โรคหืด

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก หอบหืด)
โรคหืด
Two Peak Flow Meters.jpg
Peak flow meters are used to measure one's peak expiratory flow rate
การจำแนกและแหล่งข้อมูลภายนอก
ICD-10 J45
ICD-9 493
OMIM 600807
DiseasesDB 1006
MedlinePlus 000141
eMedicine article/806890
MeSH D001249

โรคหืด (อังกฤษ: asthma) เป็นโรคการอักเสบเรื้อรังของทางเดินอากาศหายใจที่พบบ่อย ลักษณะคือ มีอาการหลายอย่างแบบเป็นซ้ำ มีการอุดกั้นทางเดินอากาศหายใจและหลอดลมหดเกร็งแบบย้อนกลับได้[1] อาการทั่วไปมีเสียงหวีด ไอ แน่นหน้าอกและหายใจกระชั้น[2]

เชื่อว่าโรคหืดเกิดจากปัจจัยทางพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อมผสมกัน[3] การวินิจฉัยโดยปกติอาศัยรูปแบบของอาการ การตอบสนองต่อการรักษาตามเวลาและการวัดปริมาตรอากาศหายใจ (spirometry)[4] ในทางคลินิก จำแนกตามความถี่ของอาการ ปริมาตรการหายใจออกเบ่งใน 1 วินาที (FEV1) และอัตราการไหลหายใจออกสูงสุด (peak expiratory flow rate)[5] โรคหืดยังอาจจำแนกเป็นภูมิแพ้กรรมพันธุ์ (atopic) หรือภายนอก (extrinsic) หรือไม่ใช่ภูมิแพ้กรรมพันธุ์ (non-atopic) หรือภายใน (intrinsic)[6] โดยภูมิแพ้กรรมพันธุ์หมายถึงความไวแฝงรับโรค (predisposition) ต่อการเกิดปฏิกิริยาไวเกินชนิดที่ 1[7]

การรักษาอาการเฉียบพลันโดยปกติใช้ตัวทำการบีตา-2 ที่ออกฤทธิ์สั้นแบบสูด (inhaled short-acting beta-2 agonist) เช่น ซัลบูทามอล และคอร์ติโคสเตอรอยด์ทางปาก[8] ในผู้ป่วยที่อาการรุนแรงมาก อาจต้องใช้คอร์ติโคสเตอรอยด์ แมกนีเซียมซัลเฟตทางหลอดเลือดดำ และให้เข้าโรงพยาบาล[9] อาการสามารถป้องกันได้ดดยการเลี่ยงตัวกระตุ้น เช่น สารก่อภูมิแพ้[10]และยาระคาย และโดยการใช้คอร์ติโคสเตอรอยด์แบบสูด[11] ตัวทำการบีตาที่ออกฤทธิ์ยาว (LABA) หรือสารต้านลิวโคไตรอีน (antileukotriene) อาจใช้เพิ่มเติมจากคอร์ติโคสเตอรอยด์แบบสูดหากยังควบคุมอาการโรคหืดไม่ได้[12][13]

การเกิดโรคหืดเพิ่มขึ้นอย่างสำคัญนับแต่คริสต์ทศวรรษ 1970 ในปี 2554 มีผู้ได้รับวินิจฉัยเป็นโรคหืดทั่วโลก 235–300 ล้านคน[14][15] และเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 250,000 คน[15]

อ้างอิง[แก้]

  1. NHLBI Guideline 2007, pp. 11–12
  2. British Guideline 2009, p. 4
  3. Martinez FD (2007). "Genes, environments, development and asthma: a reappraisal". European Respiratory Journal 29 (1): 179–84. doi:10.1183/09031936.00087906. PMID 17197483. 
  4. Lemanske, R.F.; Busse, W.W. (February 2010). "Asthma: clinical expression and molecular mechanisms". J. Allergy Clin. Immunol. 125 (2 Suppl 2): S95–102. doi:10.1016/j.jaci.2009.10.047. PMC 2853245. PMID 20176271. 
  5. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ Yawn2008
  6. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ RobbinsCotran2010
  7. Stedman's Medical Dictionary (28 ed.). Lippincott Williams and Wilkins. 2005. ISBN 0-7817-3390-1. 
  8. NHLBI Guideline 2007, p. 214
  9. NHLBI Guideline 2007, pp. 373–375
  10. NHLBI Guideline 2007, pp. 169–172
  11. GINA 2011, p. 71
  12. GINA 2011, p. 33
  13. Scott JP, Peters-Golden M (September 2013). "Antileukotriene agents for the treatment of lung disease". Am. J. Respir. Crit. Care Med. 188 (5): 538–544. doi:10.1164/rccm.201301-0023PP. PMID 23822826. 
  14. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ WHO2011
  15. 15.0 15.1 GINA 2011, p. 3