบริเวณที่ปัจจุบันคือออสเตรีย จักรวรรดิรุ่งเรืองระหว่าง ค.ศ. 1804 จนถึง ค.ศ. 1867 ที่ตามมาด้วยการรวมกับราชวงศ์ฮังการีและก่อตั้งเป็นจักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการี (ค.ศ. 1867 ถึง ค.ศ. 1918) ที่มาสลายตัวลงเป็นอาณาจักรย่อยเมื่อสงครามโลกครั้งที่หนึ่งสิ้นสุดลง
คำว่า “จักรวรรดิออสเตรีย” ใช้สำหรับดินแดนที่เป็นของราชวงศ์ฮับส์บูร์กก่อนปี ค.ศ. 1804 ที่ไม่มีชื่อเรียกรวมๆ อย่างเป็นทางการ แต่โดยทั่วไปแล้วมักจะใช้คำว่า “ออสเตรีย” มากกว่า บางครั้งจะมีการใช้คำว่าออสเตรีย-ฮังการีแต่เป็นการใช้ที่ไม่ถูกต้อง
จักรวรรดิออสเตรียก่อตั้งโดยกษัตริย์ราชวงศ์ฮับส์บูร์ก ในปี ค.ศ. 1804 -- สมเด็จพระจักรพรรดิฟรานซ์ที่ 2 แห่งโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ ผู้ทรงขึ้นครองราชย์เป็นสมเด็จพระจักรพรรดิฟรานซ์ที่ 1 แห่งออสเตรีย ดินแดนที่ทรงปกครองรวมทั้งดินแดนส่วนพระองค์และดินแดนของจักรวรรดิ การก่อตั้งจักรวรรดิเป็นการโต้ตอบการประกาศก่อตั้งจักรวรรดิฝรั่งเศสที่ 1 ของจักรพรรดินโปเลียนที่ 1 ในปีเดียวกัน
หลังจากนั้นออสเตรียและบางส่วนของจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ก็รวมตัวกันต่อต้านฝรั่งเศสและพันธมิตรเยอรมันระหว่างสัมพันธมิตรครั้งที่ 3 (Third Coalition) ที่นำไปสู่ความพ่ายแพ้อย่างยับเยินในยุทธการออสเตอร์ลิทซ์ (Battle of Austerlitz) เมื่อต้นเดือนธันวาคม ค.ศ. 1805 เมื่อมาถึงวันที่ 4 ธันวาคมก็มีการยุติการสู้รบและเริ่มมีการเจรจาสงบศึกในที่ไม่ไกลนัก
ต่อมาสมเด็จพระจักรพรรดิฟรานซ์ที่ 2 ต้องทรงจำยอมตกลงในสนธิสัญญาเพรสเบิร์ก (Treaty of Pressburg) ในเดือนธันวาคม ค.ศ. 1805) ซึ่งเป็นสนธิสัญญาที่เท่ากับเป็นการยุบเลิกจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์อันเป็นจักรวรรดิที่รุ่งเรืองมาเป็นเวลานานโดยการจัดระบบการปกครองของรัฐในเยอรมันนีภาพใต้อิทธิพลของนโปเลียน ที่เป็นการเริ่มต้นของอาณาบริเวณที่ใกล้เคียงกับอาณาบริเวณของประเทศเยอรมนีสมัยใหม่ ดินแดนของออสเตรียในเยอรมนีตกไปเป็นของพันธมิตรของฝรั่งเศส—พระมหากษัตริย์แห่งบาวาเรีย, พระมหากษัตริย์แห่งเวิร์ตเต็มเบิร์ก และอาณาจักรเลือกตั้งแห่งบาเดิน ออสเตรียต้องสละดินแดนในเยอรมนีทั้งหมดโดยไม่มีข้อแม้
แปดเดือนหลังจากนั้นเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม ค.ศ. 1806 สมเด็จพระจักรพรรดิฟรานซ์ที่ 2 ก็ทรงยุบจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ เนื่องจากการก่อตั้งสมาพันธรัฐแห่งลุ่มแม่น้ำไรน์ (Confederation of the Rhine) โดยฝรั่งเศส เพราะไม่ทรงมีพระประสงค์จะให้นโปเลียนมาครองราชย์สืบต่อจากพระองค์ ในขณะเดียวกันสมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 3 แห่งสหราชอาณาจักรผู้ทรงเป็นเจ้าชายอีเล็คเตอร์แห่งฮาโนเวอร์ผู้ทรงเสียดินแดนในบริเวณอาณาจักรเลือกตั้งแห่งฮาโนเวอร์แก่นโปเลียนด้วยเช่นกัน ก็ไม่ทรงยอมรับการกระทำของฝรั่งเศส ฝ่ายอังกฤษตอบโต้โดยการก่อตั้งราชอาณาจักรฮาโนเวอร์ที่ปกครองต่อมาจนกระทั่งเมื่อสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรียแห่งสหราชอาณาจักรขึ้นครองราชสมบัติราชอาณาจักรฮาโนเวอร์ก็แยกตัวจากการปกครองโดยพระมหากษัตริย์แห่งสหราชอาณาจักร
แม้ว่าการเป็นจักรพรรดิแห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์จะเป็นตำแหน่งที่มาจากการเลือกตั้งราชวงศ์ฮับส์บูร์กก็ดำรงตำแหน่งนี้มาจนกระทั่งปี ค.ศ. 1440 จะมีขาดก็เป็นเพียงบางช่วง และออสเตรียก็เป็นหัวใจของอาณาบริเวณที่เป็นจักรวรรดิ
จักรวรรดิออสเตรียเดิมมิได้รวมราชอาณาจักรฮังการี และดินแดนอิสระอื่นๆ ที่ราชวงศ์ฮับส์บูร์กปกครองมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1541 ฮังการีมาถูกผนวกหลังจากการพ่ายแพ้ในการปฏิวัติระหว่างปี ค.ศ. 1848/1849 แต่ก็เป็นปัญหาต่อมาเมื่อฮังการีเรียกร้องให้มีการปฏิรูปรัฐธรรมนูญโดยการไม่ยอมสวมมงกุฎให้สมเด็จพระจักรพรรดิฟรานซ์ โจเซฟเป็นพระมหากษัตริย์ฮังการี หลังจากออสเตรียพ่ายแพ้ในสงครามออสเตรีย-ปรัสเซียในปี ค.ศ. 1866 และแยกตัวออกจากสมาพันธรัฐเยอรมันแล้ว จักรวรรดิออสเตรียจึงได้เปลี่ยนมาเป็นจักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการีโดยข้อตกลงออสเตรีย-ฮังการี ค.ศ. 1867 ที่ทำให้ฮังการีและดินแดนในการปกครองมีฐานะเท่าเทียมกับออสเตรียทั้งหมด