พีซทีวี (ประเทศไทย)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก ยูดีดีทีวี)
พีซทีวี
PEACE TV
เริ่มออกอากาศ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2556 (3 ปี)
เครือข่าย • ช่องโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม
1 กันยายน 2557 - 30 เมษายน 2558
21 กรกฎาคม 2558 - ปัจจุบัน

• โทรทัศน์ผ่านอินเทอร์เน็ต
11 พฤษภาคม 2558 - ปัจจุบัน
เจ้าของ บริษัท พีซเทเลวิชัน จำกัด
ระบบภาพ 576ไอ (4:3 คมชัดมาตรฐาน)
คำขวัญ สถานีเพื่อประชาธิปไตยประชาชน
ประเทศ ไทย ไทย
ภาษา ภาษาไทย
พื้นที่แพร่ภาพ ประเทศไทย
สำนักงานใหญ่ ชั้น 5 อาคารบิ๊กซีลาดพร้าว
เลขที่ 2539 ถนนลาดพร้าว
แขวงคลองเจ้าคุณสิงห์ เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร
ชื่อเดิม ยูดีดีทีวี (UDD TV)
10 ธันวาคม 2556 - 20 พฤษภาคม 2557
เว็บไซต์ www.peacetvthai.com
thaipeacetv.blogspot
ช่องรายการที่แพร่ภาพ
โทรทัศน์ดาวเทียม
ซี-แบนด์ • Frequency: 3600 MHz
• Polarization: Horizontal
• Symbol Rate:
26667 Ksym/s
• PID: Video 520/
Audio 730/PMT 257
พีเอสไอ ช่อง 214
โทรทัศน์เคเบิล
เจริญเคเบิลทีวั ช่อง 594
ออนไลน์
ยูทูบ ชมรายการ

พีซทีวี (อังกฤษ: Peace TV) เป็นช่องโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมในประเทศไทย ดำเนินงานโดยบริษัท พีซเทเลวิชัน จำกัด (เดิมชื่อบริษัท รวยทันที จำกัด[1]) เริ่มออกอากาศเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2556[2] โดยมีชื่อตั้งต้นว่า "ยูดีดีทีวี" (อังกฤษ: UDD TV)

โดยก่อนหน้านั้น แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หลายคนเป็นผู้ดำเนินรายการ ซึ่งออกอากาศทางเอเชียอัปเดตมาอย่างต่อเนื่อง ทว่าเมื่อแกนนำ นปช.เหล่านั้น แสดงความเห็นเชิงวิพากษ์ต่อเนื้อหาเพิ่มเติม ของร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมฯ ในชั้นกรรมาธิการ ช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน พ.ศ. 2556 เป็นเหตุให้เอเชียอัปเดตเรียกคืนเวลา แกนนำ นปช.จึงร่วมกันก่อตั้งยูดีดีทีวี[3] ซึ่งแกนนำ นปช. รวมถึงผู้ประกาศข่าวและพิธีกรบางส่วน จากเอเชียอัปเดตและเอ็มวีทีวี 5 รวมถึงศิลปินแนวร่วมของ นปช.ร่วมกันดำเนินรายการต่าง ๆ

ในช่วงปลายเดือนมกราคม พ.ศ. 2560 พีซทีวีปรับรูปแบบการนำเสนอรายการให้เทียบเท่าช่องฟรีทีวีดิจิทัลระดับชาติ โดยเปิดโอกาสให้ผู้ชมส่งข้อความผ่านทางแอพลิเคชั่นไลน์ร่วมกับการส่งข้อความสั้นผ่านโทรศัพท์มือถือซึ่งใช้มาตั้งแต่เมื่อครั้งยูดีดีทีวี นับเป็นช่องโทรทัศน์ช่องแรกของประเทศไทยในกลุ่มช่องโทรทัศน์การเมืองที่มีการนำเสนอลักษณะนี้


เหตุการณ์สำคัญ[แก้]

ฝ่ายความมั่นคงสั่งยุติการออกอากาศ[แก้]

หลังการประกาศใช้กฎอัยการศึก ในวันที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 มีการออกคำสั่งให้ช่องโทรทัศน์ดาวเทียมหลายแห่งยุติการออกอากาศ โดยมีช่องยูดีดีทีวีรวมอยู่ด้วย ต่อมาภายหลัง คณะรัฐประหารเปิดให้ขอใบอนุญาตกับ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เพื่อออกอากาศต่อ โดยมีเงื่อนไขห้ามเสนอเนื้อหา เชิงปลุกปั่นยุยงให้เกิดความแตกแยก และให้เปลี่ยนชื่อช่องรายการ ผู้ดำเนินการช่องยูดีดีทีวีเดิม จึงเปลี่ยนชื่อช่องเป็น "พีชทีวี"[4] โดยเริ่มทดลองออกอากาศ ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน ซึ่งมีเพียงรายการสนทนา "พีซทอล์ก" โดยเชิญแกนนำ นปช.มาร่วมรายการ และรายการข่าว รวมถึงรายการเดิมบางส่วน จนเริ่มออกอากาศเต็มรูปแบบตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน อนึ่ง ราวเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2557 มีการปรับปรุงระบบออกอากาศ และปรับปรุงฉากหลังของรายการ โดยนำจอแอลอีดีขนาดใหญ่ มาใช้ประกอบการนำเสนอข่าว รวมถึงนำเสนอข้อมูล เพื่อประกอบการสนทนาอีกด้วย

กสทช.พักใช้และเพิกถอนใบอนุญาตฯ[แก้]

คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ในคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ลงมติให้พีซทีวีพักใช้ ใบอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม เป็นเวลา 7 วัน ระหว่างวันที่ 10 - 16 เมษายน พ.ศ. 2558 หลังจากสามารถกลับมาออกอากาศอีกครั้ง กสท.เห็นว่าพีซทีวียังคงมีเนื้อหาบางส่วน ที่เข้าข่ายปลุกปั่นยุยงให้เกิดความแตกแยกต่อไปอีก จึงลงมติให้เพิกถอนใบอนุญาตเป็นการถาวร เมื่อวันที่ 27 เมษายน ปีเดียวกัน[5] โดยหนังสือคำสั่งเพิกถอนดังกล่าว ออกมาในวันที่ 30 เมษายน เป็นผลให้เจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจเข้าระงับ การส่งสัญญาณผ่านดาวเทียมไทยคม จากสถานีดาวเทียมไทยคม ตั้งแต่เวลา 20:30 น.ของวันดังกล่าว

ซึ่งขณะนั้น พีซทีวีกำลังออกอากาศสด รายการข่าว "ห้องข่าวเล่าเรื่องค่ำ" ที่เมื่อแรกออกอากาศประจำวันดังกล่าว มีเพียงชุติมา กุมาร เป็นผู้ประกาศข่าวเพียงผู้เดียว แต่เมื่อคณะผู้ประกาศข่าวทั้งหมดของช่องทราบว่า กำลังจะมีคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาต จึงพยายามเร่งเดินทางไปยังห้องส่ง ด้วยความตั้งใจว่าจะกล่าวคำอำลาต่อผู้ชม ทว่ารวมกันได้เพียง 4 คนคือ อรุโณทัย ศิริบุตร, ณิชชนันทน์ แจ่มดวง, ชุติมา กุมาร, และธนกร ภักดีนพรัตน์[6] จากนั้นผู้บริหารช่อง และกองบรรณาธิการข่าว ให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการนำช่องพีซทีวี ไปออกอากาศผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตแทน

โดยในวันพุธที่ 6 พฤษภาคม พีซทีวีทดลองออกอากาศ ด้วยการนำเสนอรายงานข่าว ผ่านเว็บไซต์ยูทูบ ในรูปของข่าวต้นชั่วโมง ช่วงเวลา 12:00 น., 14:00 น., 16:00 น. ตามลำดับ และข่าวภาคค่ำ ในเวลา 18:00 น. โดยแพร่ภาพข่าว พร้อมเสียงบรรยายประกอบเท่านั้น ไม่มีการใช้กล้องโทรทัศน์ ถ่ายทอดภาพผู้ประกาศข่าวตามปกติ[ต้องการอ้างอิง] จนกระทั่งถึงวันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม จึงเริ่มออกอากาศผ่านทางยูทูบ ด้วยผังรายการซึ่งจัดขึ้นใหม่ ออกอากาศระหว่างเวลา 11:00-21:00 น.[ต้องการอ้างอิง]

ระหว่างช่วงเวลาดังกล่าว พีซทีวียื่นเรื่องร้องเรียน ไปยังหน่วยงานต่างๆ เช่นองค์การสหประชาชาติ ในวันที่ 4 พฤษภาคม[7] และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ในวันที่ 7 พฤษภาคม[8] รวมทั้งยื่นฟ้องคณะกรรมการ กสท.ต่อศาลปกครอง[9] จนกระทั่งศาลปกครอง มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ให้พีซทีวีออกอากาศผ่านดาวเทียมอีกครั้ง เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม โดยจตุพร พรหมพันธุ์ ประกาศไม่นำรายการมองไกล ซึ่งตนเป็นผู้ดำเนินรายการ กลับไปออกอากาศผ่านดาวเทียม แต่จะยังคงออกอากาศผ่านยูทูบเช่นเดิม[10] ทั้งนี้ พีซทีวีเริ่มกลับมาออกอากาศอีกครั้ง ตั้งแต่วันอังคารที่ 21 กรกฎาคม ซึ่งเป็นการเลื่อนจากเดิมที่กำหนดไว้ เมื่อวันจันทร์ที่ 20 กรกฎาคม เนื่องจากฝ่ายเทคนิค ยังเตรียมการไม่เรียบร้อย โดยขยายผังรายการเป็นตลอด 24 ชั่วโมงทุกวันตามเดิม ซึ่งจำแนกเป็น การออกอากาศรายการครั้งแรก ระหว่างเวลา 06:00-21:00 น. ส่วนช่วงเวลาหลังจากนั้น เป็นการแพร่ภาพรายการที่ออกอากาศไปแล้ว

กสทช.พักใช้ใบอนุญาตครั้งที่ 2[แก้]

คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ในคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ลงมติให้พีซทีวีพักใช้ ใบอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม เป็นเวลา 30 วัน [11] นับตั้งแต่วันที่หนังสือแจ้งเตือนมาถึงสถานีฯ โดยวันที่มีมติดังกล่าว เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2559 ทางผู้บริหารได้ยืนหนังสือคัดค้านมติดังกล่าวและแย้งว่าไม่สามารถเพิกถอนใบอนุญาตได้เนื่องจากได้รับความคุ้มครองจากศาลปกครองในการออกอากาศ ทั้งนี้ หนังสือเตือนมาถึงสถานีฯในวันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2559 และในเวลาเย็นของวันดังกล่าว พีซทีวียกเลิกรายการปกติตามผังรายการ และถ่ายทอดสดรายการพิเศษนับถอยหลังการพักใช้ใบอนุญาต โดยถ่ายทอดสดจากห้องประชุมพันเอก ดร.อภิวันท์ วิริยะชัย ชั้น 5 อาคารบิ๊กซีลาดพร้าว ซึ่งมีการแสดงดนตรีสลับการการปราศรัยจากแกนนำ นปช.จนกระทั่งในเวลาประมาณ 23:00 น. แกนนำ นปช.และพิธีกรของสถานีฯ ได้ร่วมกันร้องเพลง และนับถอยหลังก่อนที่จะยุติการออกอากาศ จนกระทั่งหน้าจอได้ตัดเข้าสู่หน้าจอแจ้งยุติการออกอากาศ ก่อนที่จะตัดเข้าสู่แถบสีทดสอบ (เมื่อชมผ่านโทรทัศน์ดาวเทียม) ทั้งนี้ การออกอากาศออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ยูทูบยังคงออกอากาศอย่างต่อเนื่องตามปกติ และเพิ่มการออกอากาศผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ ในหน้าเพจของพีซทีวีเอง จนกระทั่งวันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2559 พีซทีวีกลับมาออกอากาศผ่านดาวเทียมอีกครั้งในเวลา 00:01 น. โดนในเวลาเที่ยงของวันเดียวกัน มีกิจกรรมต้อนรับการกลับมาออกอากาศอีกครั้งของพีซทีวี โดยถ่ายทอดสดจากห้องประชุมพันเอก ดร.อภิวันท์ วิริยะชัย ชั้น 5 อาคารบิ๊กซีลาดพร้าว ซึ่งมีการแนะนำตัวของพิธีกรรายการต่างๆ สลับกับการแสดงดนตรี โดยมีการแถลงข่าวจากทางแกนนำ นปช.คั่นระหว่างการถ่ายทอดสดในเวลาประมาณ 13:00 น. ทั้งนี้ การถ่ายทอดสดกิจกรรมต้อนรับการกลับมาออกอากาศอีกครั้งของพีซทีวีจบลงในเวลาประมาณ 17:50 น. โดยผังรายการใหม่ของพีซทีวีนั้น ในเวลา 06:00-00:30 น. จะเป็นรายการแบบออกอากาศครั้งแรก (First Run) หลังจากนั้นจะเป็นการนำรายการต่างๆมาฉายซ้ำ (Rerun) จนถึงเช้าของวันรุ่งขึ้น ปรับลดรายการวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมืองและเพิ่มรายการข่าว รายการบันเทิง และรายการปกิณกะ

กสทช.พักใช้ใบอนุญาตครั้งที่ 3[แก้]

เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2560 คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ในคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ลงมติให้พีซทีวีพักใช้ ใบอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม เป็นเวลา 30 วัน [12] นับตั้งแต่วันที่หนังสือแจ้งเตือนมาถึงสถานีฯ ซึ่งกรณีดังกล่าวนางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธานที่ปรึกษา นปช. ได้แสดงความเป็นห่วงถึงการสั่งพักใช้ใบอนุญาต ซึ่งสาเหตุที่ กสทช. สั่งพักใช้ใบอนุญาตเป็นครั้งที่ 3 เนื่องจากหวั่นวิตกว่าพีซทีวีจะเสนอข่าวสารระดมมวลชนไปให้กำลังใจนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จะมีการพิพากษาคดีโครงการรับจำนำข้าวในวันที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2560 [13] ทั้งนี้ หนังสือเตือนมาถึงสถานีฯ เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2560 และให้มีผลในวันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2560 เวลา 00:01 น.[14]

ในวันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2560 เวลาประมาณ 08:00 น. การออกอากาศออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ยูทูบและเฟซบุ๊กไลฟ์ ในหน้าเพจของพีซทีวีเองยังคงออกอากาศอย่างต่อเนื่องตามปกติ จนกระทั่งเวลา 09:00 น. เริ่มออกอากาศรายการข่าวภาคเช้า โดยคณะผู้ดำเนินรายการห้องข่าวเล่าเรื่องเช้า เป็นรายการแรก โดยรายการส่วนใหญ๋ไม่เป็นไปตามผังรายการปกติ โดยรายการทั้งหมดหลังจากนั้นออกอากาศจากทั้งห้องประชุมในสำนักงานของสถานีฯ หน้าสำนักงานของสถานีฯ และสำนักงานของ นปช. รวมถึงยังมีการถ่ายทอดสดรายการระดมทุนจากร้านกาแฟพีซไลบลารีแอนด์คาเฟตามปกติในทุกวันอาทิตย์ และบางส่วนรับสัญญาณจากเพจเฟซบุ๊กของแกนนำ นปช.อีกด้วย โดยทั้งหมดนี้ออกอากาศโดยไม่มีโฆษณาคั่นระหว่างรายการรวมถึงไม่มีการแสดงอัตลักษณ์/แถบข้อความ SMS ของผู้ชมตามปกติ แต่จะแทนที่ด้วยแถบประชาสัมพันธ์หมายเลขรับบริจาคเงินเพื่อสนับสนุนการออกอากาศของทางสถานีฯ

สัญลักษณ์[แก้]

ยูดีดีทีวี มีสัญลักษณ์แรกเริ่ม เป็นภาพกระดาษสีแดง พับแบบโอะริงะมิเป็นรูปคล้ายนกพิราบ กำกับด้วยตัวอักษรภาษาอังกฤษชื่อช่อง UDD TV พร้อมทั้งคำขวัญ Freedom Television ซึ่งใช้สีแดง สีขาว สีดำ และสีเทาประกอบกัน (เมื่อนำไปแสดงที่มุมบนขวา ของหน้าจอโทรทัศน์ มีการเปลี่ยนสีตัวอักษร D สองตัวจากดำเป็นขาว ด้วยเหตุเพื่อการแสดงผลที่ชัดเจน) โดยสัญลักษณ์แบบดังกล่าว ใช้มาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งยุติการออกอากาศ (แต่ยังคงมีให้เห็นในบางครั้งในยุคของพีซทีวี เช่น บนแท่นโพเดียมของผู้ดำเนินรายการ) และเมื่อเปลี่ยนชื่อเป็นพีซทีวี จึงเปลี่ยนสัญลักษณ์เป็น ภาพเจาะเป็นช่องสี่เหลี่ยมจัตุรัส ภายในเป็นภาพรูปร่างนกพิราบสีแดง เฉพาะส่วนหัวและต้นปีกส่วนบน ในลักษณะกำลังกางปีกอยู่ตรงกลาง ถัดขึ้นบนและลงล่าง เป็นภาพรูปร่างนกพิราบสีขาว ลักษณะเดียวกับสีแดงซ้อนอยู่อีกสองตัว มีพื้นหลังสีดำอยู่บนสุดทางขวา และสามเหลี่ยมมุมฉากสีเทาอยู่มุมล่างซ้าย ส่วนล่างของสัญลักษณ์กำกับด้วย ตัวอักษรภาษาอังกฤษชื่อช่อง PEACE TV โดยคำว่า PEACE เป็นสีดำ และคำว่า TV เป็นสีแดง อนึ่ง เมื่อเริ่มออกอากาศ ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ในเว็บไซต์ยูทูบในช่วงแรก บริเวณส่วนล่างของสัญลักษณ์ที่แสดงบนหน้าจอ จะเพิ่มไว้ด้วยแถบสีดำ พร้อมตัวอักษรภาษาอังกฤษ "ONLINE"

ทั้งนี้ ในช่วงต้นเดือนมกราคม พ.ศ. 2560 พีซทีวีปรับรูปแบบอัตลักษณ์ใหม่โดยคงรูปร่างหัวนกพิราบเช่นเดิม เพียงแต่ใส่เอฟเฟกต์ให้มีเงาเพิ่มขึ้น ส่วนตัวอักษรภาษาอังกฤษชื่อช่อง PEACE TV มีการปรับรูปแบบตัวอักษรเป็นแบบอักษร Arial ปกติ โดยคำว่า TV มีไฮไลต์สี่เหลี่ยมมุมมนสีแดง

คำขวัญ[แก้]

รายการต่างๆของพีซทีวี[แก้]

ข่าว[แก้]

  • ห้องข่าวเล่าเรื่อง (เช้า,เที่ยง,ค่ำ,สุดสัปดาห์ (เที่ยง) )
  • เข้มข่าวดึกวิเคราะห์ข่าว

สนทนา-วิเคราะห์[แก้]

  • ทิศทางประชาธิปไตยไทย
  • หยิบข่าวมาคุย
  • เดินหน้าต่อไป
  • คิดรอบด้าน
  • เหลียวหลังแลไปข้างหน้าเพื่อประชาธิปไตย
  • เข้าใจตรงกันนะ
  • ฟังความรอบด้าน
  • เรื่องของคน
  • เพื่อประชาธิปไตย
  • มองโลกกว้าง
  • เราพี่น้องกัน
  • มีคำถาม

ปกิณกะ[แก้]

  • เกษตรรุ่งอรุณ
  • กล้า Young
  • คุยสบายๆสไตล์รองแดง
  • เสียงชาวบ้าน
  • มงคลธรรม
  • ไชยานุภาพ

บันเทิง[แก้]

  • ลมหายใจพีซทีวีดนตรีสด (เพลงลูกทุ่ง,เพลงเพื่อประชาธิปไตย ถ่ายทอดสดทุกวันอาทิตย์สลับกันไปในแต่ละสัปดาห์)
  • ลมหายใจพีซทีวี
  • ภาษาเพลงบรรเลงสด
  • พีซทีวีเวทีทัศน์ (ตั้งแต่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2560 ปรับรูปแบบมาจากสนทนา-วิเคราะห์)

สารคดี[แก้]

  • วิญญาณไทยใจสากล (เทปรายการเดิมที่เคยออกอากาศทางโมเดิร์นไนน์ทีวี ออกอากาศซ้ำทางพีซทีวี)

รายการพิเศษ[แก้]

  • รู้รักสามัคคี
  • ตามรอยพระอัจฉริยภาพ

นอกจากนี้ยังมีรายการต่างๆคั่นระหว่างแต่ละรายการอีกด้วย เช่น Peace Shopping (รายการแนะนำสินค้า,สินค้าของพีซทีวีโดยตรง) รายการแนะนำสินค้า (สินค้าไม่ใช่ของพีซทีวีโดยตรง) มิวสิกวีดีโอต่างๆ รวมถึงโฆษณาแนะนำรายการต่างๆ อีกด้วย

ผู้ประกาศข่าว ผู้รายงานข่าว ผู้ดำเนินรายการ[แก้]

ในอดีต[แก้]

วิทยากร[แก้]

ระยะเวลาออกอากาศ[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. [1]
  2. [2]
  3. [3]
  4. http://www.ryt9.com/s/tpd/1972568
  5. ฟ้าผ่าซ้ำ! สั่งเพิกถอนใบอนุญาต-ปิด "พีซทีวี" ชี้เนื้อหาสร้างความแตกแยก มติชน
  6. “พีซทีวี” จอดับ! ถูกตัดสัญญาณกลางอากาศ - ผู้ดำเนินรายการร่ำไห้ส่งท้าย ผู้จัดการออนไลน์
  7. "เหวง" ร้องยูเอ็นคืนเสรีภาพให้พีซทีวี, เดลินิวส์.
  8. "เหวง" ร้อง กสม. "พีซทีวี" ถูกปิด, คมชัดลึก.
  9. จตุพรฟ้องศาลปค.ขอความเป็นธรรมกรณีปิดพีซทีวี, ทีเอ็นเอ็น24.
  10. พีซทีวีเฮ!ออกอากาศได้แล้ว ศาลปกครองฯสั่งคุ้มครอง, เดลินิวส์.
  11. กสท.สั่งปิดช่อง “พีซทีวี” ตั้งแต่ 10 ก.ค., เอ็มจีอาร์ออนไลน์.
  12. กสท.สั่ง“พีซทีวี”จอดับ 30 วันอ้างแพร่เนื้อหาล้มล้างปกครอง, เพจฝ่ายข่าวพีซทีวีในเฟซบุ๊ก.
  13. [4], เพจส่วนตัวของนางธิดา ถาวรเศรษฐในเฟซบุ๊ก.
  14. [5]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]