โครงการประกันสุขภาพถ้วนหน้า

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

โครงการประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือเรียก 30 บาทรักษาทุกโรค เป็นโครงการรัฐบาลที่ทำเพื่อให้ประชาชนมีหลักประกันสุขภาพ โดยคนไทยทุกคนสามารถรับบริการรักษาโรค โดยจ่ายเพียงสามสิบบาท โดยภาครัฐจะให้ประชาชนลงทะเบียนกับโรงพยาบาลและรัฐจัดสรรงบประมาณลงในโรงพยาบาลตามจำนวนคน และแจกบัตรประจำตัวให้แก่ผู้รับบริการ เรียกกันว่า บัตรทอง

กอนการดําเนินโครงการ 30 บาท ฯ ประเทศไทยมีระบบสวัสดิการและหลักประกันสุขภาพที่ภาครัฐเขาไปมีสวนรวม 4 ระบบ อันไดแก ระบบสวัสดิการรักษาพยาบาลของขาราชการและรัฐวิสาหกิจ ระบบประกันสังคม ระบบประกันสุขภาพโดยสมัครใจ (โครงการบัตรสุขภาพ) โครงการสวัสดิการประชาชนดานการรักษาพยาบาล (สปร.) รวมระบบประกันสุขภาพที่ภาคเอกชนเปนผูดําเนินงานเปนทั้งสิ้น 5 ระบบ สามารถครอบคลุมประชากรประมาณรอยละ 70 ของประเทศ กลาวอีกอยางหนึ่งก็คือ จากความพยายามของรัฐบาลที่ผานมา ยังมีประชากรอีกกวา 20 ลานคนหรือรอยละ 30 ของทั้งประเทศที่ยังไมมีหลักประกันสุขภาพใดๆ นี่เปนประเด็นปญหาสําคญประการหนึ่งที่ผลักดันใหมีการขยายสวัสดิการรักษาพยาบาลและหลักประกันสุขภาพใหครอบคลุมกลุมประชากรที่ตกหลนจากความพยายามของรัฐบาลที่ผานมาดังกลาว จนกระทั่งในปพ.ศ.2544 รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เลือกใชแนวทางการจัดหลักประกันสุขภาพถวนหนาเพื่อใหสวัสดิการและหลักประกันสุขภาพที่มีอยูครอบคลุมประชากรทั้งหมดของประเทศผาน “นโยบายโครงการหลักประกันสุขภาพถวนหนา 30 บาทรักษาทุกโรค” ซึ่งสามารถดําเนินการไดทั่วประเทศในปพ.ศ.2545 โดยมีวัตถุประสงคหลัก เพื่อใหประชาชนไทยทุกคนไดรับบริการสาธารณสุขที่ไดมาตรฐานและผูยากไรมีสิทธิไดรับการรักษาพยาบาลจากสถานบริการของรัฐโดยไมเสียคาใชจาย[1]

จุดเริ่มต้นมาจาก นายแพทย์สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ ประธานชมรมแพทย์ชนบท รุ่นที่ 8 บุกเบิกและผลักดันหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า โดยพรรคไทยรักไทยได้นำไปใช้เป็นนโยบายที่เรียกว่า "30 บาทรักษาทุกโรค" ในสมัยรัฐบาลทักษิณ 1 ซึ่งมีนายแพทย์สงวนเป็นเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติคนแรก (ดำรงตำแหน่ง 2 สมัยติดกัน)

จุดเน้นเป้าหมายคือ "รากหญ้า" โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติ ด้านการรักษาสุขภาพ ถือว่าเป็นหน้าที่ของรัฐที่จะต้องดูแลประชาชนชาวไทย เมื่อนายแพทย์สงวนนำโครงการนี้ไปเสนอ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี (ในสมัยที่ 1)ในขณะนั้น และได้รับการตอบรับ จนกลายมาเป็นนโยบายประชานิยมของพรรคไทยรักไทยในเวลานั้น จนกลายเป็นนโยบาย 30 บาท รักษาทุกโรค ในเวลาต่อมาเรียกขานกันในนาม "บัตรทอง" เพราะไม่ต้องจ่ายเงินแม้แต่บาทเดียว บัตรทองเริ่มต้นตั้งที่งบประมาณจากรัฐจ่ายค่าเบี้ยประกันสังคมให้กับ ประชาชน หัวละ 1,250 บาท (จนถึงปัจจุบันดูแลครอบคลุมประชาชนในสิทธิบัตรทองกว่า 47 ล้านคน) โดยค่าบริการต่อหัวเพิ่มขึ้นเป็น 2,895 บาทแล้ว โดยไปขึ้นทะเบียนต่อกับโรงพยาบาล ในเขตที่ตนอาศัยอยู่แล้ว เมื่อเจ็บป่วยก็เข้ารักษาตามที่ลงทะเบียนไว้ ถ้าไม่เจ็บป่วยก็ไม่ต้อง โรงพยาบาลก็ได้เงินส่วนนี้ไปเฉลี่ยรักษาคนที่ป่วยลักษณะคล้ายกับการประกันสุขภาพ โดย สปสช.ให้ความรู้เกี่ยวกับ หลักประกันสุขภาพ เอาไว้ว่า คนไทยทุกคนมีสิทธิได้รับบริการสาธารณสุขที่มีมาตรฐานและมีประสิทธิภาพ ตาม พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545[1] โดยมีสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ทำหน้าที่จัดบริการสาธารณสุขให้แก่บุคคลที่ไม่มีสิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาลจากกฎหมายประกันสังคมหรือสิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาลของข้าราชการ/รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของรัฐอื่นๆ ภายใต้การควบคุมดูแลของคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งมีชื่อ เรียกอย่างเป็นทางการว่า "สิทธิหลักประกันสุขภาพ" หรือที่เคยรู้จักกันในนาม สิทธิ 30 บาทหรือสิทธิบัตรทอง เพื่อเข้าถึงบริการสาธารณสุขที่มีมาตรฐานอย่างทั่วถึง ตั้งแต่ การสร้างเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค การรักษาพยาบาล และการฟื้นฟูสมรรถภาพที่จำเป็นต่อสุขภาพ และการดำรงชีวิต

ผู้มีสิทธิหลักประกันสุขภาพ คือ คนไทยทุกคน ที่มีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก และไม่มีสิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาลตามกฎหมายประกันสังคมหรือสิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาลของข้าราชการ/พนักงานรัฐวิสาหกิจ หรือสวัสดิการรักษาพยาบาลอย่างอื่นที่รัฐจัดให้

นอกจากนี้การสรางหลักประกันสุขภาพถวนหนาผานโครงการ 30 บาท ฯ ทําให้ประเทศไทยกลายเปนประเทศกําลังพัฒนาไมกี่ประเทศ เชน ตุรกี เกาหลีใต้ และเม็กซิโก ที่สามารถจัดใหมีสวัสดิการและหลักประกันสุขภาพแกประชาชนทุกคนในประเทศ และแซงหนาประเทศอุตสาหกรรมบางประเทศ เชน สหรัฐอเมริกา ซึ่งแมจะมีความพยายามมาตั้งแตกลางทศวรรษ 2470 ในชวงภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ (The Great Depression) แตจนถึงปจจุบัน รัฐบาลสหรัฐอเมริกา ก็ยังไมสามารถจัดหลักประกันสุขภาพที่ครอบคลุมประชากรทั้งหมดได้[2]

โครงการนี้ดำเนินงานโดย สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

  1. . http://www.nhso.go.th/ http://ebook.dreamnolimit.com/nhso/003/. สืบค้นเมื่อ 2016-07-20.  Missing or empty |title= (help)
  2. http://econ.tu.ac.th/archan/RANGSUN/%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B8%E0%B9%82%E0%B8%AA%20%E0%B8%AA%E0%B8%81%E0%B8%A7/Thaksinomics/806%20%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%82%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%96%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2.pdf