โทรทัศน์ภาคพื้นดินระบบดิจิทัลในประเทศไทย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

โทรทัศน์ภาคพื้นดินระบบดิจิทัลในประเทศไทย (อังกฤษ: Digital terrestrial television in Thailand) เป็นระบบโทรทัศน์ดิจิทัลทางภาคพื้นดินภายในอาณาเขตประเทศไทย ซึ่งในประเทศไทยมักเรียกสั้นๆ ว่า ทีวีดิจิทัล หรือ ทีวีดิจิตอล, โดยคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เป็นหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง กำหนดระยะของการทดลองออกอากาศไว้ ระหว่างวันอังคารที่ 1 ถึงวันพฤหัสบดีที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2557[1] ก่อนจะกำหนดเวลาให้ผู้ประกอบการทุกราย เตรียมความพร้อมขั้นสุดท้าย เพื่อเริ่มออกอากาศในส่วนกลาง ระหว่างวันศุกร์ที่ 25 เมษายน ถึงวันอาทิตย์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

โดยตามแผนของ กสทช. จะเริ่มทำการยุติการส่งสัญญาณโทรทัศน์ภาคพื้นดินระบบแอนะล็อกภายในปี พ.ศ. 2558[2] แต่ในแผนดำเนินการจริง การยุติออกอากาศสถานีโทรทัศน์ภาคพื้นดินระบบแอนะล็อกมีความล่าช้า และแต่ละสถานีในแต่ละพื้นที่ได้ยุติออกอากาศไม่พร้อมกัน โดยสถานีโทรทัศน์ส่วนใหญ่ได้ยุติการออกอากาศโทรทัศน์ในระบบแอนะล็อกอย่างสมบูรณ์ในช่วงกลางปี พ.ศ. 2561[3][4][5][6][7][8]

ตามแผนแม่บทการบริหารคลื่นความถี่ พ.ศ. 2555 กำหนดให้เริ่มต้นรับส่งสัญญาณ วิทยุโทรทัศน์ภาคพื้นดิน ด้วยระบบดิจิทัลภายในเวลา 4 ปี นับแต่วันที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2555 ซึ่งประกาศแผนแม่บทฉบับดังกล่าว และสืบเนื่องด้วย แผนแม่บทกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ฉบับที่ 1 (กรอบการดำเนินงานอยู่ในช่วงระหว่างปี 2555-2559) มีการกำหนดยุทธศาสตร์ และระยะเวลาในการเปลี่ยนผ่าน จากการส่งสัญญาณโทรทัศน์ภาคพื้นดิน ด้วยระบบแอนะล็อก ไปสู่การใช้ระบบดิจิทัล โดยให้เริ่มรับส่ง สัญญาณวิทยุกระจายเสียง และวิทยุโทรทัศน์ภาคพื้นดิน ด้วยระบบดิจิทัล ภายใน 4 ปี, ให้มีมาตรการสนับสนุนการวิจัย และพัฒนาการผลิตอุปกรณ์รับสัญญาณ วิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ ภายใน 3 ปี, ให้มีมาตรการสนับสนุน อุปกรณ์รับสัญญาณวิทยุกระจายเสียง และวิทยุโทรทัศน์ภาคพื้นดินระบบดิจิทัล สำหรับผู้มีรายได้น้อย ภายใน 3 ปี และให้มีจำนวนครัวเรือนในเมืองใหญ่ ที่สามารถรับสัญญาณวิทยุกระจายเสียง และวิทยุโทรทัศน์ภาคพื้นดิน ในระบบดิจิทัลได้ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ภายใน 5 ปี[9]

จำนวนและประเภทช่องโทรทัศน์[แก้]

กสทช. กำหนดจำนวนและรูปแบบ ช่องโทรทัศน์ภาคพื้นดินระบบดิจิทัล เบื้องต้นไว้ทั้งสิ้น 48 ช่อง[9] ได้แก่

  • กลุ่มช่องประเภทบริการสาธารณะและชุมชน จำนวน 24 ช่อง โดยใช้วิธีการคัดเลือกคุณสมบัติ (Beauty Contest) เพื่อรับรองใบอนุญาตใช้คลื่นความถี่ ได้แก่
  1. ประเภทรายการบริการสาธารณะ จำนวน 12 ช่อง (ระดับชาติ)
  2. ประเภทรายการบริการชุมชน จำนวน 12 ช่อง (จำแนกเป็นแต่ละเขตบริการ)
  • กลุ่มช่องประเภทบริการทางธุรกิจระดับชาติ จำนวน 24 ช่อง โดยใช้วิธีการประมูลคลื่นความถี่ (Auction) เพื่อรับรองใบอนุญาตใช้คลื่นความถี่ ได้แก่
  1. ประเภทรายการเด็ก เยาวชน และครอบครัว จำนวน 3 ช่อง โดยกำหนดราคาประมูลขั้นต่ำไว้ที่ 140 ล้านบาท
  2. ประเภทรายการข่าวสาร และสาระ จำนวน 7 ช่อง โดยกำหนดราคาประมูลขั้นต่ำไว้ที่ 220 ล้านบาท
  3. ประเภทรายการทั่วไป ภาพคมชัดปกติ (Standard Definition : SD) จำนวน 7 ช่อง โดยกำหนดราคาประมูลขั้นต่ำไว้ที่ 380 ล้านบาท
  4. ประเภทรายการทั่วไป ภาพคมชัดสูง (High Definition : HD) จำนวน 7 ช่อง โดยกำหนดราคาประมูลขั้นต่ำไว้ที่ 1,510 ล้านบาท

การประมูลใบอนุญาตใช้คลื่นความถี่[แก้]

ภายหลังที่ กสทช. ได้มีการกำหนดนโยบาย แนวทาง และแผนแม่บทการดำเนินการด้านกิจการโทรทัศน์ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ หรือ กสท. ก็ได้มีการประชุมภายในหลายครั้งจนได้หลักเกณฑ์ที่ชัดเจนในการจัดการบริหารช่องและคลื่นความถี่อย่างชัดเจน โดยมติที่ประชุมของ กสท. ณ วันที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2555 มีรายละเอียดและข้อกำหนดดังนี้

  • อนุมัติช่องรายการดิจิทัลทีวีทั้งหมด 60 ช่อง แบ่งเป็น
    • บริการสาธารณะ 20% หรือ 12 ช่อง
    • บริการชุมชน 20% หรือ 12 ช่อง
    • บริการธุรกิจ 60% หรือ 36 ช่อง แบ่งเป็น
      • รายการเด็กและเยาวชน (ความละเอียดปกติ) 5 ช่อง
      • รายการข่าวสารและสารประโยชน์ (ความละเอียดปกติ) 5 ช่อง
      • รายการทั่วไป ความละเอียดปกติ 10 ช่อง
      • รายการทั่วไป ความคมชัดสูง 4 ช่อง

แต่ภายหลังได้มีการปรับลดจำนวนช่องลงเพื่อความเหมาะสม และมีการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขอยู่ตลอด จนในที่สุดข้อกำหนดทั้งหมดได้ถูกบันทึกเอาไว้ใน ประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการประมูลคลื่นความถี่ เพื่อให้บริการโทรทัศน์ในระบบดิจิตอล ประเภทบริการทางธุรกิจระดับชาติ พ.ศ. ๒๕๕๖ โดยมีรายละเอียดโดยย่อดังนี้

  • อนุมัติช่องรายการดิจิทัลทีวีทั้งหมด 48 ช่อง แบ่งเป็น
    • บริการสาธารณะ 25% หรือ 12 ช่อง โดยที่ กองทัพบก ไทยพีบีเอส และ กรมประชาสัมพันธ์ ได้รับช่องในการออกอากาศไปแล้ว 4 ช่อง
    • บริการชุมชน 25% หรือ 12 ช่อง จะเริ่มจัดสรรใบอนุญาตในการดำเนินการ พ.ศ. 2558
    • บริการธุรกิจ 50% หรือ 24 ช่อง แบ่งเป็น
      • รายการเด็กและเยาวชน (ความละเอียดปกติ) 3 ช่อง ราคาประมูลเริ่มต้นที่ 140 ล้านบาท เคาะเพิ่มครั้งละ 2 ล้านบาท
      • รายการข่าวสารและสารประโยชน์ (ความละเอียดปกติ) 7 ช่อง ราคาประมูลเริ่มต้นที่ 220 ล้านบาท เคาะเพิ่มครั้งละ 2 ล้านบาท
      • รายการทั่วไป ความละเอียดปกติ 7 ช่อง ราคาประมูลเริ่มต้นที่ 380 ล้านบาท เคาะเพิ่มครั้งละ 5 ล้านบาท
      • รายการทั่วไป ความคมชัดสูง 7 ช่อง ราคาประมูลเริ่มต้นที่ 1,510 ล้านบาท เคาะเพิ่มครั้งละ 10 ล้านบาท

โดยที่ กสทช. ได้เริ่มจำหน่ายซองเอกสารเงื่อนไขการประมูลช่องในวันที่ 10 - 12 กันยายน พ.ศ. 2556 เพื่อเตรียมความพร้อมในการประมูลที่คาดว่าจะมีขึ้นในช่วงเดือนพฤศจิกายน - เดือนธันวาคม พ.ศ. 2556 โดย ณ เวลา 16.00 น. ของวันที่ 12 กันยายน กล่าวโดยสรุปคือ กสทช. ได้ขายซองประมูลให้กับภาคเอกชนไป 49 ซอง 49 ช่อง 33 บริษัท และนัดส่งเอกสารเพื่อเตรียมความพร้อมในการประมูลในเดือนตุลาคม จนกระทั่งในที่สุด กสทช. ก็ได้กำหนดวันประมูลดิจิทัลทีวีอย่างเป็นทางการ คือวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2556 จะเปิดประมูล 2 ประเภท คือช่องรายการทั่วไป ความคมชัดสูง และช่องรายการทั่วไป ความคมชัดปกติ และในวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2556 จะเปิดประมูลอีกสองประเภท คือช่องข่าวสารและสารประโยชน์ และช่องเด็กและเยาวชน

ซึ่งกระประมูลในวันนั้น ทำให้เกิดรายได้เข้าประเทศกว่า 50,862 ล้านบาท โดยแต่เดิมเงินก้อนนี้จะถูกส่งเข้า กองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือ กทปส. เพื่อนำไปใช้ในการวิจัยเทคโนโลยีด้านกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม แต่ในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2557 กลับเกิดเหตุความไม่โปร่งใสในการนำเงินไปใช้งาน หลังมีปัญหาลิขสิทธิ์การถ่ายทอดออกอากาศการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่เป็นคณะรัฐประหารในช่วงนั้น จึงมีประกาศฉบับที่ 80/2557 เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม โดยกำหนดให้ กสทช. ทำการหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดจากเงินที่ได้จากการประมูลดิจิทัลทีวีจำนวน 50,862 ล้านบาทออก แล้วส่งเงินที่เหลือเข้ากระทรวงการคลังเพื่อใช้ในการบริหารราชการแผ่นดินต่อไป

ช่องประเภทรายการทั่วไป ภาพคมชัดสูง[แก้]

กสทช.จัดการประมูลช่องโทรทัศน์ ประเภทรายการทั่วไป ภาพคมชัดสูง เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2556 โดยมีบริษัทยื่นซองประมูลทั้งสิ้น 9 ราย ประมูลได้ 7 ราย มีรายได้รวม 23,700 ล้านบาท

อันดับ รหัสประมูล ชื่อผู้ประมูล มูลค่าประมูล
(ล้านบาท)
1 H04 (ไทยทีวีสีช่อง 3) บริษัท บีอีซี-มัลติมีเดีย จำกัด 3,530
2 H06 (น.พ. ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ) บริษัท บางกอก มีเดีย แอนด์ บรอดคาสติ้ง จำกัด 3,460
3 H05 (สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7) บริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด 3,370
4 H08 (ไทยรัฐทีวี) บริษัท ทริปเปิล วี บรอดคาสท์ จำกัด 3,360
5 H03 (เอ็มคอตเอชดี) บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) 3,340
6 (ร่วม) H01 (อมรินทร์ พรินติง) บริษัท อมรินทร์ เทเลวิชั่น จำกัด 3,320
6 (ร่วม) H07 (แกรมมี่) บริษัท จีเอ็มเอ็ม เอชดี ดิจิทัล ทีวี จำกัด 3,320
8 ไม่ผ่านการประมูล บริษัท พีเอ็ม กรุ๊ป จำกัด 3,310
9 ไม่ผ่านการประมูล บริษัท ไทย บรอดคาสติ้ง จำกัด 3,000

ช่องประเภทรายการทั่วไป ภาพคมชัดปกติ[แก้]

กสทช.จัดการประมูลช่องโทรทัศน์ ประเภทรายการทั่วไป ภาพคมชัดปกติ เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2556 โดยมีบริษัทยื่นซองประมูล 16 ราย ประมูลได้ 7 ราย มีรายได้รวม 15,950 ล้านบาท

อันดับ รหัสประมูล ชื่อผู้ประมูล มูลค่าประมูล
(ล้านบาท)
1 S15 (เวิร์คพอยท์ทีวี) บริษัท ไทย บรอดคาสติง จำกัด 2,355
2 S03 (กลุ่มทรู) บริษัท ทรู ดีทีที จำกัด 2,315
3 S10 (แกรมมี่) บริษัท จีเอ็มเอ็ม เอสดี ดิจิทัล ทีวี จำกัด 2,290
4 S02 (ไทยทีวีสีช่อง 3) บริษัท บีอีซี-มัลติมีเดีย จำกัด 2,275
5 S09 (ช่อง 8) บริษัท อาร์.เอส.เทเลวิชัน จำกัด 2,265
6 S13 (เอ็มไทยดอตคอม) บริษัท โมโน บรอดคาสต์ จำกัด 2,250
7 S12 (เครือเนชั่น) บริษัท สปริง 26 จำกัด (เดิมคือ บริษัท แบงคอก บิสสิเนส บรอดแคสติง จำกัด) 2,200
8 ไม่ผ่านการประมูล บริษัท บีบีทีวี แซทเทลวิชัน จำกัด
9 ไม่ผ่านการประมูล บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน)
10 ไม่ผ่านการประมูล บริษัท อมรินทร์ เทเลวิชัน จำกัด
11 ไม่ผ่านการประมูล บริษัท โฟร์ วัน วัน เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด
12 ไม่ผ่านการประมูล บริษัท บางกอก มีเดีย แอนด์ บรอดคาสติง จำกัด
13 ไม่ผ่านการประมูล บริษัท ทริปเปิล วี บรอดคาสต์ จำกัด
14 ไม่ผ่านการประมูล บริษัท ไทยทีวี จำกัด
15 ไม่ผ่านการประมูล บริษัท วอยซ์ ทีวี จำกัด
16 ไม่ผ่านการประมูล บริษัท ทัช ทีวี จำกัด

ช่องประเภทรายการข่าวสาร และสาระ[แก้]

กสทช.จัดการประมูลช่องโทรทัศน์ ประเภทรายการข่าวสารและสาระ (ภาพคมชัดปกติ) เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2556 โดยมีบริษัทยื่นซองประมูล 10 ราย ประมูลได้ 7 ราย มีรายได้รวม 9,238 ล้านบาท

อันดับ รหัสประมูล ชื่อผู้ประมูล มูลค่าประมูล
(ล้านบาท)
1 N09 (เครือเนชั่น) บริษัท เอ็นบีซี เน็กซ์ วิชัน จำกัด 1,338
2 N06 บริษัท วอยซ์ ทีวี จำกัด 1,330
3 N08 (ทีวีพูล) บริษัท ไทยทีวี จำกัด 1,328
4 N01 บริษัท สปริงนิวส์ เทเลวิชัน จำกัด 1,318
5 N05 (เครือทรู, ทีเอ็นเอ็น24) บริษัท ไทย นิวส์ เน็ตเวิร์ก จำกัด 1,316
6 N10 (เดลินิวส์) บริษัท ดีเอ็น บรอดคาสต์ จำกัด 1,310
7 N04 บริษัท ไบรต์ทีวี จำกัด (เดิมคือ บริษัท 3 เอ. มาร์เก็ตติง จำกัด) 1,298
8 ไม่ผ่านการประมูล บริษัท โมโน เจเนอเรชัน จำกัด
9 ไม่ผ่านการประมูล บริษัท ไอ-สปอร์ต มีเดีย จำกัด
10 ไม่ผ่านการประมูล บริษัท โพสต์ ทีวี จำกัด

ช่องประเภทรายการเด็ก เยาวชน และครอบครัว[แก้]

กสทช.จัดการประมูลช่องโทรทัศน์ ประเภทรายการเด็ก เยาวชน และครอบครัว (ภาพคมชัดปกติ) เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2556 โดยมีบริษัทยื่นซองประมูล 6 ราย ประมูลได้ 3 ราย มีรายได้รวม 1,974 ล้านบาท

อันดับ รหัสประมูล ชื่อผู้ประมูล มูลค่าประมูล
(ล้านบาท)
1 K01 (ไทยทีวีสีช่อง 3) บริษัท บีอีซี-มัลติมีเดีย จำกัด 666
2 K03 (เอ็มคอตแฟมิลี) บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) 660
3 K06 (ทีวีพูล) บริษัท ไทยทีวี จำกัด 648
4 ไม่ผ่านการประมูล บริษัท โรสมีเดีย แอนด์ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด
5 ไม่ผ่านการประมูล บริษัท เนชัน คิดส์ จำกัด
6 ไม่ผ่านการประมูล บริษัท ทรู ดีทีที จำกัด

รายชื่อผู้ให้บริการโครงข่ายโทรทัศน์ภาคพื้นดินระบบดิจิทัล[แก้]

ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ลงมติในการประชุมครั้งที่ 23/2556 เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2556 กำหนดให้เจ้าของโครงข่าย โทรทัศน์ระบบแอนะล็อกเดิม ซึ่งประกอบด้วยสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก (2 โครงข่าย), กรมประชาสัมพันธ์ โดยสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย, บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) โดยช่อง 9 เอ็มคอตเอชดี และองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย โดยสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส เป็นผู้ให้บริการโครงข่ายในระบบดิจิทัลไปพร้อมกันด้วย[10] กล่าวคือผู้ประกอบการทุกรายที่ กสทช.รับรองใบอนุญาต ให้ใช้คลื่นความถี่ตามที่กำหนด จะต้องเลือกใช้โครงข่ายกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง จากผู้ให้บริการทั้ง 4 รายดังกล่าว ดังรายละเอียดตามตารางต่อไปนี้[11]

อุปกรณ์รวมส่งสัญญาณ ช่องความถี่ที่ออกอากาศ
(ในพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล และจังหวัดใกล้เคียง)
ชื่อผู้ให้บริการโครงข่าย ชื่อผู้รับบริการโครงข่าย
MUX#1 26 กรมประชาสัมพันธ์ โดยสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย
(รหัส: PRD)
MUX#2 36 สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก
(รหัส: TV5 MUX2)
MUX#3 40 บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) โดยช่อง 9 เอ็มคอตเอชดี
(รหัส: MCOT)
MUX#4 44 องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย โดยสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส
(รหัส: THAIPBS)
MUX#5 52 สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก
(รหัส: TV5 MUX5)

รายชื่อช่องโทรทัศน์และหมายเลขที่ใช้ออกอากาศ[แก้]

หลังจากผ่านการประมูลช่องรายการแล้ว เมื่อวันที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2557 กสทช.เชิญบริษัทซึ่งผ่านการประมูลทั้งหมด มาประชุมเพื่อตกลงร่วมกัน ในการเลือกหมายเลขช่องที่ใช้ออกอากาศ ส่วนช่องที่ประมูลได้ใบอนุญาต ให้ผู้ที่ประมูลชนะด้วยมูลค่าเงินสูงสุดได้เลือกหมายเลขก่อนตามลำดับ และวันที่ 27 มกราคม ปีเดียวกัน กสทช.จึงประกาศหมายเลขช่องของแต่ละบริษัท ดังมีรายละเอียดตามตารางต่อไปนี้[11] (รายชื่อช่องที่ กสทช.ยังไม่อนุมัติให้ออกอากาศในปัจจุบัน แสดงด้วยตัวเอน) ตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2558 (3 ปี) เปลี่ยนเป็นช่องเกี่ยวกับหมายเลข 1-36 [12]จานดาวเทียมและโทรทัศน์ระบบดิจิทัล เหมือนกัน ทุกระบบ ทุกแพลตฟอร์ม

ในวันที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 กสทช. ได้อนุญาตให้มีการคืนสัมปทานของผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลและการขอยื่นชำระค่าประมูลความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์ของผู้ประกอบการ 7 รายและ 2 รายไปก่อนหน้านั้น อันได้แก่ช่อง 13 ช่อง 3 แฟมิลี , 14 เอ็มคอตแฟมิลี , 15 โลก้า , 17 ไทยทีวี, 19 สปริงนิวส์ , 20 ไบรท์ทีวี, 21 วอยซ์ทีวี , 26 นาว 26, 28 ช่อง 3 เอสดี ทำให้เหลือช่องต่างๆ ดังต่อไปนี้

เลขช่อง องค์กร ชื่อช่อง ลักษณะ
ประเภทบริการสาธารณะ
1 กองทัพบกไทย สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก
(TV5 HD1)
ภาครัฐ
2 กรมประชาสัมพันธ์ สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย
(NBT2HD)
3 องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส
(Thai PBS)
10 สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สถานีวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา[13]
(TPTV)
11 กรมประชาสัมพันธ์ สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ส่วนภูมิภาค
(NBT North/NBT Northeast/NBT Central/NBT South)[14][15][16][17]
ประเภทรายการข่าวสาร และสาระ
16 บริษัท ไทยนิวส์เน็ตเวิร์ก จำกัด ทีเอ็นเอ็น 16
(TNN16)
ใบอนุญาต
18 บริษัท ดีเอ็นบรอดคาสต์ จำกัด นิว 18[18]
(New 18)
22 บริษัท เอ็นบีซีเน็กซ์วิชัน จำกัด เนชั่นทีวี[19]
(Nation TV)
ประเภทรายการทั่วไป ภาพคมชัดปกติ (Standard Definition - SD) (576i)
23 บริษัท ไทยบรอดคาสติง จำกัด ช่องเวิร์คพอยท์
(Workpoint TV)
ใบอนุญาต
24 บริษัท ทรูโฟร์ยู สเตชัน จำกัด ทรูโฟร์ยู[20]
(True4U 24)
25 บริษัท จีเอ็มเอ็ม แชนแนล จำกัด จีเอ็มเอ็ม 25
(GMM 25)
27 บริษัท อาร์.เอส.เทเลวิชัน จำกัด ช่อง 8
(Channel 8)
29 บริษัท โมโนบรอดคาซท์ จำกัด โมโน 29[21]
(Mono 29)
ประเภทรายการทั่วไป ภาพคมชัดสูง (High Definition - HD) (1080i)
30 บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) เอ็มคอตเอชดี[22]
(MCOT HD)
ใบอนุญาต
31 บริษัท วัน สามสิบเอ็ด จำกัด ช่องวัน 31
(One 31)
32 บริษัท ทริปเปิลวีบรอดคาสต์ จำกัด ไทยรัฐทีวี
(Thairath TV)
33 บริษัท บีอีซี-มัลติมีเดีย จำกัด ช่อง 3 เอชดี
(Channel 3 HD) [23]
34 บริษัท อมรินทร์เทเลวิชัน จำกัด อมรินทร์ทีวี[24]
(Amarin TV)
35 บริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด ช่อง 7 เอชดี
(Channel 7 HD)
36 บริษัท บางกอกมีเดียแอนด์บรอดคาสติง จำกัด พีพีทีวี
(PPTV HD36)
ประเภทบริการชุมชน
37-48 ยังไม่ให้ใบอนุญาตบริการ ยังไม่ออกอากาศ

เหตุการณ์สำคัญหลังออกอากาศจริง[แก้]

  • 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 - กองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (กอ.รส.) ออกคำสั่งฉบับที่ 7/2557 ให้ระงับการออกอากาศวอยซ์ทีวี อันเนื่องมาจากเนื้อหาพาดพิงการเมืองที่มีนัยสำคัญ นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์วงการโทรทัศน์ ที่มีคำสั่งระงับการออกอากาศ โทรทัศน์ประเภทธุรกิจระดับชาติ นอกจากกรณีรัฐประหาร
  • 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 - เวลา 16:30 น. พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ประกาศรัฐประหาร ในนามคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
    • เวลา 17:00 น. คสช. สั่งให้กำลังทหารเข้าควบคุมอุปกรณ์รวมส่งสัญญาณโทรทัศน์ระบบดิจิทัลทั้ง 5 โครงข่าย อันเป็นผลให้โทรทัศน์ระบบดิจิทัลทั้ง 28 ช่อง รวมถึงช่อง GMM25 และช่องอมรินทร์ทีวี ซึ่งมีกำหนดเริ่มแพร่ภาพในวันที่ 23 พฤษภาคม ต้องระงับการออกอากาศลง เพื่อถ่ายทอดสัญญาณ จากสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก
    • เวลา 19.00 น. คสช. ออกประกาศฉบับที่ 4/2557 บังคับให้วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ภาคพื้นดิน และโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมทั้งหมด ยุติการออกรายการตามปกติ โดยให้ถ่ายทอดสัญญาณ จากสถานีวิทยุกระจายเสียงกองทัพบก ในกรณีของวิทยุกระจายเสียง และสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก ในกรณีวิทยุโทรทัศน์และผ่านดาวเทียม จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง
  • 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 - คสช. ประกาศเรียกผู้ให้บริการโทรทัศน์ระบบดิจิทัลทั้งหมด เข้าพบเพื่อปรึกษาหารือ และรับฟังคำชี้แจงแนวทาง ในการกลับมาออกอากาศ โทรทัศน์ระบบดิจิทัลตามปกติ ในวันที่ 24 พฤษภาคม เวลา 09:00 น.[ต้องการอ้างอิง]
  • 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 - คสช. ยกเว้นประกาศฉบับที่ 14/2557 และ 18/2557 แก่ช่องโทรทัศน์ระบบดิจิทัลทั้งหมดโดยอนุโลม จึงสามารถกลับมาออกอากาศตามปกติอีกครั้ง ยกเว้นวอยซ์ทีวี ที่ยังคงให้ระงับการออกอากาศ ตามประกาศฉบับที่ 15/2557 ต่อไปจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง อันเนื่องมาจากมีรายการวิเคราะห์การเมือง ที่มีการเชิญนักวิชาการ อนึ่ง ทุกช่องจะแสดงภาพสัญลักษณ์ที่ คสช.กำหนด ไว้ที่หน้าจอมุมบนทางขวามือของผู้ชม เพื่อเป็นเครื่องยืนยันการอนุโลมให้ออกอากาศ หลังจากที่ คสช.กระทำรัฐประหาร
  • 8 มิถุนายน พ.ศ. 2557 - เวลา 19:15 น. ทุกช่องเริ่มทยอยนำตราเครื่องหมาย คสช. ออกจากมุมขวาบนของหน้าจอ ตามการขอความร่วมมือ และประกาศจากสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก (มีเพียงช่องพีพีทีวีที่แสดงอยู่มุมซ้ายบน) หลังจากได้รับอนุญาตแล้วอยู่ช่วงเวลาหนึ่ง[25]
  • 14 มิถุนายน พ.ศ. 2557 - คสช. ออกประกาศฉบับที่ 65/2557 อนุญาตให้วอยซ์ทีวี อันเป็นช่องหมายเลข 21 ของโทรทัศน์ภาคพื้นดินระบบดิจิทัลซึ่ง กสทช.อนุญาตให้ประกอบกิจการวิทยุโทรทัศน์ กลับมาออกอากาศรายการประจำได้ตามปกติ ทว่าต้องถือปฏิบัติ ตามประกาศ คสช. ฉบับที่ 14/2557, ฉบับที่ 18/2557, ฉบับที่ 23/2557 และฉบับที่ 27/2557 รวมถึงตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยเคร่งครัด ตลอดระยะเวลาการออกอากาศ[26] โดยทางวอยซ์ทีวีเตรียมความพร้อมไว้แล้วก่อนหน้านี้ และสามารถกลับมาออกอากาศได้อีกครั้ง เมื่อเวลา 12:00 น. ของวันที่ 15 มิถุนายน เป็นต้นไป[27]
  • 10 ตุลาคม พ.ศ. 2557 - เนื่องจากผู้รับสัมปทานช่องสัญญาณที่ 32 ของโทรทัศน์ระบบแอนะล็อกเดิม ทางไทยทีวีสีช่อง 3 และ ช่อง 3 เอชดี ของบริษัท บางกอก เอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด ในระบบแอนะล็อก ไปออกอากาศคู่ขนาน (Simulcast) ด้วยภาพคมชัดสูง ทางช่องหมายเลข 33 ผู้ให้บริการโทรทัศน์ระบบดิจิทัล ในการกลับมาออกอากาศระบบดิจิทัลตามปกติ วันที่ 10 ตุลาคม เวลา 21:19 น.
  • 25 พฤษภาคม 2558 - ไทยทีวี และ โลก้า 2 ช่อง ของบริษัท ไทยทีวี จำกัด ไม่สามารถจ่ายค่าประมูลที่ 2 ไว้หลังการออกอากาศ ศาลปกครอง มีคำสั่ง ยุติการออกอากาศ ช่อง ไทยทีวี และ โลก้า เป็นระยะเวลา 3 เดือน ถึง 31 ตุลาคม 2558 เวลา 00.00 น. เป็นต้นไป ศาลว่าจะมีไต่ส่วนและศาลปกครอง คดีทีวีดิจิตอล ตาม กสทช. กำหนดลงโทษห้ามออกอากาศทางทีวีดาวเทียม เคเบิล ช่องดิจิตอล จนแบล็คลิสต์ห้ามออกอากาศอีกต่อไป
  • 31 ตุลาคม 2558 - ไทยทีวี และ โลก้า 2 ช่อง ของบริษัท ไทยทีวี จำกัด ไม่สามารถจ่ายค่าประมูลที่ 2 ไว้หลังออกอากาศทีวีดิจิตอล จนทาง กสทช. ยึดใบอนุญาต 2 ช่อง เป็นระยะเวลา 30 วันหลังศาลปกครอง จนยุติออกอากาศในวันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม 2558 ตั้งแต่เวลา 00.00 ของวันที่ 1 พฤศจิกายน 2558 เป็นต้นไป ช่องไทยทีวี ขณะฉายสารคดี ตัดสัญญาณจากซอยลาดพร้าว 101 และช่องโลก้า ขณะฉายภาพยนตร์จีน ตัดสัญญาณจาก ไทยพีบีเอส นั้นเอง ถือเป็นยุติออกอากาศทั้ง 2 ช่องอย่างไม่มีวันหมด
  • 13 ตุลาคม พ.ศ. 2559 - เนื่องด้วย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงสวรรคต คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ จึงมีคำสั่งให้สถานีโทรทัศน์ทุกช่องระงับการออกอากาศรายการตามผังรายการปกติเป็นระยะเวลา 30 วัน เพื่อเป็นการไว้อาลัย
  • 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559 - พ.อ.นที กล่าวอีกว่า จากการหารือกับผู้ประกอบการจะปรับเข้าสู่ผังรายการปกติภายหลังจากที่ทรงเสด็จสวรรคตครบ 30 วัน โดยจะต้องทยอยปรับเข้ารายการปกติอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยเบื้องต้นหลังเที่ยงคืนของวันที่ 18 พ.ย.นี้[28] รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อช่วงเช้าวันที่ 3 พ.ย. 2559 สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้เชิญผู้ประกอบการโทรทัศน์และวิทยุ ซึ่งเป็นผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการจาก กสทช. เข้ามารับฟังการชี้แจงแนวทางการปฏิบัติในการออกอากาศรายการ[29]
  • 13 มีนาคม พ.ศ. 2561 - ศาลปกครองกลาง มีคำพิพากษาให้ ไม่รับคำอุทธรณ์ของ กสทช. กรณีไม่ทำตามปฏิบัติหน้าที่อย่างละเลยและไม่รับผิดชอบในการเรื่องคืนค่าธรรมเนียมช่องทีวีดิจิตอล จึงเป็นเหตุให้ บริษัท ไทยทีวี จำกัด ชนะคดีเรื่องละทิ้งใบอนุญาต และได้รับแบงก์การันตีทั้งหมดคืน เพราะสถานีมีสิทธิ์บอกเลิกสัญญาใบอนุญาตโทรทัศน์ระบบดิจิตอลโดยไม่ต้องชำระค่าประมูลทั้งหมดก่อนบอกเลิกได้[30]
  • 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562 - กสทช. มีคำสั่งให้พักใช้ใบอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์ ของบริษัท วอยซ์ทีวี จำกัด หรือสถานีโทรทัศน์วอยซ์ทีวี เป็นระยะเวลา 15 วัน นับตั้งแต่วันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562 เวลา 0.00 น. ถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562 เป็นเหตุให้ช่องวอยซ์ทีวีต้องเข้าสู่สถานะจอดำชั่วคราวจนกว่าคำสั่งระงับใช้ใบอนุญาตสิ้นสุดลง ทั้งนี้ กสทช. ระบุเพิ่มว่าคำสั่งดังกล่าวเกิดขึ้นหลังสถานีโทรทัศน์วอยซ์ทีวีได้ทำผิดกฎการออกอากาศและสื่อสารข้อมูลจากสองรายการ คือ 1. รายการ Tonight Thailand ที่ออกอากาศเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2561 และ 2. รายการ Wake Up News ที่ออกอากาศเมื่อวันที่ 21, 28, 29 มกราคม พ.ศ. 2562 และ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562 รวมกับความผิดก่อนหน้าที่ วอยซ์ทีวี กระทำผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่ามาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ พ.ศ. 2558-2561 รวม 34 กรณี[31]

การเรียงลำดับช่องรายการ[แก้]

เนื่องจากในระยะก่อนหน้า กสทช.ออกประกาศอนุญาต ผู้ให้บริการโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม สามารถนำหมายเลขช่องรายการ 1 ถึง 10 ไปทำประโยชน์เชิงพาณิชย์ได้ เมื่อระยะต่อมา กสทช.ดำเนินการให้แพร่ภาพโทรทัศน์ภาคพื้นดินระบบดิจิทัล ตามหมายเลขช่องรายการ 1 ถึง 36 ที่เรียงตามลำดับข้างต้น จึงส่งผลให้เกิดความลักลั่นในการเรียงลำดับช่องรายการของผู้รับชมโทรทัศน์ผ่านกล่องรับสัญญาณดาวเทียม ซึ่งต้องนับเพิ่มหมายเลขช่องรายการไปอีก 10 ช่องจากลำดับช่องโทรทัศน์ภาคพื้นดินข้างต้น ขึ้นไปเป็นหมายเลขช่องรายการ 11 ถึง 46 ส่งผลให้เกิดความสับสนของผู้ชม และส่งผลต่อการประชาสัมพันธ์หมายเลขช่องที่ต้องประชาสัมพันธ์หลายหมายเลข ส่งผลให้ กสทช. ออกประกาศให้นำช่องที่ออกอากาศในโทรทัศน์ภาคพื้นดินระบบดิจิทัลมาออกอากาศบนหมายเลขช่อง 1 ถึง 36 บนทีวีดาวเทียม รวมถึงผู้ให้บริการโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม สามารถนำหมายเลขช่องรายการ 37 ถึง 60 โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2558 เป็นต้นไป ส่วนสำหรับจานดาวเทียมระบบเคยูแบนด์ได้รับการอนุญาตเช่นเดียวกัน รวมถึงผู้ให้บริการโทรทัศน์บอกรับสมาชิก สามารถนำหมายเลขช่องรายการ 37 ถึง 46 สองระบบนี้มีผลตั้งแต่วันที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2559 เป็นต้นไป

คุณสมบัติของภาพและเสียงของช่องรายการในระบบดิจิทัล[แก้]

ประเภทของความละเอียดภาพ ความละเอียดภาพ[32] รูปแบบการบีบอัดข้อมูลภาพ ระบบเสียง รูปแบบการบีบอัดข้อมูลเสียง
ความคมชัดสูง
  • 1080i (1920x1080 พิกเซล)
  • 720p (1280x720 พิกเซล)
MPEG4/H.264
  • ดอลบี้ดิจิทัล 5.1 ช่องเสียง
    (ออกอากาศในช่องไทยรัฐทีวีก่อนธันวาคม 2557)
  • HE-AAC V.2 ระบบ 2 ช่องเสียง
64Kbps
(HE-AAC V.2)
ความคมชัดมาตรฐาน 576i (720x576 พิกเซล) MPEG4/H.264 HE-AAC V.2 ระบบ 2 ช่องเสียง 64Kbps

ระเบียงภาพ[แก้]

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. "กสทช.ทดลองออกอากาศทีวีดิจิตอล 1-24 เม.ย." กรุงเทพธุรกิจ. 1 เมษายน 2557. สืบค้นเมื่อ 7 เมษายน 2557.
  2. "การเปลี่ยนผ่านสู่ โทรทัศน์ระบบดิจิทัล (Digital TV)". บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน). สืบค้นเมื่อ 27 ธันวาคม 2556.
  3. "กสท.เคาะแผนช่อง7 ยุติอนาล็อก 3เฟส". กรุงเทพธุรกิจ. สืบค้นเมื่อ 19 มิถุนายน 2560.
  4. "Switch Off analog 13 สถานี". 9 มกราคม 2561. สืบค้นเมื่อ 12 มีนาคม 2561.
  5. "อสมท มั่นใจระบบทีวีดิจิทัลครอบคลุมทั่วประเทศ ประกาศยุติการออกอากาศแอนะล็อก ไม่กระทบผู้ชม". สำนักข่าวไทย. 13 มีนาคม 2561. สืบค้นเมื่อ 21 มีนาคม 2561.
  6. "กสท.เคาะแผนช่อง 7 ยุติอนาล็อก 3 เฟส". กรุงเทพธุรกิจ. สืบค้นเมื่อ 19 มิถุนายน 2560.
  7. "อัปเดต: ThaiPBS, ช่อง 7, ช่อง 5 ยุติทีวีอนาล็อกเมื่อไหร่กันแน่?". ยามเฝ้าจอ. 17 มิถุนายน 2561. สืบค้นเมื่อ 17 มิถุนายน 2561.
  8. "อสมท มั่นใจระบบทีวีดิจิทัลครอบคลุมทั่วประเทศ ประกาศยุติการออกอากาศแอนะล็อก ไม่กระทบผู้ชม". สำนักข่าวไทย. 13 มีนาคม 2561. สืบค้นเมื่อ 21 มีนาคม 2561.
  9. 9.0 9.1 กสทช. "การเปลี่ยนผ่านสู่โทรทัศน์ระบบดิจิทัล." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://digital.nbtc.go.th/index.php/articles-en/18-future-digital 2556. สืบค้น 27 ธันวาคม 2556.
  10. บอร์ดกระจายเสียง/กสทช. มีมติอนุญาตให้ กองทัพบก กรมประชาสัมพันธ์ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) และ องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย เป็นผู้ให้บริการโครงข่ายทีวีดิจิตอล, 25 มิถุนายน 2556, กสทช.
  11. 11.0 11.1 ช่องรายการโทรทัศน์ในระบบดิจิตอล จากเว็บไซต์ ภารกิจกระจายเสียงและโทรทัศน์ สำนักงาน กสทช.
  12. 3 ปี ทีวีดิจิตอล สัดส่วนคนดู
  13. "กสทช.เตรียมมอบทีวีดิจิตอลช่อง 10 ให้รัฐสภาตุลาคมนี้ ส่วน"ช่อง5" ได้เลขช่อง1 "ไทยพีบีเอส"เลขช่อง3". มติชน. 24 มิถุนายน พ.ศ. 2556. สืบค้นเมื่อ 14 มีนาคม 2557.
  14. ช่อง NBT ขอทดสอบช่องส่วนภูมิภาค ที่หมายเลข 11 บน DTV ภาคพื้นดิน
  15. ทีวีภูมิภาคมาแล้ว! NBT ยืมช่องทีวีดิจิทัลหมายเลข 11 เทสออนแอร์ 'ทีวีภูมิภาค' เริ่ม 1 กันยายนนี้ ยามเฝ้าจอ
  16. ทีวีภูมิภาคหมายเลข 11 เริ่ม 1 ก.ย.นี้
  17. ทีวีภูมิภาคมาแล้ว! NBT ยืมช่องทีวีดิจิทัลหมายเลข 11 เทสต์ออนแอร์ เริ่ม 1 ก.ย.นี้
  18. เดลินิวส์ทีวี (1 มีนาคม 2557). "เดลินิวส์ ทีวี เปลี่ยนเป็น NEW TV". สืบค้นเมื่อ 4 มีนาคม 2557.
  19. เดลินิวส์ทีวี (11 มกราคม 2557). "ระดมผู้ผลิตอิสระร่วม 'เนชั่นทีวี-NOW'". คมชัดลึก. สืบค้นเมื่อ 4 มีนาคม 2557.
  20. ประชาชาติธุรกิจ (6 มีนาคม 2557). "กดปุ่มทีวีดิจิทัล "ทรู4ยู"ช่องวาไรตี้วางโพสิชั่นจับกลุ่มคนรุ่นใหม่". สืบค้นเมื่อ 7 มีนาคม 2557.
  21. "กสท.อนุมัติ 3 ช่องทีวีดิจิทัลเปลี่ยนชื่อ "อมรินทร์ทีวีเอชดี-โมโน 29 และไทยทีวี"". ประชาชาติธุรกิจ. 2 มิถุนายน 2557. สืบค้นเมื่อ 2 มิถุนายน 2557.
  22. "ช่อง 9 ออกคู่ขนาน 'ฟรีทีวี' อนาล็อก-ดิจิทัล". กรุงเทพธุรกิจ. 10 กุมภาพันธ์ 2557. สืบค้นเมื่อ 4 มีนาคม 2557.
  23. ซึ่งหมายถึง สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ของบริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด
  24. "กสท.อนุมัติ 3 ช่องทีวีดิจิทัลเปลี่ยนชื่อ "อมรินทร์ทีวีเอชดี-โมโน 29 และไทยทีวี"". ประชาชาติธุรกิจ. 2 มิถุนายน 2557. สืบค้นเมื่อ 2 มิถุนายน 2557.
  25. คสช.ให้ทีวีนำโลโก้ คสช.ออกจากจอแล้ว, ประชาไท, 8 มิถุนายน 2557.
  26. คสช. อนุญาตให้ 'วอยซ์ทีวี-ทีนิวส์' ออกอากาศแล้ว, วอยซ์ทีวี, 14 มิถุนายน 2557.
  27. วอยซ์ทีวี เตรียมกลับมาออกอากาศเต็มผัง เที่ยง 15 มิ.ย., วอยซ์ทีวี, 14 มิถุนายน 2557.
  28. กสท.สั่งผู้ประกอบการทีวี ควบคุมเนื้อหารายการสร้างความแตกแยกในสังคม คาด 19 พ.ย.ผังรายการปกติคืนจอ, โพสต์ทูเดย์, 28 ตุลาคม 2559.
  29. กสทช.แจ้งช่องทีวีรายการเรท"ท"และ"น13"ที่เนื้อหาไม่รุนแรง เริ่มออกอากาศได้หลัง 19 พ.ย. , ประชาชาติธุรกิจ 3 พฤศจิกายน 2559.
  30. ศาลปกครองกลาง พิพากษาให้ กสทช.คืนค่าธรรมเนียมทีวีดิจิตอลให้ ไทยทีวี , ไทยรัฐ 13 มีนาคม 2559.
  31. ด่วน!! สั่งปิด’วอยซ์’15 วัน มีผลหลัง24.00น.คืนนี้ ปัดใบสั่งคสช., มติชน 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
  32. ประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง มาตรฐานทางเทคนิคสำหรับการให้บริการโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]